- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 13 นักผจญเพลิง
บทที่ 13 นักผจญเพลิง
บทที่ 13 นักผจญเพลิง
บทที่ 13 นักผจญเพลิง
หลังจากซ้อมเสร็จ... เบนตอสยังคงไปที่ห้องทำงานของเยียร์โรเพื่อเรียนพิเศษเหมือนเดิม ช่วงหลังมานี้กระแสวิจารณ์จากภายนอกที่มีต่อเยียร์โรรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็รู้ดีว่าเยียร์โรแบกรับความกดดันไว้มหาศาล
ด้วยความที่อยู่โอเบียโดมาเกือบสองเดือน ภาษาสเปนของเบนตอสแทบไม่ใช่ปัญหาแล้ว ฟางเจียเหว่ยเลยเริ่มดูข่าวทีวีและอ่านหนังสือพิมพ์บ้าง... นี่เป็นคำแนะนำของเยียร์โรตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มเรียนภาษาสเปนใหม่ ๆ เยียร์โรบอกให้เขาเรียนรู้โลกภายนอกให้มากขึ้น
เขาได้แต่แค่นเสียงหัวเราะใส่เหตุผลร้อยแปดที่พวกนักข่าวและกูรูฟุตบอลจอมปลอมขุดมาโจมตีเยียร์โร... ตอนนี้แหละที่เขาตระหนักว่า “เกรียนคีย์บอร์ด” และ “กูรูเกาะกระแส” มีอยู่ทุกที่บนโลกจริง ๆ
ปัญหาพื้นฐานของ เรอัล โอเบียโด ไม่ใช่ไอ้เรื่องแผน 4-3-3 บ้าบออะไรนั่นหรอก แต่คือการขาด “เครื่องจักรทะลวงฟัน” ที่จะมาทลายกำแพงยามเกมตื้อต่างหาก... เพราะงั้นในแมตช์หลัง ๆ คู่แข่งที่เจอโอเบียโดเลยพากันมาเล่นแผน “อุดแล้วสวน” กันหมด
“เอาล่ะ เบนตอส วันนี้พอแค่นี้”
“ครับบอส ขอบคุณครับ”
“กลับไปพักผ่อนซะ... ได้ยินมิเกลบอกว่าช่วงนี้นายแอบไปซ้อมฟรีคิกเหรอ?”
“ก็แค่ซ้อมเล่น ๆ ครับ”
“ดีแล้ว... แต่เบนตอส นายต้องพักผ่อนให้เพียงพอนะ ร่างกายนายยัง ‘กำลังโต’ ต้องพักให้ถึง”
“ครับบอส ทราบแล้วครับ”
ได้ยินคำว่า ‘กำลังโต’ เบนตอสถึงกับรู้สึกทะแม่ง ๆ... ขืนร่างนี้โตไปกว่านี้ มันจะกลายเป็นตัวอะไรวะเนี่ย? แต่เขาก็รู้ว่านั่นคือความห่วงใยของเยียร์โร
เดินไปถึงประตู เบนตอสหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วหันกลับมา
“บอสครับ... จริง ๆ แล้ว บอสไม่ต้องไปสนใจคำพูดพวกนั้นหรอกครับ พวกนั้นไม่รู้อะไรเลย ดีแต่พ่นน้ำลายไปวัน ๆ... ผมเชื่อว่าบอสทำได้ และ... และ...”
“ฉันเข้าใจที่นายจะพูด เบนตอส... ขอบคุณนะ”
“บอสครับ ผมแค่อยากจะบอกว่า... ผมคิดว่าผมช่วยบอสได้”
ได้ยินคำพูดของเบนตอส เยียร์โรอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยิ้มออกมา
“โอเค ฉันจะเก็บไปคิดดู... นายกลับไปก่อนเถอะ... ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะเบนตอส ทุกอย่างจะดีขึ้น”
“ครับ ผมรู้”
ทุกอย่างจะดีขึ้นจริงเหรอ?
