- หน้าแรก
- สุดยอดชาวนาแห่งสามก๊ก
- 207 - วงการท่านช่างวุ่นวายจริง
207 - วงการท่านช่างวุ่นวายจริง
207 - วงการท่านช่างวุ่นวายจริง
207 - วงการท่านช่างวุ่นวายจริง
จะสามารถพูดออกมาตรงๆ ต่อหน้าผู้อื่นว่าตนเป็นลูกนอกสมรสได้นั้น คนๆ นั้นต้องเป็นพวกจิตใจมีปัญหา หรือไม่ก็จิตใจบิดเบี้ยว
ในสายตาของเฟิงหยง เหออู่หลางผู้นี้เป็นทั้งสองอย่างรวมกัน
เรื่องราวของเหออู่หลาง ต้องเริ่มเล่าย้อนกลับไปก่อนเขาเกิดสามปี
ในตอนนั้น ตระกูลเหอ สายสาม มีบุตรีสายตรงผู้หนึ่ง เป็นกุลสตรีที่เพียบพร้อมทั้งความรู้และมารยาท อ่อนโยนดุจหยก ขึ้นชื่ออยู่ในมู่ตระกูลขุนนางชั้นสูงในยุคนั้น เป็นที่หมายปองของบุตรชายตระกูลใหญ่ทั้งหลาย...คำนี้เป็นคำที่เหอหวางกล่าวออกมาด้วยแววตาลึกซึ้ง
ต่อมาเป็นบุตรชายสายตรงของตระกูลหลี่ สายใหญ่ ที่ชนะใจนางได้ และหมั้นหมายกับนางเป็นคนแรก
ทว่าบุตรชายผู้นั้นกลับไม่มีวาสนาได้ครองใจงาม ยังไม่ทันที่นางจะได้เข้าประตูเรือน ก็ตายเสียด้วยโรคภัย
ตามเหตุผลแล้ว บุตรีผู้นั้นสามารถเลือกตระกูลอื่นแต่งงานใหม่ได้ แต่บางทีเพราะชื่อเสียงของนางโด่งดังเกินไป หรือไม่ก็เพราะตระกูลเหออยากให้นามของสตรีในตระกูลยิ่งขจรขจาย จึงให้บุตรีคนนั้นอุ้มป้ายวิญญาณเข้าพิธีแต่งกับตระกูลหลี่ เพื่อแสดงถึงความซื่อสัตย์มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงของสตรีตระกูลเหอ
ในสายตาเฟิงหยง ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรแปลกนัก แม้กุลสตรีแห่งตระกูลใหญ่จะดูเหมือนมีเกียรติ แต่ในหลายครั้งก็เป็นเพียงสินค้าของตระกูล ถูกนำไปแลกเปลี่ยนเท่านั้น
ไม่เช่นนั้น เหตุใดตระกูลเหล่านั้นจึงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจแต่งเติมภาพลักษณ์ของนางเล่า? ก็เพราะหวังจะขายให้ได้ราคาดีมิใช่หรือ?
บุตรีสายตรงตระกูลเหอผู้นั้นก็นับว่าเป็นเหยื่อที่ถูกตกแต่งภาพลักษณ์ขึ้นมาเช่นกัน
ดังนั้น เรื่องถึงขั้นนี้ก็ยังไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่เรื่องใหญ่ที่แท้จริงเกิดขึ้นในอีกสามปีต่อมา หลังจากบุตรีผู้นั้นแต่งเข้าตระกูลหลี่ สายใหญ่ ได้เกิดข่าวลือขึ้นมาว่า นางตายอย่างกะทันหัน
ต้องเน้นว่าเป็น “ตายกะทันหัน” มิใช่ “ตายด้วยโรค”
ในยุคนี้ คำว่าตายกะทันหันไม่ใช่คำที่ดีนัก เพราะแฝงความหมายว่า “ตายไม่ดี”
พี่ชายแท้ๆ ของบุตรีผู้นั้น คือเหอเสิ่น ผู้เป็นหัวหน้าตระกูลเหอสายสามในปัจจุบัน แต่ในตอนนั้น เขายังเป็นเพียงบุตรชายสายตรงคนหนึ่งที่ไม่โดดเด่นในมู่ญาติพี่น้อง
เมื่อได้ยินข่าวร้ายของน้องสาว เขาก็ทั้งโศกเศร้าและโกรธเกรี้ยว เศร้าที่น้องต้องตาย โกรธกับคำว่าตายกะทันหัน ในฐานะพี่ชาย เขาจึงอาสาไปจัดการงานศพให้ตระกูลหลี่
พอไปถึงตระกูลหลี่ เขากลับได้รับคำอธิบายว่าน้องสาวพลัดตกน้ำเสียชีวิตโดยไม่ตั้งใจ
แม้เขาจะโกรธที่ตระกูลหลี่ใช้คำว่าตายกะทันหันกับน้องสาว แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้มากนัก
ทว่าความเลวร้ายอยู่ตรงที่ ในคืนสุดท้ายก่อนจะกลับ หลังจากจัดการงานศพเสร็จแล้ว สาวใช้คนสนิทที่ติดตามน้องสาวมาตั้งแต่เด็กกลับแอบมาหาเขา ยิ่งกว่านั้นยังอุ้มทารกน้อยมาด้วย
สาวใช้คนนั้นบอกเขาว่า เด็กคนนี้คือลูกของคุณหนู และคุณหนูเลือกจบชีวิตด้วยการกระโดดน้ำตาย มิใช่พลัดตกน้ำโดยไม่ตั้งใจ พร้อมทั้งยื่นจดหมายลาตายให้เขา
น้องสาวแต่งเข้าตระกูลหลี่โดยอุ้มป้ายวิญญาณของคนตายมา แล้วเหตุใดจึงมีลูกได้?
