เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

20 - ชงชา

20 - ชงชา

20 - ชงชา


20 - ชงชา

แน่นอนว่าน้ำชานั้นในยามปกติจะดื่มก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ก็มีเพียงบ้านที่ร่ำรวยและฟุ่มเฟือยเท่านั้นถึงจะกล้าพูดเช่นนั้น ของพรรค์นี้ในปัจจุบันยังไม่มีการเพาะปลูกด้วยฝีมือมนุษย์ อย่างน้อยจากคำพูดที่เฟิงหยงงัดออกมาจากปากของจ้าวควง ผู้ที่เห็นโลกมามากแล้วก็บอกว่าไม่เคยได้ยินเรื่องการเพาะปลูกด้วยฝีมือมนุษย์มาก่อน เพราะฉะนั้นความน่าเชื่อถือของข่าวนี้จึงค่อนข้างสูง

ไม่มีการเพาะปลูก หมายความว่าผลผลิตต่ำ ผลผลิตต่ำก็หมายความว่าราคาแพง แล้วยังต้องใส่ส่วนผสมต่างๆ ลงไปในน้ำชาอีก รวมถึงน้ำมันสัตว์ด้วย...ชาวบ้านทั่วไปยังกล่าวว่า "ข้ากินข้าวประจำวันยังไม่มีน้ำมันให้ปรุงเลยนะ!"

ทว่าจ้าวควงกลับยกย่องน้ำชานี้นักหนา ฟังจากน้ำเสียงแล้วเพราะเขาเคยมีโอกาสได้ดื่ม รู้สึกว่ารสชาตินั้นเลิศล้ำยิ่งนัก

"เลิศล้ำโบร่ำโบราณอะไรนั่นแหละ!" เฟิงหยงแค่นเสียงอย่างดูแคลน ของแบบนี้มันก็แค่เอาไว้อวดร่ำอวดรวยก็เท่านั้น เปรียบได้กับหูฉลามในยุคหลังที่รสชาติก็เหมือนวุ้นเส้น แต่ดันกลายเป็นวัตถุดิบชั้นสูง ทั้งที่คุณค่าทางโภชนาการก็ไม่ได้มากอะไร

ด้วยเหตุนี้เฟิงหยงจึงกล่าวว่า "พวกที่ดื่มน้ำชานี่มันบ้านนอกทั้งนั้น!" ใบชาเด็ดจากต้นแล้วตากแห้งแบบดิบๆ แบบนั้นก็ยังจะกล้าเรียกว่าใบชาอีกหรือ? ถ้าไม่ได้ผ่านเคล็ดลับลับเฉพาะของจวนเฟิงแล้วจะเรียกว่าชาได้อย่างไร? แบบนั้นพวกป่าเถื่อนเท่านั้นถึงจะกล้าดื่ม

คนอื่นมองไม่ทะลุก็เป็นเรื่องของคนอื่น แต่เฟิงหยงต้องคิดให้รอบคอบ เพื่อเก็บรักษาความลับของใบชา รัฐยังตั้งหน่วยงานชื่อ “กรมสอบสวนชา” ที่ทรงอิทธิพลขึ้นมา ถ้าเช่นนั้นเพื่อรักษาความลับบางประการของจวนเฟิงในอนาคต ก็ควรจะเตรียมการไว้ล่วงหน้าเช่นกันหรือไม่?

ทำไมตั้งแต่หลังยุคราชวงศ์ฮั่นเป็นต้นมา เหล่าตระกูลผู้ดีถึงชอบเรียกตนเองว่า "สืบทอดด้วยการเกษตรและการเรียน"? เจ้าคิดว่าพวกเขากำลังถ่อมตัวหรือ? ไม่ใช่เลย! สิ่งที่เรียกว่า "สืบทอดด้วยการเกษตรและการเรียน" หมายความว่า "ที่ดินก็ของข้า ความรู้ก็ของข้า" ดังนั้นไม่ว่าใครจะขึ้นเป็นฮ่องเต้ เจ้าก็ต้องมาขอร้องให้ข้าช่วยเจ้า ปกครองแผ่นดินให้สงบสุข

แล้วจวนเฟิงเล่า? มีที่ดินอยู่นิดเดียว ส่วนความรู้นั้น... เว้นแต่เจ้าของบ้านที่มาจากยุคอนาคตซึ่งเป็นบัณฑิตมหาวิทยาลัย กับเม่ยเม่ยที่รู้หนังสือไม่กี่สิบคำ ที่เหลือก็ล้วนเป็นคนไม่รู้หนังสือบริสุทธิ์!

