เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

261 - เลือกแม่หรือลูก

261 - เลือกแม่หรือลูก

261 - เลือกแม่หรือลูก


261 - เลือกแม่หรือลูก

บริเวณห้องคลอดนั้นตามธรรมเนียม ห้ามให้หญิงม่ายเข้ามาเหยียบย่าง ดังนั้นจางเซี่ยโหวและไทเฮาผู้เฒ่าจึงไม่อาจมาอยู่ตรงนี้ได้

หากเป็นการคลอดปกติ คงไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อการคลอดเต็มไปด้วยอันตราย ความระมัดระวังก็ย่อมต้องมากขึ้น ดังนั้นที่หน้าห้องคลอดจึงต้องมีคนที่สามารถคุมสถานการณ์ได้

หวังเยว่อิงแม้ไม่มีบุตร แต่ไม่ใช่หญิงม่าย ข้อห้ามจึงไม่เคร่งนัก และนางก็ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ มาตลอด

ส่วนจางเซี่ยโหวในฐานะแม่ผู้เคยผ่านเหตุการณ์นี้มาก่อน ย่อมรู้ดีว่าเมื่อเวลาล่วงไปเนิ่นนานปานนี้แล้ว แต่ลูกสาวยังคลอดไม่ออก นั่นหมายถึงโอกาสรอดมีเพียงน้อยนิด

ดังนั้นจึงไม่สนธรรมเนียมอีกต่อไป ผลักหวังเยว่อิงให้ออกมาแทนตนทันที

"แม่บุญธรรม...ฮองเฮา...ฮองเฮานาง..."

เมื่ออาเต๊าเห็นหวังเยว่อิงปรากฏตัว ก็เหมือนพบฟางเส้นสุดท้ายที่คอยพยุงชีวิต แต่กลับเอ่ยออกมาเป็นเพียงถ้อยคำขาดห้วง

"ฝ่าบาท โปรดทรงระงับพระทัยก่อน ให้ข้าน้อยเข้าไปดูสถานการณ์ก่อนเถิด"

"ขอบใจแม่บุญธรรม ขอบใจแม่บุญธรรม"

อาเต๊าในฐานะองค์เหนือหัวของแผ่นดิน บัดนี้กลับเต็มไปด้วยแววตาสำนึกขอบคุณ โค้งคำนับนางไม่หยุด

"ฝ่าบาท! ข้าน้อยไม่อาจรับพระมหากรุณาธิคุณเช่นนี้ได้เพคะ"

หวังเยว่อิงไม่กล้ารับคำนับ รีบเบี่ยงตัวหลบ เมื่อทำความเคารพตอบแล้วจึงก้าวเท้าเข้าไปในห้องคลอด

เพียงก้าวแรกยังไม่ทันได้มองเห็นสิ่งใด กลิ่นคาวเลือดที่หนาแน่นก็พุ่งเข้าใส่ทันที

แสงไฟภายในห้องสลัว หวังเยว่อิงสูดหายใจลึก ตั้งสติ แล้วมองไปยังเตียง นางเห็นเส้นผมของฮองเฮาเปียกโชกแนบกับหมอน และบนขอบเตียงตรงมือที่คว้าจับนั้นเต็มไปด้วยรอยเล็บข่วนลึกเป็นร่อง

เวลานี้จางซิงไฉ่เริ่มหมดสติแล้ว ปากก็พร่ำพึมพำ "ลูก...มารดาขอร้องเจ้า..."

หัวใจของหวังเยว่อิงถึงกับกระตุก นางไม่คิดว่าสถานการณ์จะเลวร้ายถึงเพียงนี้

ฮองเฮาในตอนนี้ ชัดเจนว่ากำลังหมดสิ้นเรี่ยวแรงและกำลังใจ

ทว่าหวังเยว่อิงก็ผ่านเรื่องใหญ่ในชีวิตมามาก นางรีบคว้าแขนหมอตำแย ลากไปยืนด้านข้างแล้วกดเสียงต่ำ "สถานการณ์ของฮองเฮา ตอนนี้เป็นอย่างไร บอกความจริงมาให้หมด"

หมอตำแยตัวสั่นเทิ้ม คุกเข่าลง "โปรดอภัยเพคะ ตอนนี้ยังพอประคับประคองได้ แต่หากลองอีกครั้งแล้วยังคลอดไม่ได้ ข้าน้อยก็จนปัญญาแล้วเพคะ..."

