- หน้าแรก
- เผยแพร่ให้ก้องโลก ฉันนี่แหละตัวพ่อแห่งโปเกมอนที่แท้จริง
- บทที่ 36 ผู้หญิงทะเลาะกันนี่มันน่ากลัวชะมัด
บทที่ 36 ผู้หญิงทะเลาะกันนี่มันน่ากลัวชะมัด
บทที่ 36 ผู้หญิงทะเลาะกันนี่มันน่ากลัวชะมัด
“ฝันกลางวันอยู่หรือไงยะ หน้าอย่างหล่อนน่ะเหรอจะสุ่มได้มินิริว”
ยังไม่ทันที่กู่ซินจะได้เอ่ยปาก ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนก็พูดแขวะฉู่เค่อเหลียนด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้
“พูดอะไรของแกน่ะยัยเฉี่ยน?” ฉู่เค่อเหลียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดอารมณ์โกรธออกมาทันควัน
จะมาว่าฉันไอคิวต่ำ ฉันไม่ว่า แต่จะมาสงสัยในความสวยของฉันไม่ได้นะยะ!
“หน้าฉันมันเป็นยังไงมิทราบ? หน้าฉันก็สวยออกย่ะ!”
“เหอะๆ~”
“ยัยผู้หญิงนิสัยเสีย! แกหมายความว่าไงหา? ถ้าไม่ใช่เพราะฉันคอยออมมือให้ตั้งแต่เด็ก แกคงไม่มีทางได้เชิดหน้าชูคอเป็นดาวมหาวิทยาลัยหรอกย่ะ เห็นแล้วน่าสมเพชจริงๆ”
เสียงของฉู่เค่อเหลียนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์
“น่าขำตายชัก สายตาของเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยเขากว้างไกลย่ะ คะแนนโหวตในเว็บบอร์ดของฉันนำแกอยู่ตั้งร้อยกว่าคะแนน ยังมีหน้ามาพูดดีเข้าตัวอีกเหรอ?”
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนหัวเราะเยาะ กอดอกมองค้อนฉู่เค่อเหลียนด้วยหางตา
“ฮะ? ไอ้ร้อยคะแนนที่ว่านั่นได้มายังไง แกรู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? ยัยตัวแสบ!”
“แค่คุณหนูอย่างฉันถ่ายรูปเซลฟี่ใส่ชุดฮั่นฝูสวยๆ ลงไปเรียกคะแนนหน่อย มันจะทำไมมิทราบ?”
“ฉันทนแกมานานแล้วนะ ยัยนางมารร้ายจอมสร้างภาพ!”
“วันนี้อยากจะตบกันสักยกใช่ไหมฮะ?”
“ใครกลัวใครล่ะ? ที่หาเรื่องเนี่ยเพราะเมื่อกี้แพ้ฉันแล้วพาลใช่ไหม?”
เสียงทะเลาะเบาะแว้งของสองนักศึกษาสาวไฮโซดังลั่นร้าน จนเหล่าโปเกมอนอย่างโยกิราสและโรคอนถึงกับตกใจต้องวิ่งไปหลบหลังเทรนเนอร์ของตัวเอง
ส่วนเซนิกาเมะของไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนและฮิโตคาเงะของฉู่เค่อเหลียน ต่างก็จ้องหน้ากันเขม็ง เลียนแบบเจ้านายของมันอย่างไม่ยอมลดละ
“รุ่นน้องสองคนนี้... รักกันดีจังเลยนะครับ”
เฉินหยุนยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก รู้สึกเกร็งๆ ขึ้นมาชอบกล
ในฐานะนายน้อยแห่งตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของเซี่ยงไฮ้ เฉินหยุนย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของสองคุณหนูตระกูลไป๋และตระกูลฉู่มาบ้าง
แถมเฉินหยุนเองก็เป็นศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อันดับหนึ่งด้วย จะเรียกว่าเป็นรุ่นพี่ของสองสาวนี้ก็ได้
แต่ที่เคยได้ยินมา ล้วนเป็นเรื่องราวความดีงามและความเพียบพร้อมของรุ่นน้องทั้งสอง ไม่นึกเลยว่า...
“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ผมเห็นผู้หญิงยืนด่ากราดใส่กันแบบนี้ อานุภาพทำลายล้างสูงจริงๆ!”
หลินเซิงมองสองสาวที่ยังคงพ่นคำด่าใส่กันไฟแลบด้วยความสนใจใคร่รู้
ยิ่งเป็นสาวสวยระดับท็อปมายืนด่ากันแบบนี้ มันยิ่งดูบันเทิงเริงใจเข้าไปใหญ่!
