- หน้าแรก
- ฟุตบอล ทะลุมิติมาเป็นลูกพี่ลูกน้องของคริสเตียโน โรนัลโด
- บทที่ 7 สัญญาฉบับแรกในชีวิต 3
บทที่ 7 สัญญาฉบับแรกในชีวิต 3
บทที่ 7 สัญญาฉบับแรกในชีวิต 3
บทที่ 7 สัญญาฉบับแรกในชีวิต 3
เรอัล โอเบียโด ยึดระบบ 4-4-2 มาโดยตลอด... แต่บางทีเยียร์โรอาจต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของฟางเจียเหว่ยจริง ๆ ทีมชุดสำรองเลยถูกจัดให้เล่นในระบบ 4-5-1 โดยทิ้งเบนตอสยืนค้ำหน้าเป้าเพียงลำพัง
ทว่าหลังจากเริ่มเกม... เบนตอสกลับตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ชุดสำรองทำตามคำสั่งก่อนแข่งของเยียร์โรอย่างเคร่งครัด คือป้อนบอลให้ฟางเจียเหว่ยไม่หยุด... แต่วิธีการส่งนี่สิ ทำเอาเขาขมขื่นจนพูดไม่ออก ทั้งชาติก่อนและชาตินี้ ลูกโหม่งคือจุดอ่อนของเขา...อ่อนแบบอ่อนมาก ๆ แต่ส่วนสูง 1.9 เมตรดันทำให้พวกตัวสำรองเลือกโยนบอลโด่งใส่เขาโดยสัญชาตญาณทุกครั้งที่บุก
ดังนั้น ในช่วงสิบนาทีแรก... ทุกครั้งที่ชุดสำรองได้โอกาสบุก ก็จะครอสบอลจากริมเส้นเข้าไปดื้อ ๆ ด้วยข้อจำกัดของระบบ 4-5-1 เบนตอสเลยตกอยู่ในสภาพเหมือนแฮมในแซนด์วิช ถูกเซ็นเตอร์แบ็กสองคนของชุดตัวจริงบีบอัดก๊อบปี้... แม้เขาจะชนะลูกโหม่งจังหวะแรกได้ด้วยพรสวรรค์ทางร่างกาย แต่บอลก็มักจะหลุดกรอบไปไกลเพราะทักษะโหม่งห่วยแตก หรือต่อให้ชนะลูกโหม่ง ก็ไม่มีเพื่อนมาเก็บตกจังหวะสองอยู่ดี
สิ่งที่ทำให้เบนตอสอึดอัดยิ่งกว่าคือ... เซ็นเตอร์แบ็กสองคนนั้นได้รับคำแนะนำจากเพื่อนร่วมทีมก่อนแข่ง เลยงัดลูกตุกติกมาใช้สารพัด...ทั้งแอบหยิก ทั้งจี้จุดจั๊กจี้... งัดทุกเล่ห์เหลี่ยมมาใช้ โดยมีเป้าหมายเดียวคือทำให้เขาหงุดหงิดและระเบิดอารมณ์ออกมา
ผู้ช่วยโค้ชที่รับหน้าที่ผู้ตัดสินเห็นลูกตุกติกพวกนั้น แต่ก็ทำเมินเฉยตามคำสั่งของเยียร์โร
ผลก็คือ... เบนตอสกลายเป็นคนที่ยุ่งที่สุดและไร้ทางสู้ที่สุดในสนามตลอดสิบนาทีแรก
“เป็นไงบ้าง?” เยียร์โรเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
“ลูกโหม่งห่วยแตก... เบสิกหลายอย่างก็ไม่ดี การเคลื่อนที่บางจังหวะดูเทอะทะเกินไป...นั่นเป็นนิสัยเสีย... ปัญหาเยอะเกินไป”
“มิเกล ฉันไม่ได้ถามเรื่องพวกนั้น... สิ่งที่นายพูดมามันเรื่องปกติของเด็กอายุสิบหก ทั้งหมดนั่นฝึกแก้กันได้ทีหลัง”
“แล้วนายหมายถึงอะไร?”