หัวใจของหวังเยว่อิงถึงกับจมดิ่ง

ระหว่างนั้น อาเต๊าที่รออยู่ด้านนอกด้วยความร้อนใจ เห็นนางกำนัลคนหนึ่งวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วแล้วหายไปในความมืด

ไม่นาน เห็นอู่ไทเฮา(ง่อซี)และจางเซี่ยโหวเดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน

"ท่านแม่ แม่ยาย เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่"

อาเต๊าที่จิตใจจดจ่ออยู่กับภายในห้องคลอด ไม่ทันได้ฉุกคิดว่าทำไมสองคนนี้ถึงโผล่มาในที่ต้องห้ามเช่นนี้

อู่ไทเฮาเพียงปลอบเบาๆ ให้เขาสงบลง ก่อนจะเดินตามจางเซี่ยโหวเข้าไปข้างใน

ครู่ใหญ่ต่อมา อู่ไทเฮาเดินออกมาพร้อมสีหน้าหนักอึ้ง

"ท่านแม่ เป็นอย่างไรบ้าง"

อาเต๊ารีบพุ่งเข้ามาถามเสียงสั่น

"ฝ่าบาท...ฮองเฮา...สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก"

น้ำเสียงของอู่ไทเฮาเต็มไปด้วยความลังเล "หาก...หากถึงที่สุดแล้ว ฝ่าบาทจะเลือก...มารดาหรือบุตร"

"เป็นไปไม่ได้...ไฉ่เหนียงของข้าไม่มีวันเป็นอะไร!"

อาเต๊าได้ยินคำนี้ ราวกับถูกฟ้าผ่าลงมากลางศีรษะ ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว ส่ายหน้าแรงๆ ไม่ยอมเชื่อความจริงที่ได้ยิน

ไม่รู้ว่าเพราะถึงยามคับขัน หรือเป็นเพราะเรี่ยวแรงสุดท้ายของชีวิต แต่จางซิงไฉ่ที่อยู่ในห้องคลอดกลับได้ยินคำพูดนั้น นางฝืนรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดของตนตะโกนออกมา

"ท่านแม่...ฝ่าบาท...ขอร้องล่ะ...ช่วยลูกของข้าน้อย...ต้องช่วยลูก...ช่วยลูกของข้าไว้ให้ได้!"

"ใช่...ต้องทำเช่นนั้น...เช่นนั้นถึงจะรอด"

ในขณะเดียวกัน เฟิงหยงที่อยู่ในทุ่งก็ใช้คราดทุบก้อนดินที่เกาะเป็นก้อนแข็งให้แตกออก แล้วกลบดินละเอียดลงบนร่องที่โรยเมล็ดโม่สู

"ต้องทุบก้อนดินให้แตกหมด หากดินทับเมล็ดแน่นเกินไป เมล็ดจะงอกไม่ได้"

"แล้วพอกลบเมล็ดแล้ว ห้ามเหยียบลงไปบนร่องที่หว่านเมล็ด หากเหยียบจนแน่น เมล็ดก็จะงอกยาก"

แม้จะห่างหายจากการทำไร่มานานกว่ายี่สิบปี แต่ในเมื่อเติบโตมาจากชนบท ขั้นตอนพื้นฐานเหล่านี้เขายังจำได้ดี

นี่คือการลงมือให้เห็นเป็นตัวอย่าง ... เหมือนที่ฮ่องเต้ทุกปีก็ต้องลงนาเช่นกัน ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักของการปลูก...เอ่อ...การปลูกโม่สู หากเขาไม่ลงมือเองแล้วจะให้คนอื่นเห็นถึงความสำคัญของงานนี้ได้อย่างไร

"ทั้งไถลึก ทั้งเกลี่ยดิน ทั้งโรยปุ๋ย ที่อื่นปลูกพืชผลยังไม่ประณีตถึงเพียงนี้เลย ท่านผู้ตรวจการผู้นี้ ช่างทุ่มเทแรงใจให้กับโม่สูนัก"

ฮั่วอี๋ในเวลานั้นกลับไม่แย่งซีนเฟิงหยง ยืนอยู่ข้างหลังอย่างรู้กาลเทศะ คอยมองดูเฟิงหยงสาธิต

เฟิงหยงโยนคราดให้เจ้าหน้าที่ฮั่นจงที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วส่ายหน้า กล่าวด้วยรอยยิ้ม "หากปลูกพืชผลอย่างนี้ รับรองว่าย่อมงอกงามกว่าที่อื่นแน่นอน พื้นดินนั้นซื่อตรงที่สุด เจ้าทุ่มแรงลงไปเท่าไร มันก็จะคืนให้เจ้าตามนั้น"

ฮั่วอี๋ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะลั่นแล้วชี้ไปที่เฟิงหยง "คำพูดนี้ของท่านผู้ช่วยตรวจการ ช่างตรงไปตรงมาเสียจริง"

"ทั้งตรงไปตรงมา และก็เป็นความจริงด้วย"

