เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

150 - แผนเปลี่ยนเสบียงเป็นขนแกะ

150 - แผนเปลี่ยนเสบียงเป็นขนแกะ

150 - แผนเปลี่ยนเสบียงเป็นขนแกะ


150 - แผนเปลี่ยนเสบียงเป็นขนแกะ

"คำโบราณว่าไว้ พึ่งเขาก็กินจากเขา พึ่งน้ำก็กินจากน้ำ ตอนนี้ฮั่นจงทางเหนือพึ่งโจรเฉา ทางตะวันตกพึ่งพวกเชียงและหู ก็ย่อมต้องหาจากพวกเขานั่นแหละ"

เมื่อจูเก๋อเฉียวได้ยินคำนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที หากมิใช่เพราะมีจดหมายจากมารดา เกรงว่าเขาคงจะตบโต๊ะลุกขึ้นทันใด แล้วสงสัยว่าผู้นี้กำลังจะทรยศต่อแผ่นดิน

"คำนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ?"

จูเก๋อเฉียวข่มความรู้สึกไว้ในใจ ก่อนเอ่ยปากถาม

"พี่ใหญ่คงทราบเรื่องที่เมื่อไม่นานมานี้ ข้าน้อยใช้ขนแกะทอผ้าออกมาได้กระมัง?"

"เรื่องนี้เหวินเซวียนได้เล่าให้ข้าฟังแล้ว พูดจริงๆ หากไม่ได้เห็นกับตา ข้ายังแทบไม่เชื่อเลยว่าขนแกะที่แม้แต่พวกเชียงหูยังโยนทิ้งเหมือนเศษผ้าเจ้ากลับสามารถนำมาทอเป็นผ้างามได้"

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จูเก๋อเฉียวก็อดชมเชยขึ้นมาไม่ได้

"ในเมื่อพี่ใหญ่กล่าวเช่นนี้ ขนแกะในสายตาพวกหูนั้นก็เหมือนของไร้ค่า หากเรานำสิ่งของไปแลกกับพวกเขา พวกเขาย่อมต้องดีใจจนล้นใจ แห่กันมาแน่นอน และของที่ใช้แลกก็คงไม่แพงเกินไป เมื่อถึงเวลานั้น หากเรานำขนแกะไปทอผ้าแล้วขายออกไป รายได้ที่ได้มาเข้าออกครั้งเดียว คงเทียบเท่ากับเกลือและเหล็กกระมัง"

ในยุคนี้ เกลือกับเหล็กเป็นสินค้าผูกขาดของราชสำนัก มีกำไรอย่างมหาศาล แต่หากพูดในแง่ต้นทุนกับกำไรแล้ว ขนแกะเกรงว่าจะมีอัตราส่วนที่สูงยิ่งกว่า อย่างไรก็ดี เฟิงหยงก็ไม่กล้าพูดให้เต็มปาก เพราะผลกำไรจากเกลือและเหล็กก็เป็นธุรกิจอันดับหนึ่งของต้าฮั่นอยู่แล้ว

จูเก๋อเฉียวตาวาวขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เหมาะ เรื่องขนแกะนี้สำคัญนัก มิใช่สิ่งที่พวกเราควรข้องเกี่ยว"

เขามองเฟิงหยงด้วยแววสงสัย "เหวินเซวียนบอกข้าว่า ตอนที่ขนแกะถูกทอเป็นผ้าออกมา เจ้าก็เป็นคนแรกที่กล่าวว่าควรให้ราชสำนักเป็นพ่อบ้านเรื่องนี้ เหตุใดตอนนี้จึงกลับคำเสียแล้ว?"

เฟิงหยงคาดไว้อยู่แล้วว่าจูเก๋อเฉียวจะถามเรื่องนี้ จึงยิ้มออกมา "เพราะฉะนั้นข้าถึงบอกว่าเรื่องนี้ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พี่ใหญ่ทราบหรือไม่ ขนแกะบนตัวแกะนั้น หนึ่งปีตัดได้กี่ครั้ง?"

"ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?" จูเก๋อเฉียวหัวเราะ "ก่อนที่เจ้าจะเอาขนแกะมาทอผ้า แม้แต่พวกหูก็ไม่เคยใส่ใจของไร้ค่าเช่นนี้"

"สองครั้ง" เฟิงหยงยกนิ้วขึ้นสองนิ้ว "ปลายฤดูใบไม้ผลิครั้งหนึ่ง ปลายฤดูใบไม้ร่วงอีกครั้งหนึ่ง"

จูเก๋อเฉียวขมวดคิ้วพลางคิดในใจว่า เวลาตัดขนแกะนั้นเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้อีก?

หลี่อี๋ที่ฟังอยู่กลับตาเป็นประกาย

"พี่ใหญ่หมายความว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ควรตัดขนแกะอย่างนั้นหรือ?"

"ถูกต้อง!" เฟิงหยงพยักหน้าอย่างพึงใจ มองหลี่อี๋อย่างชื่นชม แล้วหันไปพูดกับจูเก๋อเฉียว "พี่ใหญ่ก็คงรู้ว่า ตอนนี้พวกเชียงหูกำลังจะต้อนวัวแกะไปยังที่อื่นเพื่อจำศีล หากพลาดช่วงเวลานี้ไป เกรงว่าขนแกะจะหาไม่ได้อีกแล้ว พี่ใหญ่ว่า ราชสำนักจะสามารถออกกฎเกณฑ์ได้ทันก่อนเข้าฤดูหนาวหรือไม่?"

จูเก๋อเฉียวส่ายหน้าโดยไม่ลังเล "เป็นไปไม่ได้ เวลาช่างกระชั้นเกินไป เรื่องนี้หากจะตัดสินใจได้ เกรงว่าจะต้องใช้เวลาราวหนึ่งเดือนครึ่ง"

การติดต่อระหว่างฮั่นจงกับจิ่นเฉิง ไปกลับใช้เวลาหนึ่งเดือน ยังต้องใช้เวลาในการร่างข้อกำหนดต่างๆ อีก หนึ่งเดือนครึ่งถือว่าเร็วที่สุดแล้ว

"ตอนนั้นก็เข้าหน้าหนาวแล้ว ยังจะไปหาขนแกะได้จากที่ใด?"

เฟิงหยงยกน้ำขึ้นดื่มหนึ่งจอกแล้วกล่าวต่อ "อีกอย่างนะ พวกเชียงหูในช่วงฤดูหนาว วัวแกะที่มีอยู่ก็จะถูกฆ่ากินเป็นเสบียงอยู่แล้ว พอพ้นฤดูหนาวไปแล้ว ขนแกะที่ได้มานั้นเกรงว่าจะไม่ถึงหนึ่งในสามของตอนนี้ด้วยซ้ำ"

"ถ้าอย่างนั้น หากไม่สามารถเก็บขนแกะก่อนฤดูหนาวได้ ก็เท่ากับเสียของไปเปล่าๆ หรือ?" บนใบหน้าหลี่อี๋แสดงความกังวลออกมา

เมื่อเห็นเฟิงหยงพยักหน้า หลี่อี๋ก็หันไปมองจูเก๋อเฉียวกล่าวว่า "พี่ป๋อซง ท่านว่าอย่างไร?"

สีหน้าของจูเก๋อเฉียวดูลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขามองเฟิงหยง แล้วหันไปมองหลี่อี๋ ก่อนจะพึมพำว่า "ถ้ามันเป็นเช่นนี้จริง ก็น่าเสียดายนัก"

"มิใช่แค่น่าเสียดายเท่านั้น!" หลี่อี๋พูดขึ้นเสริม "พี่ใหญ่ก็ไม่ได้คิดจะทำเรื่องนี้ต่อเนื่องอยู่แล้ว ก็แค่ก่อนที่ราชสำนักจะออกข้อกำหนด จะได้ไม่ต้องปล่อยให้ขนแกะเสียเปล่า หากพี่ป๋อซงตกลงรับเรื่องนี้ ก็จะได้ทั้งเตรียมเสบียงให้ฮั่นจง และยังไม่ขัดต่อกฎของราชสำนัก แล้วจะลังเลอยู่ไย?"

