- หน้าแรก
- สุดยอดชาวนาแห่งสามก๊ก
- 180 - ราคาสมเหตุสมผล
180 - ราคาสมเหตุสมผล
180 - ราคาสมเหตุสมผล
180 - ราคาสมเหตุสมผล
"เจ้าคือเฟิงหยง?"
ชายผู้เป็นหัวหน้าขบวนลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นโบกมือเบาๆ ทำให้เหล่าทหารม้าด้านหลังกระโดดลงจากหลังม้าพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ เสียงดังเพียงแค่เสียงอาวุธกระทบกันและเสียงม้าร้องเบาๆ เท่านั้น ไม่มีเสียงวุ่นวายอื่นใด แสดงให้เห็นถึงระเบียบวินัยอันเข้มงวด
"ข้าคือเว่ยเหวินฉาง เจ้าเมืองฮั่นจง"
ชายผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ เฟิงหยงจึงได้เห็นหน้าชัดเจน ดูอายุประมาณสี่สิบต้นๆ หน้าคล้ำแดงเหมือนอินทผลัม กระดูกโหนกแก้มสูง ซึ่งตรงกับที่บันทึกในตำราว่าเป็นลักษณะของเว่ยเอี๋ยน
เพียงแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเคยชินหรือเป็นนิสัย เขามักเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาหยีๆ ดูเหมือนจะมีรังสีอำนาจ แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังสอบสวนผู้คนอยู่ตลอดเวลา
ข้างกายเขาคือหลี่อี๋ที่ยืนอยู่ด้วยใบหน้ากล้ำกลืนฝืนยิ้ม ราวกับกำลังบอกเฟิงหยงว่า 'ข้าก็จนปัญญาแล้วนะ'
"ที่แท้เป็นท่านแม่ทัพเว่ยมาเอง ข้าไม่ทันได้ต้อนรับแต่ไกล ขอแม่ทัพอภัยด้วย"
"พอแล้ว ไม่ต้องมาเสแสร้งต่อหน้าข้า ข้าน่ะเกลียดที่สุดก็คือพวกเสแสร้งจอมปลอม"
เว่ยเอี๋ยนแสดงสีหน้ารังเกียจอย่างชัดเจน "เด็กแค่นี้กลับพูดจาได้ลื่นไหลนัก ไม่รู้ใครเป็นคนสั่งสอนมา?"
เฟิงหยงค้างมือไว้กลางอากาศ ยิ้มค้างไปชั่วขณะอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เว่ยเอี๋ยนคนนี้...นิสัยช่างแย่จริงๆ! ด่าข้าไม่พอ ยังลากสำนักข้ามาด่าด้วย ไม่รู้หรือว่าสำนักข้าเป็นสำนักลับในหุบเขา?
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เฟิงหยงใช้ชื่อสำนักหลอกข่มคนมานักต่อนัก ไม่คิดเลยว่าจะมาสะดุดที่เว่ยเอี๋ยนคนนี้
"ได้ยินจากเจ้าเด็กหลี่ว่า ที่นี่เจ้ารับคนใช่หรือไม่?"
เว่ยเอี๋ยนไม่สนใจว่าเฟิงหยงจะรู้สึกอับอายหรือไม่ เอ่ยถามเข้าเรื่องทันที
"รับคน? รับคนอะไร..."
เฟิงหยงยังคิดตามไม่ทัน กำลังจะถามซ้ำ แต่แล้วก็เห็นหลี่อี๋ส่งสัญญาณด้วยสายตา ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที
แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากตอบ เว่ยเอี๋ยนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญเล็กน้อยว่า
"ก็พวกทาสน่ะสิ พวกหู พวกเชียง พวกตี๋ ไม่ใช่ว่าเจ้าจะรับไว้หรือ?"
"รับๆๆ! รับหมดเลย!"
เฟิงหยงรีบตอบเสียงติดกันหลายคำ
"อย่างนั้นก็ดี ไปเถอะ ออกไปดูของก่อน"
ดูของ?
เมื่อครู่ยังพูดว่า ‘รับคน’ ไหงตอนนี้กลายเป็น ‘ดูของ’ ไปแล้ว?
