เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23: รถบ้าน

บทที่ 23: รถบ้าน

บทที่ 23: รถบ้าน


ทันใดนั้น หมี่เจียวเจียวก็ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกครั้ง

ความสามารถในการเทเลพอร์ตของเธอในตอนนี้มีระยะเพียง 80 ถึง 100 เมตร ด้วยระยะทางที่สั้นแค่นี้ เธอแทบจะออกไม่พ้นประตูโรงเรียนด้วยซ้ำ แล้วเธอจะไปฝึกฝนได้ทุกที่ทุกเวลาได้อย่างไร?

จู่ๆ เธอก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา แม้การซื้อบ้านจะไกลเกินเอื้อม แต่เธอก็สามารถซื้อรถมาจอดในระยะที่เอื้อมถึงได้นี่นา!

ความคิดของเธอเริ่มแตกแขนง: "ในเมื่อซื้อรถได้ ฉันก็ซื้อคันใหญ่ๆ ไปเลย แล้วติดฟิล์มทึบ จอดไว้หลังหอพัก ริมถนนนอกกำแพงนั่น"

"แล้วถ้าซื้อคันใหญ่ได้ ทำไมไม่ซื้อรถบ้านไปเลยล่ะ? จอดในจุดจอดรถลับตาคน พอความสามารถพัฒนาขึ้น ค่อยขยับไปจอดไกลกว่าเดิม แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องเสียเงินเช่าบ้านหลายหลังตามระยะทางแล้ว"

เห็นหมี่เจียวเจียวเหม่อลอย ไป๋ฉีจึงเอ่ยถาม "เป็นอะไรไป?"

"...อ๋อ เปล่า นายรู้ไหมว่าฉันจะซื้อหรือเช่ารถบ้านได้ที่ไหน?"

สีหน้าของไป๋ฉีดูแปลกไป

"ทำไมเหรอ?"

"เธอไม่รู้เหรอว่าโชว์รูมรถบ้านที่ใหญ่ที่สุดสามแห่งในเมืองฉิน เป็นกิจการของบ้านฉัน?"

หมี่เจียวเจียวอึ้ง เธอไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ ในชีวิตที่แล้ว เธอแทบไม่ได้ติดต่อกับไป๋ฉีเลยในช่วงมัธยมต้น แม้ว่าทั้งคู่จะไม่ได้ไปเรียนต่อต่างประเทศและเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมที่ 1 เมืองฉิน—โรงเรียนรัฐบาลที่ดีที่สุดในเมือง—แต่เส้นทางชีวิตของพวกเขาก็แทบไม่บรรจบกัน

ในตอนนั้น พลังงานของเธอส่วนใหญ่หมดไปกับการเรียนและปัญหาที่บ้าน ดังนั้นเธอจึงไม่ได้สนใจเรื่องสังคมรอบตัวเท่าไหร่นัก

ไป๋ฉีถามต่อ "เธอจะเอารถบ้านไปทำไม? เธอยังไม่มีใบขับขี่ไม่ใช่เหรอ?"

หมี่เจียวเจียวทำท่าทางลึกลับ "เรื่องนี้เกี่ยวกับการเพิ่มเงินทุนของนายเป็นสองเท่านะ!"

ไป๋ฉีโบกมืออย่างใจป้ำ "งั้นจะเสียเงินทำไม? ตามฉันมา!"

ทั้งสองเดินออกจากโรงเรียนเคียงข้างกัน และเรียกแท็กซี่ตรงไปยังโชว์รูมรถบ้านตระกูลไป๋

เนื่องจากมีคนขับแท็กซี่อยู่ด้วย ทั้งคู่จึงไม่ได้คุยเรื่องวันสิ้นโลก หลังจากพูดคุยสัพเพเหระกันเล็กน้อย ไป๋ฉีก็ก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ตลอดทาง

กว่าจะลงจากรถ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสี่ห้าโมงเย็นแล้ว ขืนช้ากว่านี้ร้านคงปิด

ทันทีที่ไป๋ฉีและหมี่เจียวเจียวเดินเข้าไปในร้าน พนักงานขายสาวก็เข้ามาทักทาย "คุณทั้งสองกำลังมองหารถแบบไหนคะ?"