“เพื่อนสนิทกันทะเลาะกันบ้างก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์ครับ ปล่อยพวกเธอไปเถอะ เดี๋ยวสักพักก็คงดีกันเอง”
กู่ซินกะพริบตาปริบๆ ตัดสินใจไม่เข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน ปล่อยให้เป็นเรื่องของพวกเธอสองคนจัดการกันเองดีกว่า
“จริงด้วยครับเถ้าแก่ ค่าซ่อมแซมพื้นที่เสียหาย เดี๋ยวผมโอนให้เลยนะครับ”
เฉินหยุนพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปมองพื้นสนามประลองที่แตกยับเยินจากการต่อสู้เมื่อครู่ แล้วเอ่ยกับกู่ซินด้วยความเกรงใจ
“หืม? ไม่ต้องหรอกครับ เรื่องแค่นี้ง่ายมาก”
กู่ซินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะโบกมือปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม
เฉินหยุนทำหน้างง
“ดีแอนซี ใช้พลังปฐพี”
ดีแอนซีที่ยังคงถือกล้องวิดีโออยู่ส่งเสียงร้องรับคำสั่งเบาๆ ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นชี้ไปที่สนามประลอง
“เชี่ย... ไรวะนั่น!”
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเฉินหยุนและหลินเซิง พื้นผิวของสนามประลองทั้งหมดราวกับมีชีวิตขึ้นมา คลื่นดินม้วนตัวราวกับระลอกน้ำ
เหมือนกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทรที่ซัดสาด ภายใต้การควบคุมของพลังปฐพี พื้นดินที่แตกร้าวเสียหายกลับถูกสมานเข้าหากันในพริบตา
เพียงแค่ไม่กี่อึดใจ พื้นดินก็กลับมาสงบนิ่ง เรียบเนียนและสะอาดสะอ้านราวกับเพิ่งปูใหม่!
“นี่มัน...”
ขนาดคนอย่างเฉินหยุน เห็นภาพตรงหน้ายังต้องทำหน้าเหมือนเห็นผี
ส่วนฉู่เค่อเหลียนกับไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนที่หยุดสงครามน้ำลายกันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ต่างก็จ้องมองสนามประลองที่กลับมาเรียบกริบด้วยความตื่นตะลึง
“พลังปฐพี เป็นท่าไม้ตายพิเศษประเภทดินครับ ใช้พลังของผืนดินโจมตีคู่ต่อสู้ ซึ่งอานุภาพก็ร้ายกาจพอตัว”
“แต่ถ้าแค่ควบคุมดินให้กลับคืนสภาพเดิม ก็เป็นเรื่องง่ายๆ แค่นี้แหละครับ”
กู่ซินอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สำหรับดีแอนซีแล้ว การควบคุมพื้นที่เล็กๆ แค่นี้มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก
ต่อให้ดีแอนซีจะไม่ใช่โปเกมอนประเภทดินก็ตาม
“เวอร์วังอลังการเกินไปแล้ว” ฉู่เค่อเหลียนเดาะลิ้นด้วยความทึ่ง ภาพคลื่นดินที่ม้วนตัวเมื่อกี้มันน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ
แต่ดูจากท่าทีเฉยเมยของดีแอนซี เห็นได้ชัดว่านี่เป็นแค่การออกแรงเล่นๆ ของมันเท่านั้น
ปังมาก!
ไป๋เฉี่ยนเฉี่ยนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างรุนแรง เก่งสุดๆ ไปเลย!
“มหัศจรรย์มาก! วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ”
ผ่านไปครู่ใหญ่ เฉินหยุนถึงได้ถอนหายใจยาวออกมา พลางอุทานด้วยความทึ่ง
ช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่ออะไรขนาดนี้!
แต่หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ในวันนี้มา เขากลับรู้สึกว่าเรื่องแบบนี้มันดูเป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาด
ก็ขนาดโยกิราสของเขา ยังควบคุมก้อนหินได้เลยนี่นา?
“เถ้าแก่ครับ ถึงจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ลูกค้าควรจะพูด แต่ผมคิดว่าเถ้าแก่ควรจะแจ้งเรื่องนี้ให้ ‘เบื้องบน’ ทราบหน่อยนะครับ”
“สัตว์เลี้ยงของเถ้าแก่มันวิเศษเกินไป ถ้าได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ผมคิดว่าธุรกิจของเถ้าแก่จะราบรื่นยิ่งกว่านี้”
“และอีกอย่าง... จะได้เป็นการลงทะเบียนล่วงหน้าไปด้วย”
ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เฉินหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกระซิบเตือนกู่ซินด้วยความหวังดี
มันวิเศษเกินไป! วิเศษจนเหมือนเวทมนตร์ในโลกแฟนตาซี!
