เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

109-110

109-110

109-110


บทที่ 109: เจ้าบีบข้าทำไม?

เดิมทีกู้อันเพียงแค่อยากจะแอบฟังเงียบๆ แต่ในเมื่อสตรีชุดม่วงบังอาจใช้จิตสัมผัสตรวจสอบเขา มิหนำซ้ำยังเผยจิตสังหาร หมายมั่นจะสับร่างเขาเป็นหมื่นชิ้น

แบบนี้ใครจะไปทนไหว?

กู้อันลงมือจับกุมนางในพริบตา!

ก่อนจะเชือดทิ้ง ต้องรีดข้อมูลของลัทธิถานฮวาออกมาก่อน ตัวตนของนางดูไม่ธรรมดา น่าจะมีข้อมูลวงในที่เป็นประโยชน์

จากการตรวจสอบความทรงจำ สตรีชุดม่วงผู้นี้มีนามว่า ซูซ่าน เดิมทีเป็นถึงผู้อาวุโสของหอพันฤดูสารท แต่เมื่อสองร้อยปีก่อนได้แปรพักตร์ไปเข้าลัทธิถานฮวา หลังจากลัทธิพ่ายแพ้ นางก็แฝงตัวเป็นหนอนบ่อนไส้อยู่ในหอพันฤดูสารทมาโดยตลอด

หยางนีเองก็ถูกนางชักชวนเข้าลัทธิด้วยข้อเสนอว่าจะช่วยตามหาฆาตกรที่ฆ่าพี่สาว

เป้าหมายที่ซูซ่านดึงหยางนีเข้ามา ก็เพื่อให้คอยจับตาดูหลี่เสวียนเต้าและหลี่หยา เพราะเห็นว่าหลี่หยาได้รับสืบทอดกระบี่เทียนซู่ จึงเกรงว่าเด็กคนนี้จะได้ขึ้นครองราชย์ จึงวางหมากให้หยางนีคอยสอดแนม รอวันที่ลัทธิถานฮวาจะผงาดอีกครั้ง

หยางนีเองก็ไม่ได้ไว้ใจซูซ่านเต็มร้อย เพียงแค่หวังใช้ลัทธิเป็นเครื่องมือสืบหาความจริง

หารู้ไม่ว่า ฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าพี่สาวของนาง ก็คือนังซูซ่านคนนี้นี่แหละ!

โครงสร้างอำนาจของลัทธิถานฮวานั้นซับซ้อนซ่อนเงื่อน แบ่งเป็นหลายสายสาขา เหล่าผู้อาวุโสระดับฝ่าความว่างเปล่าต่างก็แย่งชิงผลงานเพื่อตัวเอง หวังจะได้สิทธิ์ก้าวเข้าสู่ 'วิถีจิ่วโยว' เพื่อไล่ตามมรรคาเซียน

แม้แต่ซูซ่านเองก็แค่เคยได้ยินเรื่องวิถีจิ่วโยว แต่ไม่เคยเห็นของจริง ว่ากันว่ามันคือเส้นทางข้ามสมุทรไปยังอีกทวีปหนึ่ง เป็นเส้นทางแห่งหยินหยางที่ลัทธิถานฮวาบุกเบิกขึ้น ต้องผ่านดินแดนผีสิงที่มีวิญญาณร้ายเพ่นพ่าน อันตรายสุดขั้วแต่ก็เต็มไปด้วยวาสนา

กู้อันค้นความทรงจำอยู่นาน แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสายหลักของลัทธิถานฮวา ทำให้ประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของพวกมันไม่ได้

เมื่อเขาถอนจิตสัมผัสกลับมา เวลาก็ล่วงเลยไปหนึ่งชั่วยามแล้ว

เขาก้มมองใบหน้าอันงดงามยั่วยวนของซูซ่านด้วยแววตารังเกียจขยะแขยง ตอนที่ใช้วิชาสะกดวิญญาณ เขาเห็นภาพโสมมมากมายในความทรงจำของนาง

ผู้ฝึกมารก็คือผู้ฝึกมารวันยังค่ำ!

กู้อันปลิดชีพซูซ่านทันที แล้วเผาศพจนไม่เหลือแม้แต่ธุลี

ยอดยุทธ์ระดับฝ่าความว่างเปล่า จบชีวิตลงอย่างเงียบเชียบไร้ร่องรอย

นางมอบอายุขัยให้กู้อันมาไม่กี่สิบปี ถือว่าน้อยนิดแต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

จากนั้นกู้อันก็จัดการริบแหวนสมบัติสองวงของนางมาตรวจสอบ

ในขณะเดียวกัน หยางนีกระวนกระวายใจอยู่ในห้องพัก ไม่อาจสงบจิตใจฝึกสมาธิได้ คำขู่ของซูซ่านยังคงดังก้องในหัว