ไป๋ฉีถามตรงๆ "ผู้จัดการเจียงอยู่ไหม?"

พนักงานสาวชะงักไป เธอพิจารณาเด็กหนุ่มสาวตรงหน้า แม้จะดูเด็กมาก แต่แววตากลับดูเป็นผู้ใหญ่ จากบุคลิกแล้ว ดูไม่เหมือนคนที่จะมาป่วนร้าน

เธอจึงยิ้มและตอบว่า "กรุณารอสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันไปตามผู้จัดการเจียงให้ค่ะ!"

พูดจบ เธอก็พาพวกเขาไปยังโซนรับรอง รินน้ำชาให้ แล้วเดินจากไปอย่างมีมารยาท

นี่เป็นครั้งแรกที่หมี่เจียวเจียวมาที่นี่ ทำเลตั้งอยู่ใกล้ชานเมือง โชว์รูมมีพื้นที่กว้างขวาง ภายในจัดแสดงรถบ้านขนาดต่างๆ กว่าสิบคัน มองผ่านกระจกบานใหญ่ยังเห็นรถบ้านจอดเรียงรายอยู่ด้านนอกอีกเพียบ

หมี่เจียวเจียวจิบชาแล้วกระซิบถาม "สถานการณ์เป็นไงบ้าง?"

ยังไม่ทันที่ไป๋ฉีจะตอบ เสียงหัวเราะร่าเริงก็ดังมาแต่ไกล "นายน้อยเสี่ยวฉี ลมอะไรหอบมาถึงนี่ครับ?"

ไป๋ฉีลุกขึ้นยืนทันทีและจับมือกับชายวัยกลางคนที่เขาเรียกว่า 'ผู้จัดการเจียง' อย่างเป็นกันเอง "ลุงเจียง เลิกแซวผมเถอะครับ! ผมมาเพราะอยากจะเลือกรถสักคัน!"

ผู้จัดการเจียงพิจารณาลูกชายของเจ้านายแล้วถามว่า "ท่านประธานไป๋รู้เรื่องหรือเปล่า?"

"รู้ครับ ถ้าลุงไม่เชื่อ เดี๋ยวโทรไปถามพ่อผมก็ได้"

สีหน้าของผู้จัดการเจียงผ่อนคลายลงเล็กน้อย "งั้นก็ไม่มีปัญหา อยากได้รุ่นไหนล่ะ?"

ไป๋ฉีหันไปมองหมี่เจียวเจียว

ผู้จัดการเจียงสะดุ้ง คิดในใจว่า 'หรือว่าจะซื้อให้แฟน? ป๋าจริงๆ!'

แต่แล้วเขาก็ฉุกคิด ปกติซื้อรถให้สาวก็มีถมเถไป แต่ใครมันจะบ้าซื้อรถบ้านให้สาวกัน? ของพวกนี้ทั้งหนักทั้งเทอะทะ เหมาะไว้เที่ยว แต่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันลำบากจะตาย

หมี่เจียวเจียวไม่ลังเล "ไม่ต้องใหญ่มาก แล้วก็ไม่ได้ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรเยอะแยะ แต่ขอที่เก็บเสียงดีๆ หน่อย แล้วถ้ามีม่านหรือกระจกทึบด้วยจะดีมากค่ะ"

ผู้จัดการเจียงสะดุ้งอีกรอบ หรือนายน้อยจะเอารถไปทำเรื่องบัดสีบัดเถลิง? เปิดห้องโรงแรมไม่กี่บาทเองนะ! ขณะที่ความคิดของเขากำลังเตลิดเปิดเปิง ไป๋ฉีก็ขัดขึ้น "มีของในสต็อกไหมครับ?"

ผู้จัดการเจียงได้สติ "มีครับ! มี! ตามผมมา..."

