เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย

บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย

บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย


บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย

“มิเกล เรื่องนี้ปกติมาก... ถ้าฉันเป็นเขา ฉันก็เลือกแบบนี้เหมือนกัน”

ครั้งนี้เยียร์โรไม่ได้คล้อยตามซานเชซ... เขากลับชื่นชมการจัดทัพของกุนซือคู่แข่งด้วยซ้ำ เป็นทางเลือกที่เด็ดขาด ไม่มีลังเลแม้แต่น้อย เขายังลองสมมติตัวเองเป็นอีกฝ่าย ว่าถ้าตกอยู่ในสถานการณ์นั้นจะเลือกแบบไหน

เยียร์โรที่รับบทผู้จัดการทีมครั้งแรก... แท้จริงแล้วก็เหมือนเบนตอสในสนาม เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่ทุกวินาที

“แล้วเราจะเอายังไงต่อ?”

“ให้อารอนไปวอร์ม... ในเมื่อเขาเปิดโอกาสให้เราบุก เราก็ต้องฉวยโอกาสนั้นไว้”

ห้านาทีต่อมา... นาทีที่ 80 ของการแข่งขัน เรอัล โอเบียโด ตัดสินใจเปลี่ยนตัวอีกครั้ง

กองกลางตัวรุกหมายเลข 7 อารอน ญีเกซ ถูกส่งลงสนามแทน บาร์เซนัส หนึ่งในสามประสานแดนหน้า... นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตามตำแหน่งธรรมดา แต่การมาของ อารอน ญีเกซ ทำให้ระบบการเล่นของโอเบียโดเปลี่ยนเป็น 4–4–2 แบบยืนเรียงหน้ากระดาน (Flat 4-4-2)

ฆูลิโออ่านเจตนาของเยียร์โรออกทันที... เพราะอัลกอร์กอนถอยไปตั้งรับลึก แดนกลางของโอเบียโดที่เป็นรองเรื่องจำนวนอยู่แล้วจึงยิ่งเล่นยาก การถอดกองหน้าออกไม่ได้แปลว่าโอเบียโดถอดใจเรื่องเกมบุก... ในทางตรงกันข้าม เขาดูออกว่าโอเบียโดกำลังจะโหมบุกหนักในช่วงเวลาที่เหลือต่างหาก

เพราะหลังจากเปลี่ยนตัว... สถานการณ์ในสนามกลับตาลปัตรอย่างประหลาด คนที่ตัวสูงที่สุดในทีมโอเบียโดอย่างฟางเจียเหว่ย ไม่ได้ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า... แต่กลับเป็น ซาอูล ที่เตี้ยกว่าเกือบสิบเซนติเมตรขึ้นไปยืนค้ำแทน... จะเรียกว่าแผน 4–4–2 ก็ไม่ถูกนัก มันดูเหมือน 4–4–1–1 มากกว่า โดยมีเบนตอสยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างกองหน้ากับเพลย์เมกเกอร์

จินตนาการออกไหม? ยักษ์สูง 1.9 เมตรยืนเป็นหน้าต่ำ... แล้วให้ซาอูลไปยืนค้ำหน้า?

ฆูลิโอยืนงงเป็นไก่ตาแตก... แต่ความงงงวยเปลี่ยนเป็นความวิตกกังวลอย่างรวดเร็ว เขายืนตะโกนสั่งการข้างสนามไม่หยุด เพราะเขาตระหนักแล้วว่า... ไอ้หมอนี่...ไอ้คนที่หุ่นไม่เข้ากับตำแหน่งกองกลางตัวรุกสักนิด...กลายเป็น “หัวใจ” ในเกมบุกของโอเบียโดไปแล้ว... เขาค้นพบว่าสิ่งที่น่ากลัวของหมอนี่ไม่ใช่ร่างกายหรือลูกโหม่ง แต่เป็น “ความคล่องตัว” ที่ขัดแย้งกับสรีระอย่างสิ้นเชิง

ใช่! ความคล่องตัว... ฆูลิโอรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังไซไฟ... คนกล้ามโตขนาดนั้นทำท่า “เอลาสติโก้” ได้ยังไง?

นาทีที่ 84... เบนตอสทำชิ่งหนึ่ง-สองกับตัวสำรองอย่างญีเกซ... เผชิญหน้ากองหลังที่เข้ามาซ้อน เบนตอสใช้ข้างเท้าด้านนอกและด้านในของเท้าซ้ายตบลูกบอลไปมาอย่างรวดเร็ว... การขยับเท้านั้นสอดประสานกับการโยกตัวท่อนบนอันใหญ่โต... แค่โยกสองจังหวะ คู่แข่งก็เสียหลักหัวทิ่ม... จากนั้นเขาดึงบอลกลับด้วยหลังเท้า แล้วใช้ปลายเท้าขวาจิ้มบอลพุ่งไปข้างหน้าพร้อมสปีดหนี... ทะลุทะลวงผ่านไปอย่างง่ายดาย!

เบนตอสไม่ได้คิดอะไรมาก... แต่ในสายตาคนทั้งสนาม นี่มันเรื่องระเบิดสมองชัด ๆ... ท่าเลี้ยงบอลคลาสสิก “เอลาสติโก้” ถูกสำแดงสด ๆ ตรงหน้า

แต่เพราะคนทำดันหุ่นเหมือน ทาร์ซาน... ภาพที่ออกมาเลยไร้ซึ่งความสุนทรีย์ คำว่า “งดงาม”

“สง่า” หรือ “พริ้วไหว” ใช้กับเขาไม่ได้เลย... วินาทีนั้น ภาพคลาสสิกภาพหนึ่งผุดขึ้นในหัวแฟนบอลโอเบียโดบนอัฒจันทร์...

