- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 39 ฮือๆ หนูจะขิตแล้ว
บทที่ 39 ฮือๆ หนูจะขิตแล้ว
บทที่ 39 ฮือๆ หนูจะขิตแล้ว
“ถ้าพวกคุณมาเพราะเห็นวิดีโอของผมใน Bilibili งั้นพวกคุณก็น่าจะเตรียมใจมาบ้างแล้ว”
“สัตว์เลี้ยงที่ร้านของผมค่อนข้างพิเศษ พวกมันไม่เพียงแต่มีไอคิวสูงมาก แต่ยังครอบครองพลังที่มหัศจรรย์และแปลกประหลาดสำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเรา”
“พวกคุณจะเข้าใจว่าเป็นพลังธาตุแบบเวทมนตร์ก็ได้ แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกตามหลักการก็คือ ‘พลังธาตุ’ ครับ”
กู่ซินมองหร่วนซินอี้และน้องชาย พลางเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น
“งั้นคลิปที่ฮิโตคาเงะสู้กับโรคอนนั่นเป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”
หร่วนโหย่วซิ่วขมวดคิ้วถามกู่ซินด้วยความข้องใจ
“จริงแน่นอนครับ” กู่ซินพยักหน้าตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ
หร่วนโหย่วซิ่วเงียบไป ใช่แล้ว จริงๆ เขาเก่งเรื่องคอมพิวเตอร์พอตัว ตอนที่หร่วนซินอี้เอาคลิปทั้งสองมาให้ดู เขาถึงไม่เชื่อในแวบแรก
แต่หลังจากตรวจสอบคลิปอย่างละเอียดแล้ว เขาก็ไม่พบร่องรอยการตัดต่อหรือ CG เลยแม้แต่น้อย...
และตอนนี้เมื่อได้รับการยืนยันจากปากของกู่ซิน เขาก็ทำได้แค่เงียบ
จะเถียงไปทำไม? ก็ไร้ความหมาย ในเมื่อสิ่งมีชีวิตอย่างดีแอนซีก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้วไม่ใช่เหรอ?
“น่าตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย!”
หร่วนซินอี้ไม่ได้คิดเยอะเหมือนหร่วนโหย่วซิ่ว เธอแค่รู้สึกว่าถ้ามีสิ่งมีชีวิตอย่างโปเกมอนอยู่จริง มันจะเจ๋งขนาดไหนกันนะ?
“ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณผู้หญิงกดปุ่มนี้เลยครับ มาดูกันว่าโชคชะตาจะนำพาคู่หูแบบไหนมาให้คุณ?”
กู่ซินยิ้มพลางผายมือเชิญหร่วนซินอี้
รอยยิ้มบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของหร่วนซินอี้ยังคงสดใส แต่แววตากลับแฝงความตื่นเต้นระคนประหม่า ปลายนิ้วของเธอกดลงบนปุ่ม ‘GO’ บนสารานุกรมประจำร้าน
เงาดำหมุนวนผ่านหน้าจอสารานุกรม หร่วนโหย่วซิ่วเองก็ชะโงกหน้าเข้ามาจ้องมองหน้าจอเขม็ง
“เยอะจังเลยแฮะ”
รอสักพัก เงาดำที่หมุนติ้วก็ยังไม่หยุด หร่วนโหย่วซิ่วถึงกับอุทานออกมาจากใจจริง
ถ้าเงาดำพวกนี้คือโปเกมอนทั้งหมด งั้นมันจะมีจำนวนมากขนาดไหนกันเนี่ย?
ในที่สุด ภาพบนสารานุกรมก็ค่อยๆ หยุดนิ่ง เงาดำค่อยๆ สว่างชัดขึ้น
“เอ๊ะ? นี่มันกบเหรอ? บนหลังมีดอกตูม... หรือเมล็ดด้วย?”
เมื่อเห็นภาพชัดๆ หร่วนซินอี้ก็ชะงักไป
“ดวงดีนะครับเนี่ย นี่คือโปเกมอนประเภทหญ้า ‘ฟุชิกิดาเนะ’ เป็นโปเกมอนที่เหมาะมากสำหรับเทรนเนอร์มือใหม่ครับ”
กู่ซินเหลือบมองสารานุกรมแล้วยิ้มออกมา
ในที่สุดฟุชิกิดาเนะก็มาแล้วสินะ!