พูดจบ ผู้จัดการเจียงก็พาคนทั้งสองเดินไปที่ริมโชว์รูม หยุดอยู่หน้ารถบ้านสีขาวคันใหญ่

"รถบ้านหรูนำเข้าคันนี้เครื่องยนต์เบนซิน 5.0 V8 แรงม้าถึง—"

หมี่เจียวเจียวมองปราดเดียวก็รู้ว่ามันใหญ่เกินไป จอดนอกกำแพงโรงเรียนคงสะดุดตาแย่ เธอจึงส่ายหน้า

เห็นดังนั้น ไป๋ฉีรีบตัดบทผู้จัดการเจียงทันที "ลุงเจียง คันนี้ไม่เหมาะครับ"

ผู้จัดการเจียงสังเกตเห็นว่าไป๋ฉีตามใจหมี่เจียวเจียวทุกอย่าง จึงหันไปถามเธอ "คุณหนูชอบแบบไหนครับ?"

หมี่เจียวเจียวมองไปรอบๆ แล้วสะดุดตากับรถหลังคาสูงสีดำที่จอดอยู่ไกลๆ เธอชี้ไปที่มัน "คันนั้นก็รถบ้านเหรอคะ?"

ผู้จัดการเจียงทำหน้าแปลกๆ "ครับ นั่นรถบ้านดัดแปลงจากอีเวโก้ เป็นรุ่นเริ่มต้นน่ะครับ..."

"ไปดูคันนั้นกันเถอะ!" หมี่เจียวเจียวเดินลิ่วเข้าไป ผู้จัดการเจียงรีบตามไปติดๆ

เขารีบเดินนำไปเปิดประตูสไลด์ข้างรถแล้วเริ่มบรรยาย "คันนี้ดัดแปลงปูพื้นไม้ทั้งคัน มีแอร์ มีห้องน้ำในตัวแยกส่วนเปียกแห้ง แต่ครัวต้องเปิดประตูท้ายถึงจะใช้ได้ ซึ่งอาจจะไม่สะดวกเวลาอากาศไม่ดี—"

ผู้จัดการเจียงเริ่มร่ายยาวอีกครั้ง แต่ความสนใจของหมี่เจียวเจียวอยู่ที่ตัวถังรถ เหตุผลนั้นเรียบง่าย: ห้องคนขับกับส่วนห้องโดยสารแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง และที่สำคัญกว่านั้น หน้าต่างในส่วนห้องโดยสารปิดทึบด้วยแผ่นโลหะทั้งหมด

"เอาคันนี้แหละค่ะ!" หมี่เจียวเจียวตัดบทผู้จัดการเจียง ตัดสินใจทันที

ผู้จัดการเจียงคาดไม่ถึงว่าแม่สาวน้อยจะเลือกรถบ้านดัดแปลงที่ดูธรรมดาๆ แบบนี้

"ก็ได้ครับ คุณมีใบขับขี่ใช่ไหม? รถบ้านประเภท C คันนี้ใช้ใบขับขี่ประเภท C1 ขับได้เลย ขอปัตรประชาชนกับใบขับขี่ด้วยครับ เดี๋ยวผมจัดการเรื่องเอกสารให้"

หมี่เจียวเจียวหยิบบัตรประชาชนและใบขับขี่ของ 'หมี่ลี่' ส่งให้ผู้จัดการเจียง

เมื่อรับเอกสารไป ผู้จัดการเจียงบอกให้รอสักครู่ในขณะที่เขาไปดำเนินการ

แม้จะเป็นธุรกิจครอบครัว แต่ขั้นตอนก็ต้องเป็นไปตามระเบียบ พอผู้จัดการเจียงเดินออกไป หมี่เจียวเจียวก็ยิ้มให้ไป๋ฉีแล้วพูดว่า "ฉันจ่ายเองนะ!"

ไป๋ฉีโบกมือ "ถือเป็นของขวัญจากฉันก็แล้วกัน!"

หมี่เจียวเจียวถามด้วยความสงสัย "แล้วนายจะอธิบายกับพ่อยังไง?"