30 กันยายน 2018... ณ สนาม เอสตาดิโอ มูนิซิปัล เด ซานโต โดมิงโก... สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย เยียร์โรยืนหน้านิ่งไร้อารมณ์อยู่ข้างสนาม สายตาจับจ้องไปที่เกม แต่ไม่มีใครเดาออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แฟนบอลโอเบียโดส่วนน้อยที่ตามมาเชียร์ทีมถึงกับเงียบกริบบนอัฒจันทร์
จอยักษ์ข้างสนามแสดงสกอร์ปัจจุบัน... 2–0... เจ้าบ้านนำ ทีมเยือนตาม
เผชิญหน้ากับทีมน้องใหม่ในวงการฟุตบอลอาชีพสเปน สโมสรที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 1971 อย่าง อัลกอร์กอน... เหลือเวลาอีกเพียง 30 นาทีจะจบเกม
แม้เยียร์โรจะรู้ดีถึงสาเหตุของเสียงวิจารณ์ช่วงนี้ แต่เขาก็ยังยืนกรานส่ง 11 ตัวจริงในระบบ 4-3-3 ที่เขาเชื่อว่าดีที่สุดสำหรับโอเบียโดลงสนาม... ทว่าความจริงกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่
เจอ 4-3-3 ของโอเบียโด... อัลกอร์กอนมาในระบบพื้นฐาน 4-4-2 แต่พอแข่งจริง ทั้งทีมถอยลงไปตั้งรับลึก ทิ้งกองหน้าไว้ข้างหน้าแค่ตัวเดียว
ผลคือ... คู่แข่งได้จังหวะสวนกลับครึ่งละครั้ง และกลายเป็น 2 ประตู
“เปลี่ยนตัวเถอะเฟร์นานโด... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปไม่รอดแน่” ซานเชซเดินเข้ามาหาเยียร์โร
ในฐานะคนเก่าคนแก่ของโอเบียโด เขายืนหยัดเคียงข้างเยียร์โรมาตลอด... สิ่งที่เยียร์โรไม่รู้คือ เป็นเพราะซานเชซนี่แหละที่ทำให้บอร์ดบริหารล้มเลิกความคิดจะปลดเยียร์โรไปก่อนหน้านี้ เขาเชื่อเสมอว่าทางเลือกของเยียร์โรถูกต้อง ทีมจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นในแนวทางของตัวเอง
เยียร์โรเองก็รู้ว่าต้องเปลี่ยนตัวเพื่อพลิกสถานการณ์... แต่จะส่งใครลงไปล่ะ?
จู่ ๆ ภาพของเบนตอสก็ผุดขึ้นในหัว... พร้อมกับประโยคในคืนนั้น “บอสครับ ผมคิดว่าผมช่วยบอสได้”
“มิเกล... บอกเบนตอสไปวอร์ม”
“แน่ใจนะว่าจะส่งเขาลงตอนนี้?”
“แน่ใจ”
เยียร์โรเข้าใจความหมายของซานเชซดี... ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ทุกการขยับตัวของเขาจะถูกพวกนักข่าวเอาไปขยายความ... การส่งเด็กอายุ 16 ลงสนามตอนทีมตามหลัง อาจดูเหมือนเขา “ทิ้งเกม” ไปแล้ว... ถ้าเปลี่ยนลงไปแล้วไม่มีผล แล้วยังแพ้อยู่ดี เสียงวิจารณ์จะยิ่งโหมกระพือรุนแรงกว่าเดิม
“ถึงจะรู้ว่าเสี่ยง แต่ฉันสนับสนุนนาย”
“ขอบคุณครับมิเกล”
“นายทำถูกแล้ว... นายทำเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับโอเบียโด ฉันต้องหนุนหลังนายอยู่แล้ว”
“เบนตอส... ให้เวลาวอร์ม 5 นาที” ซานเชซหันหลังเดินมาหาเบนตอส
“ตาแก่... พูดกับผมเหรอ?”
