83-84
83-84
บทที่ 83: ศึกธรรมะอธรรม และการพิทักษ์หุบเขาโอสถ
【ลวี่ไป่เทียน (ระดับแก่นทองคำ ขั้น 3): 754/1050/3200】
ระดับแก่นทองคำขั้นสาม?
กู้อันลอบตื่นตระหนกในใจเมื่อเห็นระดับพลังของผู้เฒ่าเถียนพุ่งพรวดพราดขนาดนี้
ต่อจากนี้คงต้องจับตาดูตาแก่นี่ให้บ่อยขึ้นเสียแล้ว ขืนเผลอวันไหนโดนแซงขึ้นมาเขาคงเสียหน้าแย่
กู้อันค้นพบสัจธรรมข้อหนึ่ง ยิ่งระดับพลังสูงขึ้น ผู้คนก็ยิ่งสรรหาวิชาอำพรางลมปราณมาใช้ การพึ่งพาแค่สัมผัสทางกายภาพแทบจะระบุระดับพลังของคู่ต่อสู้ไม่ได้เลย
นั่นหมายความว่า โลกบำเพ็ญเพียรแห่งนี้วัดกันที่ว่าใครจะซ่อนเขี้ยวเล็บได้มิดชิดกว่ากัน!
โชคยังดีที่เขามั่นใจว่าตนเองซ่อนได้ลึกสุดใจ และเขาก็ตั้งใจจะซ่อนมันต่อไปจนกว่าโลกจะแตก
ผู้เฒ่าเถียนดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของกู้อัน จึงลืมตาขึ้นมอง กู้อันเพียงพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง
ต่อให้ฝ่ายมารจะบุกมา เขาก็ไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย หน้าที่ของเขามีเพียงทำกิจวัตรประจำวันต่อไป
สำนักไท่เสวียนไม่ใช่ลูกพลับนิ่มให้ใครมาบีบเล่น ยิ่งตอนนี้มีผู้เฒ่าเถียน อดีตเจ้าสำนักผู้ทรงพลังซ่อนกายอยู่ สิ่งที่กู้อันต้องทำก็แค่ดูแลหุบเขาโอสถของตัวเองให้ดีที่สุด
......
ปลายฤดูร้อน อากาศเริ่มเย็นลง
กู้อันเดินทอดน่องอยู่ในเมืองศิษย์ฝ่ายนอก สังเกตเห็นว่าจำนวนศิษย์หอคุมกฎเพิ่มขึ้นอย่างหนาตา บนกำแพงเมืองทุกทิศทางเต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้บำเพ็ญเพียรระดับแปรสภาพเทพ
ทั่วทั้งเมืองอบอวลไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดและกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน
ฝ่ายมารเอาจริงสินะรอบนี้!
เขาทำเหมือนปกติทุกวัน แวะไปดูลาดเลาที่แท่นบูชาซ่อมฟ้า
จักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนและแม่เฒ่าผีฮวาถานยังคงอยู่ที่นั่น ทั้งสองนั่งนิ่งราวกับนักพรตบำเพ็ญตบะ สันโดษและไร้ซึ่งบริวารปีศาจตนอื่น
กู้อันสังหรณ์ใจตงิดๆ ว่าจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนอาจมีเอี่ยวกับพวกฝ่ายมาร แต่เขาเลือกที่จะปิดปากเงียบ ไม่รายงานเรื่องนี้ขึ้นไปให้ตัวเองต้องเข้าไปพัวพันกับวังวนแห่งความวุ่นวาย
เป้าหมายของเขาคือชีวิตอมตะ อีกหมื่นปีข้างหน้า จะยังมีสำนักไท่เสวียนหลงเหลืออยู่หรือไม่ใครจะรู้?
