- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 37 กรี๊ดดด! ปีศาจ!
บทที่ 37 กรี๊ดดด! ปีศาจ!
บทที่ 37 กรี๊ดดด! ปีศาจ!
“โยกิราสสามารถเรียนรู้พลังปฐพีได้ครับ”
กู่ซินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไป
“สมกับเป็นโยกิราสลูกพ่อจริงๆ!”
ดวงตาของเฉินหยุนเป็นประกายวาววับ เอ่ยชมลูกรักของตัวเองไม่ขาดปาก
เมื่อเห็นท่าทางดีใจออกนอกหน้าของเฉินหยุน กู่ซินคิดไปคิดมาก็ตัดสินใจไม่พูดดับฝันเขาจะดีกว่า
บันกิราสเป็นโปเกมอนสายโจมตีกายภาพระดับมืออาชีพเชียวนะ!
ท่าไม้ตายของโปเกมอนนั้นแบ่งออกเป็นประเภทกายภาพและประเภทพิเศษ ซึ่งบันกิราสก็คือตัวท็อปในสายกายภาพอย่างแท้จริง
ท่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมันคือท่ากายภาพอย่างพวก ‘แผ่นดินไหว’ หรือ ‘โจมตีด้วยหินแหลม’ ยิ่งถ้ามีท่าไม้ตายพันธุกรรมระดับเทพอย่าง ‘มังกรเริงระบำ’ มาช่วยบัฟพลังโจมตีกายภาพด้วยแล้ว ก็ยิ่งเพอร์เฟกต์เข้าไปใหญ่
ส่วนท่า ‘พลังปฐพี’ ถึงแม้จะรุนแรงไม่เบา แต่มันเป็นท่าสายโจมตีพิเศษ ซึ่งก็เหมือนกับการเอาท่า ‘ลำแสงทำลายล้าง’ ไปใส่ให้บันกิราสนั่นแหละ เป็นการใช้ของผิดประเภทชัดๆ
ต่อให้จะใส่ท่าที่มีพลังทำลายล้างสูงจริงๆ บันกิราสก็เหมาะกับท่ากายภาพอย่าง ‘กิกะอิมแพกต์’ มากกว่า
ทั้ง ‘กิกะอิมแพกต์’ และ ‘ลำแสงทำลายล้าง’ ในเกมต่างก็มีพลังโจมตี 150 เท่ากัน และมีผลข้างเคียงต้องพักหนึ่งเทิร์นเหมือนกัน แต่กิกะอิมแพกต์เป็นท่ากายภาพ ซึ่งเข้ากับสเตตัสของบันกิราสมากกว่า
แต่ก็นะ แต่ละคนก็มีแนวคิดเป็นของตัวเอง อีกอย่างการเรียนรู้ท่าไม้ตายไว้เยอะๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
“แต่ตอนนี้การจะให้โยกิราสเรียนรู้ท่านี้อาจจะยากหน่อยนะครับ เพราะตู้สุ่มรางวัล ‘เครื่องช่วยสอนท่า’ (TM) ยังไม่เปิดให้บริการ”
“เครื่องช่วยสอนท่าคืออะไรเหรอคะ?”
ฉู่เค่อเหลียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็ตามชื่อเลยครับ มันคือไอเทมแบบใช้แล้วทิ้งที่ช่วยให้โปเกมอนเรียนรู้ท่าไม้ตายใหม่ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น ท่า ‘ไฮโดรปั๊ม’ ที่รุนแรงของประเภทน้ำ”
“ถ้าคุณไป๋มีเครื่องช่วยสอนท่า ก็สามารถใช้กับเซนิกาเมะเพื่อให้เรียนรู้ไฮโดรปั๊มได้ทันทีครับ”
“ท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งจะช่วยยกระดับพลังการต่อสู้ของโปเกมอนได้อย่างมหาศาล”
กู่ซินอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็น
พวกเฉินหยุนได้ยินดังนั้นก็ตาลุกวาวทันที!
“ฮิโตคาเงะกับนัคคราของฉันก็ใช้ได้เหมือนกันเหรอคะ?”
ดวงตาของฉู่เค่อเหลียนเป็นประกายวิบวับ เธอนึกย้อนไปตอนที่ใช้สารานุกรมส่องดูข้อมูลของดีแอนซี แถบท่าไม้ตายที่ยาวเหยียดจนแทบจะทำให้ตาบอดนั่นมันช่างน่าอิจฉาจริงๆ!
