- หน้าแรก
- สุดยอดชาวนาแห่งสามก๊ก
- 284 -พี่น้องตระกูลหลี่
284 -พี่น้องตระกูลหลี่
284 -พี่น้องตระกูลหลี่
284 -พี่น้องตระกูลหลี่
รวบมวยผมสูงประดับด้วยปิ่นทรง “วังสวรรค์” เสียบกิ่งหอมทองคำ กลีบไม้หอมแกว่งเบาๆ ต่างหูงามงดดุจพระจันทร์สว่างไสวแห่งเจียงหนาน ในกระจกทองแดงนั้น เงาสตรีผู้เลอโฉมขยับเบาๆ ดังเสียงเครื่องประดับกระทบกันกังวานไพเราะ แม้ไม่ใช่เสียงดนตรีสวรรค์ แต่ก็ทำให้คนใจลอย
เมื่อหลี่มู่ได้รับคำตอบจากเฟิงหยง เช้าวันถัดมา หลังจากชำระกายเรียบร้อย นางก็นั่งอยู่หน้าตั่งเครื่องแป้ง บรรจงแต่งหน้าอย่างพิถีพิถัน
หลี่ลิ่วหลางเดินเข้ามาเงียบๆ ยืนมองพี่สาวอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพี่ ชายที่ชื่อเฟิงหยงนั้น ก็ไม่ได้สูงส่งอันใด ตระกูลหลี่ของพวกเรา อย่างไรก็ถือว่าเป็นตระกูลใหญ่”
“ท่านพี่เองก็เป็นสตรีที่ดีที่สุดของตระกูลหลี่ เหตุใดจึงต้องลดตัวเองถึงเพียงนี้ด้วย?”
สตรีในกระจกยิ้มสงบ ราวกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง ทำให้ห้องทั้งห้องสว่างไสวขึ้นมาทันที จนแสบตา
หลี่มู่ยังคงใช้หวีสางผม ไม่ได้หันหน้ามา เพียงเอ่ยเสียงหวานลึก “แล้วเจ้าคิดว่าข้าควรทำอย่างไร?”
เสียงนุ่มละมุน ดึงดูดหัวใจผู้ฟัง
“อย่างไรก็ดี ตอนนี้เหลียวหลี่ถูกเนรเทศไปยังเหวินซานแล้ว ท่านพี่ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานอีก และดูจากท่าทีของเฟิงหยง เขาก็ระแวดระวังต่อท่านพี่อยู่ไม่น้อย ท่านพี่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้เขา กลับไปกราบเรียนท่านปู่ แล้วรีบกลับจิ่งเฉิงจะดีกว่า”
เมื่อได้ฟังคำพูดนี้ หลี่มู่วางหวีลง ลุกขึ้นยืน หันหน้ามาหาน้องชายด้วยรอยยิ้มบาง
หลี่ลิ่วหลางเห็นรอยยิ้มนี้ ใจยิ่งปลาบปลื้ม กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ไม่ทันไร รอยยิ้มบนใบหน้าหลี่มู่ก็หายไปในพริบตา ก่อนฝ่ามือเรียวจะฟาดลงบนแก้มน้องชายอย่างแรง
เพียงได้ยินเสียง “เพียะ!” ดังสนั่น หลี่ลิ่วหลางที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าแดงก่ำและบวมขึ้นทันตา
“ท่านพี่!”
เขายกมือปิดแก้ม ไม่กล้าสบตาพี่สาว “เหตุใดถึงตบข้า?”
“เหตุผลที่ข้าตบเจ้า เจ้าไม่รู้จริงๆ หรือ?”