"ที่ว่าเริ่มต้นสิ่งใดก็ยาก หากปีหน้าราชสำนักจะเก็บขนแกะจริง ก็คงมีโอกาสผิดพลาดเพราะขาดประสบการณ์ หากพี่ใหญ่ได้ทดลองไว้ก่อน ก็ถือว่าเป็นการเตรียมการล่วงหน้าให้ราชสำนักแล้ว"

เฟิงหยงกล่าวเสริมอีกแรงหนึ่ง

จูเก๋อเฉียวกัดฟันแน่น แล้วในที่สุดก็พยักหน้าตอบรับ "ที่สองท่านกล่าวมาก็มีเหตุผล ข้าจะรับเรื่องนี้ไว้เอง แล้วจะเขียนจดหมายชี้แจงให้ท่านอัครมหาเสนาบดีภายหลัง"

ในใจก็นึกว่า เรื่องนี้พูดได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อส่วนรวม หาใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวไม่ คงไม่โดนตำหนิ

"แต่แม้ว่าขนแกะจะไม่มีราคามากมาย แต่จะไปแลกกับพวกเชียงหู พวกเขาก็คงไม่ยกให้พวกเราเปล่าๆ หรอกกระมัง?" จูเก๋อเฉียวตัดสินใจแล้วก็ยังถามต่อ "แล้วพวกเราจะใช้สิ่งใดไปแลกกับพวกเขา?"

เฟิงหยงที่ตั้งใจจะฉวยโอกาสเป็นพ่อค้าหน้าเลือดกับเรื่องนี้ ย่อมเตรียมคำตอบไว้พร้อมแล้ว "ขอถามพี่ใหญ่ว่า ในฤดูหนาว พวกเชียงหูขาดสิ่งใดที่สุด?"

"แน่นอนว่าเป็นเสื้อผ้าที่กันหนาว และอาหารประทังชีวิต"

"เช่นนั้นก็ถูกต้องแล้ว ของสองสิ่งนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างเร่งด่วน หากเราใช้สองสิ่งนี้ไปแลกกับพวกเขา ยังจะกลัวว่าแลกขนแกะมาไม่ได้หรือ?"

"ของสองสิ่งนี้ ฮั่นจงเองก็ต้องใช้ มิหนำซ้ำยังไม่เหลือด้วยซ้ำ จะเอาไปให้พวกเขาได้อย่างไร? ไม่เหมาะๆ!" จูเก๋อเฉียวตกใจ รีบปฏิเสธทันที

"ก็แค่กองทัพฮั่นจงไม่มีเท่านั้น คนอื่นใช่ว่าจะไม่มี"

สำหรับพวกเชียงหูแล้ว เสบียงอาหารในฤดูหนาวคือสิ่งล้ำค่าที่สุด หากนำสิ่งล้ำค่าของพวกเขาไปแลกกับขนแกะที่ไร้ค่าของพวกเขา หากไม่ได้มาหลายร้อยจินต่อเสบียงหนึ่งซื่อ แล้วชื่อเสียง ‘คุณชายเฟิงปากหวาน’ จะเรียกเปล่าๆ หรือ?

แค่เอามาสักร้อยซื่อก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

เพราะนี่คือการแลกเปลี่ยนครั้งแรก อีกทั้งเวลาเร่งรีบ พวกหูเองก็เริ่มต้อนฝูงวัวแกะไปหาที่จำศีลแล้ว ข่าวสารย่อมแพร่ไปไม่ไกล ผู้ที่สามารถรีบเร่งมาแลกของได้ก็คงมีแค่พวกเชียงหูในบริเวณนี้

"แล้วใครล่ะ?"