นางรู้สึกผิดที่ลากกู้อันเข้ามาพัวพัน

นางไม่ได้มีความรู้สึกเชิงชู้สาวกับกู้อัน แต่ความผูกพันตลอดหลายปีทำให้ทั้งสองสนิทสนมกัน พอนึกว่าศิษย์น้องผู้แสนดีอาจต้องมารับเคราะห์เพราะนาง นางก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ

รุ่งสาง ลู่จิ่วเจี่ยเริ่มเรียกศิษย์มารวมพลออกกำลังกายยามเช้า กู้อันก็เดินลงมาจากหอพัก

"เริ่มต้นวันใหม่ด้วยความสดใส หยางนี ออกมาออกกำลังกายกันเถอะ!"

กู้อันตะโกนเรียกหน้าเรือนพักของหยางนี

ไม่นานหยางนีก็เดินออกมา นางเพียงพยักหน้าให้กู้อันเล็กน้อย ทำตัวปกติราวกับเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กู้อันก็ไม่พูดมาก แต่ในใจรู้สึกชื่นชมที่เมื่อคืนนางกล้าชักกระบี่ใส่ซูซ่านเพื่อปกป้องเขา

เอาเถอะ วันหน้าจะแบ่งที่ดินให้นางปลูกดอกไม้เพิ่มก็แล้วกัน

......

นับจากคืนที่เผชิญหน้ากับซูซ่าน หยางนีก็หาข้ออ้างเข้าเมืองฝ่ายนอกทุกสองวัน อ้างว่าจะไปหาซื้อเมล็ดพันธุ์หายาก

ส่วนชีวิตของกู้อันยังคงสงบสุข วนเวียนอยู่กับการดูแลสามหุบเขาเช่นเดิม

ปลายฤดูร้อน

กู้อันเดินทางมาที่หุบเขาขอบฟ้า ช่วงนี้หลัวหุนกับอี้หลิวอวิ๋นพาลิงปีศาจสามตัวออกไปข้างนอก ในหุบเขาจึงเหลือเพียงลวี่เซียน

"พวกเขาเจอกรุสมบัติของยอดฝีมือโบราณห่างออกไปหลายพันลี้ มีของดีเพียบ อี้หลิวอวิ๋นเลยพาพวกนั้นไปขนของ คงอีกหลายวันกว่าจะกลับ"

ลวี่เซียนเดินเข้ามาอธิบาย สายตาจ้องมองกู้อันเขม็ง แววตาลุกวาวผิดปกติ

กู้อันพยักหน้ารับรู้ แล้วหันหลังเดินไปที่แปลงสมุนไพร

"เจ้าเป็นใครกันแน่... กู้อัน"

เสียงของลวี่เซียนดังขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เจือไปด้วยกลิ่นอายคุกคามรุนแรง

กู้อันหยุดเดิน เอียงคอหันกลับไปมอง ยิ้มตาหยี "ข้าจะเป็นใครได้ ก็แค่ผู้ฝึกตนธรรมดาที่รักการทำสวนเท่านั้นแหละ"

ไอ้หมอนี่อาการแปลกๆ!

เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน?

หรือว่าโดนวิญญาณในตัวเข้าสิงร่าง?

กู้อันลอบสังเกตด้วยความสงสัย

ลวี่เซียนแสยะยิ้ม ใบหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว "ข้าเพิ่งสอนเจ้าไปไม่กี่ครั้ง แต่เจ้ากลับใช้วิชาฝ่ามือคลื่นคลั่งเสวียนอู่ได้ชำนาญกว่าข้าที่ฝึกมาสิบปีเสียอีก"

กู้อันเลิกคิ้ว นึกไม่ถึงว่าอุตส่าห์ออมมือแล้ว ยังถูกจับพิรุธได้อีก

งานเข้าแล้วสิ

ลวี่เซียนก้าวสามขุมเข้ามา ระเบิดพลังระดับแก่นทองคำขั้นเก้าออกมาเต็มพิกัด ลมปราณหมุนวนรุนแรงจนใบไม้ปลิวว่อน ก่อตัวเป็นพายุหมุนลูกย่อมๆ

แม้จะเป็นแค่ระดับแก่นทองคำ แต่แรงกดดันกลับเทียบเท่าระดับวิญญาณแรกกำเนิด

สมแล้วที่เป็นอดีตอัจฉริยะอันดับหนึ่งของสำนักไท่เสวียน

"ถ้ำสมบัตินั่นข้าเจอตั้งนานแล้ว ข้าคำนวณวันเวลาที่เจ้าจะมา แล้วจงใจส่งพวกนั้นออกไป เพื่อวันนี้... วันที่เราจะได้ตัดสินกันให้รู้ดำรู้แดง" ลวี่เซียนหัวเราะเย็น

