- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 15 เบิ้ลสกอร์
บทที่ 15 เบิ้ลสกอร์
บทที่ 15 เบิ้ลสกอร์
บทที่ 15 เบิ้ลสกอร์
น. 71 ของการแข่งขัน... เรอัล โอเบียโด ได้โอกาสทองอีกครั้ง
คราวนี้เริ่มจากจังหวะประสานงานสั้น ๆ แดนกลางระหว่างแบ็กซ้าย คริสเตียน กับกองกลาง โฟลช์... พวกเขาใช้ความเร็วฉีกแบ็กขวาคู่แข่งจนขาดกระจุย ก่อนจะสปีดเลาะเส้นข้างไปจนสุดเส้นหลัง... ทันทีที่เกือบถึงเส้นหลัง บอลถูกตักโด่งเข้าไปในกรอบเขตโทษอัลกอร์กอน
พูดตามตรง คุณภาพลูกเปิดของคริสเตียนไม่ได้ดีเด่อนัก... บอลโด่งเกินไปนิดแถมน้ำหนักก็ไม่พุ่ง ทำให้คู่แข่งมีเวลาจัดระเบียบเกมรับ... แต่บอลลูกนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่ ฟางเจียเหว่ย
ด้วยยักษ์สูง 1.9 เมตรที่ยืนปักหลักในเขตโทษ... เขาเปรียบเสมือนหอคอยสัญญาณไฟชัด ๆ
เซ็นเตอร์แบ็กสองคนของอัลกอร์กอนเข้าประกบติดเบนตอสทันที... หนึ่งคนด้านหน้า หนึ่งคนด้านหลัง คนข้างหน้าซอยเท้ายิก ๆ กะจังหวะบอลตก ทั้งคู่เป็นพวกเขี้ยวลากดิน อาศัยจังหวะขยับตัวแอบดึงเสื้อเบนตอส...ไม่ได้ดึงแช่ แต่ดึงแล้วปล่อย ตอดนิดตอดหน่อยในมุมที่ผู้ตัดสินมองไม่เห็น
ผลก็คือ... เบนตอสขยับตัวกระโดดหรือพุ่งตัวไม่ได้เลย
น่าเสียดายที่พวกมันประมาทคู่แข่งเกินไป...
ขณะที่บอลลอยค้างกลางอากาศ เบนตอสยังนิ่งสนิท... แต่ทันทีที่บอลเริ่มม้วนตัวตกลงมา เบนตอสก็ขยับ!
ถูกอัดก๊อบปี้ตรงกลาง... เบนตอสบิดสะโพกยักษ์ซ้ายขวาสองสามที ทำเอาไอ้สองตัวหน้าหลังเริ่มเสียหลัก... จากนั้นเขาก็เริ่มขยับขาคู่ยาว...ไม่สิ ขาช้างคู่นั้นไปข้างหน้า และด้วยความแสบสัน... ไม่รู้ตั้งใจหรือบังเอิญ หมอนี่ดันแกว่งแขนกว้างกว่าปกตินิดหน่อยระหว่างวิ่ง
ฝ่ามือขวา “บังเอิญ” ฟาดเข้าที่ท่อนแขนคู่แข่งเข้าเต็มรัก...ปั่ก!
