เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

46 - ไอศกรีม

46 - ไอศกรีม

46 - ไอศกรีม


46 - ไอศกรีม

สำหรับคนในยุคหลังอย่างเฟิงหยงแล้ว การทำไอศกรีมกินเองที่บ้านนั้นไม่ได้ยากอะไรเลย ขอแค่เตรียมวัตถุดิบอย่างไข่ นม น้ำตาลให้พร้อม จากนั้นก็แค่ตีๆๆ ไปจนพอใจ แล้วก็แช่แข็งในตู้เย็น เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว

แต่สำหรับเฟิงหยงในตอนนี้ การทำไอศกรีมกลับกลายเป็นเรื่องเล็กที่แสนจะวุ่นวายเสียเหลือเกิน และนี่ก็เป็นเหตุผลที่เขายังไม่อยากลงมือทำจริงๆ เสียที ถึงเขาจะอยากย้อนรสชาติในวัยเด็ก เอ่อ...ไม่สิ วัยเด็กในชาติก่อนนั่นแหละ ของไอศกรีมในความทรงจำก็ตาม

ไข่นั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะที่เรือนของเฟิงก็เลี้ยงไก่เองอยู่แล้ว แต่จะไปหานมที่ไหน? หาน้ำตาลที่ไหน? และสำคัญที่สุดก็คือจะหาตู้เย็นจากที่ไหน? ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง จะให้ทำได้อย่างไร?

ดังนั้นเฟิงหยงจึงไม่เคยคิดจะลงมือทำของแบบนี้มาก่อน

แต่หลังจากได้เจอกับหนูน้อยจางซิง เฟิงหยงกลับรู้สึกถึงความเป็นพ่ออย่างมากมาย...แน่นอน ไม่ใช่ความรักของลุงจิตแปลกแต่อย่างใด อืม...ก็แบบนี้แหละ...อุปสรรค ก็มีไว้เพื่อก้าวข้ามไม่ใช่หรือ? เฟิงหยงรู้สึกว่าตนเองมีหน้าที่จะต้องมอบฤดูร้อนแสนเย็นสดชื่นให้กับหนูน้อยจางซิง

แน่นอนว่า จะถือโอกาสเอาใจหวังเยว่อิงไปด้วยก็ไม่เลวนัก ผู้หญิงน่ะ โดยมากก็มักจะชอบของกินเล่นแบบนี้อยู่แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างคน ย่อมต้องอาศัยการไปมาหาสู่กันบ่อยๆ ไม่หาเรื่องไปหาเขา ต่อให้สนิทแค่ไหน สุดท้ายก็ห่างเหิน แต่กลับกัน ต่อให้เป็นคนแปลกหน้า แวะเวียนกันไม่กี่ครั้ง ก็สนิทได้แล้วไม่ใช่หรือ?

ไม่มีน้ำตาล อย่างน้อยก็น่าจะหามอลต์ได้กระมัง? ไม่มีตู้เย็น ก็ยังมีดินประสิวสำหรับทำความเย็น ง่ายมาก! ส่วนมอลต์กับดินประสิวที่ดูเหมือนของสูงส่งพวกนี้ แม้เรือนเล็กๆ อย่างหมู่บ้านเฟิงจะไม่มี แต่ไม่ใช่ว่ายังมีคุณชายสูงศักดิ์กับคนรวยตัวดำอยู่หรืออย่างไร?