ความรู้คือพลัง!

เฟิงหยงถอนใจ ก่อนจะตัดสินใจว่า “ข้าก็จะสืบทอดด้วยการเกษตรและการเรียน!”

แน่นอนว่าการสืบทอดของเฟิงหยงไม่เหมือนกับของเหล่าตระกูลผู้ดี พวกตระกูลผู้ดีทำเพื่อให้ตระกูลยืนยาวมั่นคง แต่ของเฟิงหยงนั้นทำเพื่อเวลาทำอะไรบางอย่างในอนาคต จะได้ไม่ถึงกับไม่มีใครช่วยเลย...เฟิงบ้านนอกผู้นี้แต่แรกไม่เคยคิดเลยว่าจะกลายเป็นคนในยุคฮั่นจริงๆ

"ข้ารู้ประวัติศาสตร์ของอนาคต และยังรู้อะไรอีกมากมายที่คนในยุคนี้ไม่รู้ แล้วทำไมข้าต้องทำตัวให้เหมือนพวกเจ้าเล่า?"

หัวใจของมนุษย์ต้องมีความยึดมั่นถึงจะเรียกว่ามีชีวิตอยู่ หากแม้แต่ความยึดมั่นภายในใจก็ไม่มีแล้ว จะต่างอะไรกับปลาตากแห้ง?

ในเมื่อจะไม่เป็นปลาเค็ม(คนขี้เกียจ) ก็ต้องรีบลุกจากเตียง เฟิงหยงหันไปบอกเม่ยเม่ยที่กำลังจะเข้ามาช่วยแต่งตัวว่า

“ไปเรียกลุงจ้าวไป ข้ามีเรื่องสำคัญจะปรึกษา”

เปี่ยมพลังจนทะลัก ลุงจ้าวในฐานะผู้มาก่อนเริ่มพร่ำสอนด้วยความภาคภูมิใจ บอกเฟิงหยงว่า “นี่แหละคือสัญญาณว่าชายชาตรีกำลังเติบโต อย่าตกใจไป แต่นายท่านควรจะรีบแต่งงานได้แล้ว หากแต่งงานเมื่อไร ทุกอย่างก็จะเป็นปกติเอง”

มดปีนต้นไม้ น้ำแข็งกับไฟอยู่ร่วมกัน มังกรพิษขุดโพรง...

สิ่งเหล่านี้ ลุงจ้าวเข้าใจหรือไม่?

เฟิงหยงถอนใจเบาๆ แล้วกล่าวว่า

“ข้าเข้าใจหมดแล้ว ลุงจ้าว เรื่องแต่งงานนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อน ข้ากำลังอยู่ในวัยเติบโต ยังไม่เหมาะจะมีสัมพันธ์เร็วเกินไป...”

พ่อบ้านจ้าวจึงเริ่มไม่เข้าใจอีกแล้ว นายท่านคนนี้ เรียนรู้อะไรมากันแน่? เหตุใดเรื่องแบบนี้ก็ยังเข้าใจด้วย?

จ้าวควงเป็นคนมีน้ำใจ ไม่นานนักก็เอาโฉนดที่ดินมาส่งด้วยตนเอง ขอแค่เฟิงหยงลงชื่อลง แล้วนำไปขึ้นทะเบียนกับทางการ ภูเขาเหล่านั้นก็จะกลายเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของเฟิงหยง

“อย่างไรอาหารในจวนพี่ใหญ่ก็กินได้อร่อยจริงๆ ตั้งแต่ข้าได้ชิมในวันนั้นก็รู้สึกว่าอาหารในจวนตัวเองมันผิดแปลกไปหมด วันก่อนท่านพ่อข้าจัดงานเลี้ยง ข้าเผลอหลุดปากไปว่าของจวนพี่อร่อยกว่ามากนัก ไม่คิดว่าท่านพ่อจะได้ยินเข้า ก็ลุกขึ้นเตะข้าอัดติดผนังเลย”

กินอิ่มดื่มอิ่มแล้ว จ้าวควงก็พึงพอใจถึงกับเรอออกมา ไม่หลงเหลือมารยาทของสุภาพบุรุษตอนพบกันครั้งแรกแม้แต่น้อย แถมยังทำตัวสนิทสนมราวกับเป็นสหายเก่า

“บ้าไปแล้ว!” เฟิงหยงลูบโฉนดในอกอย่างมีความสุข พลางเหลือบมองจ้าวควงหนึ่งที พ่อเจ้าเชิญแขกมาเลี้ยง เจ้าเพื่อเอาใจคุณหนูจาง ก็เลยไปหักหน้าบ้านตัวเอง บอกว่าอาหารสู้บ้านคนอื่นไม่ได้ แบบนี้จะไม่โดนเตะได้อย่างไร?