“ไอ้เด็กบ้า! ในทีมมีใครชื่อเบนตอสอีกไหมฮะ? ไม่อยากลงรึไง? ไม่อยากลงฉันเรียกคนอื่นนะเว้ย”
“ไม่ ๆ ๆ... จะเป็นงั้นได้ไง? ผมพร้อมเสมออยู่แล้ว”
“ไสหัวไปวอร์มไป๊!”
“คร้าบ ๆ ๆ ไปแล้วคร้าบ”
เขารีบกุลีกุจอไปวอร์มด้วยความดีใจทันที... มองดูเบนตอสที่ยิ้มร่า ซานเชซก็พลอยอารมณ์ดีขึ้นมาด้วย ตั้งแต่เบนตอสมาอยู่โอเบียโด ซานเชซรับผิดชอบการซ้อมประจำวันและซ้อมพิเศษ ส่วนเยียร์โรรับหน้าที่เลคเชอร์ทฤษฎี... พอได้ขลุกอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อย ๆ เบนตอสเคารพตาแก่สเปนหัวรั้นคนนี้มาก แน่นอนว่าพอสนิทกัน วาจาก็เริ่มปีนเกลียวตามประสา... สรรพนาม “ตาแก่” กับ “ไอ้เด็กบ้า” กลายมาแทนชื่อเรียกกันไปแล้ว
“บอสครับ ผมพร้อมแล้ว”
วอร์มเสร็จ 5 นาที เบนตอสก็วิ่งมายืนข้างเยียร์โร
“ลงไปแล้ว หน้าที่นายคือ ‘บุก’ เข้าใจไหม? นายคือจุดศูนย์กลาง นายตัดสินใจเองเลยว่าจะยิงหรือจะจ่าย... แต่ต้องจำที่ฉันบอกไว้... ‘วิธีที่ง่ายและได้ผล คือวิธีที่ดีที่สุด’... เข้าใจที่ฉันพูดไหม?” เยียร์โรโอบไหล่เบนตอสแล้วกำชับ
“เข้าใจครับบอส”
“ดี... นายลงไปแทนโฆเซลู... ขอให้โชคดี!”
“อื้ม”
จากนั้น อาศัยจังหวะบอลตาย... เรอัล โอเบียโด ทำการเปลี่ยนตัว หมายเลข 19 เบนตอส ลงสนามแทนหมายเลข 22 โฆเซลู
“เปลี่ยนตัวเหรอ? เบอร์ 19 นั่นใคร?” ฆูลิโอ เบลัซเกซ กุนซืออัลกอร์กอน หันไปถามผู้ช่วย
“ดูเหมือนจะเป็นตัวปัญหาจากกัสติยาคนนั้นครับ... ในข้อมูลมีแค่ชื่อ ตำแหน่ง และอายุ... เบนตอส โรนัลโด โปรตุเกส อายุ 16 ตำแหน่งกองหน้า”
“อ้อ นึกออกแล้ว... ไอ้คนที่ต่อยเพื่อนร่วมทีมแล้วด่ากรรมการคนนั้นใช่ไหม? ได้ข่าวว่าเป็นน้องชายคริสเตียโน โรนัลโด ด้วยนี่”
“ใช่ครับ คนนั้นแหละ... ได้ยินว่าที่เข้ากัสติยาได้ก็เพราะเส้นคริสเตียโนล้วน ๆ”
“งั้นนี่แปลว่าเฟร์นานโดทิ้งเกมแล้วสินะ?”
“จะทำไงได้ล่ะครับ? เขาดันทุรังเอง... เราก็แค่สอนให้เขารู้ว่า ‘เล่นบอล’ กับ ‘คุมทีม’ มันคนละเรื่องกัน”
เห็นการเปลี่ยนตัวของโอเบียโด... ทั้งฆูลิโอและผู้ช่วยต่างคิดตรงกันว่า นี่คือสัญญาณของการ “ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย” ของเยียร์โร... และทั้งคู่ต่างมั่นใจว่าผลแพ้ชนะถูกตัดสินเรียบร้อยแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═