เขาไม่ใช่วีรบุรุษผู้มีปณิธานเพื่อมวลมนุษยชาติ เขาเป็นแค่คนธรรมดาที่รักตัวกลัวตาย
กู้อันกวาดสายตามองรอบๆ ไม่พบใบหน้าแปลกใหม่ที่มีพลังสูงส่ง ดูเหมือนช่วงนี้สำนักไท่เสวียนจะเข้มงวดเรื่องคนเข้าออกเมืองอย่างมาก อนุญาตให้ออกแต่ห้ามเข้า
จากนั้น กู้อันจึงไปเยี่ยมคารวะเจียงฉยง
เจียงฉยงไม่อยู่ที่จวน คนรับใช้จึงเชิญเขาไปรอที่ห้องโถง
กู้อันยืนสำรวจห้องโถง สัมผัสได้ถึงค่ายกลซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ ซึ่งไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ต้องขอบคุณ 'บันทึกค่ายกลจื่อเวย' ที่เจียงฉยงเคยให้ไว้ เขาหมั่นศึกษาจนมีความรู้เรื่องค่ายกลไม่น้อย จึงพอมองออกถึงกลไกเหล่านี้
ระหว่างที่มองดู กู้อันก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ
ใต้จวนแห่งนี้มีพื้นที่ว่างขนาดมหึมา เหมือนกับถ้ำสวรรค์แปดทิศใต้หุบเขาเสวียนกู่ของเขาไม่มีผิด!
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ในที่สุดเจียงฉยงก็กลับมา
นางเดินเข้ามาในโถง สะบัดมือขวาเพียงครั้งเดียว ประตูใหญ่ก็ปิดลงเสียงดังสนั่น
กู้อันลุกขึ้นมองนาง เจียงฉยงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประธานแล้วเอ่ยว่า "ไม่ต้องมากพิธี นั่งลงเถอะ"
สีหน้าของนางดูมืดมน เห็นได้ชัดว่าเพิ่งไปเจอเรื่องหงุดหงิดใจมา
กู้อันหยิบถุงสมบัติจากเอววางลงบนโต๊ะข้างตัวนาง "นี่คือสมุนไพรชุดแรกที่โตเต็มที่แล้วขอรับ รบกวนท่านตรวจสอบด้วย"
สมุนไพรของเจียงฉยงล้วนเป็นของระดับสูง จึงเพิ่งจะเก็บเกี่ยวชุดแรกได้ในตอนนี้
เจียงฉยงไม่ได้แตะต้องถุงสมบัติ กลับถามขึ้นว่า "เจ้าคงมีเรื่องอื่นจะถามกระมัง ไม่อย่างนั้นคงให้ฮูมั่วมาส่งของแทนแล้ว"
กู้อันพยักหน้า "ข้าได้ข่าวลือว่าฝ่ายมารจะบุกโจมตีสำนักไท่เสวียน เรื่องนี้จริงเท็จประการใดขอรับ?"
เรื่องแบบนี้ถามเจียงฉยงผู้กว้างขวางย่อมรู้ดีที่สุด
เจียงฉยงพยักหน้ารับ "เรื่องจริง อย่างช้าที่สุดอีกครึ่งปี มหาสงครามธรรมะอธรรมแห่งราชวงศ์ไท่ชางจะระเบิดขึ้น สาเหตุแรกคือสำนักไท่เสวียนเติบโตเร็วเกินไปจนฝ่ายมารหวาดระแวง สาเหตุที่สองคือมีเผ่าปีศาจหนุนหลัง เมื่อสองฝ่ายร่วมมือกัน ก็มีโอกาสสูงที่จะโค่นล้มไท่เสวียนได้"
กู้อันลังเลครู่หนึ่งก่อนถาม "ข้าได้ยินมาว่าอีกร้อยปีข้างหน้า ปีศาจจากนอกเก้าราชวงศ์จะบุกรุกเข้ามา เวลานี้น่าจะสามัคคีกันตั้งใจฝึกตนไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงไปเชื่อใจพวกเผ่าปีศาจได้?"
