85-86
85-86
บทที่ 85: ปีกทมิฬบดบังตะวัน และวิหคกลืนสวรรค์!
ฝึก 'วิชากระบี่จักรพรรดิ' สำเร็จจะได้เป็นรัชทายาท?
กู้อันแสร้งทำเป็นก้มหน้าก้มตาถอนหญ้า แต่หูผึ่งคอยดักฟังบทสนทนาทุกเม็ด
วิชากระบี่จักรพรรดิ... เขาคุ้นเคยกับมันดีทีเดียว!
วันหลังคงต้องลองถามหลี่หยาดู ถ้าหากศิษย์พี่หลี่อยากชิงบัลลังก์ เขาอาจจะช่วยชี้แนะให้สักเล็กน้อย
เดี๋ยวก่อน!
ตาแก่นี่เจ้าเล่ห์เพทุบายนัก!
กู้อันรู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นมาทันที เขาเริ่มสงสัยว่าหลี่เสวียนเต้าจงใจพูดให้เขาได้ยิน เพราะศาลาที่พักแห่งนั้นไม่ได้ลงคาถาป้องกันเสียงเอาไว้
เขานึกขึ้นได้อีกอย่าง ความทะเยอทะยานของหลี่เสวียนเต้าคือการเป็นจักรพรรดิอมตะผู้ไม่แก่ไม่ตาย
สำหรับฮ่องเต้แล้ว ภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ศัตรูภายนอก แต่เป็น 'รัชทายาท' ต่อให้เป็นราชวงศ์ปุถุชน ฮ่องเต้ยามชราก็ยังระแวงลูกชายตัวเอง รัชทายาทที่ได้สืบบัลลังก์อย่างราบรื่นนั้นมีน้อยยิ่งกว่าน้อย
หรือว่าหลี่เสวียนเต้าคิดจะใช้หลี่หยาเป็นเครื่องมือเขี่ยรัชทายาทองค์ปัจจุบันทิ้ง?
เป็นไปได้สูงมาก!
กู้อันเลิกคิดเรื่องปวดหัว หันมาตั้งใจถอนหญ้าต่อ ปล่อยให้สองพ่อลูกเขาห้ำหั่นชิงดีชิงเด่นกันเองเถอะ
เนื่องจากหลี่เสวียนเต้ายังอยู่ หลังจากเก็บเกี่ยวสมุนไพรเสร็จ กู้อันจึงยังไม่กลับทันที รอจนรุ่งเช้าวันถัดมาถึงค่อยขอตัวลา
ตอนที่เขาจากมา หลี่เสวียนเต้ายังคงปักหลักอยู่ที่นั่น โดยอ้างว่าจะพักผ่อนต่ออีกสักระยะ แต่กู้อันเดาว่าตาแก่นี่คงกะจะนั่งจิบชาชมศึกธรรมะอธรรมแบบติดขอบเวทีเสียมากกว่า
......
เมื่อกลับถึงหุบเขาเสวียนกู่ กู้อันกำชับอู้ซินและศิษย์คนอื่นๆ ว่าฝ่ายมารกำลังจะบุก ช่วงนี้ห้ามออกไปเพ่นพ่านที่ไหนเด็ดขาด คำเตือนนี้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่เหล่าศิษย์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอู้ซินที่ดูจะลุกลี้ลุกลนกว่าใคร
กู้อันวางแผนว่าจะกลับมาค้างคืนที่หุบเขาเสวียนกู่ทุกวัน เพราะที่หุบเขาโอสถที่สามมีทั้งผู้เฒ่าเถียนและยอดฝีมือระดับแก่นทองคำอีกห้าสิบคนเฝ้าอยู่ ปลอดภัยหายห่วง ต่างจากที่นี่ที่มีแค่ศิษย์รับใช้ตาดำๆ
แม้ตอนนี้ผลผลิตอายุขัยจากหุบเขาเสวียนกู่จะคิดเป็นสัดส่วนเพียงน้อยนิด แต่ถ้ำสวรรค์แปดทิศที่ซ่อนอยู่ข้างใต้นั้นสำคัญยิ่งชีพ ต่อให้ได้อายุขัยน้อย เขาก็ตัดใจทิ้งที่นี่ไม่ลง
สิบวันต่อมา
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดที่หลี่เสวียนเต้าส่งมาก็เดินทางมาถึง
กู้อันยืนเกาะรั้วไม้ มองเห็นสตรีในชุดเขียวสวมหมวกสานเดินมาแต่ไกล สายลมหนาวพัดชายเสื้อนางปลิวไสว ขับเน้นบุคลิกอันสูงส่งเหนือโลกีย์
[หยางนี (ระดับวิญญาณแรกกำเนิด ขั้น 9): 214/780/1360]
อายุสองร้อยปีบรรลุวิญญาณแรกกำเนิด พรสวรรค์จัดว่ายอดเยี่ยม
กู้อันประเมินในใจพลางเดินเข้าไปต้อนรับ
"ผู้น้อยกู้อัน เป็นเจ้าของหุบเขาแห่งนี้ ไม่ทราบว่าสหายท่านนี้คือ..."