"อธิบายอะไร? ฉันแค่บอกพ่อว่าถ้าซื้อรถบ้านให้ฉัน ฉันจะยอมเรียนสายศิลป์ตอนมัธยมปลาย แล้วไปต่อมหาลัยเมืองนอกเรียนปรัชญาหรือศิลปะ พ่อฉันไม่พูดสักคำ บอกแค่ให้เลือกคันที่ชอบได้เลย"

ไป๋ฉีหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโบกโชว์ข้อความแชทให้หมี่เจียวเจียวดู

หมี่เจียวเจียวหัวเราะร่า

ผู้จัดการเจียงถือเอกสารของหมี่เจียวเจียวเดินไปโทรหาเจ้านายไประหว่างทาง เห็นท่าทางมั่นใจของไป๋ฉีแล้ว เขาเดาว่านายน้อยคงไม่ได้โกหก

สายติดแล้ว ผู้จัดการเจียงทักทายเจ้านายก่อนจะเข้าประเด็น "นายน้อยเสี่ยวฉีอยู่กับผมครับ เขาจะเอารถบ้านไปให้ผู้หญิง!"

"หืม?" พ่อของไป๋ฉีประหลาดใจมาก

"ให้รถบ้านผู้หญิงเนี่ยนะ? เขาเลือกรุ่นไหน?"

ผู้จัดการเจียงตอบ "อีเวโก้รุ่นเริ่มต้นคันนั้นครับ"

พ่อของไป๋ฉียิ่งแปลกใจหนักเข้าไปอีก วันนี้ลูกชายเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ยอมตกลงเรียนศิลปะหรือปรัชญาแลกรถบ้าน เขาดีใจจนรีบตกลงทันที

เดิมทีนึกว่าลูกชายจะจ้างคนขับรถพาเที่ยวหลังสอบเข้ามัธยมปลาย ไม่คิดเลยว่าจะเอาไปเปย์สาว!

เจ้าลูกชายตัวดีเริ่มมีความรักแล้วเหรอ? แต่ถึงอย่างนั้น ใครเขาซื้อรถบ้านจีบสาวกัน? แถมเป็นรุ่นถูกๆ อีกต่างหาก?

พ่อของไป๋ฉีเริ่มงง เขาพักการประชุม เดินเข้าไปในห้องเล็กๆ แล้วกระซิบถามผู้จัดการเจียง "ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร?"

ผู้จัดการเจียงดูบัตรประชาชนของหมี่ลี่ "ชื่อหมี่ลี่ครับ อายุสิบเก้า แก่กว่านายน้อยสองปี"

"ส่งรูปบัตรประชาชนมาให้ฉันดูหน่อย!"

"แล้วเรื่องรถ..."

"ใส่ชื่อฉันแล้วยกให้เธอไปเลย!"

พ่อของไป๋ฉีพิจารณาใบหน้าของหมี่เจียวเจียวในรูป รู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก

ผู้จัดการเจียงทำงานรวดเร็ว ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็กลับมาพร้อมใบเสร็จและเอกสารต่างๆ เนื่องจากเป็นรถดัดแปลง ป้ายทะเบียนจึงติดตั้งมาเรียบร้อยแล้ว หมี่เจียวเจียวไม่ต้องเสียเวลาไปกรมการขนส่ง

หมี่เจียวเจียวรับแฟ้มเอกสารจากผู้จัดการเจียง แล้วพาไป๋ฉีเดินออกจากโชว์รูม พนักงานขับรถมาจอดรอไว้ด้านนอกเรียบร้อยแล้ว

หมี่เจียวเจียวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วพยักหน้าเรียกไป๋ฉีให้ขึ้นมา

จังหวะที่เธอกำลังจะสตาร์ทรถ ผู้จัดการเจียงก็เกาะหน้าต่างพูดกับเธอว่า "คู่มือรถอยู่ด้านหลังนะครับ มีอะไรสงสัยโทรหาผมได้ตลอด!" เขาโยนนามบัตรไว้ที่เบาะคนขับ

จากนั้นเขาก็โบกมือให้ไป๋ฉีที่นั่งอยู่เบาะข้าง "ฝากความคิดถึงท่านประธานไป๋ด้วยนะครับ!"