หลี่มู่เอ่ยเสียงเย็นชา “ครั้งก่อนที่เจ้าตั้งใจหาเรื่องกับตระกูลเหลียว ข้าทำเป็นไม่รู้ เพราะข้าถูกบังคับให้แต่งเข้าตระกูลเหลียวโดยคนในสายใหญ่”
พูดถึงตรงนี้ หลี่มู่แค่นหัวเราะเย็น “สายใหญ่นั้นก็ล้วนเป็นคนสายตาสั้น คิดแต่ผลประโยชน์ ไม่คู่ควรแก่การวางแผนร่วม ข้าจึงอาศัยโอกาสนั้น ทำทีเป็นโวยวาย”
“ลองคิดดูสิ อัครมหาเสนาบดีผู้นั้น ได้รับพระคุณจากหลิวเป่ยมากเพียงใด แต่เหลียวหลี่กลับกล้าฆ่าคนต่อหน้าโลงศพหลิวเป่ย อัครมหาเสนาบดีจะยอมปล่อยไปง่ายๆ หรือ? เพียงแต่ตอนนั้นสถานการณ์ยังไม่มั่นคง เขาจึงต้องยอมสงบศึกไว้ก่อนเท่านั้น”
“น่าขันนักที่เหลียวหลี่กลับไม่รู้จักหุบปาก แถมยังลำพองยิ่งกว่าเดิม อัครมหาเสนาบดีกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ เมื่อสถานการณ์ในราชสำนักมั่นคง ก็ย่อมหาคนมาเป็นตัวอย่างเพื่อสร้างบารมีตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี แล้วเหลียวหลี่ก็รีบยื่นหัวให้เอง”
“ที่เขาเพียงถูกเนรเทศ ไม่ถูกตัดหัว คงเพราะอัครมหาเสนาบดีมองเห็นว่าเขาเป็นคนเก่าจากจิงโจว ตระกูลเหลียวเช่นนั้น จะคู่ควรให้ข้าแต่งเข้าไปเช่นนั้นหรือ?”
“คราวก่อนที่เจ้าทำเรื่องแล้วข้าช่วยกลบเกลื่อนให้ แต่ครั้งนี้ เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เจ้าทำอีกเช่นนั้นหรือ?”
สายตาหลี่ลิ่วหลางหลบเลี่ยง “ท่านพี่พูดอะไร ข้า... ข้าไม่เข้าใจนัก”
หลี่มู่เดินไปข้างหน้าโดยไม่มองเขา “ไม่ว่าผู้ใดจะฟังเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน เฟิงหยงในสายตาของอัครมหาเสนาบดี มิใช่คนธรรมดาอย่างเหลียวหลี่ หากเจ้าไม่เชื่อ ก็ลองทำดู แล้วคอยดูว่าคราวนี้ข้าจะช่วยเจ้าได้อีกหรือไม่”
“ท่านพี่ ข้ารู้แล้วว่าทำผิดไป”
หลี่ลิ่วหลางมองแผ่นหลังอันงดงามของพี่สาว สายตาเต็มไปด้วยแววซับซ้อน แต่ไม่กล้าให้พี่สาวสังเกตเห็น จึงรีบก้มหน้ารับผิด
“รู้แล้วก็ดี”
หลี่มู่เดินไปที่ประตู หันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง “ยืนทำไมอยู่ตรงนั้น? รีบไปเตรียมรถสิ”
รถลากหลังคาสีเขียวค่อยๆ เคลื่อนมาหยุดหน้าจวนที่เฟิงหยงพำนัก กวนจี้กำลังยืนอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นสตรีงามหยดย้อยก้าวลงจากรถ เสียงเครื่องประดับกระทบกันกังวาน หัวปิ่นบนศีรษะสั่นไหวเบาๆ งามล้ำจนหาที่เปรียบมิได้
“บุตรีตระกูลหลี่ นามมู่ มาขอคารวะท่านเฟิง”
สตรีผู้เลอโฉมก้าวไปตรงหน้าเฟิงหยง ก้มกายทำความเคารพ ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับเอื้อนเอ่ย น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล
กวนจี้แม้มองไม่เห็นสีหน้าของเฟิงหยงที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่ตั้งแต่ลมหายใจที่นางเห็นสตรีผู้นั้นก้าวลงจากรถ ความรู้สึกอันตรายก็ถาโถมเข้ามาทันที
สตรีผู้นี้ มีเสน่ห์ดึงดูดบุรุษนัก
บุรุษทั้งหลายในโลกนี้ มักหลงใหลสตรีตระกูลใหญ่ ก็ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผลเลย
“แม่นางหลี่ ไม่ต้องมากพิธีนัก ข้ารออยู่หลายเพลาแล้ว”
เฟิงหยงตอบคำนับกลับ
ชาติที่แล้วเขาติดตามเจ้านายหญิงเข้าออกสถานที่หรูหรามากมาย เห็นสตรีงดงามมานับไม่ถ้วน แต่สตรีตรงหน้านี้ กลับยังทำให้เขารู้สึกตื่นตะลึง
นางผู้นี้ แม้จะไม่อาจเทียบความงามที่เลิศล้ำของกวนจี้ แต่กลับรู้จักใช้จุดเด่นของตนได้อย่างชาญฉลาด และขับเน้นข้อเด่นเหล่านั้นให้ถึงที่สุด
แม้จะดูสง่างาม แต่ในทีท่านั้นกลับแฝงด้วยเสน่ห์เย้ายวนอันร้ายกาจ
คราวก่อนที่แต่งกายเรียบง่าย ยังดูธรรมดา แต่ครานี้เมื่อบรรจงแต่งองค์ทรงเครื่องแล้ว กลับยิ่งชวนให้ใจคนหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
“นี่คืออาตี้(น้องชาย)ของข้า ลำดับหกของตระกูล นามถง ชื่อรองอวี้เฉิง อาตี้ เจ้ายังไม่รีบคารวะท่านเฟิงเล่า?”