"พี่ใหญ่ลืมแล้วหรือ? เมื่อครู่ยังพูดอยู่เลยว่าคูณหนูหวงคือผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในฮั่นจง"

"แต่ว่าเรื่องนี้เป็นการเตรียมเสบียงให้ฮั่นจง จะเกี่ยวกับคูณหนูหวงได้อย่างไร?"

"จะไม่เกี่ยวกับคูณหนูหวงก็ไม่เป็นไร แค่ทางการฮั่นจงจัดสรรเสบียงออกมาเล็กน้อยก็พอ ไม่ต้องมาก แค่ร้อยซื่อเศษๆ พี่ใหญ่จะสามารถนำออกมาได้หรือไม่?"

เฟิงหยงถามอย่างไม่ไว้หน้าเลย

ไม่มีต้นทุน แล้วยังอยากจับเสือมือเปล่า? จะตกปลายังต้องใส่เหยื่อเลย!

ต่อให้พวกหูจะโง่เง่าแค่ไหน หากเจ้าบอกว่าอยากได้ขนแกะ พวกเขาจะเอามาถวายให้โดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทนหรือ? หากหม่าเชายังมีชีวิตอยู่ก็คงพอเป็นไปได้ แค่ตะโกนสองคำ พวกเชียงหูอาจจะรีบวิ่งมาอ้อนเลยก็ได้

ใบหน้าของจูเก๋อเฉียวแดงก่ำขึ้นมาทันที

เฟิงหยงถอนหายใจเบาๆ แล้วกล่าวว่า "พี่ใหญ่ ข้าจะพูดตามตรง หากมิใช่เพราะพี่ใหญ่มาถาม ข้าก็คงไม่บอกเรื่องนี้หรอก ตามที่ข้าคิดไว้ ข้ากับพวกพ้องรวมถึงคูณหนูหวง มีข้าวก็ออกข้าว มีแรงก็ออกแรง แล้วให้เอ้อหลางไปพูดกับแม่ทัพหม่าอีกที ให้แม่ทัพหม่าเป็นผู้รับรองชื่อเสียงให้ พี่ใหญ่ว่าเรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่?"

"ก็…ก็ย่อมสำเร็จแน่นอน"

คนซื่อตรงเช่นจูเก๋อเฉียวไม่อาจกล่าวคำฝืนใจได้ จึงพยักหน้าและตอบรับ

"เสบียงของทางการฮั่นจงนั้นมีการจัดสรรไว้แน่นอน แม้ว่าพี่ใหญ่จะเป็นเจ้ากรมเสบียงของฮั่นจง ก็เกรงว่าจะไม่อาจนำออกมาโดยพลการกระมัง? หากยังต้องรายงานไปถึงท่านอัครมหาเสนาบดี การไปกลับก็แทบไม่ต่างจากรอข้อกำหนดจากทางราชสำนัก"

เฟิงหยงก็แค่ถือโอกาสรังแกคนซื่อตรงอย่างจูเก๋อเฉียว หากเปลี่ยนเป็นพวกโลภมากไร้ยางอาย ได้ยินเรื่องดีเช่นนี้ เกรงว่าจะเปลี่ยนเรื่องราชการให้กลายเป็นเรื่องส่วนตัว แอบใช้กลยุทธ์เจาะระบบเสบียงของทัพฮั่นจง แบ่งเอาผลกำไรมาเข้ากระเป๋าเสียเอง ใครจะไปใส่ใจว่าเป็นเสบียงของฮั่นจงหรือไม่?

………………..

จบบทที่ 150 - แผนเปลี่ยนเสบียงเป็นขนแกะ

คัดลอกลิงก์แล้ว