กู้อันเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถาม
ร่างของหยางนีหายวับไปจากสายตา แล้วมาปรากฏตรงหน้าเขาในพริบตา กู้อันแกล้งทำท่าตกใจจนสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าว
"ขอดูตราเจ้าหุบเขาอีกอันของเจ้าหน่อย" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดังขึ้นในหัวของกู้อันผ่านกระแสจิต แค่ฟังเสียงก็รู้ว่าเป็นสาวงาม
กู้อันรีบหยิบตราประจำตัวของเจ้าหุบเขาเทียนหยาออกมา หยางนีคว้าไปตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนจะโยนคืนให้
"ฝ่าบาทส่งข้ามาคุ้มครองเจ้า ต่อไปนี้ข้าคือศิษย์ฝ่ายนอกผู้ติดตามเจ้า" นางส่งกระแสจิตบอกอีกครั้ง
กู้อันพยักหน้ารับ "ที่แท้ก็เป็นคนที่ท่านผู้เฒ่าหานแนะนำมานี่เอง ข้ารอท่านอยู่นานแล้ว"
พูดจบเขาก็หันหลัง นำทางนางไปยังศาลาที่พัก
หยางนีเดินตามมาติดๆ ศิษย์คนอื่นๆ ในหุบเขาต่างมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น รูปลักษณ์และท่าทางของนางดึงดูดสายตาผู้คนให้เหลียวมองอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเข้าห้องและปิดประตู
"ศิษย์ในหุบเขาล้วนอยู่แค่ระดับกลั่นลมปราณ ไม่ต้องกังวลหรอกขอรับ" กู้อันกล่าว
หยางนีสะบัดมือเบาๆ ปราณสีเขียวพุ่งไปประทับที่ประตู สร้างเป็นม่านพลังป้องกันทันที
รอบคอบจริงๆ!
เมื่อจัดการความปลอดภัยเสร็จสิ้น หยางนีวางกระบี่ลงบนโต๊ะ ถอดหมวกสานออก เผยให้เห็นผมขาวสลวยราวกับน้ำตกที่ทิ้งตัวลงมา นางหันมามองกู้อัน ใบหน้าของนางดูอ่อนเยาว์ราวกับหญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ
เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา แต่แววตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ความเย็นเยือกนั้นทำให้ผู้คนมองข้ามความงามของนางไป และไม่กล้าสบตาด้วยตรงๆ
นางกวาดตามองกู้อันแล้วถาม "ได้ยินว่าเจ้าสนิทกับหลี่หยา?"
"ขอรับ ศิษย์พี่หลี่เคยเป็นศิษย์รับใช้ที่นี่มาก่อน พวกเราเข้ามาวันเดียวกัน" กู้อันตอบ
หยางนียิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นงดงามจนทำให้โลกสว่างไสว
กู้อันไม่ได้หวั่นไหวอะไรมากนัก เพราะเขาเคยเห็นคนที่สวยกว่านี้อย่างจีเซียวอวี้มาแล้ว
"เจ้าเด็กนั่นหัวรั้นมาตั้งแต่เล็ก เข้ากับพี่น้องคนอื่นไม่ค่อยได้ ไม่นึกเลยว่าจะมาผูกมิตรกับศิษย์รับใช้เช่นเจ้าได้" หยางนีกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม
พูดเหมือนจะชม แต่ฟังดูทะแม่งๆ ชอบกล...
หยางนีหยิบกำไลหยกเขียวออกมาจากถุงสมบัติ "นี่เป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง สามารถกักเก็บพลังปราณได้ ถือเป็นของขวัญพบหน้า"
เก็บพลังปราณได้?
ของหายากนะเนี่ย
กู้อันรีบโบกมือปฏิเสธ "มิได้ขอรับ ท่านผู้อาวุโสอุตส่าห์มาปกป้องข้า ข้าจะกล้ารับของขวัญได้อย่างไร?"