ใช่แล้ว โปเกมอนที่หร่วนซินอี้สุ่มได้ก็คือหนึ่งในโปเกมอนเริ่มต้นยุคแรกแห่งภูมิภาคคันโต ฟุชิกิดาเนะ หรือที่มักถูกล้อว่าเป็น ‘กบเทพกระเทียม’ นั่นเอง
ฟุชิกิดาเนะ, เซนิกาเมะ, ฮิโตคาเงะ... แบบนี้ก็ครบเซตแล้วสินะ
“หน้าตามุ้งมิ้งจังเลยแฮะ”
ดวงตาใสกระจ่างของหร่วนซินอี้เป็นประกายวิบวับ จ้องมองรูปภาพด้วยความสนใจใคร่รู้
รูปร่างของมันเหมือนกบสีเขียว แต่ชัดเจนว่าน่ารักกว่ากบปกติมาก บนตัวมีลวดลายสีเขียวเข้ม และที่โดดเด่นที่สุดก็คือสิ่งที่คล้ายหัวกระเทียมบนหลังของมัน
“ก็น่ารักดีนะ”
หร่วนโหย่วซิ่วพยักหน้าเห็นด้วย
“เถ้าแก่ ตัวนี้เทียบกับฮิโตคาเงะหรือโรคอนแล้วเป็นไงบ้างคะ?” หร่วนซินอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามกู่ซิน
“คุณลูกค้าหมายถึง?”
“หมายถึงถ้าสู้กัน ใครเก่งกว่ากันคะ?”
“อืม... เรื่องนี้พูดยากครับ ความแข็งแกร่งของโปเกมอนขึ้นอยู่กับหลายด้าน การต่อสู้เองก็มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อผลแพ้ชนะ”
กู่ซินนิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบเลี่ยงๆ อย่างถนอมน้ำใจ ประเภทหญ้าแพ้ทางประเภทไฟนี่นา...
เขาคงพูดตรงๆ ไม่ได้หรอกว่า ‘ด้วยฝีมือของคุณตอนนี้ เอาฟุชิกิดาเนะไปสู้กับฮิโตคาเงะหรือโรคอน โอกาสชนะแทบจะเป็นศูนย์’
“ถ้าคุณลูกค้าซื้อฟุชิกิดาเนะ ผมจะแถมคู่มือเทรนเนอร์มือใหม่ให้ด้วยครับ ในนั้นมีคำตอบสำหรับข้อสงสัยของมือใหม่ที่ผมรวบรวมไว้เองอย่างละเอียดเลย”
กู่ซินเห็นหร่วนซินอี้มองฟุชิกิดาเนะตาละห้อย จึงเอ่ยเสนอ
ก่อนหน้านี้เขาลืมเรื่องคู่มือเทรนเนอร์มือใหม่ไปสนิทเลย สงสัยต้องส่งไฟล์ให้พวกไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนคนละชุดแล้วสิ
แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เดี๋ยวส่งเข้ากลุ่มแชตทีเดียวเลยก็ได้
“ขอดูตัวจริงก่อนได้ไหมคะ?”
หร่วนซินอี้ลังเลเล็กน้อย แม้ในรูปจะดูน่ารัก แต่ใครจะรู้ว่าตัวจริงหน้าตาเป็นยังไง?
“ได้แน่นอนครับ นี่เป็นสิทธิ์ของลูกค้าอยู่แล้ว รอสักครู่นะครับ”
กู่ซินพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องเก็บของ
“เจ้ จะซื้อจริงดิ?”