คิงคอง!

ส่วนกองหลังที่โดนหลอกจนหัวหมุน ก็สภาพเหมือน แมรี่ ดาร์โรว์ ที่ถูกคิงคองจับเหวี่ยงไปมาไม่มีผิด

น่าเสียดายที่จังหวะบุกนี้ไม่เป็นประตู... หลังจากกระชากผ่าน เบนตอสตักบอลโด่งเข้าเขตโทษ ซาอูลวิ่งเข้ามายิงเลียด แต่บอลไปชนเสาเด้งออกมาอย่างน่าเจ็บใจ

เบนตอสเดินเข้าไปกอดคอซาอูล... อารมณ์เหมือนพ่อโอบลูกชาย

“นายจงใจใช่ไหม? นายแค่อยากขัดขวางไม่ให้ฉันได้แอสซิสต์ใช่ไหมฮะ?”

“ไม่... ไม่ใช่นะเบนตอส เชื่อฉันสิ... ฉันสาบานด้วยเกียรติของฉันเลย”

“ถุย! กัปตันบอกฉันว่าคำสาบานของนายเชื่อถือได้น้อยที่สุดในโอเบียโด... มีค่าเท่ากระดาษชำระ... ยายฉันยังยิงลูกเมื่อกี้เข้าเลย แต่นายยิงไม่เข้า? นายกวนตีนฉัน หรือนายแทงสวนฝั่งตรงข้ามไว้ฮะ? เดี๋ยกลับไปฉันจะฟ้องบอส... นายล้มบอลชัวร์”

“เวรเอ๊ยเบนตอส... ฉันจะดวลเดี่ยวกับนาย!”

“ได้... หลังจบเกม ใครไม่มาเป็นหมา”

“ฉันผิดไปแล้ว... ฉันขอดวลกับกัปตันดีกว่า หมอนั่นใส่ร้ายฉัน”

“ไสหัวไปเลย... ถ้าพลาดลูกหมู ๆ แบบนี้อีก ฉันจะเตะนายเข้าไปตุงตาข่ายแทนบอล!”

หลังจากอยู่ด้วยกันมากว่าสองเดือน เบนตอสเข้ากับเพื่อนร่วมทีมโอเบียโดได้ดีมาก... เบนตอสรู้สึกว่าตัวเองแค่เป็น “โรคเข้ากับคนง่ายระยะสุดท้าย”... แต่ไม่มีใครกล้าบอกเขาหรอกว่า ครึ่งหนึ่งของความปรองดองนี้มาจาก “พลังการต่อสู้” ของเขาล้วน ๆ... มีครั้งหนึ่งตอนซ้อมเวทเทรนนิ่ง เบนตอสต่อยกระสอบทรายจนแตกกระจาย... นับตั้งแต่วันนั้น เบนตอสก็ได้รับการยอมรับเข้ากลุ่มอย่างเป็นทางการ เพื่อนร่วมทีมทุกคนต่างมอบความรักและความห่วงใยให้เขาอย่างสุดซึ้ง

ก่อนลีกเปิด... เขาถึงขั้นโทรไปโม้กับคริสเตียโนว่า โอเบียโดเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและสามัคคีมาก เพื่อนร่วมทีมทุกคนรักกันเหมือนพี่น้อง

เวลาเหลืออีกเพียงไม่กี่นาที... ผู้จัดการทีมทั้งสองฝั่งยืนลุ้นตัวเกร็งอยู่ข้างสนาม คำภาวนาอาจต่างกัน แต่จุดโฟกัสสายตาคือที่เดียวกัน

นาทีที่ 87... เบนตอสรับบอลแล้วกระดกขึ้นด้วยขวา พลิกตัวหลบกองหลังด้านหลัง แล้วง้างเท้าวอลเลย์เต็มข้อจากหน้ากรอบเขตโทษทันที... น่าเสียดายที่แม้ผู้รักษาประตูจะหมดสิทธิ์รับไปแล้ว แต่บอลพุ่งไปเช็ดคานบนอย่างจังแล้วเหินออกหลังไป

ลูกยิงนั้นทำเอาฆูลิโอและนักเตะอัลกอร์กอนเสียวสันหลังวาบไปตาม ๆ กัน

บางทีอาจเป็นการสอนบทเรียนให้เยียร์โรและชาวโอเบียโดรู้ว่า... ความสำเร็จต้องแลกมาด้วยอุปสรรค หรือบางทีพระเจ้าอาจแค่นึกสนุกอยากแกล้งพวกเขาเล่น

นาทีที่ 89... โอเบียโดบุกขึ้นมาอีกระลอก... ผู้ตัดสินที่สี่ยกป้ายไฟเตรียมประกาศเวลาทดเจ็บ

คราวนี้โอเบียโดเจาะทางกราบขวาแล้วครอสบอลเข้ามา... พยายามมองหาเบนตอสในเขตโทษ แต่ทิศทางบอลไม่ดีนัก เบนตอสไม่มีมุมยิง... เขาที่ยืนอยู่เสาแรกทำได้แค่โหม่งเช็ดเปลี่ยนทาง... ลูกบอลเปลี่ยนวิถีพุ่งไปยังเสาสอง... แต่ ญีเกซ ที่วิ่งสอดขึ้นมาช้าไปเพียงเสี้ยววินาที... ปลายเท้าขวาที่ยืดสุดเหยียดจั่วลม บอลกลิ้งหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ผู้ตัดสินที่สี่ยกป้ายไฟ... เวลาปกติ 90 นาทีสิ้นสุดลง...

ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 16 สิ่งดี ๆ ย่อมมาหาผู้ที่รอคอย

คัดลอกลิงก์แล้ว