คฤหาสน์ตระกูลจาง เมืองจิ่งเฉิง

หนูน้อยจางซิงกำลังเล่นชิงช้าอยู่ในสวนหลังบ้าน จู่ๆ สาวใช้ของมารดานางก็วิ่งเข้ามาเอ่ยว่า

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินเสนาบดีมาเจ้าค่ะ บอกว่าตั้งใจเอาของกินเล่นมาให้คุณหนู ตอนนี้นางกำลังสนทนาอยู่กับฮูหยินที่เรือนหน้า อยากให้คุณหนูไปพบเจ้าค่ะ"

จางซิงตาเป็นประกาย รีบกระโดดลงจากชิงช้า ยกชายกระโปรงแล้วออกวิ่งด้วยขาสั้นๆ ไปยังเรือนหน้า "ปุๆๆๆ" ด้วยความร่าเริง

"คุณหนูช้าหน่อยเจ้าค่ะ ระวังจะล้มเอา" เสียงสาวใช้ร้องเตือนตามหลังอย่างเป็นห่วง

"ข้ารู้แล้ว!" จางซิงตอบกลับโดยไม่หยุดฝีเท้า มิหนำซ้ำยังเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นอีก

ในห้องรับแขกของเรือนหน้า ภรรยาม่ายของจางโหว นามเซี่ยโหวซื่อ กำลังสนทนาอย่างอารมณ์ดีกับหวังเยว่อิง

แม้นางจะมีธิดาที่เป็นถึงฮองเฮา แต่ในแวดวงสตรีชนชั้นสูงในเมืองหลวงแล้ว กลับมีผู้สามารถพูดคุยกับเซี่ยโหวซื่อได้ไม่มากนัก ไม่ใช่เพราะฐานะสูงเกินไป แต่เพราะสถานะของนางน่ากระอักกระอ่วนเกินไปต่างหาก

เซี่ยโหวซื่อนั้นเป็นหลานสาวของเซี่ยโหวหยวน(แฮหัวเอี๋ยน) ลูกพี่ลูกน้องของ*เฉาเชา นางกำพร้าตั้งแต่เด็กและถูกเลี้ยงดูโดยลุงผู้นี้

ในยุคนั้น แถบภาคกลางเกิดภัยธรรมชาติและสงครามบ่อยครั้ง ประชาชนอดอยาก แม้แต่เสนาบดีก็ยังต้องออกไปตัดฟืนหาเลี้ยงชีพ เซี่ยโหวซื่อก็ไม่เว้นเช่นกัน

ใครจะคิดว่าออกไปวันหนึ่งโดยไม่ดูฤกษ์ กลับเจอโจรตาโปนคนหนึ่ง ที่จับนางไปโดยไม่พูดพร่ำอะไรเลย พอเสร็จกิจบนเตียงแล้ว ค่อยถามว่านางเป็นใคร พอรู้ว่าเป็นหญิงดีมีตระกูล ก็ตั้งให้เป็นภรรยาเอกไปเสียเลย

โจรตาโปนคนนั้นก็คือจางเฟย น้องชายคนที่สามของหลิวเป่ย ศัตรูตลอดกาลของเฉาเชานั่นเอง

คุณธรรมของเซี่ยโหวซื่อก็ถือว่าเป็นที่ยอมรับ แม้แต่พี่น้องหลิวเป่ยก็ยอมรับนาง ไม่เช่นนั้นหลิวเป่ยคงไม่ยินยอมให้บุตรชายของตนแต่งงานกับธิดาของนางเป็นแน่

แต่แม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ไม่อาจต้านได้ว่า นางมีแซ่ว่า "เซี่ยโหว"!

เซี่ยโหวซื่อเองก็รู้ข้อนี้ดี ตั้งแต่จางเฟยเสียชีวิต นางก็แทบไม่ออกจากคฤหาสน์จางอีกเลย ทุ่มเทเลี้ยงดูธิดาคนเล็กของตนเองอย่างเต็มที่ บางครั้งลูกสาวอยากออกไปเที่ยวเล่น นางก็มักจะฝากฝังให้หวังเยว่อิงช่วยพาไปแทน

หวังเยว่อิงนั้นไม่มีลูก และในวงสตรีชั้นสูงก็มักโดนอิจฉาลับๆ อยู่บ่อยๆ...ผู้หญิงหน้าตาธรรมดา กลับครองใจเสนาบดีผู้มากความสามารถและรูปงาม มิหนำซ้ำยังไม่มีลูกให้เขา แถมยังไม่ยอมให้เขารับภรรยาอื่นอีก ช่างเป็นความผิดที่ร้ายแรงอะไรเช่นนี้!

