เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 แพ้ทั้งเกม แพ้ทั้งคน

บทที่ 35 แพ้ทั้งเกม แพ้ทั้งคน

บทที่ 35 แพ้ทั้งเกม แพ้ทั้งคน


บทที่ 35 แพ้ทั้งเกม แพ้ทั้งคน

ความจริงแล้ว การปรับทัพของดิอาซเกิดจากความเข้าตาจน... เขาหวังจะทวงประตูคืนให้เร็วที่สุดเพื่อกู้ขวัญกำลังใจ แต่ก็ไม่กล้าเทหมดหน้าตัก เพราะภาพเบนตอสป่วนแนวรับในครึ่งแรกยังหลอนอยู่ เลยออกมาเป็นแผนกั๊ก ๆ รุกก็ไม่สุด รับก็ไม่เชิง

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้คือ... บางครั้งความลังเลแบบนี้แหละ ที่จะเร่งให้ทีมพ่ายแพ้เร็วยิ่งขึ้น

การเปลี่ยนตัวของดิอาซดูเหมือนจะเห็นผลในช่วงต้นครึ่งหลัง... แม้จะยังยิงไม่ได้ แต่รูปเกมดีกว่าครึ่งแรกเห็น ๆ โดยเฉพาะการเน้นเปิดบอลจากริมเส้นไปที่เป้าหมายอย่าง กัมปูซาโน... ช่วงหนึ่งเกมรุกของกัสติยาดูวูบวาบกว่าครึ่งแรกมาก

เห็นสถานการณ์แบบนี้ เยียร์โรตัดสินใจเด็ดขาด ปรับหมากในสนามทันที

นาทีที่ 53... เรอัล โอเบียโด เปลี่ยนตัวผู้เล่น... โอมาร์ กองกลางตัวรับที่ย้ายมาจากเลกาเนส ลงแทน ซาอูล... และ กอร์ตูโญ เซ็นเตอร์แบ็ก ลงแทนกองหน้าอย่าง บาร์เกนา

หลังเปลี่ยนตัว... โอเบียโดเปลี่ยนจากแผนรุก 4-3-3 มาเป็นแผนรถบัส 5-4-1 ทันที!

เห็นการปรับแผนของคู่แข่ง ดิอาซกัดฟันกรอดด้วยความแค้น... เขาเคยเห็นคนหน้าด้านมาเยอะ แต่ไม่เคยเจอใครหน้าด้านขนาดนี้มาก่อน... เขารู้ดีว่าพอโอเบียโดตั้งใจมาอุดรอสวนเต็มสูบแบบนี้ ถ้าฝั่งเขายิงไม่ได้สักที ขวัญกำลังใจอันน้อยนิดที่เพิ่งกู้คืนมาได้ คงดิ่งลงเหวอีกรอบ

เยียร์โรรู้จุดนี้ดี ถึงได้ปรับแก้เกม... แถมยังมีเบนตอสค้ำหน้าอยู่ แนวรับคู่แข่งก็ไม่กล้าเติมเกมสุ่มสี่สุ่มห้า... ตั้งแต่เยียร์โรมาคุมโอเบียโด เขาเน้นย้ำเรื่องการบีบพื้นที่แดนกลางเสมอ

ดังนั้น หลังโอเบียโดเปลี่ยนตัว... ทุกคนเริ่มสังเกตเห็นว่า แม้ภายนอกกัสติยาจะเป็นฝ่ายบุกและโอเบียโดตั้งรับ แต่บอลส่วนใหญ่กลับเปลี่ยนการครอบครองที่แดนกลาง... แผน “ปีกคู่พิฆาต” ของดิอาซก็โดนโอเบียโดปิดตาย... ยิ่งไปกว่านั้น แผนหลัง 5 คนของเยียร์โรไม่ใช่การยืนปักหลักทื่อ ๆ... กอร์ตูโญที่ลงมาใหม่ ยืนตำแหน่งแทรกอยู่ระหว่างกองหลังกับกลางรับ ทำหน้าที่เป็นกำแพงชั้นสุดท้ายก่อนถึงแผงหลัง... ผลคือ เพลย์เมกเกอร์ตัวเดียวของกัสติยา จมหายไปใน “คลื่นมนุษย์” ของโอเบียโดอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งที่กัสติยาทำได้ดี คือการประกบเบนตอสในครึ่งหลัง... ตลอดครึ่งหลัง วิธีการหยุดเบนตอสนั้นเรียบง่ายและหยาบกระด้างสุด ๆ... ยอมฟาวล์ดีกว่าปล่อยให้เบนตอสพลิกบอลเล่นง่าย ๆ

แต่การทำแบบนี้ก็มีราคาที่ต้องจ่าย... มาถึงตอนนี้ ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองไปแล้ว 6 ใบ... เป็นของกัสติยาไปซะ 4 ใบ

เมื่อเวลาผ่านไป... นักเตะกัสติยาเริ่มหงุดหงิดกันอีกรอบ... ความหงุดหงิดทำให้การเล่นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บางจังหวะเริ่มเกินขอบเขตของฟุตบอลไปแล้ว

ภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดในที่สุดช่วงท้ายเกม... และการระเบิดครั้งนี้ทำให้กุนซือทั้งสองฝั่งต้องเสียใจที่ไม่ได้ปรับตัวผู้เล่นให้เร็วกว่านี้

นาทีที่ 81... ออสการ์รับบอลคืนหลัง จู่ ๆ ก็รู้สึกถึงแรงปะทะมหาศาลจนเสียหลักล้มคว่ำ บอลหลุดเท้า... กลายเป็นว่าเบนตอสวิ่งไล่กวดลงมาแย่งบอลจากเท้าออสการ์ไปดื้อ ๆ!