เบนตอสไม่มีตาหลัง เลยไม่เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของคนที่เขาเพิ่งเหวี่ยงไปข้างหลัง... วินาทีนั้นหมอนั่นคงรู้สึกเหมือนแขนไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป
ช่วยไม่ได้... ใครใช้ให้เจ้าผู้โชคร้ายสองคนนี้ไม่รู้ว่าอาจารย์ของเขาคือใคร... คนคนนั้นคือ เฟร์นานโด เยียร์โร เซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงของเรอัลมาดริดและทีมชาติสเปนเชียวนะ! เซ็นเตอร์แบ็กทำหน้าที่อะไร? ก็จัดการกองหน้าไง... ดึงเสื้อ หยิกเนื้ออ่อน จี้เอว หรือแม้แต่ลูบต้นขาด้านใน...นั่นมันงานถนัดเขาเลย
ตอนเยียร์โรสอนวิชาพวกนี้ครั้งแรก เบนตอสถึงกับจิตตกไปพักใหญ่... ที่วิปริตที่สุดคือการแอบเป่าลมใส่หูตอนประกบติด... ตาแก่นั่นมันโคตรน่าขยะแขยง
นอกเรื่องไปไกล! เยียร์โรคือตำนาน คือวีรบุรุษ... เขาจะไปสอนทริคสกปรกพวกนั้นได้ยังไง? ท่าพวกนี้เบนตอสเรียนรู้ด้วยตัวเองล้วน ๆ
เผชิญหน้ากับบอลที่พุ่งเข้ามา... เบนตอสพลิกตัวหันข้างให้ประตู ด้านหลังเขากองหลังอัลกอร์กอนอีกคนกำลังดึงเสื้อฟางเจียเหว่ยจนยืด... ผู้ตัดสินที่อยู่ใกล้ ๆ ยกนกหวีดขึ้นแตะริมฝีปากแล้ว... ไอ้หมอนี่ไม่เห็นหัวเขาเลยชัด ๆ! แต่ต้องชมว่าคุณภาพเสื้อโอเบียโดแม่งดีจริง ยืดจนเสียทรงแต่ไม่ยอมขาด
แต่สิ่งที่ผู้ตัดสินไม่รู้คือ... แรงดึงระดับนี้ไม่มีผลกับจังหวะต่อไปของเบนตอสเลยสักนิด เปรียบเทียบง่าย ๆ... มันเหมือนความแตกต่างระหว่างหัวรถจักรลากตู้รถไฟ 10 ตู้ กับ 11 ตู้แค่นั้นเอง
เบนตอสไม่จำเป็นต้องกระโดดด้วยซ้ำ... เขาใช้ท่า “สะบัดหัวสิงโต” โขกสวนตูมเดียวตรงนั้น!
วิถีบอลเปลี่ยนทิศทันที... แม้ผู้รักษาประตูจะเตรียมตัวมาดี แต่ลูกบอลพุ่งไปชนเสาซ้าย...ปึ้ก! ก่อนจะเด้งเข้าประตูไป...ซู่ม!
2–2!
เรื่องตลกคือ... ผู้ตัดสินเป่านกหวีดให้ประตูเป็นผลสำเร็จก่อน แล้วค่อยควักใบเหลืองแจกย้อนหลังให้ไอ้คนที่ดึงเสื้อเบนตอส
คนโดนทำโทษยอมรับสภาพแต่โดยดี... แต่เบนตอสสิยืนงงเป็นไก่ตาแตก จ้องมองผู้ตัดสินที่ตีหน้าเคร่งขรึมควักใบเหลืองออกมาแบบงง ๆ
จนกระทั่งซาอูลกระโดดขึ้นขี่หลังนั่นแหละ เบนตอสถึงได้สติ
“ไอ้หนู! นายเบิ้ลสกอร์! สองลูกแล้วเว้ย เราตีเสมอแล้ว!”
ทันทีที่เบนตอสจะขัดขืน เขาก็ถูกเพื่อนร่วมทีมที่กรูกันเข้ามารวบลงไปกองกับพื้น แล้วทับถมกันเป็นภูเขามนุษย์
“หนักโว้ย! แม่งเอ๊ย ใครทำวะ? จะตายอยู่แล้ว! บ้าจริง... อย่าเอา ‘เต่า’ มาอุดจมูกฉันนะเว้ย!”
เบนตอสถูกฝังอยู่ก้นหลุมทันที... นาทีนี้ต่อให้ ลีขุย หรือ เตียวหุย มาเองก็ไร้ประโยชน์... นักเตะโอเบียโดทุกคนยกเว้นผู้รักษาประตูวิ่งเข้ามารุมทับเขา ที่เลวร้ายสุดคือไอ้เวรตัวไหนไม่รู้ ดันเอาซอกรักแร้มาล็อกตรงจมูกกับปากเบนตอสพอดี... อื้อหือ กลิ่นนั่นทำเอาเขาแทบสลบเหมือด
เมื่อผู้ตัดสินเข้ามาห้ามทัพความบ้าคลั่ง... พวกเขาถึงยอมลุกและแยกย้าย... เบนตอสที่ลุกขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย สภาพดูไม่จืดเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบ... เศษหญ้าคาปาก เสื้อผ้ายับยู่ยี่... ถ้าสภาพนี้ไปเกิดกับสาวน้อยตอนกลางคืน ใครเห็นคงรีบโทรแจ้งตำรวจข้อหาอนาจารแน่
แม้แต่ผู้ตัดสินยังมองเขาด้วยสายตาเวทนา
“ซาอูล... ไอ้เวร ฝีมือนายใช่ไหม?”