"บอกให้รับก็รับไปเถอะ แม่ของหลี่หยาเป็นพี่สาวข้า เจ้าเป็นเพื่อนหลี่หยา ก็ถือว่าเป็นหลานข้าคนหนึ่ง!" หยางนีเริ่มรำคาญ นางโยนกำไลให้เขาแล้วเดินหนีไปทางชั้นหนังสือ
"เจ้าไปทำธุระของเจ้าเถอะ ไม่ต้องมาสนใจข้า"
กู้อันรับกำไลมาถือไว้ ใจจริงอยากจะบอกว่า 'นี่มันห้องข้านะ จะทำอะไรก็เกรงใจกันบ้าง' แต่ดูท่าทางนางแล้วคงไล่ไม่ไป เขาจึงทำได้แค่ยอมแพ้
นับตั้งแต่ได้พบเสิ่นเจิน กู้อันก็เลิกซ่อนของลับๆ ล่อๆ ไว้ในห้องนานแล้ว เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้อง ปล่อยให้หยางนีอยู่ตามลำพัง
การมาของหยางนีไม่ได้กระทบวิถีชีวิตในหุบเขาเสวียนกู่มากนัก เพราะนางแทบไม่ออกจากห้องและไม่สุงสิงกับใคร
จนกระทั่งกู้อันต้องไปที่หุบเขาโอสถที่สาม นางยืนกรานจะตามไปด้วย กู้อันจึงจำต้องพาไป
เมื่อไปถึง หยางนีก็ต้องตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของหุบเขา นางเริ่มมองกู้อันด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป
ศิษย์รับใช้คนนี้... ไม่ธรรมดา!
กู้อันไม่กลัวว่านางจะเอาเรื่องนี้ไปบอกหลี่เสวียนเต้า เพราะหลี่เสวียนเต้าน่าจะสืบรู้เรื่องหุบเขาโอสถที่สามนานแล้ว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ปิดบังยาก
ตราบใดที่เขาไม่ได้คิดคดทรยศ เขาก็ไม่กลัวความระแวงของหลี่เสวียนเต้า
สำหรับเขาแล้ว หลี่เสวียนเต้าน่ากลัวน้อยกว่าสำนักไท่เสวียนเยอะ
หยางนีเดินตามกู้อันตรวจตราหุบเขา ดูเขาเก็บเกี่ยวและเพาะปลูกสมุนไพรอย่างคล่องแคล่ว
หนึ่งเดือนผ่านไป หยางนีเริ่มมีความรู้สึกดีๆ ให้กู้อัน
กู้อันเป็นคนซื่อสัตย์ อ่อนโยนต่อศิษย์ผู้น้อย คนแบบนี้ไม่มีพิษมีภัยกับใคร นางจึงเข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่หยาถึงคบหาเขาเป็นสหาย
วันเวลาผ่านไป
หิมะฤดูหนาวโปรยปราย ปกคลุมหุบเขาทุกแห่งหนจนขาวโพลน
หลี่เสวียนเต้าเคยบอกว่าฝ่ายมารจะบุกช่วงสิ้นปี ทำให้กู้อันเฝ้าระวังอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่แน่ว่าสงครามอาจจะระเบิดขึ้นในวันนี้ก็ได้
วันหนึ่ง ณ หุบเขาเสวียนกู่
กู้อันและอู้ซินกำลังนำเหล่าศิษย์ช่วยกันกวาดหิมะ หยางนียืนกอดกระบี่พิงรั้วไม้อยู่ไกลๆ เฝ้ามองดูพวกเขา
"ศิษย์พี่ ศิษย์น้องหญิงคนนั้นอยู่ระดับไหนหรือ?" อู้ซินกระซิบถามกู้อัน สายตาจับจ้องไปที่หยางนีด้วยความอยากรู้
แค่ท่ายืนของนางก็ดูไร้เทียมทานเกินเบอร์แล้ว
"ยุ่งน่า นั่นเด็กปั้นของข้า เจ้าอย่ามาแย่ง" กู้อันดุเข้าให้
อู้ซินหัวเราะแหะๆ "ศิษย์พี่ ท่านรู้ใจข้าที่สุด เมื่อไหร่จะหาลูกมือระดับสร้างรากฐานให้ข้าบ้าง เวลาเดินไปไหนจะได้ยืดอกคุยโวได้"
"ถ้าหามาให้จริง เจ้ากล้าใช้รึ?"