ผู้ตัดสินที่อยู่ใกล้ ๆ โบกมือให้เล่นต่อ ชี้ชัดว่าจังหวะแย่งบอลของเบนตอสขาวสะอาด... นั่นทำให้ออสการ์สติขาดผึง! เขาลุกพรวดขึ้นมาแล้วหวดเตะกวาดไปที่เบนตอสเต็มแรง... แม้เบนตอสจะกระโดดหลบได้ทัน แต่ก็ยังโดนปุ่มสตั๊ดเฉี่ยวเข้าที่หลังเท้า... ชัดเจนว่าจังหวะนี้จงใจเล่นคน!

เบนตอสเจ็บจี๊ดที่เท้าจนล้มลง... แต่เขารู้ว่าคงไม่เป็นอะไรมาก... ทว่าถ้าเมื่อกี้เขาไม่กระโดดหลบ ลูกนี้ขาหักได้เลยนะ... คิดได้ดังนั้น ความโกรธก็พุ่งพล่าน... เขาอดนึกถึงชาติก่อนไม่ได้ ที่โดนเล่นสกปรกจนต้องเลิกเล่นฟุตบอล...

คิดแล้วเขาก็ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นมา ไม่สนใจเสียงนกหวีด กระชากคอเสื้อออสการ์ทันที

“มึงคิดจะทำเหี้ยอะไรวะ?”

ความจริงออสการ์ก็เริ่มเสียใจหลังทำลงไป... เขารู้ดีว่าการกระทำเมื่อกี้หมายถึงอะไรสำหรับอาชีพนักเตะ... ถ้าเบนตอสหลบไม่ทัน ขาคงหักสองท่อนไปแล้ว... พอเจอเบนตอสตะคอกใส่ ออสการ์เลยได้แต่เงียบ

ตอนนั้นผู้ตัดสินเข้ามาแยกทั้งคู่... ตามหลักเหตุการณ์ควรจบแค่นั้น...

แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า กอนซาเลซ ของกัสติยา จะวิ่งปรี่เข้ามาแล้วปล่อยหมัดเปรี้ยงเข้าเต็มหน้าเบนตอส!

หมัดเดียวนั้นจุดชนวนสงครามทันที... ซาอูลที่อยู่ใกล้สุดตอบโต้เป็นคนแรก สวนหมัดใส่กอนซาเลซร่วงลงไปกอง...

หลังจากโดนต่อย... ความใจร้อนวู่วามที่เคยหายไปจากร่างนี้ก็ปะทุขึ้นมาทันที...

จากนั้น... ก็ไม่มีคำว่า “จากนั้น” อีกต่อไป

เบนตอสยืนจังก้าอยู่หน้าสุด กำหมัดแน่น ราวกับแม่ทัพผู้เดียวดายขวางประตูด่านสู้ศึกนับหมื่น... นักเตะกัสติยา...กอนซาเลซ, ออสการ์ และผู้รักษาประตู ลูกา ซีดาน ที่วิ่งเติมขึ้นมา...สามคนนี้ที่ห้าวเป้งที่สุด และเป็นคู่กรณีเก่าสมัยอยู่กัสติยา... ต่างลงไปนอนกองกับพื้นหมดสภาพ

ส่วนนักเตะกัสติยาคนอื่น ๆ ถอยกรูด... แม้จะมีเพื่อนร่วมทีมคนอื่นคอยห้าม แต่ดูเหมือนพวกเขาจะถอยเพราะความหวาดกลัวต่อพลังอำนาจที่เบนตอสแสดงออกมามากกว่า

“กูจะบอกพวกมึงให้นะ... เตะบอลพวกมึงก็สู้กูไม่ได้ ต่อยตีพวกมึงยิ่งสู้กูไม่ได้... เข้ามาสิ! มีใครอยากลองดีอีกไหม?”

ท้ายที่สุด เหตุตะลุมบอนก็สงบลงเมื่อเจ้าหน้าที่แห่กันลงมาห้ามทัพ...

ผลลัพธ์ง่ายนิดเดียว... ออสการ์โดนแดงโดยตรงจากจังหวะฟาวล์... ลูกาและกอนซาเลซที่นอนกองอยู่ก็โดนแดง... ฝั่งโอเบียโด เบนตอส, ซาอูล และ โฟลช์ ที่ร่วมแจม ก็รับใบแดงไปคนละใบตามระเบียบ

ที่ข้างสนาม... เยียร์โรยืนหน้าเครียดอยู่ข้างดิอาซ

“มาโลโน... บรรยากาศในกัสติยาตอนนี้ทำให้ฉันผิดหวังมาก... พวกนายกำลังทำลายเกียรติยศของชื่อ ‘เรอัลมาดริด’”

เผชิญหน้ากับคำตำหนิของเยียร์โร ดิอาซพูดอะไรไม่ออก... ทุกคนเห็นเหตุการณ์ชัดเจน และดิอาซก็รู้ดีว่าต้นเหตุมันมาจากอะไร

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 35 แพ้ทั้งเกม แพ้ทั้งคน

คัดลอกลิงก์แล้ว