ฝ่ามือขวาของเขารวบรวมพลัง ห้วงอากาศใต้ฝ่ามือสั่นสะเทือนเลียนเสียงคลื่นซัดสาด

กู้อันยกมือห้าม "อย่าหาเรื่องเลย ข้าไม่ใช่ อัจฉริยะ อะไรทั้งนั้น เจ้าจะมาจ้องจับผิดข้าทำไม ข้าไม่ได้เป็นภัยต่อเจ้าสักหน่อย"

ถ้าขืนยังวุ่นวายไม่เลิก เดี๋ยวพ่อก็ตบให้ตายซะหรอก

ลวี่เซียนเลียริมฝีปาก แววตาบ้าคลั่ง "วางใจเถอะ ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก แค่อยากลองเชิงดู ถ้าเจ้ายังมัวแต่ซ่อนเขี้ยวเล็บ ระวังจะมีจุดจบเหมือนไอ้หนูหลี่หยา"

สิ้นคำนั้น แววตาของกู้อันก็เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

"ลองชิมฝ่ามือคลื่นคลั่งเสวียนอู่ของข้าหน่อยเป็นไง!" ลวี่เซียนคำรามลั่น ซัดฝ่ามือออกไปสุดแรง

คลื่นพลังฝ่ามือแหวกอากาศ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่กู้อันราวกับภูเขาถล่ม พื้นดินถูกคว้านจนหญ้าหลุดเป็นแผ่น ฝุ่นตลบอบอวล

ตูม!

พลังฝ่ามือพุ่งขึ้นฟ้ากลายเป็นกำแพงคลื่นสูงเกือบร้อยจ้าง ดูอลังการงานสร้าง

แต่รอยยิ้มของลวี่เซียนกลับแข็งค้าง เมื่อมองทะลุฝุ่นควันไปเห็นกู้อันยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว พลังทำลายล้างทั้งหมดถูกสกัดกั้นไว้อย่างสมบูรณ์

สมุนไพรด้านหลังกู้อันเพียงแค่ไหวเอนตามลมเบาๆ ไม่มีต้นไหนได้รับความเสียหายแม้แต่ใบเดียว

วินาทีนี้ กู้อันไร้ซึ่งรอยยิ้ม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นความลึกลับดำมืดที่ทำให้ลวี่เซียนรู้สึกเหมือนคนแปลกหน้า

"เจ้า..."

ลวี่เซียนเสียงสั่น เห็นกู้อันเริ่มก้าวเดินเข้ามา

เพียงก้าวเดียว ร่างของกู้อันก็วูบมาปรากฏตรงหน้าเขาในระยะประชิด

ปัง!

พลังกดดันของลวี่เซียนแตกกระเจาย แรงกดดันที่มองไม่เห็นกระแทกใส่ร่างเขาจนหงายหลังล้มตึง ก้นจ้ำเบ้ากับพื้น หมดสภาพยอดคนอันดับหนึ่งแห่งทำเนียบมังกรซ่อน

กู้อันยกมือขวาขึ้น ก้มมองลวี่เซียนด้วยสายตาเย็นชา ฝ่ามือเล็งไปที่ศีรษะของอีกฝ่าย

ลวี่เซียนตกตะลึงเมื่อพบว่าตัวเองขยับไม่ได้ เหมือนถูกภูเขาทั้งลูกทับไว้

"ระดับแปรสภาพเทพ..." ลวี่เซียนกัดฟันกรอด

เขาคาดเดาถูกต้อง กู้อันจงใจกดพลังไว้ที่ระดับแปรสภาพเทพ ซึ่งมากพอจะขยี้ระดับแก่นทองคำอย่างเขาให้จมดิน

"เจ้าจะบีบคั้นข้าทำไม?" กู้อันถามเสียงเรียบ

จิตสังหารในดวงตาของเขารุนแรงจนแทบจะจับต้องได้ ทำเอาลวี่เซียนสัมผัสถึงความตายที่จ่อรดต้นคอ

ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของกู้อันช่างน่ากลัว ลวี่เซียนไม่เคยเห็นสีหน้าอำมหิตเช่นนี้มาก่อน

"เดี๋ยว!"

ลวี่เซียนร้องเสียงหลง ความหยิ่งผยองพังทลายลงในพริบตา

กู้อันยังคงจ้องมองลงมาเงียบๆ

ความจริงเขาไม่อยากฆ่าลวี่เซียน เพราะอีกฝ่ายเป็นลูกชายของลวี่ไป่เทียน และที่สำคัญคือลวี่เซียนไม่ได้มีเจตนาฆ่า แค่อยากลองวิชา

แต่เพื่อตัดรำคาญไม่ให้โดนตามตอแยอีก กู้อันจึงต้องสวมบทโหด ใช้พลังระดับแปรสภาพเทพข่มขวัญให้กลัวจนขี้ขึ้นสมอง

"ข้าผิดไปแล้ว... อย่าฆ่าข้า..." ลวี่เซียนหน้าซีดเผือด ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตา

เขานั่งแปะอยู่กับพื้น ลุกก็ลุกไม่ได้ ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าที่สุด

"แต่เจ้าทำให้ข้าต้องเผยพลังที่แท้จริง ต่อไปข้าต้องเจอปัญหาไม่รู้จบ ข้าลำบากใจมากรู้ไหม ข้าก็แค่อยากปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์เงียบๆ ทำไมเจ้าต้องบีบข้า? ทำไม!"

กู้อันตะคอกเสียงต่ำ ใบหน้าบิดเบี้ยวราวกับคนเสียสติที่กำลังจะคลุ้มคลั่ง

ลวี่เซียนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นสีหน้าเหมือนฆาตกรโรคจิตของกู้อันแล้วขนหัวลุก รีบละล่ำละลัก "ข้าสาบาน! ข้าจะไม่บอกใครเด็ดขาด! ข้าขอสาบาน!"

ฝ่ามือขวาของกู้อันเริ่มรวมพลัง แสงสีฟ้าสว่างวาบ แรงกดดันมหาศาลทำให้หัวใจลวี่เซียนแทบหยุดเต้น

"เดี๋ยวก่อน! ข้ารู้แหล่งดอกไม้วิญญาณระดับแปด! มันบ่มเพาะมาหลายร้อยปี ยังไม่กลายเป็นปีศาจ เจ้าชอบปลูกดอกไม้ไม่ใช่รึ? ไปเอาได้เลย!" ลวี่เซียนตะโกนลั่น ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าด้วยความหวาดกลัว

กู้อันชะงัก หรี่ตามอง "อยู่ที่ไหน?"

ลวี่เซียนรู้สึกว่าแรงกดดันเบาลง รีบควักแผนที่ออกจากถุงสมบัติมือไม้สั่น "นี่คือแผนที่! ข้าได้มาจากผู้อาวุโสท่านหนึ่งตอนไปงานชุมนุมร้อยเผ่าพันธุ์"

กู้อันรับแผนที่มา กวาดตามองผ่านๆ แล้วโยนลงถุงสมบัติ

เขากลับมาจ้องหน้าลวี่เซียนอีกครั้ง ขมวดคิ้วเข้ม "แน่ใจนะว่าจะไม่ปากโป้ง?"

"หากข้าแพร่งพรายเรื่องระดับพลังของเจ้าออกไป ขอให้ข้าโดนจิตมารเข้าแทรก ธาตุไฟแตกซ่าน ตายไร้ที่กลบฝังตอนฝ่าด่านเคราะห์!" ลวี่เซียนสาบานสาปแช่งตัวเองรัวๆ

กู้อันได้ยินดังนั้นก็คลายพลังออก กลับไปเป็นระดับสร้างรากฐานตามเดิม

สมุนไพรในหุบเขาหยุดสั่นไหว ลวี่เซียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เหงื่อกาฬไหลโซมกาย หอบหายใจแฮกๆ เหมือนคนจมน้ำ

กู้อันเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ ดึงตัวลวี่เซียนให้ลุกขึ้น ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าให้อย่างอ่อนโยน "พี่ลวี่ ขออภัยที่รุนแรงไปหน่อย รับปากข้านะ ครั้งหน้าอย่าล้อเล่นแบบนี้อีก มันไม่ขำเลยสักนิด!"

เจอรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบนี้เข้าไป ลวี่เซียนได้แต่ยิ้มแห้งๆ

จากนั้น กู้อันก็หันหลังเดินกลับไปที่แปลงสมุนไพรอย่างสบายอารมณ์

ลวี่เซียนมองตามแผ่นหลังนั้น ยืนนิ่งงันพูดไม่ออก

กู้อันอยู่คุยเล่นต่ออีกครึ่งชั่วยามแล้วก็ขอตัวกลับ

ทิ้งให้ลวี่เซียนนั่งเหม่อลอยอยู่บนพื้นหญ้า จ้องมองดวงอาทิตย์อย่างคนไร้วิญญาณ

ตะวันตกดิน พระจันทร์ขึ้น... เขาไม่ขยับตัวเลยตลอดสองวันสองคืน

จนกระทั่งพวกหลัวหุนและอี้หลิวอวิ๋นกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะและของรางวัลเต็มไม้เต็มมือ

อี้หลิวอวิ๋นเห็นลวี่เซียนนั่งซึมกระทือจึงเอ่ยทัก "ลวี่เซียน ทำไมไม่ฝึกวิชา?"

ลวี่เซียนไหล่สั่นสะท้าน ค่อยๆ หันมามองอี้หลิวอวิ๋น ถามเสียงแผ่ว "พวกเจ้าว่า... ข้าจะมีปัญญาบรรลุระดับแปรสภาพเทพก่อนอายุร้อยปีไหม?"

เขารู้อายุของกู้อันดี ว่ารุ่นราวคราวเดียวกับหลี่หยา

"ถ้าก่อนหน้านี้เจ้าไม่มัวแต่ทำตัวเหลวไหล ร้อยปีก็น่าจะทัน แต่ตอนนี้เจ้าปาเข้าไปเก้าสิบแล้ว เวลาแค่สิบปีจะข้ามจากแก่นทองคำไปแปรสภาพเทพ... ยากว่ะ" อี้หลิวอวิ๋นส่ายหน้าตามตรง

หลัวหุนเสนอ "ฝ่าบาททรงโปรดปรานเจ้ามาก ถ้าเจ้าเอ่ยปาก ขอเม็ดยามาอัด ก็น่าจะพอมีลุ้นนะ"

ลวี่เซียนเงียบกริบ

ความมั่นใจพังทลายยับเยิน เขาเริ่มสงสัยในตัวเองแล้วว่า... หรือที่ผ่านมา เขาจะไม่ใช่อัจฉริยะ?

บทที่ 110: บรรพชนเสวียนเทียน และขวานเทวะผ่าสวรรค์

นับตั้งแต่ถูกกู้อันสั่งสอน ลวี่เซียนก็กลายเป็นเด็กดี เก็บเนื้อเก็บตัวฝึกวิชาไม่ออกมาเพ่นพ่าน เวลาที่กู้อันไปหุบเขาขอบฟ้า เขาก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในถ้ำ หลัวหุนบอกว่าเขาต้องการรีบทะลวงด่านสู่ระดับแปรสภาพเทพ

กู้อันถามหาสาเหตุ หลัวหุนก็ส่ายหน้าบอกไม่รู้ ซึ่งทำให้กู้อันพอใจมาก อย่างน้อยลวี่เซียนก็ปากหนักจริงตามที่สาบานไว้

เรื่องนี้ถือว่าจบกันไป

ส่วนแผนที่ที่ได้มา กู้อันศึกษาดูแล้วพบว่ามันอยู่ไกลจากราชวงศ์ไท่ชางมากเกินไป จึงต้องพักไว้ก่อน

ใครจะรู้ว่าที่นั่นอาจจะมีสัตว์ประหลาดระดับมหายานเฝ้าอยู่?

ปลอดภัยไว้ก่อนดีที่สุด!

ตอนนี้รายได้อายุขัยจากสามหุบเขาก็อู้ฟู่พอแล้ว ต่อให้ไม่ออกไปเสี่ยงดวง เขาก็รวยได้

เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็ว

สองเดือนผ่านไป

ฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน หุบเขาเสวียนกู่ถูกย้อมด้วยสีเหลืองทอง ใกล้เที่ยงวัน เย่หลานก็มาหา

ไม่ได้เจอกันเกือบปี เย่หลานคิดถึงกู้อันแทบแย่ พอเข้าห้องมาก็โผเข้ากอดทันที

"ศิษย์น้อง!"

กู้อันทำเสียงดุ ตำหนิเบาๆ

เย่หลานผละออก ยิ้มแป้น "กอดนิดกอดหน่อยจะเป็นไรไป นี่เป็นธรรมเนียมการทักทายของศิษย์พี่ศิษย์น้องที่ไม่ได้เจอกันนานต่างหาก ศิษย์พี่อย่าคิดลึกสิ ตอนนี้ข้ายังไม่สนเรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรอก สนแต่เรื่องบำเพ็ญเพียร"

กู้อันมองค้อนวงใหญ่ แล้วหันไปรินชา

เขาแอบใช้เนตรหยั่งรู้อายุขัยตรวจสอบนาง ผลที่ได้ทำให้ใจหายวาบ

เย่หลาน (ระดับสร้างรากฐาน ขั้น 5): 56/130/130

ปกติผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานจะมีอายุขัยเกินสองร้อยปี แต่เพราะเย่หลานอัดยาของกู้อันเข้าไปเยอะเพื่อเร่งระดับ อายุขัยขีดสุดเลยตันอยู่แค่นั้น

เมื่อนางอายุครบ 130 ปี จะเกิดอะไรขึ้น?

จะแก่ตายตามธรรมชาติ? หรือธาตุไฟเข้าแทรกตายโหง?

กู้อันถอนหายใจในใจ ตัดสินใจว่าจะถ่ายทอด 'เคล็ดวิชามรรคาอนุมาน' ให้นาง ยังเหลือเวลาอีก 74 ปี น่าจะทันการ

หลักการของวิชานี้คือการอัดพลังวิญญาณเข้าไปสะสมไว้ กู้อันมีความคิดแผลงๆ ผุดขึ้นมา

ถ้าฝึกวิชานี้ควบคู่ไปกับการกินยาเพิ่มลมปราณแบบบุฟเฟต์ ผลลัพธ์จะเป็นยังไงนะ?

เย่หลานไม่รู้ว่าศิษย์พี่กำลังคิดอะไรอยู่ นางเริ่มเล่าเรื่องการผจญภัยในช่วงที่ผ่านมา

ภารกิจคุ้มกันองค์รัชทายาท หลี่ไต้ จากเงื้อมมือลัทธิถานฮวา ตลอดครึ่งปีมานี้ นางผ่านความเป็นความตายมาถึงเจ็ดแปดครั้ง แต่ก็รอดมาได้หวุดหวิด

กู้อันรู้อยู่แล้ว เพราะเขาแอบส่งจิตสัมผัสไปดูนางเป็นระยะ ศิษย์หอคุมกฎเป็นแค่ตัวล่อ คนที่สู้จริงคือพวกระดับวิญญาณแรกกำเนิดต่างหาก

"ศิษย์พี่ ที่พวกเรารอดมาได้ เพราะมียอดฝีมือระดับฝ่าความว่างเปล่ามาช่วยองค์รัชทายาทด้วยนะ! เหนือกว่าวิญญาณแรกกำเนิดคือแปรสภาพเทพ และเหนือขึ้นไปอีกคือฝ่าความว่างเปล่า! ผู้อาวุโสท่านนั้นเก่งกาจมาก ตบพวกมารระดับแปรสภาพเทพตายคาที่ในฝ่ามือเดียว! ตอนนั้นนึกว่าจะตายกันหมดแล้ว เห็นว่าท่านไม่ใช่คนของสำนักไท่เสวียนด้วย" เย่หลานเล่าด้วยความตื่นเต้น

กู้อันเลิกคิ้ว แกล้งทำตาโต "โหดขนาดนั้นเชียว? แล้วท่านอายุเท่าไหร่แล้ว?"

"ได้ยินว่าเก้าร้อยปีแล้วเจ้าค่ะ" เย่หลานตอบพลางสังเกตสีหน้ากู้อันอย่างจับผิด

นางเคยสงสัยว่ากู้อันคือ จอมกระบี่ฝูเต้า เพราะตอนเกิดเรื่องที่ฝ่ายนอก กระบี่ไป๋หลิงของนางสัมผัสได้ถึงกระบี่ชิงหง และกระบี่ที่จารึกคำว่า 'วิถีธรรม' ก็คือกระบี่ชิงหง!

แต่พอลองสืบดู จอมกระบี่ฝูเต้าน่าจะมีพลังเหนือกว่าระดับแปรสภาพเทพไปไกล

กู้อันอายุแค่ไม่กี่สิบปี จะเป็นระดับฝ่าความว่างเปล่าได้ยังไง?

ในโลกบำเพ็ญเพียรไม่เคยมีใครทำได้!

บวกกับกู้อันปฏิเสธหัวชนฝา นางเลยเดาว่ากู้อันอาจจะเป็นลูกศิษย์ของจอมกระบี่ฝูเต้าแทน

ไม่ว่าเป็นกรณีไหน นางก็รู้สึกว่าตัวเองยังดีไม่พอสำหรับศิษย์พี่ จึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกไว้และมุ่งมั่นฝึกฝน

รอให้นางเก่งขึ้น และศิษย์พี่อยากมีคู่ครอง เมื่อนั้นแหละจะเป็นทีของนาง!

กู้อันเปรยขึ้น "ศิษย์น้อง ช่วงนี้เจ้าเจอแต่พวกระดับสูงๆ แต่ระดับพลังของเจ้าดูจะขยับช้าจัง สนใจลองฝึกวิชาของศิษย์พี่ไหม?"

"วิชาอะไรหรือเจ้าคะ?" เย่หลานตาลุกวาว

วิชา 'บาทาวายุคลั่งไร้เงา' ที่กู้อันเคยให้ คือท่าไม้ตายก้นหีบของนาง ดังนั้นนางเชื่อมือศิษย์พี่แน่นอน

เผลอๆ จะเป็นวิชาที่จอมกระบี่ฝูเต้าฝากมา!

กู้อันอธิบายสรรพคุณของ 'เคล็ดวิชามรรคาอนุมาน' เย่หลานตั้งใจฟังตาแป๋ว

พอฟังจบ นางก็ถามแทงใจดำ "ศิษย์พี่ ที่ท่านมีสมุนไพรเยอะแยะแต่ระดับพลังไม่กระดิก ก็เพราะฝึกวิชานี้หรือเปล่า?"

กู้อันพยักหน้าหน้าตาย "นี่คือสุดยอดวิชาลับ ข้าถ่ายทอดให้เจ้าคนเดียวนะ ห้ามบอกใคร"

เย่หลานหัวใจพองโต "ถ้าฝึกแล้ว จะเป็นภาระให้ท่านไหม?"

นางรู้ดีว่ากู้อันคงต้องมอบยาให้นางไม่อั้น ซึ่งอาจกระทบการฝึกของเขาเอง

กู้อันหัวเราะ "ถ้ากลัวก็ไม่ต้องฝึก รอความตายไปเถอะ ส่วนข้าจะอยู่ต่ออีกหลายร้อยปี ถึงตอนนั้นค่อยหาสาวๆ เอ๊าะๆ มาเป็นภรรยาสักคนสองคน"

"ไม่ได้! ข้าจะฝึก!" เย่หลานตาขวางทันที

กู้อันยื่นคัมภีร์ที่คัดลอกเตรียมไว้ให้นาง

เย่หลานรับไปเก็บ แล้วหยิบกล่องไม้สีดำออกมา "นี่ของฝากเจ้าค่ะ กะว่าจะให้ทีหลัง แต่ศิษย์พี่ให้คัมภีร์มาก่อน ของข้าเลยดูด้อยค่าไปเลย"

กู้อันรับมา "พูดอะไรอย่างนั้น ตลอดมาเจ้าหาของดีๆ มาให้ข้าตั้งเท่าไหร่ เจ้าดีกับข้าที่สุดแล้ว"

ต้นไม้หน้าคนระดับหกก็ได้มาจากนาง นางเป็นสายซัพพอร์ตเบอร์หนึ่งของเขาจริงๆ

เย่หลานยิ้มแก้มปริ "นี่คือ 'เถาวัลย์ทมิฬ' ระดับห้าเจ้าค่ะ ถึงจะมีแค่ท่อนเดียว แต่ถ้าเลี้ยงสักยี่สิบปี มันจะฟื้นตัว ใช้เฝ้าบ้านและกันการสอดแนมด้วยจิตสัมผัสได้ดีเยี่ยม"

กู้อันเปิดดู เห็นท่อนไม้ดำๆ เหมือนถ่าน ขาดชีวิตชีวา

เขาไม่ผิดหวัง ระดับนางหาของแบบนี้มาได้ก็เก่งแล้ว ต้นไม้หน้าคนตอนได้มาก็เหลือแต่ราก ตอนนี้ยังฟื้นกลับมาได้เลย

จากนั้น เย่หลานก็เล่าข่าวซุบซิบในยุทธภพให้ฟัง

กู้อันฟังอย่างเพลิดเพลิน

ช่วงนี้มีกลุ่ม 'สิบสามมารจิ่วโยว' ออกอาละวาด บุกปล้นสมบัติล้ำค่าของลัทธิหมื่นวิญญาณแล้วหนีลอยนวล ฝีมือร้ายกาจจนสะเทือนวงการ

อีกเรื่องคือสำนักกู่ฮ่าวเพาะเลี้ยงสัตว์เทพ 'มังกรฮ่าว' ได้สำเร็จ สร้างความฮือฮาไปทั่ว จนสำนักกู่ฮ่าวหน้าบานเป็นจานเชิง

สัตว์เทพตัวนั้นก็คือมังกรฮ่าวที่กู้อันเลี้ยงไว้นั่นแหละ ตอนนี้มันอยู่ดีกินดีเป็นไข่ในหิน กู้อันเลยหายห่วง

ดูเหมือนยุทธภพจะสงบลงชั่วคราว ลัทธิถานฮวาก็เงียบหายไป แต่กู้อันรู้ดีว่านี่คือความสงบก่อนพายุใหญ่

รอพวกตัวเป้งจากสายหลักมาเมื่อไหร่ ได้นองเลือดกันอีกแน่!

......

ดึกสงัด ณ เทือกเขาเป่ยไห่ ปรากฏการณ์ก๊าซทิพย์จมดิ่งเกิดขึ้นอีกครั้ง สรรพสัตว์แตกตื่นกันตามระเบียบ

กู้อันนั่งสมาธิอยู่ในม่านพลัง กำลังเสวยสุขกับการอัปเกรด เขาจ่ายอายุขัยสามพันปีเพื่อดันระดับขึ้นสู่ ระดับมหายาน ขั้น 9!

ผ่านไปพักใหญ่ เขาตัดสินใจทุ่มอายุขัยอีกห้าหมื่นปีเพื่อยกระดับทักษะการปรุงยา

เดิมทีเขาจะฝึกเอง แต่พบว่าพรสวรรค์ด้านนี้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ยอมจ่ายจบๆ ไปดีกว่า

ห้าหมื่นปีแลกกับการเปลี่ยน 'วิชาปรุงยาพื้นฐาน' ให้กลายเป็น 'วิถีโอสถไท่ชิง'

ความรู้มหาศาลไหลบ่าเข้าสมอง

วิชาปรุงยาของแต่ละสำนักไม่เหมือนกัน จึงวิวัฒนาการไปคนละทาง

วิถีโอสถไท่ชิงยังแถมสกิล 'เพลิงสัจธรรมไท่ชิง' มาให้ด้วย ไฟนี้ใช้ปรุงยาก็เลิศ ใช้เผาศัตรูก็รุ่ง

ห้าหมื่นปีนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!

พอลืมตาขึ้น กู้อันจุดเปลวไฟสีเขียวที่ปลายนิ้ว มุมปากยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

เช็คยอดคงเหลือ ยังมีอายุขัยอีก 490,000 ปี รวยไม่รู้เรื่อง!

เขาปิดม่านพลัง ลุกขึ้นเตรียมจะกลับ

สายตาเหลือบไปเห็นหน้าผาหินใกล้ๆ

แรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ทำให้วัชพืชหน้าผาล้มระเนระนาด เผยให้เห็นรอยแตกที่มีไอวิญญาณไหลซึมออกมา กลิ่นอายนี้แปลกประหลาด ไม่ใช่ธาตุทั้งห้าตามปกติ

กู้อันเดินเข้าไปส่งจิตสัมผัสตรวจสอบ

เจอเข้ากับม่านพลังป้องกัน!

ต้องระดับฝ่าความว่างเปล่าขึ้นไปถึงจะเจาะเข้าได้

เขายิ้มมุมปาก ไม่ใช้กำลังหักหาญ แต่ใช้วิชา 'กายาหยินหยางเก้าขั้ว' แปลงร่างเป็นเงาปีศาจ ผสานกับ 'บาทาไร้ขอบเขตอิสระ' เดินทะลุเข้าไปดื้อๆ

ผ่านม่านพลังเข้าไป พบโถงถ้ำใต้ดินขนาดมหึมา

ใหญ่กว่าถ้ำสวรรค์แปดทิศเสียอีก! ตรงกลางมีทะเลสาบใต้ดิน ริมทะเลสาบมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่และแนวต้นไม้โบราณ

ใต้ต้นไม้ใหญ่มีกระท่อมไม้ผุพังตั้งอยู่หลังหนึ่ง

ไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ มีแต่ปลาในทะเลสาบ และปลาบึกยักษ์ยาวสองวาที่ดูเหมือนสัตว์อสูร

กู้อันเดินผ่านศิลาจารึก เขียนว่า:

ถ้ำสวรรค์เสวียนเทียน!

พลังวิญญาณที่นี่เข้มข้นกว่าถ้ำสวรรค์แปดทิศเสียอีก เขาตรวจสอบต้นไม้เรียงรายพวกนั้น

เป็นต้นไม้ระดับหก 'ต้นชิงซิน (จิตสงบ)' ทั้งหมด

แจ๋ว!

กู้อันตาลุกวาว ถ้าไม่มีเจ้าของ ก็ยึดมาเป็น 'หุบเขาโอสถที่สี่' ซะเลย

ของดีๆ ในถ้ำสวรรค์แปดทิศเริ่มแน่นไปหมดแล้ว ขยายสาขามาที่นี่ก็ดีเหมือนกัน

กู้อันเดินไปที่กระท่อมไม้ บนโต๊ะหินที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ มีหนังสือวางอยู่สองเล่ม

เล่มหนึ่งไร้ชื่อ อีกเล่มเป็นคัมภีร์ยุทธ์

เคล็ดวิชาขวานเทวะผ่าสวรรค์!

ชื่อโคตรห้าว!

กู้อันหยิบหนังสือไร้ชื่อมาอ่าน

มันคือจดหมายสั่งเสียของเจ้าของถ้ำ

เจ้าของถ้ำนามว่า 'บรรพชนเสวียนเทียน' เป็นถึงระดับจิตลึกลับ!

กู้อันอ่านต่อไป คิ้วเริ่มขมวด

บรรพชนเสวียนเทียนเคยเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักไท่เสวียน! หลังจากออกจากสำนักก็มาสร้างถ้ำที่นี่ หวังจะบรรลุธรรม แต่ดันธาตุไฟเข้าแทรก ก่อนตายจึงตัดสินใจทิ้งถ้ำ มุ่งหน้าออกไปยังดินแดนปีศาจนอกเก้าราชวงศ์

ส่วน 'เคล็ดวิชาขวานเทวะผ่าสวรรค์' คือวิชาไม้ตายก้นหีบของเขา ซึ่งสืบทอดมาจากแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นหนึ่งในเก้ามรดกแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์!

(จบตอน)

จบบทที่ 109-110

คัดลอกลิงก์แล้ว