คำถามย้อนของกู้อันทำให้อู้ซินชะงัก เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงยิ้มเจื่อนแล้วเงียบไป
กู้อันก้มหน้ากวาดหิมะต่อ
สักพัก คิ้วเขาก็ขมวดมุ่น สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่สองมือยังคงทำงานต่อไปไม่หยุด
หยางนีที่อยู่ไกลออกไปก็รู้สึกตัวเช่นกัน นางดีดตัวพุ่งทะยานขึ้นไปยืนบนยอดเขาทางทิศใต้ การเคลื่อนไหวของนางเรียกความสนใจจากทุกคนในหุบเขา
หิมะตกหนักจนโลกกลายเป็นสีขาวโพลน มองจากก้นหุบเขาขึ้นไป ร่างของหยางนีดูเลือนรางราวกับจะถูกพายุหิมะกลืนกิน
"นางเป็นอะไรไป?" อู้ซินถาม
"ข้าจะไปรู้เรอะ เดี๋ยวลงมาค่อยถาม" กู้อันตอบปัด
กรู๊ว——
เสียงนกร้องแหลมสูงดังก้องกังวาน สะท้อนไปทั่วฟ้าดิน แม้แต่เสียงลมพายุก็ยังไม่อาจกลบเสียงนี้ได้
เสียงนกปริศนาทำเอาทุกคนขมวดคิ้ว เหลียวมองรอบทิศด้วยความหวาดระแวง
อู้ซินหน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี ตะโกนลั่น "ทุกคน! กลับเข้าห้อง! เร็วเข้า!"
พูดจบเขาก็ลากแขนกู้อันจะวิ่งไปที่ศาลาที่พัก
กู้อันสะบัดมือออก "พวกเจ้าเข้าไปก่อน ข้าต้องเฝ้าดูหุบเขา"
อู้ซินหันมามอง สีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด "นั่นมันสัตว์อสูรของหอพันฤดูสารท วิหคทมิฬกลืนสวรรค์! ระดับสร้างรากฐานอย่างเราตายสถานเดียว!"
"เจ้าไปก่อน ข้าไม่โง่ไปสู้กับมันหรอก! อย่าลืมสถานะของเจ้า!" กู้อันเตือนสติเสียงเข้ม
อู้ซินได้ยินดังนั้นก็กัดฟันวิ่งหนีไป
ไม่นาน ทั้งหุบเขาก็เหลือเพียงกู้อันคนเดียว เหล่าศิษย์ต่างพากันเกาะขอบหน้าต่างมองดูท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว
กู้อันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวิหคทมิฬกลืนสวรรค์
แข็งแกร่งมาก!
เทียบเท่าระดับฝ่าความว่างเปล่า!
วูบ——
ลมพายุรุนแรงพัดมาจากทิศใต้ หอบเอาคลื่นหิมะม้วนตัวถล่มใส่หุบเขา กู้อันมองสมุนไพรที่โอนเอนตามแรงลมด้วยความปวดใจ แต่เพราะมีหยางนีและคนอื่นอยู่ เขาจึงไม่อาจเผยพลังที่แท้จริง ได้แต่แอบส่งพลังระดับสร้างรากฐานไปประคองต้นไม้ใบหญ้าที่สำคัญที่สุดไว้
ทันใดนั้น หยางนีก็ปรากฏตัวข้างกายเขา นางปักธงผืนใหญ่ลงพื้นพร้อมถ่ายเทลมปราณเข้าไป
ธงโบกสะบัด กางม่านแสงครอบคลุมพื้นที่ กันลมและหิมะไว้ภายนอก
หยางนีถอนหายใจโล่งอก หันมาตวาดกู้อัน "เจ้าบ้าไปแล้วรึ? สมุนไพรพวกนี้สำคัญกว่าชีวิตหรือไง เจ้าไม่รู้สึกถึงไอปีศาจนั่นเหรอ?"
"รู้สึกขอรับ แต่ในเมื่อข้ารู้สึกได้ ยอดฝีมือของไท่เสวียนก็ต้องรู้เหมือนกัน..."
ครืน——
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา กู้อันและอู้ซินรวมถึงศิษย์ทุกคนต่างเบิกตากว้าง
ม่านหมอกหิมะถูกกระแทกจนแตกกระจาย นกยักษ์ที่บดบังแสงตะวันปรากฏตัวขึ้นเหนือศีรษะ มันกำลังบินผ่านหุบเขาเสวียนกู่ แต่เพราะขนาดตัวที่ใหญ่โตมโหฬาร ทำให้ทั่วทั้งหุบเขาตกอยู่ในความมืดมิด
แม้แต่กู้อันยังต้องตะลึงกับขนาดของมัน ด้วยสายตาของเขา ปีกของมันกว้างกว่าร้อยลี้!
บนหลังของมันมีกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายมารนับหมื่นชีวิต
เป้าหมายของมันคือเมืองศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักไท่เสวียน!