เมื่อเห็นกู่ซินหายเข้าไปในห้อง หร่วนโหย่วซิ่วก็ขมวดคิ้วกระซิบถามพี่สาว
“เจ้ก็รู้นี่ว่าพ่อไม่ชอบให้พวกเราเลี้ยงสัตว์ แล้วในคอมเมนต์ก็มีคนบอกว่าสัตว์เลี้ยงร้านนี้แพงมาก”
“ถ้าพ่อรู้เข้า เจ้โดนเชือดแน่”
หร่วนโหย่วซิ่วเตือนหร่วนซินอี้เสียงเบา เขาเองก็ยังไม่ค่อยเชื่อเรื่องสัตว์เลี้ยงวิเศษนี่สักเท่าไหร่
อีกอย่าง กฎระเบียบที่บ้านค่อนข้างเข้มงวด ที่มาร้านสัตว์เลี้ยงวันนี้ก็แค่อยากพิสูจน์ว่าคลิปวิดีโอนั่นเป็นของจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง
“ไม่ต้องห่วงน่า ขอดูก่อน เจ้รู้ลิมิตตัวเองดี” หร่วนซินอี้โบกมือปัดอย่างขอไปที
“...” หร่วนโหย่วซิ่วได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“ฟุชิกิดาเนะมาแล้วครับ”
ประตูห้องเก็บของเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับเสียงของกู่ซิน
หร่วนซินอี้รีบหันขวับไปมอง วินาทีต่อมาดวงตาของเธอก็สว่างวาบ
หัวเล็กๆ โผล่ออกมาจากหลังประตู จากนั้นสิ่งมีชีวิตน่ารักก็กระโดดดึ๋งๆ ออกมา
ดูเหมือนมันจะอารมณ์ดีมาก สังเกตได้จากสีหน้าท่าทางที่แสดงความอยากรู้อยากเห็นและความดีใจออกมาอย่างชัดเจนราวกับมนุษย์
“กรี๊ดดด! น่ารัก!!”
โดนเจ้าตัวเล็กตกเข้าอย่างจัง หร่วนซินอี้ยกมือปิดปาก มองฟุชิกิดาเนะด้วยความเซอร์ไพรส์
“ดาเนะ~?”
เมื่อได้ยินเสียงของหร่วนซินอี้ ฟุชิกิดาเนะก็หยุดวิ่งเล่นแล้วหันมามองด้วยดวงตากลมโตสีแดง พร้อมส่งเสียงร้องด้วยความสงสัย
“อาซิ่ว! น้องมันอ่อยพี่อะ!!”
ดวงตาของหร่วนซินอี้เป็นประกายวิบวับยิ่งกว่าเดิม เธอกระตุกแขนเสื้อน้องชายยิกๆ ด้วยความตื่นเต้น
หร่วนโหย่วซิ่ว: “...”
“ดูเหมือนลูกค้าจะชอบฟุชิกิดาเนะนะครับ”
กู่ซินเห็นปฏิกิริยาของหร่วนซินอี้ก็เดินเข้าไปอุ้มฟุชิกิดาเนะขึ้นมา แล้วลูบหัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ
ฟุชิกิดาเนะตัวนี้ก็นิสัยดีจริงๆ มันหรี่ตาลงอย่างสบายใจ ไม่ขัดขืนเลยสักนิด แถมยังทำหน้าฟินสุดๆ ยิ่งดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่
“ชอบมากเลยค่ะ! เถ้าแก่ ขอลองจับหน่อยได้ไหมคะ?”
หร่วนซินอี้พยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าว แล้วถามกู่ซินด้วยสายตาคาดหวัง
เธอแพ้ทางสัตว์น่ารักๆ แบบนี้ที่สุด!
“ได้ครับ ฟุชิกิดาเนะตัวอุ่นมากนะ ไม่หยิ่งด้วย” กู่ซินยิ้มตอบ
หร่วนซินอี้ยื่นมือออกไปอย่างตื่นเต้น ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ฟุชิกิดาเนะอย่างระมัดระวัง ฟุชิกิดาเนะเพียงแค่ใช้ดวงตากลมโตมองดูผู้หญิงตรงหน้า
สัมผัสแล้ว
“ดาเนะดา~”
นิ้วของหร่วนซินอี้แตะเบาๆ ที่แก้มของฟุชิกิดาเนะ เมื่อเห็นว่ามันไม่ต่อต้าน
หร่วนซินอี้ก็ลูบเบาๆ ฟุชิกิดาเนะถึงกับเงยหน้าขึ้น เชิดคางให้ลูบ พร้อมส่งเสียงร้องอย่างสบายตัว
“ฮือออ~ ทำไมหนูถึงน่ารักขนาดนี้ลูก!”
ขี้โกงชะมัด!
หร่วนซินอี้มองเจ้ากบเทพกระเทียมด้วยสายตาเป็นรูปหัวใจ เสียงร้องของน้องทำเอาใจละลาย
อา... ตุยเย่วาตานาเบ้ไอโกะ!