“เฮ้ มิเกล... คนข้างนอกต่างบอกว่าหมอนี่อารมณ์ระเบิดง่าย เป็นเจ้าพ่อใบแดงที่จะสติหลุดทันทีถ้าคู่แข่งยั่วนิดหน่อย... แต่ดูตอนนี้สิ เอร์นานเดซกับกอร์ตูโญยั่วโมโหเขาไม่หยุด... นายเห็นท่าทีว่าเขาจะฟิวส์ขาดบ้างไหมล่ะ?”
“จริงด้วย... ไหนว่าหมอนี่นิสัยเสียสุด ๆ ไง? ทำไมเขาไม่โกรธเลยทั้งที่โดนเอร์นานเดซกับพวกนั้นเล่นงานขนาดนี้?”
“นั่นแหละที่ฉันอยากจะบอก... มิเกล บางครั้งสิ่งที่เราได้ยินมาก็ไม่ใช่เรื่องจริง และบางครั้งแม้แต่สิ่งที่เราเห็นก็ยังไม่ใช่ความจริงทั้งหมด... เบนตอสยังเป็นเด็ก เขากำลังค่อย ๆ เติบโต”
ขณะที่เยียร์โรกับซานเชซกำลังคุยเรื่องเบนตอส... นักเตะในสนามก็ทำให้ทั้งสองคนตื่นเต้นจนเนื้อเต้นอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรคืบหน้า เบนตอสจึงต้องเปลี่ยนแปลง... เขารู้ดีว่าขืนยืนเป็นเสาตอม่อในเขตโทษต่อไป จบเกมคงไม่มีอะไรดีขึ้นแน่
เขาเริ่มถอยลงต่ำ... จงใจขยับเข้าหาเพื่อนร่วมทีมเพื่อเชื่อมเกม ผลจากระบบ 4-5-1 คือแม้ชุดสำรองจะอ่อนกว่าชุดตัวจริง แต่พวกเขามีตัวผู้เล่นแดนกลางมากกว่า และการถอยมาของเขายิ่งขยายความได้เปรียบนั้น
หนึ่งในสองกองกลางของชุดสำรอง... โยฮันเนสสัน รับบอลจากกองหลังที่กลางสนาม พอเห็นเบนตอสถอยลงมา สัญชาตญาณก็สั่งให้เขาจ่ายบอลเลียดพื้นยัดเข้าเท้าเบนตอส... เบนตอสยืนหันหลังให้ประตู เขารู้ดีว่ากองหลังด้านหลังประกบติดแน่
พูดตามตรง... ไม่มีใครคาดคิดถึงจังหวะถัดไปของเบนตอส ในจิตใต้สำนึกของทุกคน เจ้ายักษ์นี่คือพวกบ้าพลังสมองกลวงแน่ ๆ
ทว่า... การกระทำต่อมาของเบนตอสกลับฉีกทุกกฎเกณฑ์ของคนหุ่นแบบนี้... เขาพิงใส่เอร์นานเดซที่ถูกดึงตัวออกมานอกเขตโทษ แล้วใช้ปลายเท้าขวาสะกิดบอลที่ไหลมาเบา ๆ ก่อนที่ร่างยักษ์จะพลิกตัวอย่างคล่องแคล่ว...
ไม่สิ... “คล่องแคล่ว” ยังไม่ใช่คำที่ถูก มันดูไม่เข้ากับร่างกายนั้นเลย... ในวินาทีนี้ การกลับตัวของเบนตอสเหมือนรถบรรทุกหนักคัมมินส์ที่แอบเนียนลงแข่งเอฟวัน แล้วดริฟต์เข้าโค้งแบบสุดระห่ำ!
แถมจังหวะพลิกตัว... เบนตอสอาศัยทีเผลอตอนผู้ตัดสินไม่ทันมอง กระทุ้งศอกใส่พุงเอร์นานเดซเบา ๆ... เขาสาบานเลยว่าแค่ “เบา ๆ” แต่มันทำเอาอีกฝ่ายจุกจนตัวงอ ขาตายอยู่กับที่ ได้แต่ยืนมองไอมืดยักษ์น่ารังเกียจนั่นเร่งเครื่องจากไปตาปริบ ๆ
ถ้าการกลับตัวเมื่อกี้คือรถบรรทุกดริฟต์... สิ่งที่ตามมาก็คือสิ่งที่ซานเชซเคยพูดไว้เป๊ะ ๆ
รถถังติดปีก!