"วิหคทมิฬกลืนสวรรค์ของหอพันฤดูสารท สัตว์อสูรระดับหกที่มีอานุภาพทำลายล้างราชวงศ์ ข้าเพิ่งเคยเห็นตัวจริงครั้งแรก" หยางนีพึมพำขณะมองขึ้นไปบนฟ้า แววตาฉายความหวาดหวั่น
กู้อันไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาจ้องมองนกยักษ์ ภาวนาในใจว่าขออย่าให้มันสนใจหุบเขาเล็กๆ ของเขาเลย
เมื่อวิหคยักษ์บินผ่านไป แสงตะวันก็สาดส่องลงมาอีกครั้ง ตามมาด้วยเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาราวกับหมอกขาว
ศิษย์ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
แต่กู้อันสัมผัสได้ถึงการปะทะกันของผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงจากระยะไกล
ระดับฝ่าความว่างเปล่า!
และไม่ได้มีแค่สองคน!
การต่อสู้เกิดขึ้นไกลออกไป น่าจะเป็นที่เมืองศิษย์ฝ่ายนอกแห่งอื่น
บทที่ 86: ลองของดัชนีเทพ และจอมมารสวีเหลียน
ณ เมืองศิษย์ฝ่ายนอก
บนกำแพงเมืองเนืองแน่นไปด้วยศิษย์สำนักไท่เสวียน เย่เหยียนและเจินฉิ้นยืนรวมอยู่ในกลุ่มนั้น คิ้วขมวดมุ่นจ้องมองไปทางทิศเดียวกัน ทุกคนต่างอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมรบขั้นสูงสุด
หิมะขาวโพลนปกคลุมขุนเขา ลมกรรโชกแรง พัดพาเกล็ดหิมะหมุนวนจนมองเห็นเงาทะมึนของทิวเขาเลือนราง
กรู๊ว——
เสียงนกร้องลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับเสียงเพรียกจากยมทูต หัวใจของศิษย์บนกำแพงเมืองเต้นรัวราวกลองศึก
เงาทะมึนค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่เส้นขอบฟ้า ตัดกับสีขาวของหิมะ
"นั่น... นั่นมันตัวอะไร?" เจินฉิ้นเสียงสั่น ถามตัวเองมากกว่าถามคนอื่น
เย่เหยียนเบิกตากว้าง นางคิดว่าตัวเองผ่านโลกมาเยอะ แต่ภาพตรงหน้าก็ทำเอานางตะลึงงัน
เงาดำขนาดยักษ์เคลื่อนตัวเข้ามาเหมือนมหาสมุทรสีดำที่ไร้ขอบเขต ปีกของมันเชื่อมต่อฟ้าและดิน เสียงร้องน่าสยดสยองดังขึ้นเรื่อยๆ
ความกลัวเกาะกุมจิตใจทุกคน มันเหมือนกับหลุมดำที่กำลังเคลื่อนตัวมากลืนกินโลก
ทันใดนั้น แรงกดดันมหาศาลก็ระเบิดออกจากตัวเมือง ดึงสติของเหล่าศิษย์ให้หันกลับมามอง กระบี่บินนับสิบเล่มพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ห่อหุ้มด้วยปราณสีทอง ตูม! กระบี่เหล่านั้นพุ่งออกไปพร้อมกัน ปราณสีทองรวมตัวกันเป็นรูปวิหคเพลิงสีทองขนาดยักษ์ บินโฉบผ่านกำแพงเมืองไป
วิหคเพลิงทองคำกางปีกกว้างร้อยวา ดูองอาจน่าเกรงขาม แต่เมื่อเทียบกับเงามืดมหึมาที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันกลับดูเล็กจ้อย
วิหคเพลิงฉีกกระชากพายุหิมะ พุ่งเข้าชนเงามืดอย่างไม่เกรงกลัว แสงสีทองสว่างวาบ แรงระเบิดส่งคลื่นลมพายุหิมะตีกลับมา จนศิษย์บนกำแพงเมืองต้องยกแขนขึ้นบังหน้า
"องค์จักรพรรดิปีศาจ ท่านยังรออะไรอยู่?"