“ไม่ ไม่... เบนตอส จะเป็นฉันได้ไง? เราเป็นคู่หูกันนะ เราเป็นพี่น้องกัน... จริง ๆ นะ เชื่อฉันสิ... ฉันขอสาบานด้วยชื่อแฟนฉันเลย... ฉันว่าน่าจะเป็นไอ้เอร์นานเดซนั่นแหละ ต้องเป็นมันแน่ ๆ มันต้องอยากแก้แค้นชัวร์”
“แม่งเอ๊ย... งั้นนายอย่าสาบานเลยดีกว่า แฟนนายเปลี่ยนแทบทุกวัน!”
เยียร์โรที่เคยยืนเกาะขอบสนาม ตอนนี้กลับไปนั่งสบายใจเฉิบที่ม้านั่งสำรองแล้ว... กลายเป็นตาของฆูลิโอที่ต้องมายืนเครียดข้างสนามแทน
ฆูลิโอรู้สึกเหมือนโดนต้มจนเปื่อย... ตอนแรกเขานึกว่าการส่งเด็ก 16 ลงมาคือการยอมแพ้... แต่นี่มันไม่ใช่การยอมแพ้แล้ว! นี่มันการส่ง “ไพ่ตาย” ลงมาต่างหาก แถมเป็นไพ่ตายที่โคตรวิปริตผิดมนุษย์... หยุดไม่อยู่จริง ๆ! นี่มันบ้าอะไรกัน? เสื้อโดนดึงยืดขนาดนั้น ถ้าเป็นพวกเก๋าเกมคงทิ้งตัวล้มไปแล้ว แล้วลุกมาโวยวาย ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของกรรมการ
แม้สกอร์จะแค่เสมอ... แต่ฆูลิโอเริ่มกังวลถึงผลแพ้ชนะของเกมนี้แล้ว... ฆูลิโอทำหน้าบอกบุญไม่รับ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปส่งสัญญาณทางม้านั่งสำรอง
นาทีที่ 75... หลังจากโอเบียโดตีเสมอ ทีมเยือนอัลกอร์กอนตัดสินใจเปลี่ยนตัว... ฆูลิโอเปลี่ยนรวดเดียวสองคน
หมายเลข 13 กองกลางตัวรับ เปญา ลงแทนกองหน้า โจนาธาน เปเรรา... และหมายเลข 3 เซ็นเตอร์แบ็ก โรดาส ลงแทนกองกลางตัวรุก เอ็ดดี้...
แผนการเล่นของอัลกอร์กอนเปลี่ยนเป็นระบบรถบัส 5-4-1 ทันที!
ยิ่งไปกว่านั้น... หลังตัวสำรองสองคนลงสนามและเริ่มเกมใหม่ ทุกคนสังเกตเห็นว่าอัลกอร์กอนถอยร่นลงไปทั้งทีม... แม้แต่กองหน้าตัวเป้าคนเดียวที่เหลืออยู่อย่าง มูญอซ ที่คอยค้ำแดนหน้า ก็ยังถอยลงมาอยู่ในแดนตัวเอง... รูปขบวนของอัลกอร์กอนถูกบีบอัดจนแน่นขนัดในแดนตัวเอง
เจตนาของฆูลิโอชัดเจนแจ่มแจ้ง... ขอแค่ 1 แต้มก็พอ
“ไอ้หมอนี่หน้าด้านชะมัด”
ซานเชซที่นั่งข้างเยียร์โรสบถออกมา
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═