แต่เพราะความวิเศษนี้แหละ เฉินหยุนถึงได้คิดไปไกลกว่านั้น
“ผมเข้าใจครับ เรื่องนี้ผมเองก็คิดไว้แล้วเหมือนกัน” กู่ซินเข้าใจความหมายของเฉินหยุน จึงพยักหน้ารับ
‘เบื้องบน’ ที่เฉินหยุนพูดถึง ย่อมหมายถึงรัฐบาล ซึ่งเป็นองค์กรยักษ์ใหญ่ และกู่ซินก็รู้ดีว่าเขาหลีกเลี่ยงการติดต่อกับภาครัฐไม่ได้อย่างแน่นอน
มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะหลังจากระบบอัปเกรด โปเกมอนจะเริ่มปรากฏตัวขึ้นในเขตเมืองเซี่ยงไฮ้ สำหรับสิ่งมีชีวิตรูปแบบใหม่อย่างโปเกมอนที่ไม่มีใครรู้จัก แถมยังใช้ ‘เวทมนตร์’ ได้
รัฐบาลจะรับมือยังไง?
ต่อให้มีระบบคอยช่วยทำให้เรื่องมันดูซอฟต์ลง แต่ถ้าจู่ๆ มีโปเกมอนโผล่มาเยอะแยะเต็มเมืองเซี่ยงไฮ้ ปฏิกิริยาแรกของรัฐบาลก็ต้องเป็นการควบคุมสถานการณ์ไว้ก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง
ดังนั้นก่อนที่ระบบจะอัปเกรด กู่ซินจึงเตรียมตัวที่จะเข้าไปติดต่อกับคนระดับสูง เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันไว้ก่อน
“ถ้าเถ้าแก่ต้องการ ผมสามารถให้คุณพ่อช่วยนัดท่านเลขาธิการพรรคประจำเซี่ยงไฮ้มาพบได้นะครับ”
เฉินหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอตัวช่วยเหลือ
เขาคิดเผื่อไว้หลายตลบ และเขาก็พอจะเดาได้ว่ากู่ซินไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
เขายังเชื่ออีกว่า หากโปเกมอนแพร่หลายออกไป มันอาจจะสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงต่อสังคมปัจจุบัน
แต่เฉินหยุนมองว่านี่เป็นเรื่องดี!
อย่างเช่นการที่ดีแอนซีใช้พลังปฐพีซ่อมแซมพื้นดินเมื่อกี้ มันทั้งสะดวกและปลอดภัยสุดๆ!
ถ้าสามารถนำพลังของโปเกมอนมาประยุกต์ใช้ในสังคมได้ นั่นจะเป็นการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัยเลยทีเดียว!
“ถ้าจำเป็น ผมจะติดต่อไปนะครับคุณเฉิน”
กู่ซินเลิกคิ้วเล็กน้อย โอ้โห ถึงขั้นนัดเจอเลขาธิการพรรคได้เลยเหรอเนี่ย เส้นสายของตระกูลเฉินนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ
แต่ตอนนี้ยังไม่รีบ รอให้เก็บรวบรวมรายได้จนระบบอัปเกรดได้ก่อนดีกว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ กู่ซินก็ไม่อยากไปยุ่งกับเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาวงการโปเกมอนนักหรอก
แต่บางเรื่องมันก็เลี่ยงไม่ได้ ไม่อย่างนั้นการปรากฏตัวของโปเกมอนจำนวนมาก อาจจะสร้างความตื่นตระหนกและแรงต่อต้านจากประชาชนได้
ลองคิดดูสิ อยู่ดีๆ ชีวิตที่สงบสุข โลกทัศน์ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กต้องมาพังทลายเพราะมี ‘สัตว์ประหลาด’ ที่ใช้พลังธาตุต่างๆ ได้โผล่มาเป็นโขยง ใครบ้างจะไม่กลัว?
เผลอๆ เบื้องบนอาจจะส่งกองกำลังติดอาวุธมากวาดล้างเลยก็ได้
นั่นไม่ใช่สิ่งที่กู่ซินอยากเห็นแน่นอน
“ผมเชื่อว่าเถ้าแก่คงมีแผนของตัวเองอยู่แล้ว งั้นผมขอถามอีกเรื่องหนึ่งนะครับ”
เฉินหยุนยิ้มรับ พลางครุ่นคิดอย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณเฉินมีอะไรสงสัยถามมาได้เลยครับ” กู่ซินยิ้มตอบ
“เอ่อคือ...”
เฉินหยุนลังเลเล็กน้อย เหลือบตามองโยกิราสของตัวเอง
“ท่าพลังปฐพีของดีแอนซีเมื่อกี้ ในอนาคตโยกิราสของผมจะเรียนได้ไหมครับ?”
ท่าพลังปฐพีนี่มันเท่ระเบิดไปเลย! แถมชื่อท่าก็ฟังดูดุดันทรงพลัง! เขาชอบมากเลยอ่ะ!
กู่ซิน: “เอ่อ...”