- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 12 ฤดูกาลเปิดฉาก
บทที่ 12 ฤดูกาลเปิดฉาก
บทที่ 12 ฤดูกาลเปิดฉาก
บทที่ 12 ฤดูกาลเปิดฉาก
เวลาหมุนเวียนมาถึงวันคิกออฟของฟุตบอลลีกสเปน... ทั้งลาลิกาและเซกุนดา ดิบิซิออน ต่างเปิดม่านขึ้นพร้อมกัน แน่นอนว่าสายตาคนส่วนใหญ่จับจ้องไปที่ลาลิกา... มีเพียงแฟนบอลท้องถิ่นเท่านั้นที่ไม่สนระดับดิวิชันและพร้อมหนุนหลังทีมรักอย่างไม่มีเงื่อนไข
เยียร์โรนำทัพ เรอัล โอเบียโด เข้าสู่ฤดูกาลใหม่ด้วยความคาดหวังเปี่ยมล้น... นี่คือครั้งแรกที่เขารับบท “ผู้จัดการทีม” คุมทัพในลีกอาชีพ
แน่นอนว่าในฐานะตำนานเรอัลมาดริดและทีมชาติสเปน การก้าวขึ้นมารับงานคุมสโมสรย่อมดึงดูดความสนใจมหาศาล... ทว่า ความมั่นใจของเยียร์โรกลับถูกกระแทกหน้าหงายทันที
20 สิงหาคม... นัดประเดิมสนาม เซกุนดา ดิบิซิออน... เรอัล โอเบียโด เปิดบ้านรับมือน้องใหม่อย่าง เอซเตรมาดูรา เมื่อเผชิญหน้าคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่าเห็น ๆ เยียร์โรตั้งเป้าให้ทีมคว้า 3 แต้มเต็มสถานเดียว
แต่เมื่อเกมเริ่ม... สถานการณ์จริงกลับทำให้เยียร์โรไปไม่เป็น
หลังจากขึ้นนำในครึ่งแรก... ทีมกลับโดนสวนกลับและถูกตีเสมอในช่วงต้นครึ่งหลัง จากนั้น เอซเตรมาดูรา ก็ถอยลงไปตั้งรับเต็มสูบ บีบให้โอเบียโดต้องจำยอมรับผลเสมอ 1–1
ผลลัพธ์นี้ถือเป็นการพลิกล็อกเล็ก ๆ ในเซกุนดา... ในงานแถลงข่าวหลังเกม เยียร์โรยอมรับว่าทีมขาดความอดทนในเกมรุก และเริ่มมีปัญหาบางอย่างผุดขึ้นมาให้เห็น
ตลอดทั้งเกม... เรอัล โอเบียโด ได้สัมผัสรสชาติของการ “ครองเกมแต่ยิงไม่ได้” อย่างแท้จริง... สถิติเทคนิคโดยรวม โอเบียโดเหนือกว่าชัดเจน ครองบอล 55% ต่อ 45%... โอกาสยิง 19 ต่อ 3 ครั้ง... ตรงกรอบ 8 ต่อ 2... เตะมุม 9 ต่อ 1... แถมยังทำฟาวล์มากกว่าคู่แข่งด้วยซ้ำ ที่น่าเจ็บใจคือประตูของเอซเตรมาดูรา มาจากลูกเตะมุมเพียงครั้งเดียวนั้น
เบนตอสนั่งแช่อยู่บนม้านั่งสำรองตลอดทั้งเกม... นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ดูฟุตบอลลีกต่างประเทศแบบเกาะขอบสนาม ในชีวิตก่อน เขาได้ยินคนพูดถึงการค้าแข้งต่างแดนมาตลอด... พอมาอยู่โอเบียโด เขาถึงสัมผัสได้ถึงความแตกต่าง...มันเป็นระบบ เป็นมืออาชีพ และระดับการแข่งขันดุเดือดกว่ามาก
แม้จะเป็นแค่เกมดิวิชันสอง และแม้เยียร์โรจะไม่ได้ส่งเขาลงสนาม... แต่เยียร์โรก็ใส่ใจเขาเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่มีจังหวะ เยียร์โรจะเดินมาหาเขาที่ม้านั่งสำรองเพื่ออธิบายจุดที่ต้องสังเกต... จังหวะนี้ต้องเล่นยังไง... หรือต้องรับมือแบบไหนถึงจะเกิดผลดีที่สุด
พูดตรง ๆ... คำชี้แนะแบบนี้แหละคือสิ่งที่เบนตอสขาดแคลนที่สุด
ก่อนเปิดฤดูกาล เยียร์โรบอกเขาชัดเจนว่าจะไม่ให้โอกาสลงสนามมากนักในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก... แม้จะเชื่อมั่นในฝีเท้า แต่ด้วยอายุที่ยังน้อย การส่งลงไปเจอเกมหนักเร็วเกินไปอาจไม่ใช่ผลดีต่อเบนตอส
ทว่า... แนวคิดของเยียร์โรกลับถูกตัวเขาเองปัดทิ้งอย่างรวดเร็ว เพราะการออกสตาร์ตของ เรอัล โอเบียโด ไม่สวยหรูอย่างที่คิด และเยียร์โรต้องเผชิญแรงกดดันมหาศาลจากภายนอก
26 สิงหาคม... เซกุนดา ดิบิซิออน นัดที่ 2 เปิดฉาก
หลังจากทำได้แค่เสมอน้องใหม่ในนัดแรก... โอเบียโดต้องบุกไปเยือนสนาม นูเอโว อาร์กานเฆล เพื่อดวลกับ กอร์โดบา... นัดนี้เยียร์โรปรับมาใช้แผน 4-3-3 ซึ่งผิดวิสัย เจตนาชัดเจนว่าเขาไม่พอใจเกมรุกในนัดแรกอย่างรุนแรง
