- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย
บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย
บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย
บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย
“มิเกล เรื่องนี้ปกติมาก... ถ้าฉันเป็นเขา ฉันก็เลือกแบบนี้เหมือนกัน”
ครั้งนี้เยียร์โรไม่ได้คล้อยตามซานเชซ... เขากลับชื่นชมการจัดทัพของกุนซือคู่แข่งด้วยซ้ำ เป็นทางเลือกที่เด็ดขาด ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย เขายังลองสมมติตัวเองเป็นอีกฝ่าย ว่าถ้าตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจะเลือกแบบไหน
เยียร์โรที่รับบทผู้จัดการทีมครั้งแรก... แท้จริงแล้วก็เหมือนเบนตอสในสนาม เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ทุกวินาที
“แล้วเราจะเอายังไงต่อ?”
“ให้อารอนไปวอร์ม... ในเมื่อเขาเปิดโอกาสให้เราบุก เราก็ต้องฉวยโอกาสนั้นไว้”
ห้านาทีต่อมา... นาทีที่ 80 ของการแข่งขัน เรอัล โอเบียโด ตัดสินใจเปลี่ยนตัวอีกครั้ง
กองกลางตัวรุกหมายเลข 7 อารอน ญีเกซ ถูกส่งลงสนามแทน บาร์เซนัส หนึ่งในสามประสานแดนหน้า... นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตามตำแหน่งธรรมดา แต่การมาของ อารอน ญีเกซ ทำให้ระบบการเล่นของโอเบียโดเปลี่ยนเป็น 4–4–2 แบบยืนเรียงหน้ากระดาน (Flat 4-4-2)
ฆูลิโออ่านเจตนาของเยียร์โรออกทันที... เพราะอัลกอร์กอนถอยไปตั้งรับลึก แดนกลางของโอเบียโดที่เป็นรองเรื่องจำนวนอยู่แล้วจึงยิ่งเล่นยาก การถอดกองหน้าออกไม่ได้แปลว่าโอเบียโดถอดใจเรื่องเกมบุก... ในทางตรงกันข้าม เขาดูออกว่าโอเบียโดกำลังจะโหมบุกหนักในช่วงเวลาที่เหลือต่างหาก
เพราะหลังจากเปลี่ยนตัว... สถานการณ์ในสนามกลับตาลปัตรอย่างประหลาด คนที่ตัวสูงที่สุดในทีมโอเบียโดอย่างฟางเจียเหว่ย ไม่ได้ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า... แต่กลับเป็น ซาอูล ที่เตี้ยกว่าเกือบสิบเซนติเมตรขึ้นไปยืนค้ำแทน... จะเรียกว่าแผน 4–4–2 ก็ไม่ถูกนัก มันดูเหมือน 4–4–1–1 มากกว่า โดยมีเบนตอสยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างกองหน้ากับเพลย์เมกเกอร์
จินตนาการออกไหม? ยักษ์สูง 1.9 เมตรยืนเป็นหน้าต่ำ... แล้วให้ซาอูลไปยืนค้ำหน้า?
ฆูลิโอยืนงงเป็นไก่ตาแตก... แต่ความงงงวยเปลี่ยนเป็นความวิตกกังวลอย่างรวดเร็ว เขายืนตะโกนสั่งการข้างสนามไม่หยุด เพราะเขาตระหนักแล้วว่า... ไอ้หมอนี่...ไอ้คนที่หุ่นไม่เข้ากับตำแหน่งกองกลางตัวรุกสักนิด...กลายเป็น “หัวใจ” ในเกมบุกของโอเบียโดไปแล้ว... เขาค้นพบว่าสิ่งที่น่ากลัวของหมอนี่ไม่ใช่ร่างกายหรือลูกโหม่ง แต่เป็น “ความคล่องตัว” ที่ขัดแย้งกับสรีระอย่างสิ้นเชิง
ใช่! ความคล่องตัว... ฆูลิโอรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังไซไฟ... คนกล้ามโตขนาดนั้นทำท่า “เอลาสติโก้” ได้ยังไง?
นาทีที่ 84... เบนตอสทำชิ่งหนึ่ง-สองกับตัวสำรองอย่างญีเกซ... เผชิญหน้ากองหลังที่เข้ามาซ้อน เบนตอสใช้ข้างเท้าด้านนอกและด้านในของเท้าซ้ายตบลูกบอลไปมาอย่างรวดเร็ว... การขยับเท้านั้นสอดประสานกับการโยกตัวท่อนบนอันใหญ่โต... แค่โยกสองจังหวะ คู่แข่งก็เสียหลักหัวทิ่ม... จากนั้นเขาดึงบอลกลับด้วยหลังเท้า แล้วใช้ปลายเท้าขวาจิ้มบอลพุ่งไปข้างหน้าพร้อมสปีดหนี... ทะลุทะลวงผ่านไปอย่างง่ายดาย!
เบนตอสไม่ได้คิดอะไรมาก... แต่ในสายตาคนทั้งสนาม นี่มันเรื่องระเบิดสมองชัด ๆ... ท่าเลี้ยงบอลคลาสสิก “เอลาสติโก้” ถูกสำแดงสด ๆ ตรงหน้า
แต่เพราะคนทำดันหุ่นเหมือน ทาร์ซาน... ภาพที่ออกมาเลยไร้ซึ่งความสุนทรีย์ คำว่า “งดงาม”
“สง่า” หรือ “พริ้วไหว” ใช้กับเขาไม่ได้เลย... วินาทีนั้น ภาพคลาสสิกภาพหนึ่งผุดขึ้นในหัวแฟนบอลโอเบียโดบนอัฒจันทร์...
