- หน้าแรก
- สุดยอดชาวนาแห่งสามก๊ก
- 322 - โรงงานที่ทำงานที่มีสวัสดิการยอดเยี่ยม
322 - โรงงานที่ทำงานที่มีสวัสดิการยอดเยี่ยม
322 - โรงงานที่ทำงานที่มีสวัสดิการยอดเยี่ยม
322 - โรงงานที่ทำงานที่มีสวัสดิการยอดเยี่ยม
จ้าวควงไม่ได้สนใจสายตากินคนของพี่ใหญ่ตนเอง เขาเพียงจ้องไปยังไซต์ก่อสร้างตรงหน้าแล้วกล่าวว่า “ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก!”
เหลือเชื่อบ้าอะไร!
ไอ้พวกบ้านนอกหัวทึบทั้งนั้น
ในฐานะพี่ใหญ่ตัวจริงของพวกบ้านนอกหัวทึบ เจ้าบ้านนอกเฟิงขยับหมวกนิรภัยบนศีรษะของตนอย่างภาคภูมิใจกับปฏิกิริยาของทุกคน
น่าตกตะลึงดีนี่!
ไม่ตกตะลึง ข้าจะเอาหน้าไปพูดกับเจ้าเฒ่าจูเก๋อได้อย่างไร? จะเขียนงบประมาณงานก่อสร้างได้อย่างไร?
คิดถึงตรงนี้ เจ้าบ้านนอกเฟิงก็รู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา สวรรค์เอ๋ย หลังจากทำเรื่องไร้สาระมานาน ในที่สุดก็ได้ทำงานที่ตรงกับสายวิชาที่เรียนมาบ้างแล้ว
การประเมินงบประมาณวิศวกรรมโยธา จะเขียนอย่างไรก็ได้ตามใจ!
อยากได้เงินเท่าไหร่ก็เขียนเข้าไปเท่านั้น!
เสาคอนกรีตธรรมดาๆ ยาวไม่ถึงสิบเมตร ถ้าไม่ตีราคาต้นทุนสักแปดหมื่นถึงหนึ่งแสน อย่างนั้นจะเรียกการกินงบประมาณได้อย่างไร?
แน่นอนว่าคราวนี้งานของเจ้าบ้านนอกเฟิงไม่มีเสาคอนกรีตเลย มีแต่เศษคอนกรีตเท่านั้น
และเขาเองก็ไม่เคยคิดจะไปขอเงินจากท่านอัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์ฮั่นอยู่แล้ว แต่ถ้าจะขอเป็นเสบียงบ้างก็น่าจะพอไหวกระมัง?
ปีนี้แถบสูจงเก็บเกี่ยวอุดมสมบูรณ์ ข้าจะไม่รู้เชียวหรือ?
โดยเฉพาะเรื่องคน แค่นี้จะไม่ให้บ้างเลยหรือ?
ไม่ต้องมากนัก ห้าร้อยคนก็พอแล้ว
ตรงกับจำนวนเชลยศึกชาวเผ่าป่าที่ถูกแย่งไปเมื่อปีก่อนพอดี ยังไม่รวมดอกเบี้ยที่ติดไว้เสียอีก
จะเห็นได้ว่าไอ้บ้านนอกหัวทึบคนนี้ยังคงแค้นฝังใจอยู่มาก
แม้เวลาจะผ่านมานาน และแม้เขาจะหาวิธีต่างๆ จนได้คนมาช่วยจำนวนไม่น้อย แต่ในใจเขายังจำได้ดีว่าเจ้าเฒ่าจูเก๋อเคยแย่งคนห้าร้อยไปจากมือของเขา
“มิน่าล่ะ พี่ใหญ่ถึงชอบบ่นว่าถนนเดินยาก เดินลำบาก ที่แท้ในสายตาพี่ ถนนแบบนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าดี นี่คงเทียบได้กับถนนใหญ่ในจิ่งเฉิงแล้วกระมัง?”
หลีชิวกระทืบเท้าลงบนพื้นถนนดินพลางกล่าวอย่างทึ่ง “พี่ใหญ่บอกว่าจะสร้างถนน แบบนี้นี่เองหรือ?”