เฟิงหยงยังงุนงง เดินตามเว่ยเอี๋ยนออกไปนอกค่าย ถึงได้เห็นว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร มีคนกลุ่มใหญ่รวมตัวอยู่ที่นอกค่าย แบ่งเป็นสองฝั่ง
ฝั่งในเป็นคนสวมเสื้อผ้ารุงรัง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เครื่องแต่งกายต่างจากชาวฮั่นอย่างชัดเจน แต่ละคนหมอบมองดิน สีหน้าหวาดหวั่นไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ส่วนฝั่งนอกคือทหารในชุดเกราะ ถืออาวุธวาววับในมือ คุมเข้มแน่นหนา แถมยังมีพวกที่ขี่ม้าคอยควบคุมวิ่งไปมาพร้อมตะโกนสั่งเสียงดัง
"เจ้าดูคนพวกนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"
เว่ยเอี๋ยนพาเฟิงหยงมายืนหน้ากลุ่มคนแล้วชี้ไปยังพวกที่หมอบอยู่
"ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นของดี แข็งแรงทั้งนั้น เจ้าก็ตั้งราคามาเลย"
พวกที่ถูกทำเสมือน ‘ของ’ นั้น แต่ละคนไม่มีใครกล้าโวยวาย พอเห็นเว่ยเอี๋ยนเดินเข้ามา พวกที่อยู่แถวหน้าถึงกับก้มหน้าหลบ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว และถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว
"พวกนี้คือชาวเชียง?"
เฟิงหยงเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
"พวกตี๋! ไม่ว่าพวกไหนก็เถอะ เป็นชาวหูนั่นแหละ วางใจได้ ข้าไต่ถามมาแล้ว ทุกคนเลี้ยงสัตว์เป็นทั้งนั้น ส่วนพวกที่เลี้ยงไม่เป็น...ถูกฝังหมดแล้ว"
เว่ยเอี๋ยนพูดราวกับกำลังเล่าเรื่องเล็กน้อย ไม่มีแววใส่ใจใดๆ เลย
พอเขาพูดจบ พวกตี๋ที่ถูกจับทั้งหมดเหมือนนึกขึ้นได้ถึงบางอย่าง แววตายิ่งเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวมากขึ้น
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่เฟิงหยงเองก็รู้สึกว่าแม้ยามกลางวันแสกๆ บรรยากาศรอบกายกลับเย็นเยียบขึ้นทันใด
"ฝังไป? ตายหมดแล้ว?"
เฟิงหยงรู้สึกคอแห้งผาก ถามออกไปเสียงแหบแห้ง
"ฟังแล้วก็ตายสิ หรือเจ้าจะบอกว่าในโลกนี้ยังมีใครอยู่ใต้ดินแล้วยังรอดได้?"
เว่ยเอี๋ยนหันมามองเฟิงหยงด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
คนผู้นี้...ฆาตกรชัดๆ!
เฟิงหยงค่อยๆ เขยิบตัวออกห่างเล็กน้อย ไม่กล้าเข้าใกล้เว่ยเอี๋ยนมากนัก
"พอแล้ว อย่ามัวโอ้เอ้ รีบดูเถอะ ว่าตรงตามที่เจ้าต้องการหรือไม่? ถ้าคิดว่าใช้ได้ก็รีบตั้งราคา" เว่ยเอี๋ยนชี้ไปยังกลุ่มชาวหูตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
"เหมาะสมที่สุดแล้ว ทุกคนล้วนเป็นแรงงานชั้นดี เหมาะสมที่สุดจริงๆ...เรื่องราคา ท่านแม่ทัพคิดว่าเท่าไรถึงจะเหมาะสม?"
เฟิงหยงพูดด้วยเสียงสั่นๆ ในใจรู้สึกเหมือนกำลังซื้อสินค้ามากกว่ารับคนใช้ แม้จะคิดว่าไม่เหมาะสมเพียงใด เขาก็จำต้องฝืนกัดฟันยอมรับไว้ กลัวว่าเจ้าเพชฌฆาตผู้นี้จะหงุดหงิดแล้วตวัดกระบี่สังหารตนเสียก่อน
ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มเชลยศึกเหล่านี้ก็ดูไม่รู้ว่าเว่ยเอี๋ยนไปจับมาจากที่ใด ล้วนแต่กำยำแข็งแรง เหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นแรงงาน
"เฮ้ย เจ้านี่นะ ทำการค้าอย่างไรของเจ้า? ถ้าทุกคนเป็นแบบเจ้า คงขาดทุนยับแน่!"
เว่ยเอี๋ยนหัวเราะร่า มองเฟิงหยงราวกับลูกแกะที่รอถูกเชือด
"นี่มันจะไปเรียกว่าทำการค้าได้อย่างไร?"
เฟิงหยงรีบค้าน เขาเป็นถึงเจ้าหน้าที่ดูแลการเกษตรแห่งฮั่นจง จะไปยอมรับว่าทำการค้าเช่นสามัญชนได้อย่างไร?