เหอเสิ่นในเวลานั้นรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า...น้องสาว เหตุใดถึงเกิดเรื่องอัปยศเช่นนี้ได้?
ทว่าลายมือในจดหมายกลับเป็นลายมือคุ้นตาของน้องสาว เนื้อความในจดหมายขอให้เขาเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ช่วยเลี้ยงดูลูกคนนี้ให้เติบใหญ่
ส่วนบิดาของเด็กเป็นใครนั้น นางมิได้กล่าวไว้แม้สักคำ เพียงบอกว่าถูกบังคับ จนทนความอัปยศนี้ไม่ไหว จึงเลือกตายเพื่อยุติทุกสิ่ง
เท่านั้นก็เหมือนก่อเรื่องใหญ่โตก็ปาน
เหอเสิ่นอดกลั้นโทสะมหาศาล แอบจัดการให้สาวใช้ออกจากเรือนอย่างปลอดภัย จากนั้นก็หันกลับไปก่อเรื่องใหญ่ในตระกูลหลี่จนบ้านแทบแตกพัง เกือบจะทุบหัวหน้าตระกูลหลี่สายใหญ่ ตายคาที่
แต่เพราะอยู่ในถิ่นผู้อื่น ราคาที่เขาต้องจ่ายคือเกือบถูกซ้อมตาย
ด้วยความหุนหันพลันแล่นของเขา ทำให้บุตรีสายตรงตระกูลเหอไม่ได้รับการฝังศพในตระกูลหลี่
ตระกูลหลี่ยังหาหมอดูมาคนหนึ่ง กล่าวว่าบุตรีผู้นี้ตายกะทันหัน เป็นคนอัปมงคล และโยงเอาเรื่องที่คู่หมั้นตายก่อนหน้านี้มาโทษนาง จึงไม่ให้ฝังในสุสานของตระกูลหลี่
นับแต่นั้น ตระกูลเหอ สายสาม จึงบาดหมางกับตระกูลหลี่ สายใหญ่
และเหตุที่บุตรีสายตรงตระกูลเหอแต่งเข้าตระกูลหลี่พร้อมป้ายวิญญาณ ก็เป็นเพราะตระกูลเหอ สายใหญ่ กดดัน ดังนั้นสายสามจึงไม่พอใจสายใหญ่มาโดยตลอด
แต่ถึงอย่างไรสายใหญ่ก็คือตระกูลหลัก สายสามแม้สายเลือดจะไม่ห่างกันนัก แต่ก็เป็นเพียงตระกูลย่อย มีความไม่พอใจก็ทำอะไรไม่ได้มาก
ตระกูลย่อยที่ไปขัดใจตระกูลหลักถึงสองตระกูล นั่นถือเป็นการท้าทายอำนาจ เพื่อรักษาเกียรติของตระกูลหลัก สองสายใหญ่จึงร่วมมือกันกดขี่สายสาม ทำให้ตลอดหลายปีมานี้ สายสามร่วงโรยลงเรื่อยๆ
บางทีอาจเพราะถูกกระทบกระเทือนจากการตายอย่างอนาถของน้องสาว เดิมทีเหอเสิ่นที่ไม่โดดเด่นในมู่พี่น้อง กลับตั้งใจศึกษาคัมภีร์อย่างเอาจริง เอาจัง ทั้งยังวางตัวถ่อมตน ดูแลกิจการภายในตระกูล จนค่อยๆ กลายเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นที่สุดในที่สุด
เด็กที่แอบอุ้มกลับมาจากตระกูลหลี่นั้น ตอนนั้นยังไม่ถึงหนึ่งขวบ เหอเสิ่นก็รับเลี้ยงเป็นบุตรของตนเอง โกหกต่อคนนอกว่าคือบุตรที่ภรรยาของตนคลอดออกมา ตั้งชื่อว่า เหอหวาง
แม้จะชื่อเหอหวาง แต่ความหมายที่แท้จริงก็คือ อย่าได้ลืมความอัปยศครั้งนี้เป็นอันขาด
ภรรยาของเหอเสิ่นก็นับว่าเป็นสตรีมีคุณธรรม ใจอ่อนโยน เมื่อรู้เรื่องชะตากรรมที่น่าสงสารของเด็กผู้นี้ ก็เลี้ยงดูราวกับเป็นบุตรในไส้
ดังนั้น เหอหวางในวัยเด็กก็ได้รับความรักทะนุถนอมอย่างที่สุด
เดิมที หากทุกอย่างดำเนินไปเช่นนั้น เหอหวางก็คงไม่เติบโตมาด้วยจิตใจที่บิดเบี้ยวเช่นนี้
แต่เรื่องราวเปลี่ยนไปเมื่อเขาอายุเจ็ดขวบ หญิงผู้เลี้ยงดูเขาราวกับบุตรแท้ก็เสียชีวิตลง
และนั่นยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุด เรื่องที่สำคัญกว่าคือ ไม่รู้ว่าเหอเสิ่นคิดอะไรอยู่ จู่ๆ กลับอยากแต่งงานกับหม้ายจากตระกูลหลี่ สายใหญ่!