เสียงเย็นเยียบดังก้องฟ้า กลบสรรพเสียงในโลกหล้า
ณ แท่นบูชาซ่อมฟ้า
จักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ตรงข้ามกันนั้น ผู้อาวุโสระดับฝ่าความว่างเปล่าขั้นห้าของสำนักไท่เสวียนก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน สายตาของทั้งสองประสานกัน
"ไม่นึกเลยว่าท่านคือจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนในตำนาน ซ่อนตัวได้มิดชิดดีแท้"
ผู้อาวุโสไท่เสวียนกล่าวเสียงเย็น ยกมือขวาขึ้น ไม้บรรทัดหยกปรากฏขึ้นในมือ
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงของไท่เสวียนอีกหลายคนลุกขึ้นยืน ปลดปล่อยพลังกดดันที่เหนือกว่าระดับแปรสภาพเทพ ทำให้ผู้คนรอบข้างต้องถอยหนี
แม่เฒ่าผีฮวาถานเองก็ถอยฉากออกไป ทำตัวกลมกลืนกับฝูงชน
"ฮึๆ"
จักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นชวนให้ขนหัวลุก ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งบิดเบี้ยวด้วยความชั่วร้าย ไอปีศาจทะลักออกมาจากเสื้อคลุม แผ่ขยายไปทั่วสารทิศ
ครืนนน——
เสียงฟ้าร้องคำราม เมฆดำทมึนไหลมารวมตัวกัน บีบอัดหิมะให้กลายเป็นหมอกขาวหนาทึบ บรรยากาศกดดันจนหายใจไม่ออก
จักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนเงยหน้ามองฟ้าด้วยแววตาเย้ยหยัน ก่อนจะย่อตัวลงและตบฝ่ามือลงบนพื้นอย่างแรง ตึง! ไอปีศาจที่ปกคลุมแท่นบูชาเดือดพล่าน ภูตผีปีศาจจำนวนมหาศาลตะเกียกตะกายออกมาจากหมอกปีศาจ ส่งเสียงคำรามกึกก้อง
มหาสงครามธรรมะอธรรม... ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!
......
ณ หุบเขาเสวียนกู่
กู้อันกำลังนำศิษย์ตรวจตราความเสียหาย ลมพายุพัดหิมะบนยอดเขาถล่มลงมาไม่ขาดสาย เสียงระเบิดตูมตามดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
หยางนียืนอยู่ข้างกู้อัน นางไม่ช่วยตักหิมะ สายตาจับจ้องไปที่ท้องฟ้า คิ้วขมวดเป็นปม
อู้ซินขยับเข้ามาใกล้กู้อัน กระซิบเสียงสั่น "ศิษย์พี่ เรื่องใหญ่แล้วนะเนี่ย!"
กู้อันสบถในใจ ไหนเจียงฉยงบอกว่าจะไม่ลามมาถึงที่นี่ไง?
ทำไมรู้สึกเหมือนทัพมารมันแห่มาทางนี้กันหมด?
"วางใจเถอะ สำนักไท่เสวียนไม่แตกง่ายๆ หรอก" กู้อันปลอบใจไปอย่างนั้น
เขาสัมผัสได้ถึงไอปีศาจเข้มข้นในเมืองศิษย์ฝ่ายนอก ไม่รู้ว่ามันมาจากไหนเยอะแยะ
อู้ซินแม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่มือก็ยังขุดหิมะไม่หยุด สมกับที่กู้อันอบรมมาดี
เมฆดำปกคลุมท้องฟ้า หิมะเริ่มซาลง ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับหุบเขา
เมื่อจัดการหิมะเสร็จ กู้อันให้อู้ซินเรียกทุกคนมารวมตัวกัน ส่วนเขาและหยางนียืนแยกออกมาห่างๆ
"ไท่เสวียนจะไหวไหมเนี่ย?"
"เสียงอะไรน่ะ น่ากลัวชะมัด!"
"ไม่รู้ทางเมืองเป็นไงบ้าง โชคดีที่เราอยู่ที่นี่"
"อย่าเพิ่งวางใจ เดี๋ยวพวกมารมันก็มาทางนี้"
"หุบปากนะ ปากพาซวย!"
เหล่าศิษย์ตื่นกลัวจนคุมสติไม่อยู่ แรงกดดันจากการต่อสู้ของยอดฝีมือ ไอปีศาจ และความมืดมิด ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยพบเจอ
กู้อันชำเลืองมองลูกศิษย์ แล้วส่งกระแสจิตถามหยางนี "ด้วยฝีมือท่าน คิดว่าจะรับมือศัตรูได้ระดับไหน?"
"ขอแค่ไม่ใช่ระดับแปรสภาพเทพ มาเท่าไหร่แม่จะฟันให้เรียบ" คำตอบของนางห้าวหาญดุดัน
แต่กู้อันกลับยิ้มไม่ออก
เพราะมันต้องมีระดับแปรสภาพเทพโผล่มาแน่นอน!
ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งแหวกอากาศลงมากลางหุบเขาอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่ใครอื่น... หลี่หยา นั่นเอง
"ศิษย์พี่หลี่!" อู้ซินตะโกนด้วยความดีใจ การได้เห็นศิษย์พี่ฝ่ายในระดับแก่นทองคำตัวเป็นๆ ย่อมทำให้อุ่นใจกว่าเห็นศิษย์ฝ่ายนอก อย่างหยางนี
หลี่หยาเมินอู้ซิน ตรงปรี่เข้ามาหากู้อัน มองหยางนีแวบหนึ่งด้วยความสงสัย ก่อนจะหันมาพูดกับกู้อันด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ศิษย์น้องกู้อัน รีบหนีเถอะ! ที่นี่อันตรายเกินไป! สงครามลามไปทั่วทุกเมืองแล้ว มีคนทรยศเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายส่งศัตรูเข้ามาในสำนัก!"
หือ?
หลี่หยาไม่รู้จักหยางนี?
กู้อันตีหน้าเครียด "ไม่ได้ ข้าทิ้งหุบเขาไปไม่ได้ แล้วจะให้หนีไปไหน?"
พูดตามตรง การที่หลี่หยาโผล่มาตอนนี้ มันทั้งซึ้งใจและน่าปวดหัว
ฝ่ายมารบุกแค่นี้กู้อันไม่กลัวหรอก เขาแค่รำคาญที่มีคนมาเกะกะ ทำให้เขาลงมือไม่สะดวก
"จะซ่อนที่ไหนก็ดีกว่าที่นี่! ต้องออกจากหุบเขาเดี๋ยวนี้!" หลี่หยาเสียงแข็ง
"ถ้าจะหนี ท่านก็หนีไปเถอะ ศิษย์พี่หลี่ ท่านไม่จำเป็นต้องมาช่วยข้า ข้าทิ้งลูกศิษย์พวกนี้ไม่ได้!" กู้อันชี้ไปที่กลุ่มศิษย์รับใช้กว่ายี่สิบคน ใช้พวกเขาเป็นข้ออ้าง
ขณะที่หลี่หยากำลังจะเถียง หยางนีก็พูดแทรกขึ้น "มีคนมา!"
ทุกคนเงยหน้ามองฟ้า
เมฆดำหมุนวนเป็นเกลียว ร่างหนึ่งพุ่งดิ่งลงมาจากใจกลางพายุ มุ่งตรงมายังหุบเขาเสวียนกู่ราวกับอุกกาบาต
ตู้ม!
ร่างนั้นกระแทกพื้นยอดเขาทิศเหนือ หิมะฟุ้งกระจาย
"อู้ซิน... ให้พี่ตามหาซะแทบแย่ ไม่นึกว่าจะมามุดหัวอยู่ที่นี่ กล้ามากนะที่หนีไปเป็นไส้ศึกให้พวกไท่เสวียน!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังก้องหุบเขา ทำเอาทุกคนหันขวับไปมองอู้ซิน
ศิษย์คนอื่นๆ ถอยกรูดหนีจากอู้ซินทันที
อู้ซินหน้าซีดเผือด จ้องมองร่างบนยอดเขาด้วยความเคียดแค้น
ชายบนยอดเขาสวมชุดคลุมดำลายเลือด ผมเผ้ารุงรัง หน้าตาหล่อเหลาแต่แฝงแววอำมหิต รอยยิ้มแสยะกว้างจนเห็นฟันขาว มองดูอู้ซินราวกับมองมดปลวก
[ไป๋อู๋ (ระดับวิญญาณแรกกำเนิด ขั้น 1): 203/790/980]
กู้อันมองค่าสถานะแล้วก็โล่งอก
ที่เขายอมปล่อยให้มันเข้ามา เพราะสัมผัสได้ว่าระดับพลังกระจอกงอกง่อย ไม่เป็นภัยคุกคาม แต่ก็เช็คให้ชัวร์ไว้ก่อน
หลี่หยาขมวดคิ้ว จ้องมองอู้ซินด้วยแววตาฆ่าฟัน
อู้ซินรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของไป๋อู๋ดี จึงกัดฟันตะโกน "ข้าจะยอมกลับไปกับเจ้า! อย่าทำร้ายคนอื่น!"
"ไม่ได้หรอก คำสั่งที่ข้าได้รับคือ 'ฆ่าล้างบาง' คนของไท่เสวียนทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ศิษย์รับใช้สวะ!"
ไป๋อู๋เลียริมฝีปาก แสยะยิ้มชั่วร้าย "อีกอย่าง ใครบอกว่าจะพาเจ้ากลับไปเป็นๆ วันนี้ศิษย์พี่จะส่งเจ้าไปลงนรกพร้อมเพื่อนๆ แล้วค่อยหิ้วหัวเจ้ากลับไป!"