เขาหวังจะใช้ชัยชนะเพื่อลดแรงกดดัน
และขุนพล เรอัล โอเบียโด ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง... จบ 90 นาที โอเบียโดบุกไปถล่ม กอร์โดบา ขาดลอย 4–2 คว้าชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลมาครอง
ชัยชนะนี้ทำให้เยียร์โรยิ้มออก... แต่สิ่งที่เยียร์โรไม่รู้คือ โอเบียโดกำลังจะเจอวิบากกรรมชุดใหญ่หลังจากชัยชนะนัดนี้
1 กันยายน... ยังคงเป็นเกมเยือน เรอัล โอเบียโด เผชิญหน้าคู่ปรับเก่าแก่ในเซกุนดาอย่าง กาดิซ... จบเกมเสมอ 1–1... โอเบียโดเก็บผลเสมอไปอีกนัด
จากนั้น... 8 กันยายน หลังจากออกไปเยือนสองนัดติด เรอัล โอเบียโด กลับมาเล่นในบ้าน... ด้วยผลงาน ชนะ 1 เสมอ 2 ยังไม่แพ้ใครในสามนัดแรก โอเบียโดเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ซาราโกซา... เยียร์โรยังคงยึดแผนรุก 4-3-3... สนาม การ์ลอส ตาร์ติเอเร ความจุ 30,000 ที่นั่งเกือบเต็มความจุ
แต่เมื่อ 90 นาทีจบลง... เยียร์โรยืนหน้านิ่งไร้อารมณ์อยู่ข้างสนามด้วยความพ่ายแพ้
แฟนบอลโอเบียโดเกือบสามหมื่นคน เป็นสักขีพยานความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาล
0–4!
ตัวเลขสกอร์บนจอยักษ์ข้างสนามช่างบาดตาเยียร์โรและนักเตะโอเบียโดทุกคนเหลือเกิน
เรอัล โอเบียโด พ่ายยับเยิน... นี่คือช่องว่างสกอร์ที่ห่างที่สุดที่แพ้ให้กับซาราโกซาในรอบหลายปี... แฟนบอลโอเบียโดรับไม่ได้กับความพ่ายแพ้เละเทะขนาดนี้... ช่วงท้ายเกม เสียงโห่ดังกึกก้องไปทั่วสนาม ไม่มีใครรู้ว่าเสียงโห่นั้นพุ่งเป้าไปที่เยียร์โร หรือนักเตะโอเบียโดกันแน่
ถ้าเยียร์โรยังพอมองโลกในแง่ดีว่าความพ่ายแพ้นัดนี้เป็นแค่อุบัติเหตุระหว่างทาง... แมตช์ต่อ ๆ มาของโอเบียโด ก็ทำให้เขารู้ซึ้งถึงคำว่า “แรงกดดันมหาศาล” ของจริง
16 กันยายน... เรอัล โอเบียโด บุกไปเยือนเมือง ลูโก... พวกเขาหวังจะคว้า 3 แต้มจากคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่า แต่ผลลัพธ์สุดท้ายกลับทำให้เยียร์โรผิดหวังซ้ำสอง... 2–0... ตามธรรมเนียมสากลที่เจ้าบ้านขึ้นก่อน หมายความว่า เรอัล โอเบียโด แพ้ในลีกเป็นนัดที่สองติดต่อกัน
ความจริงไม่ใช่แค่แพ้ในลีกสองนัดติด... ก่อนเกมลีกนัดนี้ วันที่ 12 กันยายน เป็นศึก โกปาเดลเรย์ รอบสอง... เรอัล โอเบียโด เจอกับเพื่อนร่วมลีกเซกุนดาอย่าง เรอัล มายอร์กา และตกรอบด้วยสกอร์ 0–1
เซกุนดา ดิบิซิออน กลับมาเตะอีกครั้งวันที่ 22 กันยายน... คู่แข่งรอบนี้คือน้องใหม่อีกทีมอย่าง เอลเช... แฟนบอลโอเบียโดที่คาดหวังชัยชนะ ต้องทนดูผลเสมออีกครั้ง... สกอร์เดิม 1–1
จบเกมนี้... ผ่านไป 6 นัด เรอัล โอเบียโด จมอยู่อันดับ 16 ของตาราง... แข่ง 6 ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 2 มีแค่ 6 แต้ม... ผลลัพธ์นี้ทั้งสโมสรและแฟนบอลรับไม่ได้... เยียร์โรตกอยู่ใน “ตาพายุ” ทันที เสียงวิจารณ์เริ่มดังหนาหู
เหตุผลที่ถูกวิจารณ์นั้นเรียบง่าย... เรอัล โอเบียโด เสียประตูทุกนัดใน 6 เกมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเจอน้องใหม่หรือทีมแกร่ง... บ่งบอกว่าเกมรับมีปัญหาขั้นวิกฤต แต่เยียร์โรกลับดันทุรังใช้แผนบุก 4-3-3 ต่อไป
สื่อบางสำนักถึงขั้นฟันธงว่า... เยียร์โร ตำนานทีมชาติสเปนคนนี้ อาจจะต้องจบเส้นทางโค้ชอาชีพครั้งแรกเร็วกว่ากำหนด... บ้างก็เชื่อว่า เยียร์โร อาจกลายเป็นกุนซือคนแรกในเซกุนดาที่โดน “เด้ง” ในฤดูกาลนี้
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═