- หน้าแรก
- วิถีเซียนคนยาก พลิกชะตาด้วยมานะตน
- บทที่ 44 - ก่อนวันประลอง
บทที่ 44 - ก่อนวันประลอง
บทที่ 44 - ก่อนวันประลอง
บทที่ 44 - ก่อนวันประลอง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
เหล่าศิษย์สายนอกเหล่านั้นต่างพากันเสาะหาศิษย์สายในที่ตนเลื่อมใส แล้วเข้าไปตีสนิทเพื่อขอฝากตัวเป็นข้ารับใช้
ในตอนแรก ศิษย์สายนอกคนอื่นๆ ต่างพากันดูถูกเหยียดหยามคนกลุ่มนี้ มองว่าพวกเขาเดินในวิถีมาร ยอมขายศักดิ์ศรี ทิ้งความหยิ่งผยองในฐานะผู้ฝึกตน
แต่ทว่าในกาลต่อมา เมื่อเห็นผู้ติดตามรุ่นบุกเบิกเหล่านั้นประสบความสำเร็จในการสร้างรากฐาน พวกเขาถึงได้ตระหนักถึงความโหดร้ายของเส้นทางสายนี้
ต่อให้เจ้ามั่นใจว่าเป็นอัจฉริยะเพียงใด สุดท้ายก็อาจจะหยุดอยู่แค่ลมปราณขั้นสมบูรณ์ นั่งรอวันหมดอายุขัย โดยไม่มีโอกาสได้แตะขอบเขตสร้างรากฐานแม้แต่ปลายก้อย
ด้วยเหตุนี้ จำนวนคนที่เลือกเส้นทางสาย "ผู้ติดตาม" จึงเพิ่มขึ้นทุกปี
ศิษย์สายนอก เป็นได้แค่คนที่มีชื่อแขวนไว้ในสำนัก ส่วนศิษย์สายในต่างหาก คือศิษย์ที่สำนักยอมรับและทุ่มเททรัพยากรปั้นให้เติบโต
สถานการณ์บีบบังคับ แม้การกระทำของเหล่าผู้ติดตามจะดูน่ารังเกียจ แต่ความจริงที่ว่าพวกเขามีโอกาสสร้างรากฐานและกลายเป็นศิษย์สายในนั้น เป็นสิ่งที่เถียงไม่ได้
ดังนั้น จึงมีคนเสนอตัวเป็นผู้ติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบัน กลายเป็นว่าศิษย์สายนอกต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน ถึงจะมีคุณสมบัติให้ศิษย์สายในเลือกไปเป็นผู้ติดตามได้
แถมการได้เป็นผู้ติดตามของศิษย์สายใน ไม่เพียงจะไม่ถูกดูถูก แต่กลับกลายเป็นเกียรติยศและความภาคภูมิใจไปเสียแล้ว
ทางสำนักเองก็ไม่ได้สนับสนุน แต่ก็ไม่ได้คัดค้านเรื่องนี้
สำหรับศิษย์สายนอก สำนักใช้นโยบายแบบเลี้ยงปล่อย ขอแค่ส่งแต้มผลงานตามกำหนด และไม่ทำผิดกฎสำนัก ใครจะทำอะไรก็ได้
แต่เพื่อไม่ให้สมดุลของเขตนอกเสียไป สำนักจึงออกกฎว่า ศิษย์สายในระดับขอบเขตกลั่นลมปราณหนึ่งคน สามารถเลือกรับผู้ติดตามได้เพียงสองคนเท่านั้น
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงให้ความสำคัญกับการสอบใหญ่ครั้งนี้มากนัก
โอกาสที่จะได้เป็นผู้ติดตามของศิษย์สายใน และได้ย้ายเข้าไปอยู่ในเขตสายใน สำหรับศิษย์สายนอกแล้ว ถือเป็นโอกาสทองที่หาได้ยากยิ่ง
ได้ทั้งทรัพยากรการฝึกฝนที่มากขึ้น และได้ทั้งคนคุ้มกะลาหัว
เพราะการจะไต่เต้าจากสายนอกเข้าสู่สายในด้วยวิธีปกตินั้น ยากเย็นแสนเข็ญ
มีเพียงสิบอันดับแรกของการประลองศิษย์สายนอกเท่านั้น ที่จะได้รับยาสร้างรากฐาน
แต่การประลองศิษย์สายนอกจัดขึ้นทุกๆ ห้าปี นั่นหมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละปีมีศิษย์เพียงสองคนเท่านั้นที่ได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายใน
ทำให้อัตราการเข้าสู่สายในของคนธรรมดา ยากพอกับการปีนขึ้นสวรรค์
แต่การเป็นผู้ติดตาม เปรียบเสมือนทางลัดขึ้นสวรรค์
ต่างจากศิษย์สายนอกที่ไร้หนทาง ศิษย์สายในสามารถใช้แต้มผลงานแลกยาสร้างรากฐานได้
ยาสร้างรากฐานนั้นล้ำค่าและหายากมาก ศิษย์สายในคนหนึ่งตลอดชีวิตจะแลกได้เพียงสามเม็ด