“ถนนใหญ่ในจิ่งเฉิงยังไม่แน่ใจว่าจะเรียบขนาดนี้เสียด้วยซ้ำ ข้าจะปูถนนในโรงงานของเราให้เป็นแบบนี้ทั้งหมดเลยหรือ?”
แม้ถนนจะยังไม่แข็งพอให้ใช้สัญจร แต่เพียงจินตนาการก็รู้แล้วว่าเมื่อเสร็จสมบูรณ์ ถนนนี้จะเรียบและสวยงามเพียงใด
“นี่นับว่าอะไร?” เฟิงหยงตอบอย่างไม่ใส่ใจ “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้าใช้ได้ผลจริงล่ะก็ ต่อไปตั้งแต่หนานเซียงไปจนถึงหนานเจิ้ง ถนนหลวงทั้งหมดจะปูเป็นแบบนี้ทั้งสิ้น”
คราวนี้ปูถนน เขาเพียงทดลองในบริเวณโรงงานทอผ้าก่อน เพราะต้องคำนวณปริมาณดินและจำนวนแรงงานให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้ใส่งบประมาณบวกลม(555)เข้าไปได้
“แล้วต้องเสียเงินเสียเสบียงเท่าไหร่กันล่ะ?”
ทุกคนต่างร้องออกมาพร้อมกันอย่างตกใจ
“เสียเท่าไหร่ก็ถือว่าคุ้มค่า”
เฟิงหยงกวาดสายตามองทุกคน แต่ในใจเขารู้ดีว่าจริงๆ แล้วไม่เสียมากเลย
แรงงานไม่ต้องจ่าย คอนกรีตผลิตเอง ที่เสียก็มีเพียงเสบียงเล็กน้อย
แต่คนงานหลายพันคนของเขา วันไหนไม่ต้องกินหรืออย่างไร? ทำอะไรไม่ต้องกินหรืออย่างไร? ถ้าไม่ทำงานนี้ จะไม่ต้องกินแล้วกระนั้นหรือ?
ในยุคหลัง นายหน้ารับเหมาก่อสร้างร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็ยังตะโกนว่าลำบาก พอสิ้นปีก็หายตัว หนีไม่จ่ายค่าแรง แต่คนทั้งแผ่นดินมีใครบ้างที่ไม่รู้ว่าพวกนั้นรวยล้นฟ้า?
“คอนกรีตนี่เป็นสิ่งใหม่ ไม่มีใครรู้วิธีใช้ เราลองทำเพื่อราชสำนักบ้าง ไม่ใช่ว่าท่านอัครอัครมหาเสนาบดีควรสนับสนุนหรือ?”
เจ้าบ้านนอกเฟิงกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบาน “เรื่องจะเสียเสบียงเท่าไหร่นั้น เป็นหน้าที่ท่านอัครอัครมหาเสนาบดีต้องกังวล”
เขาตัดสินใจไว้แล้ว ถ้าเจ้าเฒ่าจูเก๋อไม่ให้เสบียง ไม่ให้แรงงาน ก็ไม่เป็นไร
อย่างมากก็แค่สร้างไปทีละน้อย ค่อยๆ ทำ สักวันก็ต้องเสร็จ
แต่ถ้าเจ้าเฒ่าจูเก๋อใจป้ำหน่อย อย่างนั้นก็ดีสำหรับทุกฝ่าย
เขาจะช่วยทดสอบให้ พร้อมจัดการข้อมูลทั้งหมดให้เรียบร้อยไม่มีขาดตก
อีกทั้งเมื่อมีประสบการณ์แล้ว ไม่ว่าจะใช้ตอนปราบหนานจง หรือจะซ่อมแซมเส้นทางระหว่างจิ่งเฉิงถึงฮั่นจง ก็จะได้ไม่ต้องมืดแปดด้านอีก
แม้เฟิงหยงจะมีคนอยู่หลายพัน แต่เมื่อแบ่งไปที่ลานปศุสัตว์ โรงงานทอผ้า โรงงานปูนขาว โรงงานปูนปลาสเตอร์ และเหมืองถ่านหิน ก็แทบไม่เหลือแล้ว
ปัญหาคนไม่พอทำให้โรงงานปูนขาว ปูนปลาสเตอร์ และเหมืองถ่านหินอยู่ในสภาพครึ่งตายครึ่งเป็นมาตลอด