คิงคอง!
ส่วนกองหลังที่โดนหลอกจนหัวหมุน ก็สภาพเหมือน แมรี่ ดาร์โรว์ ที่ถูกคิงคองจับเหวี่ยงไปมาไม่มีผิด
น่าเสียดายที่จังหวะบุกนี้ไม่เป็นประตู... หลังจากกระชากผ่าน เบนตอสตักบอลโด่งเข้าเขตโทษ ซาอูลวิ่งเข้ามายิงเลียด แต่บอลไปชนเสาเด้งออกมาอย่างน่าเจ็บใจ
เบนตอสเดินเข้าไปกอดคอซาอูล... อารมณ์เหมือนพ่อโอบลูกชาย
“นายจงใจใช่ไหม? นายแค่อยากขัดขวางไม่ให้ฉันได้แอสซิสต์ใช่ไหมฮะ?”
“ไม่... ไม่ใช่นะเบนตอส เชื่อฉันสิ... ฉันสาบานด้วยเกียรติของฉันเลย”
“ถุย! กัปตันบอกฉันว่าคำสาบานของนายเชื่อถือได้น้อยที่สุดในโอเบียโด... มีค่าเท่ากระดาษชำระ... ยายฉันยังยิงลูกเมื่อกี้เข้าเลย แต่นายยิงไม่เข้า? นายกวนตีนฉัน หรือนายแทงสวนฝั่งตรงข้ามไว้ฮะ? เดี๋ยกลับไปฉันจะฟ้องบอส... นายล้มบอลชัวร์”
“เวรเอ๊ยเบนตอส... ฉันจะดวลเดี่ยวกับนาย!”
“ได้... หลังจบเกม ใครไม่มาเป็นหมา”
“ฉันผิดไปแล้ว... ฉันขอดวลกับกัปตันดีกว่า หมอนั่นใส่ร้ายฉัน”
“ไสหัวไปเลย... ถ้าพลาดลูกหมู ๆ แบบนี้อีก ฉันจะเตะนายเข้าไปตุงตาข่ายแทนบอล!”
หลังจากอยู่ด้วยกันมากว่าสองเดือน เบนตอสเข้ากับเพื่อนร่วมทีมโอเบียโดได้ดีมาก... เบนตอสรู้สึกว่าตัวเองแค่เป็น “โรคเข้ากับคนง่ายระยะสุดท้าย”... แต่ไม่มีใครกล้าบอกเขาหรอกว่า ครึ่งหนึ่งของความปรองดองนี้มาจาก “พลังการต่อสู้” ของเขาล้วน ๆ... มีครั้งหนึ่งตอนซ้อมเวทเทรนนิ่ง เบนตอสต่อยกระสอบทรายจนแตกกระจาย... นับตั้งแต่วันนั้น เบนตอสก็ได้รับการยอมรับเข้ากลุ่มอย่างเป็นทางการ เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างมอบความรักและความห่วงใยให้เขาอย่างสุดซึ้ง
ก่อนลีกเปิด... เขาถึงขั้นโทรไปโม้กับคริสเตียโนว่า โอเบียโดเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและสามัคคีมาก เพื่อนร่วมทีมทุกคนรักกันเหมือนพี่น้อง
เวลาเหลืออีกเพียงไม่กี่นาที... ผู้จัดการทีมทั้งสองฝั่งยืนลุ้นตัวเกร็งอยู่ข้างสนาม คำภาวนาอาจต่างกัน แต่จุดโฟกัสสายตาคือที่เดียวกัน
นาทีที่ 87... เบนตอสรับบอลแล้วกระดกขึ้นด้วยขวา พลิกตัวหลบกองหลังด้านหลัง แล้วง้างเท้าวอลเลย์เต็มข้อจากหน้ากรอบเขตโทษทันที... น่าเสียดายที่แม้ผู้รักษาประตูจะหมดสิทธิ์รับไปแล้ว แต่บอลพุ่งไปเช็ดคานบนอย่างจังแล้วเหินออกหลังไป
ลูกยิงนั้นทำเอาฆูลิโอและนักเตะอัลกอร์กอนเสียวสันหลังวาบไปตาม ๆ กัน
บางทีอาจเป็นการสอนบทเรียนให้เยียร์โรและชาวโอเบียโดรู้ว่า... ความสำเร็จต้องแลกมาด้วยอุปสรรค หรือบางทีพระเจ้าอาจแค่นึกสนุกอยากแกล้งพวกเขาเล่น
นาทีที่ 89... โอเบียโดบุกขึ้นมาอีกระลอก... ผู้ตัดสินที่สี่ยกป้ายไฟเตรียมประกาศเวลาทดเจ็บ
คราวนี้โอเบียโดเจาะทางกราบขวาแล้วครอสบอลเข้ามา... พยายามมองหาเบนตอสในเขตโทษ แต่ทิศทางบอลไม่ดีนัก เบนตอสไม่มีมุมยิง... เขาที่ยืนอยู่เสาแรกทำได้แค่โหม่งเช็ดเปลี่ยนทาง... ลูกบอลเปลี่ยนวิถีพุ่งไปยังเสาสอง... แต่ ญีเกซ ที่วิ่งสอดขึ้นมาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที... ปลายเท้าขวาที่ยืดสุดเหยียดจั่วลม บอลกลิ้งหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
ผู้ตัดสินที่สี่ยกป้ายไฟ... เวลาปกติ 90 นาทีสิ้นสุดลง...
ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═