แม้ว่าแต่ละเม็ดจะต้องใช้แต้มผลงานจำนวนมหาศาล แต่สิทธิ์ในการแลกยาสร้างรากฐานนั้นเป็นที่ต้องการเสมอ
ศิษย์สายในส่วนใหญ่มักมีรากปราณคู่ พวกเขามักจะใช้ยาสร้างรากฐานเพียงหนึ่งหรือสองเม็ดก็ทะลวงผ่านได้แล้ว
สิทธิ์การแลกยาที่เหลือ พวกเขาถ้าไม่ขายต่อ ก็จะมอบเป็นรางวัลให้แก่ผู้ติดตามที่ซื่อสัตย์
นี่คือสาเหตุที่ศิษย์สายนอกแย่งกันหัวร้างข้างแตก เพื่อให้ได้รับเลือกเป็นผู้ติดตาม
สิ่งที่พวกเขาต้องการ มีเพียงเศษเสี้ยวโอกาสแห่งการสร้างรากฐานนั้น
เมื่อสร้างรากฐานสำเร็จ ผู้ติดตามเหล่านี้ก็จะหลุดพ้นจากสถานะคนรับใช้ กลายเป็นศิษย์สายในเต็มตัว
แต่คำว่า "ผู้ติดตาม" พูดให้สวยหรูไปอย่างนั้น เนื้อแท้มันก็คือความสัมพันธ์แบบนายบ่าว พูดให้ฟังดูแย่หน่อย ก็แทบไม่ต่างอะไรกับทาสในโลกมนุษย์
ผู้ติดตามต้องฟังคำสั่งของศิษย์สายใน ส่วนศิษย์สายในก็จะมอบทรัพยากรและให้ความคุ้มครอง
แม้ผู้ติดตามจะมีศิษย์สายในเป็นแบ็คอัพ แต่สิ่งที่แลกไปคืออิสรภาพที่ต้องตกอยู่ในกำมือคนอื่น
ร้ายแรงที่สุด หากผู้ติดตามทำความผิดมหันต์ อาจถูกศิษย์สายในสังหารทิ้งได้โดยไม่มีความผิด
แต่โดยปกติแล้ว ศิษย์สายในก็จะไม่ฆ่าผู้ติดตามของตนพร่ำเพรื่อ
เพราะศิษย์สายในหนึ่งคนเลือกผู้ติดตามได้แค่สองคน เลือกแล้วเปลี่ยนไม่ได้ ตายแล้วก็หาใหม่มาแทนไม่ได้ ผู้ติดตามที่มีความสามารถจึงเป็นกำลังสำคัญของศิษย์สายใน
ดังนั้นศิษย์สายในจึงพิถีพิถันในการเลือกผู้ติดตามเป็นอย่างมาก
ผู้ติดตามจะถูกแบ่งประเภทง่ายๆ เป็นสองสาย คือสายต่อสู้และสายสนับสนุน
สายต่อสู้จะเป็นที่ต้องการมากกว่า แต่สายสนับสนุนก็ขาดไม่ได้ ปกติแล้วศิษย์สายในจะเลือกอย่างละหนึ่งคน
แต่ก็มีบางคนที่เลือกสายต่อสู้ทั้งคู่ หรือสายสนับสนุนทั้งคู่
สวีชุนเหนียงไม่ได้สนใจจะเป็นผู้ติดตามของใคร ในมุมมองของนาง การขายอิสรภาพก็ไม่ต่างอะไรกับการขายวิญญาณ
นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่เส้นทางสายเซียน นางก็เข้มแข็งขึ้นทุกวัน สวีชุนเหนียงมั่นใจว่า ต่อให้ไม่เป็นผู้ติดตามใคร สักวันนางก็จะก้าวเข้าสู่สายในได้ด้วยพลังของตนเอง
พอนึกได้ว่าเดี๋ยวจะได้เจอเว่ยต้าอู่ นางก็รู้สึกดีใจและคาดหวังเล็กน้อย
เว่ยต้าอู่เป็นคนรู้จักเพียงคนเดียวของนางในสำนักนี้ ไม่รู้ว่าสามปีผ่านไป ระดับพลังของเขาจะก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว
สวีชุนเหนียงไม่สนใจ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่สนใจ
ในสายตาของศิษย์ใหม่พวกนี้ ความหวังที่จะได้ยาสร้างรากฐานจากการเป็นศิษย์สายนอกนั้นริบหรี่เกินไป สู้ไปติดตามศิษย์สายในยังดูมีอนาคตกว่า
ทุกคนต่างพากันลับหมัดเตรียมพร้อม หวังจะโชว์ฟอร์มให้เข้าตาเหล่าอัจฉริยะจากสายใน
"ข้าได้ข่าวว่าศิษย์สายในรุ่นเดียวกับเราจะมาดูการประลองวันนี้ด้วย เพื่อคัดเลือกผู้ติดตามที่เก่งที่สุด วันนี้ข้าต้องแสดงฝีมือให้เต็มที่ จะได้ถูกเลือกเข้าสายใน"
"เฮ้อ อยากจะถูกศิษย์พี่สายในพวกนั้นเลือกมันยากจะตายไป รุ่นเรามีศิษย์สายในแค่ร้อยกว่าคน เต็มที่ก็รับผู้ติดตามได้แค่สองร้อยกว่าคน แต่พวกเราศิษย์สายนอกมีตั้งสามพันคน"
"เจ้าก็จงพอใจเถอะ!"