สตรีสองนางที่ล้วนมีตำแหน่งแห่งที่อันน่าอึดอัด จึงกลับกลายเป็นสหายรู้ใจที่สามารถสนทนาเรื่องส่วนตัวกันได้

"ท่านแม่ๆ ท่านอามาหรือเจ้าคะ?"

ยังไม่ทันตัวมาถึง เสียงของจางซิงก็ดังลั่นเข้ามาในห้อง

ไม่ทันขาดคำ ร่างเล็กๆ ก็ยกชายกระโปรง กระโดดข้ามธรณีประตูเข้ามา แก้มที่เดิมก็ชมพูอยู่แล้ว บัดนี้เพราะวิ่งมาท่ามกลางอากาศร้อนยิ่งแดงจัด

"เจ้าเด็กนี่ช่างบุ่มบ่ามยิ่งนัก อากาศก็ร้อน ยังจะวิ่งอีก ระวังจะเป็นลมนะ" เซี่ยโหวซื่อตำหนิ แต่แววตากลับเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู

จางซิงแลบลิ้นทำหน้าทะเล้น แล้วหันไปคำนับหวังเยว่อิง "หลานหญิงคารวะท่านอาหญิง" จากนั้นก็ลุกขึ้นอย่างร้อนรน แล้วกวาดตามองรอบๆ เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง สุดท้ายก็จ้องเขม็งไปที่หวังเยว่อิง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความคาดหวัง

ผู้ใหญ่ทั้งสองรู้ดีว่านางกำลังมองหาอะไร จึงอดหัวเราะพร้อมกันไม่ได้

"เด็กน้อยน่ารักเช่นนี้ ใครนะจะโชคดีได้แต่งกับนางตอนโต?" หวังเยว่อิงอดกล่าวอย่างชื่นชมไม่ได้

"ใครก็ช่างเถอะ ขอเพียงให้นางมีชีวิตที่สงบสุขก็พอแล้ว" เซี่ยโหวซื่อตอบเรียบๆ ไม่มีความคาดหวังมากนัก

"นี่เป็นขนมที่คนรับใช้ของตระกูลหวังรีบเร่งนำมาจากหมู่บ้านเฟิงโดยเฉพาะ แล้วยังนำคำฝากจากเฟิงเสี่ยวหลางจวินมาด้วย บอกว่าขนมนี้เมื่อเปิดแล้วต้องรีบกินทันที ไม่เช่นนั้นจะกินไม่ได้ หากยังไม่เปิดฝากล่องก็อยู่ได้แค่ราวสองชั่วยาม ข้ากำลังจะออกจากจวนมาที่นี่พอดี เลยถือโอกาสเอาติดมือมาด้วย"

หวังเยว่อิงพูดพลางหยิบกล่องใส่อาหารที่ห่อด้วยตะกร้าหวายละเอียดจากโต๊ะข้างหลังแล้วยื่นให้จางซิง พร้อมกล่าวยิ้มๆ ว่า "กล่องใส่อาหารนี้ทำได้ละเอียดมาก ไม่รู้ข้างในคืออะไร เปิดดูเร็ว"

ปากกล่องเปิดกว้าง เมื่อเปิดออกกลับพบว่าเต็มไปด้วยขี้เลื่อยละเอียด จางซิงถึงกับทำหน้าผิดหวังทันที "เจ้าหลางจวินเฟิงผู้นั้นแกล้งข้าแน่เลย ส่งกล่องใส่ขี้เลื่อยมาทั้งกล่อง"