"เฮอะ!"
เสียงแค่นหัวเราะเย็นเยียบดังขึ้น ไป๋อู๋เบิกตากว้าง หันขวับไปมอง สตรีชุดเขียวปรากฏตัวข้างกายเขาพร้อมคมกระบี่ที่ฟาดฟันลงมา
หยางนี!
ไป๋อู๋กระโดดหลบได้ทันท่วงที แต่แขนเสื้อก็ขาดวิ่น เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
หยางนีไม่ปล่อยให้ตั้งตัว รุกไล่ต่อเนื่อง ทั้งสองพุ่งขึ้นไปสู้กันบนฟ้า ปราณกระบี่ปลิวว่อน ไอปีศาจแตกกระเจิง
หลี่หยาหันมาถามกู้อัน "นางเป็นใคร?"
"น้องสาวแม่ท่าน ชื่อหยางนี ไม่รู้จักหรือ?" กู้อันกระซิบตอบ
หลี่หยาทำหน้าเหวอ พึมพำ "ทำไมเป็นนาง..."
กู้อันเห็นสีหน้าแล้วก็งง
ทำไม? ไม่ถูกกันรึไง?
กู้อันไม่ถามต่อ แต่หาข้ออ้างปลีกตัว "ข้าจะไปดูในป่าหน่อย มีสมุนไพรสำคัญปลูกไว้อีกเยอะ"
พูดจบเขาก็วิ่งหายเข้าไปในป่า
หลี่หยาอยากจะรั้งไว้ แต่ความเป็นห่วงหยางนีทำให้เขาลังเล
"บ้าเอ๊ย!"
หลี่หยาสบถแล้วเหาะขึ้นไปช่วยหยางนี
ความจริงหยางนีไม่ต้องให้ใครช่วย นางกดดันไป๋อู๋ได้อยู่หมัด ไม่ถึงสิบลมหายใจ ไป๋อู๋ก็เลือดท่วมตัว แม้จะใช้วิชามารรุนแรงแค่ไหน หยางนีก็หลบหลีกได้อย่างพลิ้วไหว
อู้ซินมองตาค้าง ไม่นึกว่าหญิงสาวที่ยืนเก๊กสวยมาตลอดจะเทพขนาดนี้
ศิษย์พี่ไปหาคนเก่งๆ แบบนี้มาจากไหนกัน?
อีกด้านหนึ่ง
กู้อันมาถึงชายป่า หันหลังให้หุบเขา มองออกไปยั่งทิวเขาไกลลิบ
เขายกมือขวาขึ้น กดนิ้วโป้งลงบนนิ้วกลาง เล็งไปยังเป้าหมาย
เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับฝ่าความว่างเปล่าห่างออกไปหลายร้อยลี้ ไม่รู้ว่ามันหยุดทำไม แต่คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
มันอยู่ใกล้หุบเขาโอสถเกินไป ต้องกำจัด!
ถือโอกาสลองวิชา 'ดัชนีเทพรวมวิญญาณ' ของผู้เฒ่าเถียนซะเลย
ถึงจะเพิ่งฝึกสำเร็จ แต่พลังระดับนี้ น่าจะเป่าหัวมารระดับฝ่าความว่างเปล่าได้สบายๆ!
พลังปราณถูกบีบอัดที่ปลายนิ้วกลาง เขาไม่ได้ดึงพลังธรรมชาติรอบตัวมาใช้ เพราะกลัวหยางนีจะจับได้
ห่างออกไปหลายร้อยลี้
บนพื้นที่ราบกลางหุบเขา กลุ่มผู้บำเพ็ญเพียรฝ่ายมารกำลังสร้างแท่นค่ายกล
จอมมารผู้มีกลิ่นอายสูงส่งยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ นามว่า 'สวีเหลียน' หนึ่งในจอมมารแห่งพรรคเทียนเจวี๋ย ระดับฝ่าความว่างเปล่าขั้นสี่ ในมือเขาเล่นลูกไฟสีขาว สีหน้าเรียบเฉย
ลูกศิษย์คนหนึ่งวิ่งมารายงาน "ท่านอาจารย์ อีกหนึ่งก้านธูปค่ายกลจะเสร็จสมบูรณ์ขอรับ"
จอมมารสวีเหลียนสั่งเสียงเรียบ "พอเสร็จแล้วให้เริ่มทันที เตรียม..."
ยังพูดไม่ทันจบ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน สัญชาตญาณร้องเตือนภัยถึงขีดสุด เขาหันขวับไปมองทิศทางที่อันตรายพุ่งเข้ามา