คนข้างๆ พูดแทรกขึ้นมา "การประลองศิษย์สายนอกจัดทุกปีมีคนแข่งอย่างน้อยห้าพันคน แต่คัดแค่สิบคน เทียบกันแล้วแบบนี้ง่ายกว่าตั้งเยอะ"
"ก็จริง ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ ไม่งั้นชาตินี้คงต้องติดแหง็กอยู่ที่สายนอกไปจนตาย"
"การประลองยุทธ์จะเริ่มแล้ว ทำไมพวกศิษย์พี่สายในยังไม่มาอีกนะ"
ทันใดนั้น ศิษย์คนหนึ่งก็ชี้ไปทางด้านข้างด้วยความตื่นเต้น "ดูนั่นสิ ศิษย์พี่สายในมากันแล้ว!"
ศิษย์สายในสวมชุดคลุมสีขาวที่แตกต่างจากศิษย์สายนอก ทุกคนจึงจำได้ทันที
สีหน้าของพวกเขาแฝงไว้ด้วยความหยิ่งทระนงจางๆ ชุดขาวสะอาดตาตัดกับฝูงชนนับพันในชุดสีเขียวของศิษย์สายนอกอย่างชัดเจน
เมื่อเห็นศิษย์สายในมากันครบแล้ว ผู้ดูแลมู่ที่นั่งหลับตาพักสายตาอยู่บนประธานพิธีก็ลืมตาขึ้น แล้วสั่งการเรียบๆ "เริ่มได้"
กฎการประลองยุทธ์ถูกกำหนดไว้แล้ว โดยจะแบ่งรอบตามผลคะแนนสอบข้อเขียน ศิษย์ที่ได้คะแนนระดับ "ยอดเยี่ยม" ทั้งสองวิชาจะได้รับสิทธิ์ประลองก่อน
ในบรรดาศิษย์สายนอกสามพันคน มีผู้ที่ได้คะแนนระดับยอดเยี่ยมทั้งสองวิชาอยู่สี่ร้อยคน พวกเขาจะต้องประลองสามรอบ ผู้ชนะได้ไปต่อ ผู้แพ้ตกรอบทันที
สุดท้ายจากสี่ร้อยคน จะเหลือเพียงห้าสิบคน
ตามสถิติที่ผ่านมา ห้าสิบคนนี้มักจะถูกศิษย์สายในเลือกตัวไปจนหมด
แม้แต่คนที่ตกรอบไปแต่อยู่ในร้อยอันดับแรก ก็ยังมีโอกาสถูกเลือกไม่น้อย
เพราะผลการเรียนระดับยอดเยี่ยมทั้งสองวิชา ก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถอย่างหนึ่ง
สวีชุนเหนียงในฐานะผู้เข้าสอบรอบแรก ขึ้นไปจับฉลากได้หมายเลขสามร้อยยี่สิบเจ็ด
สนามสอบแบ่งเป็นสิบเวที สามารถรองรับคู่ประลองได้พร้อมกันยี่สิบคู่ ดูจากความเร็วแล้ว คงต้องรออีกพักใหญ่กว่าจะถึงตานาง
สวีชุนเหนียงมองไปทางกลุ่มศิษย์สายใน พยายามมองหาเว่ยต้าอู่
ประจวบเหมาะที่ฝ่ายนั้นก็กำลังมองหานางอยู่พอดี สายตาทั้งสองคู่ประสานกัน
เว่ยต้าอู่ยิ้มบางๆ แล้วทำท่าทางให้กำลังใจ สวีชุนเหนียงฉีกยิ้มกว้าง พยักหน้าตอบรับอย่างหนักแน่น
ถึงนางจะไม่ได้อยากเป็นผู้ติดตาม แต่เรื่องการประลอง นางก็ไม่มีทางออมมือให้ใครแน่นอน
[จบแล้ว]