เหตุการณ์ในอดีตก็ผ่านมานานแล้ว อีกทั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตระกูลเหอ สายสาม ก็ถูกตระกูลเหอและตระกูลหลี่ สายใหญ่ กดขี่ ในสายตาผู้คน นี่คือการที่สายสามยอมอ่อนข้อโดยปริยาย
หม้ายจากตระกูลหลี่จึงได้แต่งเข้ามาเช่นนี้
คนอื่นอาจไม่รู้เรื่องเหอหวาง แต่ตระกูลหลี่ สายใหญ่ จะไม่รู้ได้อย่างไร?
เมื่อคนของตระกูลหลี่ สายใหญ่ ได้มาเป็นแม่บ้านใหญ่ในเรือนเหอเสิ่น เหอหวางก็ไม่มีวันที่จะมีชีวิตสงบสุขอีกต่อไป จากที่เคยถูกรักใคร่ กลับกลายเป็นถูกเกลียดชังราวสุนัขรังเกียจแมวชัง
ทว่าเหอเสิ่นกลับนิ่งเฉยต่อเรื่องนี้ ราวกับกลายเป็นคนละคนไป
ด้วยความสามารถโดดเด่นของเหอเสิ่นอยู่แล้ว เมื่อแต่งหม้ายจากตระกูลหลี่ สายใหญ่ เขาก็ได้แรงสนับสนุนจากภายนอกอีก จนเมื่อหัวหน้าสายสามคนก่อนตายลง เขาก็ขึ้นเป็นหัวหน้าสายสามโดยไร้ข้อโต้แย้ง
ในปีที่สองหลังจากเขาได้เป็นหัวหน้าสายสาม หญิงหม้ายซึ่งเป็นภรรยาใหม่ที่เคยร่าเริงและชอบรังแกเหอหวาง กลับตายไปอย่างกะทันหัน!
ข่าวที่แพร่ออกมาเหมือนกับตอนบุตรีสายตรงตระกูลเหอเสียชีวิตไม่มีผิด...ตายกะทันหัน
เหอหวางซึ่งถูกกลั่นแกล้งมาตลอดก็กลับมาอยู่ในสายตาของเหอเสิ่นอีกครั้ง และได้รับความรักเอ็นดูมากกว่าสมัยก่อนเสียอีก
“มารดาข้าถูกเหยียดหยามจนต้องฆ่าตัวตาย ลุงใหญ่ข้าเพื่อแก้แค้นต้องอดทนแบกรับความอัปยศนานนับสิบปี ในฐานะบุตร หากไม่ล้างแค้นนี้ จะมีหน้าดำรงอยู่บนโลกได้อย่างไร?”
เมื่อเหอหวางกล่าวมาถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม ตบโต๊ะร้องเสียงดัง
นั่นมันลุงใหญ่ของเจ้า ไม่ใช่ลุงใหญ่ของข้า ส่วนบิดาที่แท้ของเจ้าว่าเป็นใคร เกรงว่าจนตอนนี้เจ้าก็ยังไม่รู้หรอก
เฟิงหยงเอ่ยเหน็บอยู่ในใจ
พลันก็อดคิดไม่ได้ว่า ให้ตายเถอะ! คนยุคหลังยังบอกว่าวงการบันเทิงวุ่นวาย แต่วงศ์ตระกูลใหญ่พวกนี้ก็ไม่ต่างกันนัก
บุตรีสายตรงของตระกูลเหอแต่งเข้าตระกูลหลี่เพียงสามปี เด็กก็เกือบหนึ่งขวบแล้ว บวกกับการตั้งครรภ์สิบเดือน เท่ากับว่าปีแรกที่แต่งเข้าไปก็…
มองดูเหอหวางที่ร่ำไห้คร่ำครวญอยู่ตรงนั้น เฟิงหยงก็ถอนหายใจพลางปลอบว่า “พี่เสิ่นซือ โปรดทำใจเถิด…”
………………….