“ได้แน่นอนครับ พ่นไฟ, ไดมอนจิ, แผ่นดินไหว, กรงเล็บมังกร และอื่นๆ ท่าไม้ตายของประเภทต่างๆ มีเยอะแยะมากมายครับ”
กู่ซินยิ้มพยักหน้า
“แต่ตอนนี้ตู้สุ่มเครื่องช่วยสอนท่ายังไม่เปิดให้บริการ ลูกค้าคงต้องอดใจรอไปก่อนนะครับ”
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของฉู่เค่อเหลียนเหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง กู่ซินก็ชิงตัดบทขึ้นมาก่อน
ใช้เท้าคิดก็รู้ว่าคุณหนูไฮโซคนนี้จะพูดว่าอะไร
แต่ในเมื่อระบบยังไม่ปลดล็อกสิทธิ์ตู้สุ่มเครื่องช่วยสอนท่าให้ ต่อให้กู่ซินอยากให้พวกเขาสุ่มแค่ไหนก็ทำไม่ได้ คงต้องรอหลังอัปเกรดระบบนั่นแหละ
แถมยังเป็นระบบ ‘สุ่ม’ ด้วยนะ ไม่ใช่ซื้อโดยตรง!
และเครื่องช่วยสอนท่าของที่นี่ก็เหมือนกับในเกมเจนแรกๆ คือเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง
“ชิ~” เมื่อเห็นกู่ซินยืนกรานหนักแน่น ฉู่เค่อเหลียนก็เบะปากอย่างขัดใจ
ส่วนพวกเฉินหยุนและไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนต่างก็รู้สึกเสียดายไปตามๆ กัน
หลังจากกลับเข้ามาในร้านและแลกเปลี่ยนคอนแทกต์รวมถึงเพิ่มเพื่อนใน WeChat กับกู่ซินแล้ว เฉินหยุนกับหลินเซิงก็ขอตัวกลับ
ตอนนี้เกือบจะเที่ยงแล้ว เฉินหยุนต้องรีบกลับบริษัท
“งั้นพวกเราก็ไปก่อนนะเถ้าแก่ ไว้จะมาใหม่นะคะ”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนดูเวลาแล้วก็หันมายิ้มลาเถ้าแก่เช่นกัน
“จริงด้วย บายจ้า~”
ฉู่เค่อเหลียนใช้โปเกบอลเก็บนัคครากลับเข้าไป เจ้าเด็กนี่เดินช้าจริงๆ
“แล้วเจอกันครับ” กู่ซินโบกมือลาสองสาว
อืม สมกับเป็นเพื่อนซี้กันจริงๆ เมื่อกี้ยังทะเลาะกันบ้านแตก ผ่านไปแป๊บเดียวก็กลับมาจู๋จี๋กันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกแล้ว
วิถีลูกคุณหนูนี่มันเข้าใจยากจริงๆ สงสัยจะเล่นกันแบบนี้บ่อยล่ะมั้ง
หลังจากส่งสองสาวไฮโซออกจากร้าน กู่ซินก็บิดขี้เกียจแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์
“สั่งเดลิเวอรีดีกว่า”
กู่ซินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน หยิบมือถือขึ้นมาเตรียมสั่งอาหาร กองทัพต้องเดินด้วยท้องนี่นะ
“วิดีโอก็ต้องตัดต่อ ชื่อคลิปเอาเป็น... ‘การประลองโปเกมอน ภาค 2’ ก็แล้วกัน”
หลังจากสั่งอาหารเสร็จ กู่ซินก็เปิดคอมพิวเตอร์ วันนี้ถ่ายคลิปการต่อสู้มาได้อีกสองคู่ เดี๋ยวตัดต่อใส่ตอนจบสักหน่อยก็อัปโหลดได้แล้ว
ตอนนี้ยอดผู้ติดตามของเขาใน Bilibili จะทะลุห้าแสนแล้ว เรียกได้ว่าเป็นจอมมารแห่งการปั๊มยอดซับเลยทีเดียว
แต่กู่ซินไม่ได้กะจะหากินกับการเป็นยูทูบเบอร์สักหน่อย สิ่งที่เขาต้องการคือลูกค้าที่มาจับจ่ายใช้สอยในร้านต่างหาก!
“Bilibili ดูจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่เลยแฮะ หรือว่าไอ้ห้าแสนซับนี่จะเป็นบอทล้วนๆ? ท่านประธานเฉิน (CEO ของ Bilibili) เล่นใหญ่ไปหรือเปล่าเนี่ย”
กู่ซินมองหน้าโปรไฟล์ของตัวเองใน Bilibili แล้วอดบ่นอุบไม่ได้
ยอดซับขึ้นไว ยอดวิวก็สูง แต่ลูกค้าที่มาที่ร้านจริงๆ ในช่วงไม่กี่วันนี้กลับเพิ่มขึ้นมาแค่นิดเดียวเอง
ทำเอากู่ซินรู้สึกท้อแท้ใจจริงๆ
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น
“ยินดีต้อนรับครับ~”
กู่ซินรีบฉีกยิ้มการค้า ลุกขึ้นต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาทันที
กู่ซินกวาดตามองอย่างรวดเร็ว ผู้มาเยือนคือหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อายุอานามน่าจะประมาณยี่สิบต้นๆ
“สวัสดีค่ะ พวกเราเห็นวิดีโอของเถ้าแก่ใน Bilibili...”
หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ เอ่ยปากพูดกับกู่ซิน แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค สายตาของสาวน้อยท่าทางเรียบร้อยคนนี้ก็เหลือบไปเห็นดีแอนซีที่กำลังกระโดดดึ๋งๆ ถือถ้วยชาอยู่
วินาทีถัดมา...
“ดีแอนซีตัวเป็นๆ!!!”
เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นเต้นดีใจดังลั่นแสบแก้วหู บ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด
ดีแอนซีสะดุ้งโหยงจนถ้วยชาในมือเกือบจะบิน!
ประโยคนี้... คุ้นๆ แฮะ?
“เอ่อ คุณลูกค้าครับ ใจเย็นลงหน่อยนะครับ แล้วก็แน่นอนว่าดีแอนซีต้องตัวเป็นๆ อยู่แล้ว... คุณทำแบบนี้มันเสียมารยาทนะครับ”
กู่ซินนวดขมับ พูดกับหญิงสาวที่ยังคงตื่นเต้นไม่หายด้วยความอ่อนใจ
เขานึกออกแล้ว ตอนที่หลินเซิงเดินเข้ามาในร้านครั้งแรกก็มีปฏิกิริยาแบบนี้เปี๊ยบ...
แถมบทพูดยังเหมือนกันเด๊ะ ‘ดีแอนซีตัวเป็นๆ’!
“เจ้ เบาเสียงหน่อยสิ นี่มันในร้านเขานะ!”
ชายหนุ่มหน้าตาหมดจดข้างๆ หน้าแดงเถือก รีบกระตุกแขนเสื้อหญิงสาวแล้วกระซิบเตือน
ให้ตายสิ อยู่บ้านจะแหกปากโวยวายยังไงก็ได้ แต่อยู่ในร้านคนอื่นแล้วจู่ๆ ก็ตะโกนลั่นแบบนี้ เขาอายจนอยากจะมุดดินหนีแล้วเนี่ย
...
บริษัทหัวฉี จำกัด เป็นบริษัทน้องใหม่ไฟแรง แต่ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงสองปี มูลค่าบริษัทก็พุ่งทะยานแตะสามสิบล้าน
ความสำเร็จนี้ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนเต็มที่ของกลุ่มทุนหัวฉีที่อยู่เบื้องหลัง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมของประธานบริษัทอย่างเฉินหยุนด้วย
“ท่านประธานคะ ทางมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อันดับหนึ่งติดต่อมา อยากเชิญท่านไปร่วมงานครบรอบยี่สิบปี...”
เลขาฯ สาวในชุดยูนิฟอร์มรัดรูปเดินถือกองเอกสารเข้ามาในห้องทำงานท่านประธาน พลางรายงานตารางงานไปด้วย
แต่ไม่นานนัก เลขาฯ สาวก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เสียงรายงานขาดห้วงไปดื้อๆ
เธอเงยหน้าขึ้นมองไปที่มุมซ้ายของโต๊ะทำงานท่านประธาน สิ่งมีชีวิตผิวสีเขียวรูปร่างคล้ายไดโนเสาร์ตัวน้อยปรากฏแก่สายตา
เลขาฯ สาวถึงกับยืนนิ่งอึ้ง จ้องมองเจ้าตัวเล็กนั่นตาค้าง
ไดโนเสาร์? หรือกิ้งก่ายืนสองขา? หรือว่าตุ๊กตาขยับได้?
ไดโนเสาร์น้อยผิวเขียวลืมตาแป๋ว จ้องมองเลขาฯ สาวตาไม่กะพริบ ในอุ้งมือทั้งสองข้างยังกอดขาโต๊ะทำงานที่เพิ่งหักออกมาสดๆ ร้อนๆ
“โย?”
จ้องตากันอยู่ไม่กี่วินาที โยกิราสก็เอียงคอด้วยความสงสัย มองดูมนุษย์ผู้หญิงคนนี้อย่างไม่เข้าใจ
ไม่พูดไม่จา จ้องหน้าทำไมเหรอ?
มันขยับได้...
หน้าของเลขาฯ สาวเริ่มซีดเผือด สายตาจับจ้องไปที่เจ้าไดโนเสาร์น้อยเขียวที่เริ่มแทะขาโต๊ะในมือ
โดยเฉพาะเมื่อเห็นไม้เนื้อแข็งชั้นดีถูกเจ้าไดโนเสาร์น้อยกัดเคี้ยวเล่นราวกับเป็นเต้าหู้นิ่มๆ ขาของเลขาฯ สาวก็เริ่มสั่นพั่บๆ
ตัวเป็นๆ... มันคือสิ่งมีชีวิตจริงๆ!
วินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีดก็ดังลั่นออกมาจากห้องท่านประธาน
“กรี๊ดดดดด! ปีศาจ! รปภ.! รปภ.!!!”