ไป๋ฉีโบกมือตอบ หมี่เจียวเจียวเหยียบคันเร่ง ขับรถมุ่งหน้ากลับโรงเรียนท่ามกลางฟ้าที่เริ่มมืดลง

"ขับรถเก่งใช้ได้เลยนี่!" ไป๋ฉีชวนคุยแก้เก้อ

"ฉันขับโกคาร์ทมาตั้งแต่เด็ก แม่พาไปสนามแข่งบ่อยๆ มอเตอร์ไซค์ก็เคยขี่ นายไม่เคยเล่นเหรอ?" หมี่เจียวเจียวถามกลับ

ไป๋ฉีดูเขินอายเล็กน้อย "พ่อไม่ให้ฉันแตะของอันตรายน่ะ ขนาดขี่ม้าฉันยังต้องอ้อนตั้งนานกว่าจะยอมให้ไป"

'ให้ตายสิ บ้านตระกูลไป๋ไข่ในหินไป๋ฉีเกินไปแล้ว ไม่กลัวลูกเป็นง่อยหรือไง?' หมี่เจียวเจียวบ่นในใจ

ไป๋ฉีฉลาดพอที่จะไม่ถามเรื่องบัตรประชาชนชื่อ "หมี่ลี่" ในมือเธอ ทุกคนมีความลับ การซักไซ้ไล่เลียงจะดูเสียมารยาทเปล่าๆ

มองดูหมี่เจียวเจียวถอยรถบ้านเข้าจอดเทียบข้างทางนอกกำแพงหอพักได้อย่างแม่นยำ ไป๋ฉีพูดด้วยความอิจฉา "ชาติที่แล้วฉันหัดขับรถที่ประเทศ Y ที่นั่นพวงมาลัยขวา พอกลับมาขับที่บ้านเราเลยรู้สึกแปลกๆ"

หมี่เจียวเจียวพยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากแยกย้ายกัน หมี่เจียวเจียวก็กลับขึ้นหอพัก

จุดจอดรถยอดเยี่ยมมาก มองเห็นรถได้จากหน้าต่างห้อง หมี่เจียวเจียวหลับตาลง แต่แล้วก็สะดุ้งตื่นเมื่อนึกขึ้นได้ว่า แม้เธอจะสัมผัสถึงเบาะคนขับและมั่นใจว่าจะเทเลพอร์ตไปที่นั่นได้แค่คิด...

...แต่เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่เคยเข้าไปในส่วนห้องโดยสารของรถบ้านเลย ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถเทเลพอร์ตเข้าไปในนั้นได้

ช่วยไม่ได้ ต้องลงไปอีกรอบ หมี่เจียวเจียวคว้ากุญแจแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง ก็เห็นไป๋ฉีนั่งยองๆ อยู่ริมถนนหน้าโรงเรียน

"อ้าว ยังไม่กลับอีกเหรอ?"

ไป๋ฉีหน้าหงอย "รถแอปที่เรียกมารับดันเสียกลางทาง กำลังจะถึงอยู่แล้วเชียว ต้องเรียกคันใหม่"

หมี่เจียวเจียวดูนาฬิกา "งั้นค่อยกลับดึกหน่อย ช่วงนี้รถติด เพื่อเป็นการขอบคุณ ฉันเลี้ยงข้าวเย็นนายเอง!"

"จริงดิ! กินไรดี?" ไป๋ฉีหูผึ่ง

หมี่เจียวเจียวนึกถึงร้าน 'ซีฟู้ดเวิร์กชอป' แล้วชี้ไปฝั่งตรงข้าม "ร้านนั้น!"

"จัดไป!"

ทั้งสองเดินไปที่ร้านซีฟู้ดเวิร์กชอปอย่างกระตือรือร้น หมี่เจียวเจียวขอห้องส่วนตัวขนาดเล็ก พอได้ที่นั่ง เธอก็ชี้เมนูแล้วบอกพนักงานเสิร์ฟหน้าตาย: "ยกมาให้หมดเล่มก่อนเลย"

พนักงานเสิร์ฟอ้าปากค้าง ตอบตะกุกตะกัก "เอ่อ คุณลูกค้าคะ ถึงเราจะเป็นบุฟเฟต์ซีฟู้ด แต่เรามีกฎห้ามทานเหลือนะคะ ถ้าทานไม่หมดต้องปรับตามน้ำหนัก..."