เพื่อให้เชลยศึกชาวเผ่าป่าที่จับมาอยู่ร่วมด้วยโดยไม่ก่อปัญหา เฟิงหยงต้องฝืนใจทำสิ่งที่ขัดกับมโนธรรมอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ คือจับหัวหน้าเผ่า ผู้นำ และผู้อาวุโสของพวกนั้นไปซ่อนตัวเป็นพักๆ
เพราะเมื่อพวกเขามาอยู่ที่นี่ สูญเสียทั้งอิสรภาพและอำนาจ ชีวิตย่อมตกต่ำลง ทำให้เป็นปัจจัยแห่งความไม่สงบ
ขจัดปัจจัยเหล่านี้ออกไปเป็นเรื่องจำเป็น
ส่วนคนเลี้ยงแกะและคนจนในเผ่า เดิมทีก็ไม่มีอิสรภาพอยู่แล้ว และในอดีตก็อดมื้อกินมื้อ พอมาอยู่ที่นี่ แม้ต้องทำงานหนักทุกวัน แต่กินอิ่ม นุ่งห่มอบอุ่น ชีวิตดีขึ้นมาก จึงง่ายที่จะทำให้พวกเขายอมรับ
เพื่อให้คนเหล่านี้ทำงานอย่างสบายใจ เฟิงหยงนอกจากจะสร้างตัวอย่างคนต้นแบบให้เห็นแล้ว ยังให้คำมั่นว่า ถ้าขยันทำงานห้าปี ก็จะปล่อยให้เป็นอิสระโดยไม่มีเงื่อนไข
วิธีประนีประนอมนี้ได้ผล
อย่างน้อยพวกที่เข้ามาสวามิภักดิ์ก่อนสุดก็เริ่มมีคนขอขึ้นทะเบียนเป็นราษฎรแล้ว แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังพยายามกลมกลืนเข้ากับสังคมชาวฮั่น
ส่วนคำมั่นเรื่องอิสรภาพหลังครบห้าปีของเชลยศึกนั้นก็เป็นแค่คำพูดให้ดูดี เพราะความจริงแล้วต่อให้เป็นอิสระพวกเขาก็ไม่มีที่ไปอยู่ดี
เมื่อคนผู้หนึ่งทำงานในบริษัทที่มีสวัสดิการยอดเยี่ยมห้าปี จะไปไหนได้? จะกลับแผ่นดินเผ่าก็ไม่มีวัวไม่มีแกะ กลับไปก็เป็นเพียงทาสเลี้ยงแกะ ถูกอด ถูกหนาวอีกเช่นเดิม
เฟิงหยงไม่เชื่อหรอกว่าหลังจากได้อยู่กินดีมาห้าปีแล้ว พวกเขาจะยอมกลับไปใช้ชีวิตแบบนั้นอีก
ถ้าจริงๆ มีคนอยากกลับไป เขาก็จะจัดการให้หายสาบสูญเหมือนหัวหน้าเผ่าพวกนั้น
เพราะคนที่ทนทุกข์ได้ถึงเพียงนี้ ส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นคนที่มีศักยภาพ ถ้าไม่กำจัดไว้ตั้งแต่ต้น วันหนึ่งอาจจะกลายเป็นผู้นำที่สร้างปัญหาให้ภาคกลาง
ดังนั้นเมื่อครบห้าปี เจ้าบ้านนอกเฟิงก็คิดว่าจะเจรจากับพวกที่ตั้งใจทำงานดี ให้เปลี่ยนสถานะเป็นลูกจ้างแทน
ช่างฝีมือดีใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ จะให้ค่าแรงบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่
และเมื่อมีตัวอย่างของพวกที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นราษฎรและได้ใช้ชีวิตดีๆ อยู่ตรงหน้า เฟิงหยงมั่นใจว่าพวกเขาจะไม่ปฏิเสธ
ถ้าไม่ทำให้พวกเขาเห็นความหวัง ลดแรงต่อต้าน ก็ต้องเพิ่มจำนวนคนเฝ้าดู ซึ่งเขาไม่มีคนพอทำเช่นนั้นอยู่แล้ว
……………