แต่จ้าวควงหน้าตาดีจริงๆ… เฟิงหยงก็อดฝันกลางวันถึงจ้าวอวิ๋นผู้สง่างามไม่ได้ ผู้ที่ถูกสาวกยุคหลังบูชาเป็นบุรุษเพียบพร้อม ยอดขุนพลในตำนาน แล้วตัวจริงในประวัติศาสตร์ของเขาจะเป็นเช่นไรกันแน่?

“ว่าแต่พี่ใหญ่ อีกไม่กี่วันท่านเตรียมตัวให้ดี อาจจะมีคนอยากมาพบหน้าท่านสักหน่อยนะ”

หือ? ข้ากำลังคิดถึงพี่จ้าวอยู่นี่ เจ้ามาบอกเรื่องนี้พอดี อย่าบอกนะว่า... นี่แหละที่เขาเรียกว่าจิตใจสื่อถึงกัน? เอ๊ะ ถุยๆ! หรือว่าการเชื่อมต่อทางจิตใจ? เอ๊ะ! ถุยอีกที...

ช่างเถอะ ไม่ว่าจะเป็นอะไร เฟิงหยงก็รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างในใจ พลันนึกถึงขนมที่ให้จ้าวควงเอาไปเมื่อวันก่อน หรือว่าจะเป็นสาวน้อยตระกูลกวนที่ใช้ชื่อรหัสว่า ‘ขนมถักเปีย’? (กวนจี้)

ใจเย็นไว้ ใจเย็นไว้ เฟิงหยงระงับความตื่นเต้นในใจ ถามขึ้นว่า

“เป็นผู้ใดหรือ?”

"ยังบอกไม่ได้ ไว้ถึงเวลาท่านก็จะรู้เอง" จ้าวควงยิ้มอย่างลึกลับ

เฟิงหยงยิ้มอย่างเข้าใจ "เข้าใจ เข้าใจ!"

ในยุคหลังมีหมาล่า ส่วนตอนนี้มีขนมถักเปีย ฮี่ฮี่!

"เมื่อใด? ที่ใด?"

"วันเวลาแน่นอนยังไม่กำหนด แต่ก็อีกไม่กี่วันเท่านั้น ถึงตอนนั้นจะมีคนมาบอกเอง สถานที่พบกันก็ใต้ต้นหลิวที่เจ้าชอบนั่งตกปลานั่นแหละ"

ยอดเยี่ยม! เฟิงหยงยกไหสุราขึ้นจิบหนึ่งคำ สุราที่เปรี้ยวและฝาดอย่างกับเครื่องดื่มหมดอายุ ในยามนี้กลับดูเหมือนจะไม่เลวร้ายเท่าใดนัก อยู่ดีๆ ก็เริ่มคิดฟุ้งซ่านขึ้นมา

พูดถึงเครื่องดื่ม สิ่งที่เฟิงหยงจดจำได้ชัดเจนที่สุดมีอยู่สามอย่าง คือชาเขียว ชาแดง และชาน้ำผึ้ง ก็ในช่วงวัยที่เขาชอบดื่มเครื่องดื่มพอดี บริษัทพวกนั้นกำลังทำตลาดกันแบบบ้าคลั่ง อัตราการถูกรางวัล "ได้อีกขวด" ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ทำให้รู้สึกว่าไม่ดื่มก็เหมือนผิดต่อตัวเอง

สิ่งเหล่านั้นมีจุดร่วมคือเป็นเครื่องดื่มประเภทชา แน่นอนว่าคำสำคัญอยู่ที่คำว่า "ชา" ในเมื่อโฉนดที่ดินได้มาแล้ว เช่นนั้นเรื่องการทำชาก็ควรถูกจัดไว้ในลำดับต้นๆ เสียที

ถามว่า ชาจีนประเภทใดมีผลผลิตมากที่สุด? และนิยมดื่มมากที่สุด?