"ไม่น่าจะใช่แค่ขี้เลื่อยนะ" หวังเยว่อิงเอื้อมมือมารับกล่องมาดู "น้ำหนักไม่ตรงกับที่ควรจะเป็น" ว่าพลางก็แหวกขี้เลื่อยด้านบนออกไป พบว่าข้างในยังมีโถดินใบเล็กที่ถูกอัดแน่นอยู่ ก็หัวเราะออกมา "ข้างในยังมีโถอีกใบ ปิดผนึกแน่นหนา ไม่รู้ว่าเป็นอะไร" ว่าแล้วก็หยิบโถออกมา แต่ไม่ทันตั้งตัวก็ร้องออกมา "อุ๊ย!" เพราะรู้สึกเหมือนถือก้อนน้ำแข็งไว้ในมือ จึงรีบวางโถนั้นลงบนโต๊ะทันที

"มีอะไรหรือ?" เซี่ยโหวซื่อถามขึ้นอย่างห่วงใยเมื่อได้ยินเสียงร้อง หันไปมองโถก็ไม่พบอะไรผิดปกติ

"ในนี้น่าจะเป็นน้ำแข็ง" หวังเยว่อิงมองโถดินอย่างงุนงง "อากาศร้อนอย่างนี้ เฟิงเสี่ยวหลางหาเอาน้ำแข็งมาจากไหน แล้วยังอุตส่าห์ส่งมาให้ถึงนี่อีก?"

"แต่โถแค่นี้จะมีน้ำแข็งได้สักแค่ไหน? คงทำอะไรไม่ได้หรอก" เซี่ยโหวซื่อส่ายหน้ายิ้มๆ ในใจรู้สึกว่าเฟิงเสี่ยวหลางที่ยังไม่เคยพบหน้านั้นช่างเล่นพิเรนทร์จริงๆ

"ให้ข้าๆ ข้าขอดู!" จางซิงพอได้ยินว่าเป็นน้ำแข็ง ก็กระโดดขึ้นมาทันที ร้องเรียกอย่างตื่นเต้น

โถดินเล็กๆ แบบนี้ ถึงจะมีน้ำแข็งอยู่ก็ไม่มีประโยชน์อันใดต่อผู้ใหญ่ แต่สำหรับเด็กๆ แล้วต่อให้คลายร้อนไม่ได้ ก็ยังเหมาะเอาไว้เล่นสนุกอยู่ดี

"นี่ไม่ใช่น้ำแข็งธรรมดานะ ฟังจากที่คนของตระกูลหวังบอก เขาบอกว่าอันนี้กินได้" หวังเยว่อิงนึกถึงคำที่คนส่งของพูดไว้ แล้วยิ้มพลางกล่าวต่อ "เขานำมาสองชุด ชุดหนึ่งบอกว่าให้ข้าลองกินดู อีกชุดให้คุณหนูตระกูลจาง เมื่อเขาบอกไว้ชัดเช่นนี้ คงมีอะไรพิเศษไม่เหมือนน้ำแข็งทั่วไปแน่" ว่าแล้วก็หยิบโถขึ้นมาอีกครั้ง เปิดฝาออก

เซี่ยโหวซื่อก็เพียงยิ้มๆ ไม่ได้ขัดแย้งอะไร แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่ค่อยเชื่อนัก น้ำแข็งในฤดูร้อนนั้น มักเก็บไว้ตั้งแต่ฤดูหนาว โดยขุดหลุมเก็บน้ำแข็งแห้งและสะอาดไว้จึงจะนำออกมาใช้ได้ ซึ่งก็สามารถนำมารับประทานได้อยู่แล้ว

แถบเสฉวนเช่นนี้ ในฤดูหนาวบนพื้นที่ราบไม่ค่อยมีหิมะตกนัก จะมีก็แต่บนภูเขาเท่านั้น แม้เสนาบดีจะเคร่งครัดกับความประหยัด แต่ในวังหลวงก็ยังมีน้ำแข็งเก็บอยู่บ้าง แม้จะไม่มากนัก ในฐานะที่นางเป็นมารดาของฮองเฮา นางจึงรู้ดีเรื่องเหล่านี้

…………………..

จบบทที่ 46 - ไอศกรีม

คัดลอกลิงก์แล้ว