เอร์นานเดซที่พยายามวิ่งไล่กวดเบนตอส ค้นพบความจริงอันน่าสังเวชว่าระยะห่างกลับยิ่งยืดออกไปเรื่อย ๆ... นี่มันบ้าอะไรกัน? ใคร ๆ ก็บอกว่าคนตัวสูงขนาดนี้จะเชื่องช้าเหมือนหอนาฬิกาบิ๊กเบนไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไอ้หมอนี่ถึงวิ่งเร็วนรกแตกแบบนี้?
หลังจากสลัดเอร์นานเดซหลุด... เบนตอสก็พุ่งถึงหน้ากรอบเขตโทษ เซ็นเตอร์แบ็กตัวจริงอีกคนอย่างกอร์ตูโญจำต้องขยับออกมาสกัด
แล้ววินาทีนั้น... ทุกคนในสนามยกเว้นกอร์ตูโญต่างยืนตะลึงตาค้าง... แม้แต่ผู้รักษาประตูมือหนึ่งยังขาตาย... ชายที่ทุกคนตราหน้าว่าเป็นยักษ์เงอะงะ เผชิญหน้าการสกัดของกอร์ตูโญ แล้วงัดท่าไม้ตายออกมาใช้...
ครัฟฟ์ เทิร์น!
เขาหลอกผ่านกอร์ตูโญราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่เสาไม้!
จากนั้น... เมื่อเข้าสู่เขตโทษ เบนตอสเผชิญหน้ากับผู้รักษาประตู แล้วซัดเลียดเสียบเสาไกล!
เยียร์โรกับซานเชซที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างสนาม หันมามองหน้ากันแล้วตะโกนคำสบถภาษาสเปนสุดคลาสสิกออกมาพร้อมกัน
“โฆเดอร์!” (แม่งเอ๊ย!)
นาทีนี้... ทุกสายตาในสนามจับจ้องไปที่เบนตอส ซึ่งวิ่งไปที่มุมธงแล้วรัวหมัดใส่ธงอย่างบ้าคลั่ง
ทุกคนรู้สึกเหมือนนี่มันภาพหลอนชัด ๆ... ครัฟฟ์ เทิร์น ปกติมันต้องดูสง่างามสิ แล้วทำไมพอเจ้านี่ทำ มันดูห่างไกลคำว่าสง่างามลิบลับ? มันดูผิดครรลอง ดูป่าเถื่อน และดูเก้งก้างไม่ว่าจะมองมุมไหน... แต่ต้องยอมรับเลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่เบนตอสถอยมารับบอล จนถึงจังหวะหลอกผ่านกอร์ตูโญเข้าไปซัดตุงตาข่าย... ความสามารถที่เขาแสดงออกมา ชนะใจคนทั้งสนามได้ในพริบตา
“ฉันผิดไปแล้ว... ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว... ที่แท้เบสิกเขาไม่ได้แย่ แค่เบสิกโหม่งเท่านั้นที่ห่วย... เฟร์นานโด เราต้องเซ็นเขา เราต้องเซ็นเขาเดี๋ยวนี้”
ซานเชซที่ยืนข้างเยียร์โรมีอาการเหมือนคนสติหลุดตั้งแต่เห็น ครัฟฟ์ เทิร์น ลูกนั้น... เขาพึมพำไม่หยุดก่อนจะหันมาเขย่าแขนเยียร์โรอย่างแรง
“ใจเย็น ๆ... ใจเย็น ๆ มิเกล... ไม่ต้องห่วง ฉันเซ็นเขาแน่... ตอนนี้ดูเกมต่อก่อน”
แม้ใบหน้าของเยียร์โรจะมีเพียงรอยยิ้มประดับ ราวกับเขารู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว... แต่ในความเป็นจริง ในสมองเขามีแต่คำสบถวิ่งพล่านเต็มไปหมด... ยิ้มหน้าระรื่นแต่ข้างในสบถยับ... เหตุผลเดียวที่เขาไม่แสดงอาการหลุดโลกเหมือนซานเชซ ก็เพราะหัวโขนคำว่า “ผู้จัดการทีม” ที่ค้ำคออยู่เท่านั้นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═