"นี่เป็นเพราะข้าชื่นชมในความองอาจของท่านแม่ทัพต่างหาก อีกอย่าง ด้วยตำแหน่งสูงส่งของแม่ทัพ ข้าคงไม่กล้าทำให้ลำบากใจหรอก จริงไหม?"
"เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์! เจ้าเล่ห์จริงๆ ไม่รู้ว่าท่านอัครมหาเสนาบดีเห็นอะไรดีในตัวเจ้ากันแน่"
เว่ยเอี๋ยนชี้นิ้วมาที่เฟิงหยง พร้อมหัวเราะเสียงต่ำ ไม่รู้ว่าเป็นคำชม หรือเย้ยหยัน
"วางใจได้ ข้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ จะไม่รังแกเจ้าหรอก"
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่สิ่งที่เว่ยเอี๋ยนพูดต่อมาก็ทำให้เหล่าผู้ติดตามที่ตามมาด้วยถึงกับตกใจ
"หนึ่งคนหู ต่อหนึ่งผืนผ้า แต่ต้องเป็นผ้าที่ทอจากขนแกะเท่านั้น ตกลงไหม?"
เฟิงหยงตัวสั่นวูบอีกครั้ง เกือบจะหลุดหัวเราะออกมา แต่ก็แอบหยิกต้นขาตัวเองอย่างแรง ฝืนยิ้มกลายเป็นหน้าบูดแทน
"ท่านแม่ทัพ…ราคานี้มันแพงไปหน่อยกระมัง?"
"นี่เจ้าบอกให้ข้าตั้งราคาเองนะ ทำไม? จะกลับคำแล้วหรือ?" เว่ยเอี๋ยนหัวเราะเย็น "ล้อเล่นกับแม่ทัพแห่งต้าฮั่น เจ้าไม่รู้หรือว่ามีโทษอย่างไร?"
"ไม่กล้าแน่นอน! ก็ตามที่แม่ทัพว่ามาเลย คนหูแข็งแรงหนึ่งคน ต่อหนึ่งผืนผ้าขนแกะ"
เฟิงหยงทำหน้าตาเจ็บปวด ราวกับยอมจำนนต่อชะตากรรม
เหล่าผู้ติดตามรอบข้างต่างมองเฟิงหยงด้วยสายตาเวทนา เผชิญหน้ากับแม่ทัพเราแบบนี้ ยังคิดจะเล่นลูกไม้ ช่างไม่รู้จักตายเสียเลย
"ดี! ตรงไปตรงมาเช่นนี้ถึงจะสมเป็นบุรุษ!"
เว่ยเอี๋ยนตบไหล่เฟิงหยงอย่างแรง "ชายชาตรีก็ต้องกล้าตัดสินใจแบบนี้ วางใจเถิด ข้าไม่ได้เอาเปรียบเจ้า ครั้งนี้หลังจากปราบพวกตี๋มา ข้าได้ม้าศึกมาหลายตัว บางตัวบาดเจ็บนั่งหลังม้าไม่ได้แล้ว ข้าจะมอบให้เจ้าไปใช้ก็แล้วกัน"
เฟิงหยงดีใจแทบกระโดด ...เด็กที่ร้องไห้ถึงจะได้กินนมจริงๆ!
"ขอบพระคุณแม่ทัพอย่างยิ่ง!"
ม้าที่ขึ้นสนามรบได้นั้นล้วนเป็นของล้ำค่า ในสมัยนี้ยังไม่มีธรรมเนียมตอนม้า จึงสามารถใช้เป็นม้าพ่อพันธุ์ได้อย่างไม่มีปัญหา
"จำนวนทั้งหมดมีอยู่สามร้อยยี่สิบเจ็ดคน เอาเศษออกไปแล้วปัดให้กลมๆ ก็สามร้อยคน ผ้าสามร้อยผืน ถูกต้องไหม? หรืออยากจะนับดู?"
เว่ยเอี๋ยนรู้สึกว่าตัวเองได้กำไรอย่างมาก ไม่สนภาพลักษณ์ใดๆ สวมกอดเฟิงหยงพลางพูดอย่างเป็นกันเอง
"ไม่จำเป็นๆ ท่านแม่ทัพว่าเท่าไร ก็เท่านั้น"
เฟิงหยงในใจแทบระเบิดเป็นพลุ ...ไอ้บ้านนอกเอ๊ย เจ้ารู้เรื่องอะไรบ้าง!
……………….