หมี่เจียวเจียวชี้ไปที่ไป๋ฉีซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม "เห็นเขาไหม? คนที่นั่งตรงข้ามฉันคือนักกินจุชื่อดังในเน็ต เขาเคยกินแกะย่างทั้งตัวหนักสามสิบปอนด์มาแล้ว เป็นเจ้าของสถิติกินพิซซ่าถาดใหญ่สิบเอ็ดถาดคนเดียว แล้วก็สถิติเมืองฉินกินเกี๊ยว 218 ตัวในมื้อเดียวด้วย"

พนักงานเสิร์ฟเดินจากไปอย่างมึนงง

หน้าขาวๆ ของไป๋ฉีแดงเถือก "เธอใส่ร้ายป้ายสีฉันได้ไงเนี่ย? ฉันไปกินเยอะขนาดนั้นตอนไหน?"

หมี่เจียวเจียวตีหน้านิ่ง "ถ้าฉันบอกว่านายกินได้ นายก็กินได้ ห้ามเถียง!"

ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะประตู พนักงานเสิร์ฟเข็นรถเข็นเข้ามา วางจานกว่าสามสิบใบลงบนโต๊ะ แล้วพูดว่า "เชิญตามสบายค่ะ!"

จากนั้นเธอก็ถอยออกไป

บนโต๊ะของแต่ละคนมีหม้อนึ่งสำหรับนึ่งซีฟู้ด หม้อไฟฟ้าเล็กสำหรับลวกเนื้อ และเตาย่างสำหรับปิ้งย่าง จุดเด่นคือการรวมสามฟังก์ชัน นึ่ง-ย่าง-ต้ม ไว้ในที่เดียว

ก่อนไป พนักงานเสิร์ฟมองไป๋ฉีด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัยในคำโม้ของหมี่เจียวเจียว

ใครมาร้านบุฟเฟต์ก็อยากกินให้คุ้มทั้งนั้น แต่กับบุฟเฟต์ราคาแพงหูฉี่แบบนี้ หวังจะกินให้คุ้มคงยาก อาหารสามสิบกว่าจานนั่นเป็นแค่หนึ่งในสามของเมนูทั้งหมด

พอเห็นพนักงานเสิร์ฟไปแล้ว หมี่เจียวเจียวก็ลุกขึ้นสำรวจห้องส่วนตัวอย่างละเอียด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีกล้องวงจรปิด เธอจึงกลับมานั่งลง

"เอาล่ะ! ขอบใจนะเพื่อนไป๋ฉีที่ให้รถฉันวันนี้!" หมี่เจียวเจียวชูแก้วน้ำส้มขึ้น

เสียงชนแก้วดัง 'กริ๊ง' ทั้งสองเริ่มลงมือทาน ไป๋ฉีหิวโซจริงๆ วันนี้ เลยกินอย่างเอร็ดอร่อย

ส่วนหมี่เจียวเจียวไม่รีบร้อน เธอลองชิมอย่างละนิดละหน่อย แล้วจดจำเมนูที่ชอบไว้ในใจ

พนักงานเสิร์ฟกลับมาเสิร์ฟรอบสองและสามอย่างรวดเร็ว พอเธอออกไป บนโต๊ะแทบไม่มีที่ว่างให้วางจานแล้ว

ไป๋ฉีงง "สั่งมาทำไมเยอะแยะ? เรากินไม่หมดหรอก"

หมี่เจียวเจียวยิ้มเจ้าเล่ห์ "เคยได้ยินคำว่า 'กินไม่หมดให้ห่อกลับ' ไหม?"

"หือ?" ไป๋ฉีรู้ดีว่ากฎเหล็กของบุฟเฟต์คือห้ามห่อกลับบ้าน

"วันนี้ถามฉันไม่ใช่เหรอว่าฉันมีพลังพิเศษอะไร?"

หมี่เจียวเจียวหยิบจานที่เต็มไปด้วยอาหารขึ้นมา เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ จานยังอยู่ แต่อาหารบนจานหายวับไปกับตา

ไป๋ฉีอ้าปากค้าง พึมพำเสียงหลง "พลังมิติ! พลังมิติ! พลังแบบนี้มีอยู่จริงด้วย!"

หมี่เจียวเจียวยกนิ้วชี้แตะปาก "ชู่ว! เบาๆ หน่อย!"

จากนั้นเธอก็ซ้อนจานเปล่าทีละใบไว้ตรงหน้าไป๋ฉี แล้วกดกริ่งเรียกพนักงาน

จบบทที่ บทที่ 23: รถบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว