เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

89-92

89-92

89-92


บทที่ 89: กราบข้าเป็นอาจารย์ แล้วเจ้าจะได้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไป

ช่าง... ขี้เก๊กเสียจริง!

กู้อันมองลวี่ไป่เทียนผู้กำลังวางมาดเหนือโลกด้วยความรู้สึกตะลึงงัน... ปนสมเพชในใจ

ลวี่ไป่เทียนเชิดหน้าขึ้นสูงกว่าเดิม เข้าใจไปเองว่าความห้าวหาญของตนทำเอาเจ้าเด็กนี่อึ้งจนพูดไม่ออก

"หรือว่าท่านคือท่านอดีตเจ้าสำนักที่ธาตุไฟเข้าแทรกคนนั้น?" กู้อันแสร้งทำเป็นตกใจตาโต

ธาตุไฟเข้าแทรก...

มุมปากลวี่ไป่เทียนกระตุกยิก เขาแค่นเสียงตอบ "นั่นเป็นแผนของข้าเองต่างหาก"

"แต่ตอนนี้ท่านมีแค่ระดับกลั่นลมปราณ จะไปปราบมารได้ยังไงขอรับ?"

"เจ้าหนู ข้าแค่อัดพลังปราณทั้งหมดไปเก็บไว้ในจิตวิญญาณ แกล้งทำเป็นธาตุไฟเข้าแทรกเฉยๆ ข้าแค่อยากให้พวกตาแก่พวกนั้นเห็นว่า ถ้าไม่มีข้า ไท่เสวียนจะมีสภาพทุเรศแค่ไหน"

น้ำเสียงของลวี่ไป่เทียนเต็มไปด้วยความดูแคลน เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของคำด่านั้นคือสภาผู้อาวุโส

กู้อันนิ่งเงียบ

แค่เพื่อจะพิสูจน์ตัวเองกับสภาผู้อาวุโส ต้องแลกด้วยชีวิตศิษย์บริสุทธิ์กี่คนกัน?

"ไปกันเถอะ"

ลวี่ไป่เทียนยื่นมือจะมาคว้าไหล่กู้อัน ทำเอากู้อันสะดุ้งรีบถอยหนี

"ข้าไม่ไปนะขอรับ มันอันตราย..." กู้อันส่ายหน้าดิก

เขาต้องเฝ้าหุบเขาโอสถ! ขืนไปกับตัวอันตรายแบบนี้มีหวังซวยไม่รู้จบ

ลวี่ไป่เทียนยิ้มเจ้าเล่ห์ "ไม่อยากเห็นจุดจบของสงครามธรรมะอธรรมหรือ?"

กู้อันส่ายหน้าเป็นกลองปั่นแป้ง โบกมือปฏิเสธพัลวัน "ข้าขออยู่เฝ้าแปลงผักดีกว่าขอรับ"

"วางใจเถอะ หุบเขาของเจ้าไม่เป็นไรหรอก เมื่อกี้ข้าปล่อยกลิ่นอายออกไป ป่านนี้พวกยอดฝีมือคงแห่กันมาแล้ว" ลวี่ไป่เทียนเลิกแทนตัวเองว่า 'เปิ่นจั้ว' (ตัวข้าผู้ยิ่งใหญ่) น้ำเสียงดูเป็นกันเองขึ้น

กู้อันสัมผัสได้จริงๆ ว่ามีกลิ่นอายระดับฝ่าความว่างเปล่ากำลังพุ่งตรงมาที่นี่

ไท่เสวียนนี่ซ่อนของดีไว้เยอะจริงๆ มีระดับฝ่าความว่างเปล่าซุกอยู่อีกกี่คนกันแน่?

ลวี่ไป่เทียนลงมืออีกครั้ง คราวนี้กู้อันมองทันแต่แกล้งทำเป็นหลบไม่พ้น ยอมให้จับแต่โดยดี

ลวี่ไป่เทียนคว้าไหล่กู้อัน แล้วพากันหายวับไปจากตรงนั้น

ระหว่างถูกหิ้วไป กู้อันรีบโคจร 'วิชาลมปราณมังกรเสวียนหวง' ขั้นสุดยอด อำพรางแก่นทองคำและจิตวิญญาณให้เนียนสนิท กลายเป็นแค่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานธรรมดาๆ

แต่ความจริงเขาคิดมากไปเอง ลวี่ไป่เทียนไม่ได้สนใจจะตรวจสอบร่างกายเขาเลยสักนิด

สิบลมหายใจต่อมา ลวี่ไป่เทียนก็หยุดลง พามากู้อันมาโผล่ที่ตำหนักใหญ่แห่งหนึ่ง

ภายในตำหนักกว้างขวาง เสาหินสองข้างทางสลักรูปมังกร หงส์ กิเลน และสัตว์เทพหน้าตาประหลาดที่กู้อันไม่รู้จัก

ลวี่ไป่เทียนปล่อยมือ เดินตรงไปข้างหน้า ทิ้งท้ายไว้ว่า "รออยู่นี่ พลังข้ายังฟื้นคืนไม่เต็มที่"

กู้อันส่องทักษะ 'เนตรหยั่งรู้อายุขัย' ก็เห็นว่าพลังยังไม่เต็มหลอดจริงๆ แต่ได้ยินประโยคนี้จากปากคนขี้คุยอย่างลวี่ไป่เทียนแล้วมันรู้สึกทะแม่งๆ

พลังยังไม่เต็มแล้วจะรีบอวดดีไปไหน?

แถมยังปล่อยกลิ่นอายเรียกแขกอีก ไม่กลัวคู่อริฉวยโอกาสมาเชือดรึไง?

เดี๋ยวนะ... หมอนี่ทำอะไรบุ่มบ่าม แถมยังลากเขามาด้วย หรือว่าจะดูออกว่าเขาคือเซียนกระบี่ฝูเต้า?

ความคิดนี้ทำเอากู้อันเหงื่อแตกพลั่ก

เขาจ้องมองลวี่ไป่เทียนเดินขึ้นบัลลังก์ทองคำ นั่งขัดสมาธิราวกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

เขาสัมผัสได้ว่าลวี่ไป่เทียนกำลังเดินลมปราณ ปลดปล่อยพลังที่ซ่อนไว้ออกมาอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศในตำหนักเงียบสงัด กู้อันยืนพิงเสาหิน ครุ่นคิดถึงเจตนาของลวี่ไป่เทียน

สักพัก เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสองสายพุ่งตรงมา หนึ่งในนั้นคุ้นเคยอย่างประหลาด

อันฮ่าว!

ส่วนอีกคน... ระดับผสานกาย!

กู้อันไม่ได้หันกลับไปมอง แค่ขยับไปหลบมุมเสา

ไม่กี่อึดใจ ร่างสองร่างก็เหาะเข้ามาในตำหนัก

กู้อันเหลือบมอง สาดทักษะตรวจสอบทันที

เหลยเจิ้น (ระดับผสานกาย ขั้น 1): 1465/2700/2750

เหลยเจิ้น?

ไม่เคยได้ยินชื่อเลย นึกว่าจะเป็นเจ้าสำนักฉู่เทียนฉีซะอีก

แสดงว่าฉู่เทียนฉีต้องเก่งกว่านี้แน่ๆ

กู้อันเริ่มรู้สึกว่าระดับผสานกายขั้นเก้าของตัวเองเริ่มจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว

จบศึกนี้เมื่อไหร่ ต้องรีบฟาร์มอายุขัยให้หนักกว่าเดิม!

แค่เป็นที่หนึ่งในไท่เสวียนยังไม่พอ ต้องรอดจากมหาภัยพิบัติปีศาจให้ได้ด้วย คิดแล้วเครียด

"ลวี่ไป่เทียน! เจ้ายังไม่ตายรึ!"

เหลยเจิ้นเดินอาดๆ เข้าหาลวี่ไป่เทียน เสียงดังปานระฆังทอง

เขารูปร่างสูงใหญ่ สวมชุดคลุมดำปักลาย ด้านหลังแบกหัวสัตว์ร้ายที่คาบสายฟ้าไว้ ดูน่าเกรงขาม

ส่วนอันฮ่าวในวัยสิบหกปี ตัวสูงขึ้นผิดหูผิดตา สวมชุดรัดรูปสีน้ำเงิน มัดผมหางม้าสูง ปอยผมสองข้างปลิวไสว ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย แววตาฉายความมุ่งมั่น

กู้อันมองลูกศิษย์ด้วยความภูมิใจ

หล่อเหมือนอาจารย์ไม่มีผิด

อันฮ่าวสังเกตเห็นสายตาของกู้อัน จึงหันมามองและพยักหน้าให้เล็กน้อย

"เหลยเจิ้น... เจ้าอยากให้ข้าอยู่ หรืออยากให้ข้าตาย?" ลวี่ไป่เทียนเอ่ยทั้งที่ยังหลับตา น้ำเสียงราบเรียบแต่กดดันยิ่งกว่าตอนคุยกับกู้อันหลายเท่า

เหลยเจิ้นยืนกลางตำหนัก หรี่ตามอง "ระดับฝ่าความว่างเปล่า... ดูท่าเจ้าจะโดนผลกระทบหนักสินะ"

ลวี่ไป่เทียนไม่ตอบ

บรรยากาศมาคุเริ่มก่อตัว

อันฮ่าวขยับมายืนข้างกู้อัน ส่งกระแสจิตถาม "พี่ชาย คนชื่อลวี่ไป่เทียนนี่ใครครับ?"

กู้อันมองหน้าศิษย์ด้วยความประหลาดใจ

ไม่รู้จักรึ?

อันฮ่าวส่งกระแสจิตต่อ "ผมโดนจับมา อาจารย์ให้ผู้อาวุโสเหลยพาผมหนี แต่จู่ๆ แกก็เปลี่ยนใจพาผมมาที่นี่"

กู้อันอดไม่ได้ต้องเตือน "เจ้าคิดว่าต่อหน้าพวกระดับนี้ การส่งกระแสจิตมันมีความลับเหรอ?"

อันฮ่าวสะดุ้ง หันขวับไปมองเหลยเจิ้น

ชายเสื้อเหลยเจิ้นสะบัดพริ้ว แรงกดดันมหาศาลเริ่มก่อตัว เตรียมระเบิดออกทุกเมื่อ

"ลวี่ไป่เทียน ในเมื่อเจ้าแกล้งตายไปแล้ว ก็อย่าเสนอหน้ากลับมาอีกเลย ไท่เสวียนไม่ต้องการเจ้า"

สิ้นเสียงเหลยเจิ้น ประตูตำหนักปิดกระแทกดังปัง! แรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่ จนอันฮ่าวหายใจติดขัด

"คิดจะลงมือกับอดีตเจ้าสำนักต่อหน้าเด็กๆ รึ?"

ลวี่ไป่เทียนถามเสียงเรียบ ยังคงไม่ลืมตา

เหลยเจิ้นก้าวเท้าไปข้างหน้า "ก็ดี ให้มันได้เห็นความโหดร้ายของโลกบำเพ็ญเพียรซะเลย!"

เขาพุ่งเข้าประชิดตัวลวี่ไป่เทียนในพริบตา ฟาดฝ่ามือใส่กลางกระหม่อม

ตูม!

พลังปราณสองสายปะทะกันรุนแรง คลื่นกระแทกสั่นสะเทือนตำหนัก กู้อันแกล้งทำท่าจะปลิว

อันฮ่าวรีบขยับมาบังหน้ากู้อัน กางม่านพลังปกป้องอาจารย์ ในคราบพี่ชาย

เจ้าเด็กนี่...

กู้อันมองแผ่นหลังอันฮ่าวด้วยความซาบซึ้ง

อายุสิบหก ระดับสร้างรากฐานขั้นห้า แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาไม่แพ้ขั้นแปดเลย

แต่น่าเสียดาย คู่ต่อสู้คือระดับผสานกาย

อันฮ่าวกัดฟันกรอด ขาเริ่มสั่น ถอยครูดไปกับพื้นเพราะต้านแรงกดดันไม่ไหว

กู้อันสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง สายตาจับจ้องไปเบื้องหน้า เหลยเจิ้นผู้เป็นฝ่ายบุกกลับเป็นฝ่ายตัวสั่นเทิ้ม พลังของเขากำลังลดฮวบฮาบ ในขณะที่พลังของอีกฝ่ายพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

ลวี่ไป่เทียน!

"เจ้า... เป็นไปไม่ได้..."

เหลยเจิ้นอุทานเสียงหลง เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

ลวี่ไป่เทียนที่นั่งอยู่ค่อยๆ ลุกขึ้น ลอยตัวเหนือพื้น มองต่ำลงมาที่เหลยเจิ้น

สีหน้าของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก

ระดับฝ่าความว่างเปล่าขั้นเก้า!

ระดับพลังของลวี่ไป่เทียนดีดขึ้นรวดเดียวหลายขั้น แถมยังทะลวงเข้าสู่ระดับผสานกาย พูดให้ถูกคือ เขากำลังปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาต่างหาก

อันฮ่าวมองตาค้าง ทึ่งในความเทพของลวี่ไป่เทียน

"เจ้าหลอกข้า... วิชาเทพเปลี่ยนชะตา!"

เหลยเจิ้นตะโกนด้วยความโกรธแค้นปนหวาดกลัว

ลวี่ไป่เทียนมองเหยื่อด้วยสายตาเวทนา "เหลยเจิ้น เจ้ายังมุทะลุไม่เปลี่ยน ความโง่ของเจ้าทำคนตายมานักต่อนัก วันนี้ถึงคราวเจ้าต้องชดใช้"

"ข้ากะจะรอฉู่เทียนฉี แต่เจ้าดันเสนอหน้ามาให้เชือดก่อน ก็ดี ข้าจะรับพลังเจ้าไว้ ไปรอนรกซะ เดี๋ยวฉู่เทียนฉีจะตามไป!"

สิ้นคำ ลวี่ไป่เทียนกดมือลงบนหน้าผากเหลยเจิ้น

เหลยเจิ้นดิ้นรนสุดชีวิต แต่ไร้ผล กู้อันมองเห็นวิญญาณของเขาพยายามหนีออกจากร่างแต่ก็ถูกตรึงไว้

ลวี่ไป่เทียนใช้วิชาประหลาดกดขี่ทั้งร่างกายและวิญญาณ ดูดกลืนพลังทั้งหมดไป

กู้อันมองตาไม่กระพริบ

วิชาบ้าอะไรเนี่ย? โหดชิบเป๋ง!

วูบ!

พลังของลวี่ไป่เทียนพุ่งทะลุเพดาน ส่วนเหลยเจิ้นทรุดฮวบลงกับพื้น ร่างกายเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็ว ผมดำขลับกลายเป็นสีขาวโพลนในพริบตา

ระดับผสานกายขั้นหนึ่ง!

แรงกดดันในตำหนักหายไป อันฮ่าวถอนหายใจเฮือก ยืนนิ่งมองเหตุการณ์ตรงหน้า

กู้อันแอบส่ายหัว สอนไปตั้งเยอะ พอเจอสถานการณ์จริง เจ้าเด็กนี่ยืนดูเฉย ไม่คิดจะหนีเลยรึไง

พลังของลวี่ไป่เทียนยังคงพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลยเจิ้นแห้งกรังเหมือนซากศพ ลวี่ไป่เทียนจึงปล่อยมือ ร่างไร้วิญญาณของเหลยเจิ้นกลิ้งตกบันไดลงมา

เหลยเจิ้นเงยหน้ามองด้วยแววตาพร่ามัว ยกมือสั่นเทาเหมือนจะขอชีวิต

ลวี่ไป่เทียนดีดนิ้วเปรี้ยง! กระสุนโลหิตพุ่งเจาะกะโหลกเหลยเจิ้น วิญญาณแตกสลาย

ดัชนีเทพรวมวิญญาณ!

กู้อันประเมินว่าตอนนี้ลวี่ไป่เทียนน่าจะอยู่ที่ระดับผสานกายขั้นสาม แต่พลังที่ไหลเวียนในตัวยังมหาศาลกว่านั้นมาก

นี่สินะ ตัวตนที่ทำให้ฝ่ายมารหวาดกลัว

กู้อันเริ่มระวังตัว กลัวลวี่ไป่เทียนจะของขึ้นหันมาเล่นงานเขา

ก็ลูกชายอย่างลวี่เซียนยังเพี้ยนขนาดนั้น พ่อมันจะปกติได้ไง!

ลวี่ไป่เทียนเมินอันฮ่าว หันมาหากู้อัน ยิ้มมุมปาก "เป็นไง? ตอนนี้ข้ามีคุณสมบัติพอจะไปกวาดล้างพวกมารรึยัง?"

กู้อันแกล้งทำตัวลีบ "ท่านเป็นถึงเจ้าสำนัก ย่อมทำได้อยู่แล้ว..."

เขาขยับไปยืนบังหน้าอันฮ่าวไว้

"กู้อัน กราบข้าเป็นอาจารย์ซะ แล้วเจ้าจะได้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไป!" ลวี่ไป่เทียนประกาศก้อง น้ำเสียงเด็ดขาดห้ามปฏิเสธ

กู้อันฟังแล้วปวดขมับ รีบปฏิเสธ "ท่านเจ้าสำนัก ข้าหัวช้า ขี้เกียจ สอนยังไงก็ไม่เก่งหรอก ขืนท่านยกตำแหน่งให้ข้า มีหวังไท่เสวียนล่มจมแน่"

ลวี่ไป่เทียนยิ้มเยาะ "ถ้าข้าถ่ายทอดพลังทั้งหมดให้เจ้าก่อนตายล่ะ?"

เอ่อ...

ข้อเสนอนี้ยั่วยวนใจแปลกๆ แฮะ

แต่ไม่เอาโว้ย!

ขนาดลวี่ไป่เทียนเก่งขนาดนี้ยังต้องแกล้งตายหนีปัญหา ขืนเขารับตำแหน่งมา มีหวังไม่ได้แก่ตาย

อีกอย่าง กว่าลวี่ไป่เทียนจะตาย พลังแค่นั้นคงไม่คณามือเขาแล้วมั้ง!

บทที่ 90: พลิกชะตาฟ้าดิน ศึกราชันย์และเซียน

อันฮ่าวได้ยินข้อเสนอของลวี่ไป่เทียน ถึงกับหันขวับมามองกู้อันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ

ในสายตาเขา กู้อันดูธรรมดามาก  เมื่อกี้เขาเข้าไปบังให้เพราะสัญชาตญาณปกป้องคนอ่อนแอเฉยๆ

คนจืดจางแบบนี้เนี่ยนะ ที่อดีตเจ้าสำนักตามตื๊อจะยัดเยียดตำแหน่งให้?

กู้อันสบตาลวี่ไป่เทียน สูดหายใจลึก "ไม่ได้จริงๆ ขอรับท่านเจ้าสำนัก เห็นแก่ที่ข้าปลูกสมุนไพรให้ท่านมาหลายปี ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว ข้าแค่อยากปลูกผักไปวันๆ"

ลวี่ไป่เทียนขมวดคิ้ว

เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธเขา แถมปฏิเสธซ้ำซากอีกต่างหาก

กู้อันรีบเสนอทางออก "ข้าได้ยินมาว่าท่านบ้าฝึกวิชา ที่ท่านอยากให้ข้าเป็นเจ้าสำนัก คงเพราะอยากให้ข้าทำงานแทนท่านใช่ไหมล่ะ? งั้นทำไมท่านไม่ตั้งตำแหน่งใหม่ขึ้นมา เหนือกว่าสภาผู้อาวุโส ให้มีสักสามคน คอยตัดสินใจเรื่องสำคัญ แล้วกำหนดกฎไปเลยว่าเจ้าสำนักคนต่อไปต้องมาจากสามคนนี้เท่านั้น แบบนี้พวกผู้อาวุโสก็ไม่กล้าหือ"

ลวี่ไป่เทียนฟังแล้วคิ้วคลายลง มองกู้อันด้วยแววตาลึกซึ้ง แต่ไม่พูดอะไร หันไปมองอันฮ่าวแทน

"เจ้าชื่ออะไร? เกี่ยวข้องยังไงกับฉู่เทียนฉี?"

อันฮ่าวประสานมือตอบฉะฉาน "ข้าน้อยอันฮ่าว อายุสิบหกปี เข้าสำนักมาสามปีเศษ ฉู่เทียนฉีคืออาจารย์ของข้า"

เจ้าเด็กนี่ฉลาด

บอกเวลาเข้าสำนักและอายุ เพื่อโชว์พรสวรรค์ และบอกเป็นนัยว่าเพิ่งเข้าสำนักมาไม่นาน ไม่ได้สนิทกับฉู่เทียนฉีขนาดนั้น

กู้อันโล่งใจ ถ้าลวี่ไป่เทียนจะฆ่าอันฮ่าว เขาคงต้องเปิดอัลติฯ สู้

พูดกันตามตรง ลวี่ไป่เทียนอาจจะไม่ใช่เจ้าสำนักที่ดี แต่ฉู่เทียนฉีนี่เลวกว่าเยอะ

"อันฮ่าว? เจ้าคือคนที่มีรากวิญญาณสวรรค์คนนั้นรึ? ที่พอเข้าสำนักปุ๊บก็โดนตัวไปปั๊บน่ะ?" กู้อันแกล้งทำเป็นเพิ่งนึกออก

อันฮ่าวพยักหน้า สีหน้านิ่งสงบ มองลวี่ไป่เทียนอย่างไม่เกรงกลัว

ลวี่ไป่เทียนถาม "ถ้าข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้าจะว่ายังไง?"

"ยินดีขอรับ! แต่ข้าทำร้ายอาจารย์คนเก่าไม่ได้ แม้จะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่เขาก็มีบุญคุณฐานะอาจารย์" อันฮ่าวตอบทันควัน

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี!

อันฮ่าวระแวงลวี่ไป่เทียนสุดๆ วิชาเมื่อกี้มันวิชามารชัดๆ

แต่เขาต้องรอด

ฉู่เทียนฉีช่างหัวมันสิ!

อาจารย์จริงๆ ของเขาคือชายสวมหน้ากากคนนั้นต่างหาก!

ลวี่ไป่เทียนหัวเราะ เดินลงจากแท่นมาหากู้อันและอันฮ่าว

"นับแต่นี้ อันฮ่าว เจ้าคือศิษย์เอกของข้า ส่วนกู้อัน ในเมื่อเจ้าไม่อยากเป็นศิษย์ข้า ข้าก็ไม่บังคับ จบเรื่องนี้ถ้าเจ้าต้องการอะไรก็มาบอก วันหลังข้าจะแวะไปเยี่ยมบ่อยๆ"

ลวี่ไป่เทียนเปลี่ยนโหมดจากจอมมารเป็นคุณลุงใจดีเฉยเลย

เขาสะบัดแขนเสื้อ หอบร่างทั้งสองคนเหาะขึ้นฟ้า

อันฮ่าวลืมตาขึ้นอีกที พบว่าตัวเองยืนอยู่บนก้อนเมฆดำ ลวี่ไป่เทียนยืนอยู่ข้างหน้า กู้อันยืนอยู่ข้างๆ

ลวี่ไป่เทียนระเบิดพลังกดดันออกมา เรียกความสนใจจากสายตาคนทั้งเมือง

เขาดีดนิ้วเปรี้ยง! กระสุนพลังพุ่งข้ามระยะหลายสิบลี้ เจาะหัวมารระดับแปรสภาพเทพตายคาที่ วิญญาณแหลกสลาย

ดัชนีเทพรวมวิญญาณ!

แม้ท่าจะไม่ใหญ่โตเท่าของกู้อัน แต่ความแม่นและความแรงระดับสั่งตาย

ลวี่ไป่เทียนขี่เมฆเข้าสู่สมรภูมิ ดีดนิ้วสังหารมาร หนึ่งนิ้วหนึ่งศพ ไม่มีใครต้านทานได้

อันฮ่าวอ้าปากค้าง นี่มันวิชาอะไรกัน?

กู้อันสัมผัสได้ว่าพลังของลวี่ไป่เทียนยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ผู้คนเริ่มแตกตื่น มารเริ่มขวัญหนีดีฝ่อ ฝ่ายธรรมะฮึกเหิม

"นั่นใครน่ะ? โคตรเทพ!"

"เฮ้ย! นั่นมันอดีตเจ้าสำนักนี่หว่า? เป็นไปไม่ได้!"

"เจ้าสำนักลวี่? เขาฟื้นแล้วเหรอ?"

"แม่เจ้า... ดีดนิ้วทีเดียวมารตายเป็นเบือ นี่มันระดับไหนกันเนี่ย?"

เสียงฮือฮาดังกระหึ่มเมือง กู้อันกับอันฮ่าวยืนเกาะหลังลวี่ไป่เทียน ดูหนังสดระดับ 4D อย่างเพลิดเพลิน

ข่าวการคืนชีพของลวี่ไป่เทียนแพร่สะพัดไปทั่วสนามรบอย่างรวดเร็ว ทำเอาขวัญกำลังใจฝ่ายมารดิ่งลงเหว

......

ณ หุบเขาขอบฟ้า

หลี่เสวียนเต้า ลวี่เซียน อี้หลิวอวิ๋น และโรหลุน ยืนเรียงหน้ากระดานมองไปทางไท่เสวียน

"วิชาเทพเปลี่ยนชะตา... ช่างน่าอัศจรรย์ สมกับเป็นสุดยอดวิชาแห่งยุค" หลี่เสวียนเต้าเปรย

อี้หลิวอวิ๋นเบ้ปาก "สุดยอดวิชาอะไรกัน วิชามารชัดๆ ไท่เสวียนเริ่มเน่าเฟะก็เพราะเขานี่แหละ"

ลวี่เซียนพยักหน้า "ตาแก่นั่นไม่ได้ปิดด่านหรอก แค่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แกล้งตายเพื่อจะกวาดล้างไท่เสวียนกับพวกมารทีเดียว สันดานแกก็งี้แหละ มั่นหน้าว่าตัวเองเอาอยู่"

พูดถึงพ่อตัวเอง น้ำเสียงลวี่เซียนฟังดูซับซ้อนพิลึก

"ถ้าคนคนนั้นยังอยู่ ลวี่ไป่เทียนคงจุกน่าดู" อี้หลิวอวิ๋นถอนหายใจ

ลวี่เซียนผสมโรงนินทาพ่อตัวเองอย่างออกรส

หลี่เสวียนเต้ามองไปไกล แววตาลึกล้ำ

ผ่านไปพักใหญ่

ลวี่เซียนเห็นหลี่เสวียนเต้าเงียบไปนาน เลยปลอบ "ฝ่าบาท อย่ากังวลเลย ตาแก่ถึงจะเก่ง แต่พรสวรรค์สู้ข้าไม่ได้หรอก รอข้าโตก่อน ข้าจะแซงแกให้ดู!"

หลี่เสวียนเต้ายิ้ม "งั้นเจ้าต้องรีบหน่อยนะ ข้ารอไม่ไหว"

"รอข้าบรรลุระดับผสานกาย ข้าจะตัดหัวตาแก่มาถวายฝ่าบาทเอง!"

ลวี่เซียนประกาศก้องด้วยความมั่นใจ โรหลุนที่ยืนข้างๆ แอบเหลือบมองด้วยสายตาเอือมระอา

......

ยามเย็น

กู้อันถูกหย่อนลงที่หุบเขาโอสถที่สาม ลวี่ไป่เทียนพาอันฮ่าวไปต่อ

เพราะกู้อันปฏิเสธตำแหน่งเจ้าสำนัก ลวี่ไป่เทียนเลยไม่อยากให้เห็นฉากสำคัญต่อไป เลยทิ้งไว้กลางทาง

กู้อันรู้สึกถึงอันตรายจากลวี่ไป่เทียน แม้ตอนนี้จะดีกันอยู่ แต่คนบ้าอำนาจแบบนี้ ถ้าผิดใจกันขึ้นมาคงยุ่ง

แถมทักษะฆ่าคนของลวี่ไป่เทียนดูรุนแรงกว่าตอนเป็นผู้เฒ่าเถียนเยอะ

คนแบบนี้แหละน่ากลัวที่สุด เพราะเก็บอาการเก่ง

กู้อันเริ่มตรวจตราสมุนไพรตามหน้าที่

ไม่นาน เสิ่นเจินก็เหาะลงมาจอดข้างๆ

"คนที่มาส่งเจ้าเมื่อกี้ คือลวี่ไป่เทียนใช่ไหม?" เสิ่นเจินถามตาเป็นประกาย

กู้อันพยักหน้า "ทำไม? สนใจรึ?"

"แน่นอน! นั่นคือคู่ปรับตลอดกาลที่พ่อข้ายกย่องเชียวนะ! เขาฟื้นได้ไง? เจ้าเห็นอะไรบ้าง?" เสิ่นเจินรัวคำถาม พร้อมควักสมุดปากกาเตรียมจด

กู้อันกรอกตาบน "เจ๊ เบาได้เบา ข้ากลัวโดนหาว่าเป็นไส้ศึกนะเว้ย"

ยัยนี่ไม่ได้โง่หรอก แค่ 'ร้ายเงียบ'

นางคงสนุกที่ได้เห็นคนอื่นลำบากใจ

เสิ่นเจินยังตื๊อไม่เลิก จนกู้อันหมดความอดทน

"ถ้ายังไม่เลิกตาม ข้าจะเขียน 'บันทึกจอมยุทธ์ปรุงยา' ให้เจ๊เป็นนางเอกคนแรกที่พระเอกเจอ แถมวาดภาพประกอบแบบ 18+ ให้ด้วย รับรองสมจริงกว่าของเจ๊อีก!" กู้อันขู่ฟ่อ

เสิ่นเจินหน้าแดงแปร๊ด ค้อนขวับ กระทืบเท้าปึงปังแล้วบินหนีไป

กู้อันงง

ไม่ด่ากลับแฮะ?

ท่าทางแบบนั้น... เขินเหรอ?

กู้อันส่ายหน้าขำๆ แล้วทำงานต่อ

......

คืนนั้น ไท่เสวียนไม่เงียบเหงา จิตสัมผัสระดับสูงพุ่งผ่านไปมาไม่ขาดสาย กลิ่นอายมารเริ่มจางลง ชัยชนะเป็นของไท่เสวียน

ท่ามกลางหิมะโปรยปราย

กู้อันและหลี่หยานั่งคุยกันที่ธรณีประตู หลี่หยาเล่าประวัติศาสตร์สำนักให้ฟัง กู้อันทำหน้าที่ผู้ฟังที่ดี

จนรุ่งสาง หลี่หยาต้องกลับเข้าเมืองตามคำสั่งเรียกรวมพล

พอลับหลังหลี่หยา กู้อันส่งกระแสจิตหาหยางนี "จบศึกแล้ว ท่านไม่กลับรึ?"

หยางนีสวนกลับ "ข้าเคยบอกเหรอว่าจะอยู่แค่จบศึก?"

"อ้าว?"

"ข้าจะอยู่เฝ้าเจ้าตลอดไป นี่เป็นคำสั่งหลี่เสวียนเต้า"

"จริงดิ?"

"ไปถามเขาเองสิ"

กู้อันเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ "ฝ่าบาทเก่งไหม?"

เขาอยากรู้มุมมองคนอื่น

หลี่เสวียนเต้าอยากเป็นอมตะ แต่โดนพวกเซียนกดหัวอยู่ คนที่มีอำนาจที่สุดในหมู่เซียนตอนนี้คือลวี่ไป่เทียน

แถมหลี่เสวียนเต้ายังดึงลูกชายลวี่ไป่เทียนมาเป็นพวก สองคนนี้ต้องมีบวกกันแน่ๆ

หลี่เสวียนเต้าแกล้งทำเป็นกากแค่ระดับแก่นทองคำ คงเพื่อหลอกลวี่ไป่เทียน

ศึกนี้คือการปะทะกันระหว่าง 'ฮ่องเต้' กับ 'เซียน'

"เรื่องพลังน่ะงั้นๆ แต่เรื่องเล่ห์เหลี่ยม... ร้ายกาจนัก" หยางนีตอบเสียงเย้ยหยัน ดูเหมือนนางจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าหลี่เสวียนเต้าเท่าไหร่

กู้อันกำลังจะถามต่อ แต่สัมผัสได้ถึงบางอย่าง

"ฝากเฝ้าหุบเขาครึ่งวัน ข้าต้องเข้าเมืองหน่อย"

มีปลาซิวปลาสร้อยฝ่ายมารหลงเหลืออยู่แถวนี้!

บทที่ 91: กาลเวลาผันผ่าน สู่ทำเนียบจุนเก๋อ

โดยปกติแล้ว กู้อันมักจะหลีกเลี่ยงการข้องแวะกับผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายมาร แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เป็นข้อยกเว้น

คนคนนั้นคือ สวีเจวี๋ย!

ก่อนหน้านี้สวีเจวี๋ยนำทัพอสูรเข้าล้อมโจมตีจีเซียวอวี้ ทำให้กู้อันพลอยฟ้าพลอยฝนกวาดอายุขัยไปได้กว่าห้าหมื่นปี ความใจป้ำนี้ทำให้กู้อันประทับใจเขาไม่รู้ลืม

หลังจากออกจากหุบเขาเสวียนกู่ กู้อันมุ่งหน้าไปทางเมืองศิษย์ฝ่ายนอก เมื่อบินไปได้ระยะหนึ่ง เขาใช้วิชามหาความเปลี่ยนแปลงหยินหยาง แปลงร่างเป็นเงาปีศาจ แล้วใช้บาทาไร้ขอบเขตไร้เงาเสวียนเทียนหายวับเข้าไปในป่าลึก

ห่างจากหุบเขาเสวียนกู่ไปสองร้อยลี้ ในป่าทึบอันเงียบสงัด สวีเจวี๋ยนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ สภาพดูไม่ได้ ผมเผ้ารุงรัง ชุดคลุมดำขาดวิ่น เต็มไปด้วยบาดแผลและความเหนื่อยล้า

รอบตัวเขามีธงเล็กๆ ปักล้อมรอบ สร้างม่านแสงจางๆ คุ้มกันภัย

ทันใดนั้น สีหน้าของรองประมุขลัทธิหมื่นวิญญาณก็เปลี่ยนไป เขากระอักเลือดสีดำออกมานองพื้น หญ้าที่สัมผัสเลือดแห้งเหี่ยวทันตา ควันสีดำลอยกรุ่นขึ้นมา

"ตระกูลจี... บัดซบเอ๊ย..."

สวีเจวี๋ยกัดฟันกรอด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

ระหว่างถูกจีเฉินไล่ล่า เขาโดนยอดฝีมือตระกูลจีคนอื่นรุมกินโต๊ะจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด นึกย้อนกลับไปแล้วยังขนลุกไม่หาย

ห้าพรรคมารใหญ่รวมพลังกัน ทั้งหอพันฤดูสารท สำนักกู่ฮ่าว ลัทธิหมื่นวิญญาณ พรรคเทียนเจวี๋ย และหุบเขาพิษ ระดมกำลังพลมหาศาล แต่กลับถูกไท่เสวียนตีแตกพ่ายภายในวันเดียว ความแข็งแกร่งของสำนักไท่เสวียนช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

สวีเจวี๋ยนึกถึงคนตระกูลจีที่แฝงตัวอยู่ในลัทธิหมื่นวิญญาณ ความคิดชั่วร้ายแล่นเข้ามาในหัว อยากจะกลับไปฆ่าล้างโคตรพวกมันให้หมด

แต่พอนึกถึงอำนาจของตระกูลจี เขาก็ได้แต่ถอนหายใจ

ช่างมันเถอะ

อดทนไว้ก่อน!

สักวันหนึ่ง เขาจะล้างบางตระกูลจีให้สิ้นซาก!

ขณะที่สวีเจวี๋ยกำลังฝันกลางวัน สายลมกรรโชกแรงพัดมาจากส่วนลึกของป่า เขาสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ

ตูม!

ค่ายกลป้องกันรอบตัวแตกกระจาย เงาร่างสีม่วงดำปรากฏขึ้นตรงหน้า นิ้วมือข้างหนึ่งกดลงที่ขมับของเขา แรงกดดันมหาศาลตรึงร่างเขาไว้จนขยับไม่ได้

"วิชาเงามายาปีศาจ... ท่านคือยอดฝีมือท่านใดจากหอพันฤดูสารท?"

สวีเจวี๋ยหน้าซีดเผือด ถามเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว

หอพันฤดูสารทมียอดฝีมือระดับนี้ด้วยรึ?

เขาเป็นถึงระดับฝ่าความว่างเปล่าขั้นเก้า แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ไม่น่าจะโดนกดจนโงหัวไม่ขึ้นขนาดนี้

"ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเงาปีศาจ

สวีเจวี๋ยลอบถอนหายใจโล่งอก รีบตอบ "เชิญท่านอาวุโสถามมาได้เลย!"

ไอ้พวกหอพันฤดูสารท!

ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจะพาลัทธิหมื่นวิญญาณไปถล่มพวกเจ้าให้ราบ!

กู้อันนึกขึ้นได้ว่าสวีเจวี๋ยเป็นพ่อของสวีหรูเย่ ซึ่งเขาเคยฆ่าทิ้งไปแล้ว

"ช่างเถอะ"

สิ้นเสียงกู้อัน ปราณกระบี่พุ่งออกจากปลายนิ้ว เจาะทะลุขมับสวีเจวี๋ย ทำลายวิญญาณภายในจนยับเยิน

ดวงตาของสวีเจวี๋ยเบิกโพลง รูม่านตาขยายกว้าง ก่อนที่ร่างจะร่วงลงพื้น กู้อันใช้วิชาสะกดวิญญาณค้นความทรงจำทันที

วิชาที่เจียงฉยงสอนมานี่ใช้ดีจริงๆ กู้อันคงได้ใช้ไปอีกนาน

ความทรงจำของระดับฝ่าความว่างเปล่าขั้นเก้านั้นมหาศาล แต่กู้อันเลือกหาเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับคาถาอัญเชิญกองทัพปีศาจ ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน จึงหาไม่ยาก

หนึ่งก้านธูปผ่านไป

กู้อันถอนมือ ร่างไร้วิญญาณของสวีเจวี๋ยล้มตึง

ท่านช่วงชิงอายุขัยสวีเจวี๋ย (ระดับฝ่าความว่างเปล่า ขั้น 9) สำเร็จ +153 ปี

ไม่เลว! ได้อายุขัยมาเยอะทีเดียว

กู้อันมองศพสวีเจวี๋ยด้วยสายตาเป็นมิตรขึ้นมาหน่อย เขาหยิบถุงสมบัติของอีกฝ่ายมา แล้วปล่อยไฟเผาศพจนเป็นเถ้าถ่าน

ทำลายหลักฐานเสร็จสิ้น เขาจึงจากไป

เขาไม่ได้กลับหุบเขาเสวียนกู่ แต่มุ่งหน้าไปยังเมืองศิษย์ฝ่ายนอกจริงๆ

นอกเมืองมีภูเขาขนาดยักษ์เพิ่มขึ้นมาลูกหนึ่ง หากมองดีๆ จะพบว่ามันคือซากศพนกยักษ์

วิหคทมิฬกลืนสวรรค์!

ร่างไร้วิญญาณของมันนอนทอดกายยาวหลายพันวา ใหญ่โตกว่าภูเขารอบข้างเสียอีก

กู้อันเหยียบกระบี่บินมองดูอยู่ไกลๆ ด้วยความสงสัย สัตว์ประหลาดขนาดนี้ปกติมันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?

ราชวงศ์ไท่ชางไม่น่าจะมีที่ให้มันอยู่ น่าจะเป็นของนำเข้าจากนอกเก้าราชวงศ์

หลังสงครามจบ การเข้าออกเมืองเข้มงวดขึ้นมาก มีการตรวจสอบศิษย์ทุกคนอย่างละเอียด

กู้อันเข้าเมืองแล้วรีบไปหาเย่เหยียน

เขาเจอนางกำลังเดินลาดตระเวนอยู่บนถนนสายหนึ่ง

"ศิษย์พี่ มาทำอะไรที่นี่?" เย่เหยียนเห็นกู้อัน ใบหน้าเย็นชาก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม ลูกน้องของนางรีบแยกย้ายไปทางอื่นอย่างรู้รู้งาน

"มาดูว่าเจ้าปลอดภัยดีไหม บาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า?"

กู้อันถามด้วยความเป็นห่วง เย่เหยียนส่ายหน้า แล้วลากเขาไปคุยในที่ลับตาคน เล่าเรื่องเมื่อวานให้ฟัง

เมื่อวานนี้เมืองศิษย์ฝ่ายนอกเสียหายหนัก เพราะจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนอาละวาด ทำลายค่ายกลเมืองจนพินาศ ต้องสู้รบกันเลือดตาแทบกระเด็น

สุดท้ายจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนก็หนีไปได้ ทิ้งรอยแผลใจไว้ให้ชาวเมืองทุกคน

กู้อันฟังแล้วก็ได้แต่ปลงกับความโหดร้ายของโลกใบนี้

ยังดีที่คนรู้จักของเขาปลอดภัย

คุยกับเย่เหยียนสักพัก กู้อันก็ขอตัว

เขาเดินไปดูแถวแท่นบูชาซ่อมฟ้า คนหายไปเยอะ ที่เหลือก็เจ็บตัวกันถ้วนหน้า

แม่เฒ่าผีฮวาถานยังอยู่ เสื้อผ้าเปื้อนเลือด ดูเหมือนนางจะช่วยสู้เพื่อไท่เสวียนจริงๆ

แสดงว่านางกับจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนไม่ได้อยู่ก๊วนเดียวกัน

กู้อันเดินสำรวจรอบๆ ก่อนจะไปหาเจียงฉยง

เจียงฉยงนั่งหน้าเครียดอยู่ในจวน พอกู้อันปิดประตูห้อง เขาก็ถามทันที "ไหนบอกว่าจะไม่ลามมาถึงที่นี่ไง?"

เจียงฉยงถอนหายใจเฮือกใหญ่ "สถานการณ์มันเปลี่ยน สายข่าวข้าให้ข้อมูลผิด ดูท่าทางหอพันฤดูสารทจะเริ่มสงสัยข้าแล้ว"

กู้อันตายิ้ม "งั้นก็ดีสิ เลิกเป็นสายลับแล้วมาอยู่ไท่เสวียนเต็มตัวเลย เป็นไง?"

เจียงฉยงส่ายหน้า "มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก"

กู้อันไม่เซ้าซี้ เปลี่ยนเรื่องถาม "แล้วตกลงเซียนกระบี่ฝูเต้าตัวจริงโผล่มาไหม?"

เขาอยากรู้ว่าใครบังอาจมาสวมรอยเป็นเขา!

"ตัวปลอมทั้งนั้น มันเป็นสายลับฝ่ายมารที่แฝงตัวอยู่ในไท่เสวียนมาหลายร้อยปี แกล้งปล่อยข่าวว่าเป็นเซียนกระบี่ฝูเต้า พอมารรู้ความจริงว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง เลยกล้าบุก" เจียงฉยงนวดขมับด้วยความปวดหัว

กู้อันแปลกใจ "ฝ่ายมารหักหลังกันเอง? หรือไอ้หมอนั่นแปรพักตร์มาเป็นนกต่อให้ไท่เสวียน?"

"ข้าก็ไม่รู้ ตอนนี้ปวดหัวไปหมด ได้ข่าวว่าฉู่เทียนฉีหนีไปแล้ว ลวี่ไป่เทียนที่ตายไปแล้วกลับฟื้นมาเป็นเจ้าสำนักใหม่ กำลังกวาดล้างครั้งใหญ่ ช่วงนี้เจ้าอย่าเพิ่งมาหาข้า ข้าต้องรับมือกับการตรวจสอบ ได้ข่าวว่าจะมีหน่วยงานใหม่ชื่อ 'สภาผู้อาวุโสสูงสุด' ตั้งขึ้นมาคุมสภาผู้อาวุโสอีกที เซียนกระบี่ฝูเต้าก็มีชื่ออยู่ในนั้นด้วย แถมเจ้าสำนักจะเลือกคนจากสภาผู้อาวุโสอีกสามคนเข้าไปนั่งในนั้น"

"1111จุนเก๋อจะเข้ามาจัดระเบียบไท่เสวียนใหม่ กวาดล้างความชั่วร้ายให้สิ้นซาก"

ลวี่ไป่เทียนฟังคำแนะนำเขาจริงๆ ด้วย!

รู้จักฟังคนอื่นก็ดี!

กู้อันเสนอไอเดียนี้ไป ไม่ใช่แค่เพื่อปัดภาระ แต่หวังให้ไท่เสวียนดีขึ้นจริงๆ ลวี่ไป่เทียนวันๆ เอาแต่ฝึกวิชา ปล่อยให้คนอื่นมาบริหารแทนน่าจะดีกว่า

สภาผู้อาวุโสคนเยอะเรื่องแยะ กว่าจะตกลงกันได้คนข้างล่างตายกันหมดพอดี มีจุนเก๋อมาคุมน่าจะคล่องตัวขึ้น

เจียงฉยงหยิบถุงสมบัติออกมา "นี่เป็นเมล็ดพันธุ์ระดับสูงที่ข้าทุ่มเงินเก็บแปดส่วนไปซื้อมา ระดับห้าขึ้นไปทั้งนั้น รอจนกว่ามันจะโตแล้วค่อยมาหาข้า"

สั่งลาแบบนี้ แสดงว่านางกำลังตกที่นั่งลำบาก ทั้งโดนหอพันฤดูสารทสงสัย ทั้งโดนไท่เสวียนตรวจสอบ

กู้อันได้แต่อวยพรนางในใจ แล้วรับถุงสมบัติเดินจากมาด้วยรอยยิ้ม

......

ข่าวห้าพรรคมารรุมกินโต๊ะไท่เสวียนแต่โดนตีแตกพ่ายดังกระฉ่อนไปทั่วราชวงศ์ไท่ชาง

ความเทพของไท่เสวียนทำเอาฝ่ายมารขยาด โลกบำเพ็ญเพียรกลับมาสงบสุขอย่างประหลาด

ลวี่ไป่เทียนกลับมาผงาด จัดการตั้งจุนเก๋อ ลดอำนาจสภาผู้อาวุโส และไล่ล่าสายลับฝ่ายมารตายไปเป็นพัน

ส่วนฉู่เทียนฉีหนีหัวซุกหัวซุน ตระกูลฉู่โดนลวี่ไป่เทียนเช็คบิลยับเยิน ใครต่อต้านตาย ใครยอมจำนนโดนจับขัง พวกเด็กๆ ที่นิสัยดียังพอมีทางรอด โดนทำลายวรยุทธ์แล้วส่งมาเป็นศิษย์รับใช้

หุบเขาเสวียนกู่ได้รับศิษย์รับใช้ตระกูลฉู่มาคนหนึ่ง

คนคุ้นเคยของกู้อัน... ฉู่จิงเฟิง!

สมัยกู้อันเข้าสำนักใหม่ๆ เคยโดนปีศาจถล่ม ฉู่จิงเฟิงนี่แหละที่เป็นคนมาช่วยจนแขนขาด

กู้อันมองสภาพฉู่จิงเฟิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความเวทนา

เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดเครารุงรัง แววตาไร้ประกายแห่งความหวัง

"พี่ฉู่ ชีวิตยังมีหวัง ขยันทำงานเข้าไว้ ถ้าทำตัวดีเบื้องบนอาจจะอภัยโทษให้" กู้อันปลอบใจ

ตอนนี้อู้ซินหนีไปแล้ว เขาต้องหาคนมาช่วยงานใหม่ ฉู่จิงเฟิงดูมีแวว

ถ้าทำตัวดีๆ กู้อันอาจจะสอน 'วิชามรรคาอนุมาน' ของอู้ซินให้ วิชานี้เน้นสะสมพลัง อาจช่วยกู้คืนวรยุทธ์ให้ฉู่จิงเฟิงได้

ฉู่จิงเฟิงพยักหน้าแกนๆ ไม่พูดไม่จา

กู้อันไม่เซ้าซี้ สั่งงานแล้วให้เขาไปพัก

พอลับหลังฉู่จิงเฟิง กู้อันถอนหายใจ

อนิจจังชีวิต!

เขาหยิบพู่กันขึ้นมาเริ่มเขียนนิยาย ผ่านไปครึ่งปี ตอนนี้เขาอายุห้าสิบเอ็ดแล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เริ่มมีวัตถุดิบเขียนเพียบ

ตกเย็น กู้อันข้ามไปหุบเขาโอสถที่สาม

เขาสัมผัสได้ว่าเสิ่นเจินรออยู่ที่ห้องพักของเขา

นางหายหน้าไปครึ่งปีหลังจากโดนขู่ว่าจะจับไปเป็นนางเอกนิยาย 18+

วันนี้โผล่มา จะมาคิดบัญชีรึไง?

กู้อันเดินขึ้นห้อง เห็นเสิ่นเจินนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ สวมผ้าคลุมหน้า จ้องมองเขาเขม็ง

บรรยากาศแปลกๆ

นางจะของขึ้นอาละวาดไหมเนี่ย?

กู้อันรีบปิดประตู หันมาจะถามไถ่ แต่นางชิงถามก่อน

" 'บันทึกจอมยุทธ์ปรุงยา' เริ่มเขียนรึยัง?"

บทที่ 92: เจ็ดแสนปีอายุขัย และสัตว์อสูรบรรพกาล

ได้ยินคำถามของเสิ่นเจิน กู้อันแทบสำลักน้ำลาย รีบปฏิเสธพัลวัน "จะบ้าเหรอ! ข้าแค่ขู่เล่น ข้าไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย"

ต้องรีบแก้ตัว เดี๋ยวเสียชื่อหมด

เสิ่นเจินจ้องเขาเขม็งเหมือนจะสแกนกรรม พอเห็นแววตามั่นคงของกู้อัน นางก็ผ่อนคลายลง

"ก็ได้ ข้าเชื่อเจ้า" น้ำเสียงนางอ่อนลง แต่ยังแฝงความนัยที่กู้อันเดาไม่ถูก

กู้อันเดินไปชงชาที่โต๊ะ

พอยื่นถ้วยชาให้ เสิ่นเจินก็เข้าเรื่อง "จริงๆ ที่ข้ามาวันนี้มีเรื่องอื่น"

"ว่ามา" กู้อันนั่งลงฝั่งตรงข้าม

"ได้ข่าวว่าผู้เฒ่าเถียนคนสวนนั่น คือเจ้าสำนักลวี่ไป่เทียน จริงรึเปล่า?"

กู้อันพยักหน้า เรื่องนี้ปิดไม่มิดอยู่แล้ว

ตั้งแต่จบศึก ลวี่ไป่เทียนก็หายหัวไปเลย พวกกู่กว้า จีเหิงซื่อ ก็ไม่เคยโผล่มาอีก ไม่รู้โดนเก็บไปรึยัง

"ข้าอยากให้เจ้าช่วยพาข้าไปพบลวี่ไป่เทียนหน่อย ในนามส่วนตัวนะ ไม่เกี่ยวกับลัทธิเต๋าสวรรค์" เสิ่นเจินจ้องตาเขา

กู้อันขมวดคิ้ว ลังเลใจ

เสิ่นเจินหยิบกล่องไม้แดงออกมาวางบนโต๊ะ "นี่คือ 'ไผ่หมอกม่วง' ระดับหก แค่ปล้องเดียวก็ขยายพันธุ์เป็นป่าได้ ปลูกไว้กันคนนอกได้ดี แถมหน่อไม้ยังเป็นยาระดับสูง ราคาแพงหูฉี่"

"นี่เจ้าเห็นข้าเป็นคนยังไง? ความสัมพันธ์เราต้องใช้เงินซื้อรึ?"

กู้อันทำเสียงเข้ม เก็บกล่องลงถุงสมบัติอย่างไว แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง "เรื่องของเจ้า ข้าช่วยเต็มที่อยู่แล้ว... ครั้งเดียวพอนะ!"

เสิ่นเจินอึ้งไปวิ แล้วหลุดขำพรืดออกมา

พอนางหัวเราะ โลกก็ดูสดใสขึ้นทันตา

กู้อันมองเพลิน บรรยากาศอึดอัดหายไป คุยกันถูกคอเหมือนเดิม

หลังจากเสิ่นเจินกลับไป กู้อันก็ไปหาที่ปลูกไผ่หมอกม่วง เลือกทำเลชายป่าทิศใต้ แล้วสั่งให้ถังอวี๋คอยดูแล

เขาเริ่มตั้งตารอการมาเยือนของลวี่ไป่เทียน

ไม่ใช่เพราะเรื่องเสิ่นเจิน แต่เพราะลวี่ไป่เทียนสัญญาว่าจะให้อะไรก็ได้ที่เขาขอ!

กู้อันไม่อยากได้หุบเขาเพิ่ม แต่อยากได้เมล็ดพันธุ์ระดับสูงมาปลูกแทนของเดิม ถ้าปลูกของดีเต็มพื้นที่ร้อยลี้ อายุขัยคงพุ่งกระฉูด

เป้าหมายคือหนึ่งล้านปี! พอปลดล็อคลูกเล่นใหม่ เขาจะยกระดับตัวเองให้ไร้เทียมทาน!

วันเวลาผ่านไป

ต้นฤดูใบไม้ร่วง ลวี่ไป่เทียนก็เสด็จมา

คราวนี้มาในชุดคลุมมังกรดำ สวมมงกุฎหยก ดูภูมิฐานสมกับเป็นเจ้าสำนัก ไม่เหลือคราบลุงคนสวนเลยสักนิด

เจอกันปุ๊บ กู้อันยิงทักษะใส่ปั๊บ

ลวี่ไป่เทียน (ระดับผสานกาย ขั้น 9): 755/3150/3200

แม่เจ้า! ผสานกายขั้นเก้า!

แถมอายุขัยใกล้จะหมดหลอดแล้วด้วย คงเพิ่มพลังต่อยาก

กู้อันฉุกคิด หรือพิธีบูชายันต์ของฉู่เสียนตอนนั้น เตรียมไว้ให้ลวี่ไป่เทียน?

ไม่น่าใช่ ตระกูลฉู่โดนลวี่ไป่เทียนล้างบางไปแล้วนี่นา

กู้อันพาเจ้าสำนักเข้าห้องคุย

ลวี่ไป่เทียนวางสมุดสี่เล่มบนโต๊ะ "ข้าตั้งจุนเก๋อตามที่เจ้าบอก นี่คือรายชื่อสมาชิกสี่คน ลองดูสิ"

กู้อันหยิบมาดู มีประวัติละเอียดยิบ

เขาพลิกดูผ่านๆ แต่จำใส่สมองหมดทุกตัวอักษร

เล่มสุดท้ายเขียนหน้าปกว่า 'เซียนกระบี่ฝูเต้า' มีแค่ชื่อกับวีรกรรม ไม่มีรูป

เซียนกระบี่ฝูเต้า, กู่กว้า, จีเหิงซื่อ, โจวอวี้!

สามตระกูลใหญ่แห่งไท่ชางมาครบ!

แถมเป็นระดับผสานกายกันหมด!

กู้อันยังไม่เคยเจอตัวจริงสามคนหลัง

รวมๆ แล้วเขาเห็นระดับผสานกายมาแล้วหกคน: ลวี่ไป่เทียน, จีฮั่นเทียน, กู่กว้า, จีเหิงซื่อ, โจวอวี้, เหลยเจิ้น นี่ขนาดยังไม่นับศิษย์พี่ใหญ่ที่หายสาบสูญไปนะ

ไม่รู้ไท่เสวียนยังมีสัตว์ประหลาดระดับมหายาน ซ่อนอยู่อีกไหม?

กู้อันแกล้งถาม "ท่านเอาของแบบนี้มาให้ข้าดูจะดีเหรอขอรับ?"

ลวี่ไป่เทียนยิ้ม "เผื่อเจ้าจะเขียนนิยายเรื่องใหม่ เอาไท่เสวียนไปใส่ด้วยสิ จะได้สมจริงกว่า 'ตำนานสถาปนาเทวดา' "

"ไว้ก่อนเถอะขอรับ ขอจบเรื่องนั้นก่อน"

กู้อันบ่ายเบี่ยง เรื่องเก่ายังเขียนไม่จบจะเปิดเรื่องใหม่ได้ไง นิยายเขาขายดีเพราะคุณภาพนะเออ

ลวี่ไป่เทียนยิ้มไม่ว่าอะไร

กู้อันสบโอกาสบอกเรื่องเสิ่นเจิน ลวี่ไป่เทียนตกลงทันที

"แล้วเรื่องที่ท่านสัญญาไว้ล่ะขอรับ?" กู้อันทวง

"ทำไม? เปลี่ยนใจอยากเป็นเจ้าสำนักแล้วรึ?" ลวี่ไป่เทียนหรี่ตาถาม แววตาเป็นประกาย

"เปล่าขอรับ! ข้าอยากได้เมล็ดพันธุ์ระดับสูง ข้าช่วยท่านปลูกได้นะ พอโตแล้วท่านก็เอาไปใช้ ข้าแค่อยากศึกษาวิถีแห่งการเกษตรเฉยๆ" กู้อันรีบแก้ตัว

วิถีแห่งการเกษตร...

ลวี่ไป่เทียนมุมปากกระตุก มองกู้อันด้วยสายตาเอือมระอา

สุดท้ายก็ยอมตกลง บอกว่าจะให้คนเอามาส่ง

กู้อันรีบไปตามเสิ่นเจินมาพบ แล้วตัวเองก็ลงไปรอยังชั้นล่าง ปล่อยให้ผู้ใหญ่เขาคุยกัน

คุยกันชั่วโมงกว่า เสิ่นเจินก็ออกมา ส่งยิ้มให้กู้อันแล้วจากไป

"ข้าให้ข้อมูลแลกกับวิชาดนตรีสุดยอดของไท่เสวียน ไว้ฝึกสำเร็จจะเล่นให้ฟังนะ"

กู้อันไม่สนใจ แค่อย่าเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้ก็พอ

ห้าวันต่อมา ลูกน้องลวี่ไป่เทียนขนเมล็ดพันธุ์มาให้ถุงเบ้อเริ่ม กู้อันเช็คดูแล้ว ของดีทั้งนั้น มีเป็นแสนเมล็ด!

มีจดหมายแนบมาด้วย บอกว่าเป็นของส่วนตัวลวี่ไป่เทียน ถ้าปลูกดีแบ่งกำไรให้ครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าปลูกเจ๊งต้องยอมเป็นศิษย์!

อ่านจบกู้อันถอนหายใจ

ทำไมต้องอยากได้ข้าเป็นศิษย์ขนาดนั้นวะ?

หรือเพราะความหล่อของข้ามันเข้าตา?

......

ห้าปีผ่านไปไวเหมือนโกหก

ไท่เสวียนสงบสุข กู้อันใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ เพื่อนฝูงต่างแยกย้ายไปฝึกวิชา นานๆ จะแวะมาที

วันหนึ่ง กู้อันกลับมาที่หุบเขาเสวียนกู่ด้วยอารมณ์เบิกบาน

คำนวณดูแล้ว ปีนี้รายได้อายุขัยน่าจะทะลุแสน รวมกับของเก่าก็เจ็ดแสนกว่าปี!

อีกนิดเดียวก็จะแตะล้าน!

พอมาถึง เขาจับสัมผัสหลี่หยาได้ กำลังนั่งจิบชากับหยางนีบนตึก

หลี่หยาไม่ได้ซ่อนกลิ่นอาย กู้อันเลยเดินดุ่มๆ เข้าไปหา

"ศิษย์น้องกู้อัน ข้าจะไปฝึกวิชาที่ 'เทือกเขาเป่ยไห่' (ทะเลเหนือ) ไม่บรรลุวิญญาณแรกกำเนิดจะไม่กลับมา" หลี่หยาเปิดประเด็น

"เทือกเขาเป่ยไห่คือที่ไหน?" กู้อันสงสัย

"อยู่ทางเหนือของไท่ชาง กว้างเท่ากับไท่ชางทั้งอาณาจักร ล้อมรอบด้วยสี่ราชวงศ์ เป็นแหล่งรวมปีศาจและขุมทรัพย์... และความตาย" หลี่หยาอธิบาย

กู้อันหูผึ่ง

เหมาะเลย! เอาไว้ไปยกระดับพลังเงียบๆ

จากระดับผสานกายขึ้นไปคงเสียงดังน่าดู ต้องหาที่ไกลหูไกลตาคน

หยางนีแซว "จะไปตามหา 'ปลาคุน' ล่ะสิ?"

หลี่หยาเกาหัวเขินๆ "แหม ก็ได้ข่าวว่ามีคนเห็นนี่นา อยากไปดูเป็นบุญตา เผื่อได้หนีคนของเสด็จพ่อด้วย"

กู้อันถามต่อ "ปลาคุนคืออะไร?"

หยางนีมองค้อน "จำนกยักษ์วันนั้นได้ไหม? นั่นแหละ 'สัตว์อสูรบรรพกาล' พวกนี้ตัวใหญ่คับฟ้า แปลงร่างยาก คนชอบบูชาเป็นเทพเจ้า"

กู้อันตาวาว ซักไซ้รายละเอียดใหญ่เลย

"เอาล่ะ ข้าไปก่อนนะ ได้ข่าวว่าเจ้าอันฮ่าวนั่นอายุยี่สิบสองจะสร้างแก่นทองคำแล้ว บ้าไปแล้ว! ข้าต้องรีบไปบ่มเพาะบ้าง เดี๋ยวตามเด็กไม่ทัน" หลี่หยาบ่นอุบแล้วกระโดดหน้าต่างหนีไป

นิสัยเสียแก้ไม่หาย!

กู้อันหันมาถามหยางนี "เขาไปแล้ว ท่านไม่ตามไปรึ?"

"ไม่อ่ะ อยู่กับเจ้าปลูกดอกไม้เพลินดี ไม่ต้องไปรบราฆ่าฟันใคร" หยางนีตอบหน้าตาย

จบบทที่ 89-92

คัดลอกลิงก์แล้ว