ตัวเลือก ได้แก่ ชาเขียว ชาแดง ชาดำ ชาขาว ชาเหลือง ชาดอกไม้ อู่หลง?

คำตอบคือ ชาเขียว

กรรมวิธีทำชาเขียวนั้นง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้เครื่องจักร ใช้แรงมืออย่างเดียวก็สามารถทำในลักษณะเวิร์กช็อปภายในครอบครัวได้ เมื่อครั้งที่พวกหลอกเกษตรกรให้ปลูกชา พวกเขาก็แจกคู่มือซึ่งท้ายเล่มมีกรรมวิธีทำชาเขียวสามขั้นตอนหลักคือ หยุดการหมัก บิดใบ และทำให้แห้ง

วิธีหยุดการหมักมีหลากหลาย แต่วิธีที่ง่ายและใช้ได้จริงที่สุดคือใช้กระทะเหล็กคั่วตรงๆ

ดังนั้นสองสามวันนี้ นายท่านเจ้าของจวนเฟิงจึงคลุ้มคลั่งอีกครั้ง สั่งระดมคนทั้งหมู่บ้านขึ้นเขาไปเก็บใบไม้ อย่างไรช่วงนี้ก็เป็นฤดูว่างจากงานเกษตรอยู่แล้ว พวกชาวนาก็ชินกับที่เจ้าของบ้านชอบคลุ้มคลั่งเป็นพักๆ อีกทั้งเจ้าของบ้านยังแจกข้าวสารกิน ก็ไม่มีใครนินทาให้เสียหาย

ต้นชาต้นแก่หกต้น ทั้งหมดเก็บได้แค่ไม่ถึงสองจินเท่านั้น หากอยากได้ใบชามากกว่านี้ คงต้องไปหาในพื้นที่ทางใต้อย่างหนานจง ส่วนหนานจงนั้น...เฮ้อ ไม่พูดเสียยังจะดีเสียกว่า!

เจ้าจะคลุ้มคลั่งไปทำไมกัน? ทั้งหมดก็แค่กลุ่มคนไร้อนาคตทั้งนั้น!

พูดถึงหนานจง ก็นับว่าเตือนสติเฟิงหยงได้ดีอีกเรื่อง อีกสองปีข้างหน้าจูเก๋อกง(จ้าวพระยาจูเก๋อ)จะปราบกบฏสำเร็จ ข้าควรหาทางเข้าไปยุ่งเกี่ยวให้ได้เสียหน่อย อย่างน้อย...ที่นั่นคือแหล่งกำเนิดชาที่แท้จริงไม่ใช่หรือ!

ขอให้ข้าไตร่ตรองดูว่า ใครบ้างที่มีอิทธิพลต่อสถานการณ์ในหนานจง? เฟิงหยงจมอยู่ในภวังค์ความคิด

"นายท่าน คุณชายจ้าวมาถึงแล้ว" ผู้จัดการบ้านเดินเข้ามาในครัว บอกกับเฟิงหยง

"รินชาให้ก่อน แล้วถามว่าเขามีธุระด่วนหรือไม่ บอกเขาว่าวันนี้ข้าไม่มีเวลา..." พูดได้ครึ่งเดียวจู่ๆ ก็หยุดกะทันหัน ช่วงนี้ในหัวมีแต่เรื่องชา เผลอพูดหลุดปากออกมาเสียได้ รินชาอะไรกัน! ชานี่ข้ายังทำไม่เสร็จเลย ยังขาดขั้นตอนคั่วกับนวด เฟิงหยงมองดูใบชาที่กำลังแปรรูปอยู่ด้วยความรู้สึกปวดฟัน หากออกไปตอนนี้ ใบชาทั้งหมดก็คงพังหมด

"เอาเถอะ บอกให้เขาเข้ามาก็แล้วกัน อย่างไรเอ้อหลางก็ไม่ใช่คนนอก"

ว่าที่น้องภรรยาในอนาคตที่ช่วยเป็นพ่อสื่อให้เขากับพี่สาวคนนั้น จะนับเป็นคนนอกได้อย่างไร? แม้จะไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ แต่ก็สนิทยิ่งกว่าพี่สาวแท้ๆ เสียอีก

…………………..

จบบทที่ 20 - ชงชา

คัดลอกลิงก์แล้ว