“หลี่ถงคารวะท่านเฟิง”
หลี่ลิ่วหลางเมื่อได้ยินคำของหลี่มู่ ก็รีบก้าวมาโค้งคำนับอย่างว่าง่าย ไม่มีทีท่าต่อต้านเหมือนครั้งแรกที่พบ
“คารวะหลี่หลางจวิน”
สิ่งที่ทำให้เฟิงหยงรู้สึกประหลาดใจก็คือ ด้านหนึ่งของใบหน้าหลี่ถงนั้นยังมีรอยแดงบวมชัดเจน ดูก็รู้ว่าเพิ่งถูกคนตบมา ยังไม่ทันยุบลง ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใด
ดูท่าเจ้าหลี่ถงเองก็รู้ว่ารอยบนใบหน้าไม่น่ามองนัก จึงพยายามเบือนหน้าอีกด้านไว้ไม่ให้เฟิงหยงเห็น และระหว่างที่หลี่มู่ไม่ทันสังเกต เขายังเหลือบตามองเฟิงหยงอย่างดุดันอีกหลายครั้ง
อืม… นี่สิถึงจะเป็นท่าทีจริงๆ ของครั้งแรกที่เจอกัน
แต่แปลกนัก ข้าไม่ได้เป็นคนตบเจ้าเสียหน่อย เจ้ามองข้าราวกับเป็นศัตรูไปได้อย่างไร?
เฟิงหยงย่อมไม่คิดจะกลัวสายตาเอาเรื่องของเด็กเหลือขอที่ตามพี่สาวมาเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น แม้เขาจะไม่รู้ว่าตระกูลสาขาที่หกของตระกูลหลี่ถูกอัครมหาเสนาบดีคุมเอาไว้ด้วยวิธีใด แต่แค่รู้ว่าพวกเขาตกอยู่ใต้อุ้งมือของอัครมหาเสนาบดีแล้ว นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา
ดูท่าเจ้าเด็กนี่ ยังไม่ยอมรับความจริงในสถานะของตน
สำหรับเด็กเหลือขอที่ยังไม่รู้จักโต เฟิงหยงย่อมไม่คิดจะถือสา
เขามีแต่วิธีเดียว… นั่นคือสั่งสอน
เจ้าบ้านนอกเฟิงจึงยิ้มให้หลี่ถง “เจ้าไม่พอใจข้าอยู่หรือไม่?”
คำพูดนี้ทำให้หลี่มู่หันขวับมามองน้องชาย แววตาแฝงแววเตือน
หลี่ถงรีบส่ายหน้า ปั้นยิ้มประจบ “ข้าจะบังอาจไม่พอใจท่านเฟิงได้อย่างไร”
“ไม่บังอาจไม่พอใจ แสดงว่าลึกๆ แล้วยังไม่พอใจอยู่นั่นเอง”
เฟิงหยงยกมือขึ้นตบเบาๆ ที่แก้มของหลี่ถง ก่อนจะ “เพียะ!” ฟาดไปอีกฝั่งหนึ่งที่ยังไม่มีรอยแดง
หลี่ถงถูกตบจนถอยไปสองก้าว เผลอยกมือขึ้นกุมแก้มโดยไม่รู้ตัว ใจยังมึนงงอยู่ครู่หนึ่ง
แม้แต่หลี่มู่เองก็เผยสีหน้าตกตะลึง ปากอ้าค้างไปชั่วครู่
“เจ้ากล้าตบข้า?”
ดวงตาของหลี่ถงแดงก่ำ ตะลึงงันเอ่ยถามเสียงสั่น
เฟิงหยงยักไหล่ “เมื่อครู่ข้าเพิ่งตบเจ้าไปแล้วมิใช่หรือ?”
“ข้าจะสู้กับเจ้า!”
หลี่ถงคำรามต่ำ เตรียมจะพุ่งเข้าหา
แต่ยังไม่ทันได้ก้าวถึงตัว ก็มีขายาวพุ่งออกมาจากด้านข้างราวสายฟ้า เตะเข้าเต็มท้องของเขา จนร่างกระเด็นกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ ทำให้ไม่อาจลุกขึ้นได้ในชั่วขณะ
……………….