เฟิงหยงกับฮั่วอี๋เดินขึ้นไปยังคันนา พลางกล่าวต่อ "ดังนั้นข้ายังคงชอบเรื่องไร่นาเป็นที่สุด เจ้าให้ใจจริงกับมัน มันก็จะตอบแทนเจ้าด้วยใจจริงเช่นกัน"

ฮั่วอี๋ฟังแล้วครุ่นคิด มองเฟิงหยงแวบหนึ่ง ก่อนทอดสายตาออกไปยังทิวทัศน์ไกลโพ้น เอ่ยอย่างแฝงแววรำลึก "ครั้งเมื่อก่อน ฮ่องเต้ผู้ล่วงลับเริ่มต้นจากสามัญชน ก็เพราะทรงจริงใจกับผู้คน ยามเผชิญภัยพิบัติร้ายแรงที่สุด ก็ไม่มีผู้ใดทอดทิ้ง คำพูดนี้ของท่านเปรียบได้กับถ้อยวาจาอันล้ำค่า"

"ข้าเพียงพูดตามที่คิด มิอาจคู่ควรกับคำชมของท่านผู้ตรวจการ"

"มิใช่เช่นนั้น" ฮั่วอี๋ส่ายหน้า แล้วกล่าวต่อ "ไม่ว่าจะจ้าวเอ้อหลางหรือหลี่ต้าหลางล้วนเป็นคนมีความสามารถในยุคนี้ แต่ทุกคนกลับยอมรับว่าท่านคือผู้นำ"

"หากท่านไม่ได้ใช้ความจริงใจตอบแทนพวกเขา เรื่องเล่าดีๆ เช่นนี้จะมีได้อย่างไร"

"ท่านผู้ตรวจการยกยอเกินไปแล้ว"

ในใจเฟิงหยงคิดว่าหลี่อี๋นั้นพอจะเรียกได้ว่ามีความสามารถ แต่จ้าวควงนี่สิ...

พอนึกถึงจ้าวควง เฟิงหยงก็พลันนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง จึงเอ่ยว่า "เรื่องทุ่งหญ้าที่นี่ ก็ขอฝากไว้ให้ท่านผู้ตรวจการดูแล ข้าที่ออกมาครั้งนี้ นอกจากเรื่องโม่สูแล้ว ยังต้องไปที่เมืองจวี้สักครั้ง"

"ไปเมืองจวี้ทำอะไร?"

ฮั่วอี๋มีท่าทีสนใจถามขึ้น

"ในมือข้า มีผ้าขนแกะอยู่ชุดหนึ่ง ล้วนทำจากขนแกะคุณภาพต่ำที่สุด ลวดลายก็ไม่น่าดู แถมยังมีเส้นแข็งทิ่มออกมา แม้จะเย็บผ้าปอรองไว้ด้านใน แต่เวลาใส่ก็ยังระคายผิว มีข้อดีอย่างเดียวคือให้ความอบอุ่น"

เฟิงหยงกระแอมหนึ่ง "ข้าคิดว่าพวกชนเผ่าทางเหนือขาดแคลนเสื้อกันหนาว คงไม่เลือกมากนัก ข้าจึงอยากเอาผ้าขนแกะพวกนี้ไปเมืองจวี้เพื่อนำไปแลกของ"

ฮั่วอี๋เบิกตากว้างมองหนุ่มน้อยตรงหน้า เมื่อครู่นี้ยังพูดถึงความจริงใจอยู่แท้ๆ แค่หันหลังกลับ ก็คิดจะทำการค้าขี้โกงเสียแล้ว

นี่หัวใจเขาหายไปไหนหมดกัน

"ผ้าแบบนั้นจะเอาไปแลกอะไรได้หรือ"

"เฮอะ ท่านผู้ตรวจการอยู่ในวังมานาน ไม่รู้ถึงความทุกข์ของชนเผ่าพวกนั้นหรอก ของกันหนาวแบบนั้น พวกเขาถือเป็นของวิเศษแล้ว จะไปสนใจได้อย่างไรว่ามันดีหรือไม่ดี"

เฟิงหยงโบกมือพลางกล่าวต่อ "ข้าได้ยินทาสชนเผ่าที่อยู่กับข้าบอกว่า ผ้าแบบนี้ผืนหนึ่ง อย่างน้อยสามารถแลกแกะได้สองตัว ถึงแลกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยข้าต้องการเมล็ดพันธุ์โม่สูเพิ่ม หากพวกเขาเอาเมล็ดพันธุ์มาแลกก็ยังพอใช้ได้"

………….

จบบทที่ 261 - เลือกแม่หรือลูก

คัดลอกลิงก์แล้ว