เจียงฉยงปรายตามองเขา แค่นเสียงในลำคอ "เจ้าคิดว่าเผ่าปีศาจมีน้ำหนึ่งใจเดียวกันหรือไง? ปีศาจนอกเก้าราชวงศ์กับปีศาจที่นี่คนละพวกกัน ถ้าพวกข้างนอกบุกเข้ามา พวกข้างในก็โดนฆ่าล้างบางเหมือนกัน ส่วนเผ่ามนุษย์... เคยสามัคคีกันจริงๆ สักครั้งด้วยหรือ? ยิ่งสถานการณ์แบบนี้ ยิ่งต้องช่วงชิง"
"ทรัพยากรในโลกบำเพ็ญเพียรมีจำกัด ยิ่งไท่เสวียนแข็งแกร่ง ก็ยิ่งเบียดเบียนทรัพยากรของนิกายอื่น สงครามธรรมะอธรรมที่มีมาแต่โบราณ แท้จริงแล้วก็คือการแย่งชิงทรัพยากร เพียงแค่หาข้ออ้างให้ดูดีเท่านั้น ครั้งนี้ฝ่ายมารใช้ข้ออ้างเรื่องความชั่วร้ายของไท่เสวียน อีกไม่นานเจ้าจะได้ยินข่าวลือแพร่สะพัด พอจิตใจคนในสำนักเริ่มระส่ำระสาย ฝ่ายมารก็จะบุกทันที หากทำสำเร็จ ขั้วอำนาจก็จะเปลี่ยนมือ แต่หากล้มเหลว ไท่เสวียนเองก็คงบอบช้ำจนไม่มีแรงไปไล่ล้างบางฝ่ายมารเช่นกัน"
กู้อันนั่งฟังเงียบๆ
เขาเข้าใจเรื่องนี้ดียิ่งกว่าใคร ทุกครั้งที่เขาเลื่อนระดับ เขาดูดกลืนพลังปราณมหาศาลจนส่งผลกระทบต่อสำนักไท่เสวียน
หากพลังปราณและหินวิญญาณทั้งราชวงศ์ไปกองอยู่ที่สำนักเดียว โอกาสที่ผู้นำสำนักจะเลื่อนระดับก็มีสูง ดังนั้นแม้จะรู้ว่าภัยพิบัติรออยู่เบื้องหน้า พวกเขาก็ต้องแก่งแย่งกันอยู่ดี
หรือพูดให้ถูกคือ เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับสูงไม่ได้สนใจความเป็นตายของชาวโลก พวกเขาสนแค่ระดับพลังของตนเอง ขอแค่แกร่งพอ พวกเขาก็หนีลงใต้ข้ามทะเลไปหาดินแดนเซียนใหม่ได้
กู้อันใคร่ครวญแล้วถาม "ท่านอาจารย์ปู่ ท่านอยู่ฝั่งไหน?"
เจียงฉยงยิ้มมุมปาก "ข้าอยู่ฝั่งผู้ชนะ ไม่ต้องห่วง ข้าปกป้องเมืองศิษย์ฝ่ายนอกแห่งนี้ได้ อีกอย่างในเมืองนี้มีเสือหมอบมังกรซ่อนอยู่เพียบ ฝ่ายมารไม่กล้าบุกมาทางนี้หรอก"
กู้อันได้ยินดังนั้นก็ลอบถอนหายใจโล่งอก ยิ้มตอบ "ขอแค่ไม่กระทบถึงหุบเขาโอสถของข้าก็พอขอรับ"
"รู้จักกลัวแล้วรึ? บอกให้ขยันฝึกก็ไม่ฟัง"
"เรื่องการบำเพ็ญเพียรมันเร่งไม่ได้หรอกขอรับ"
"เฮอะ เจ้าเด็กนี่มันดวงดีจริงๆ ที่มีอาจารย์ปู่อย่างข้า ก่อนกลับไปหาฮูมั่วซะ ข้าสั่งเขาเตรียมยาเพิ่มพลังไว้ให้เจ้าชุดหนึ่ง รีบๆ ยกระดับตัวเองซะ อายุห้าสิบแล้วยังไม่ถึงระดับแก่นทองคำ น่าขายหน้าชะมัด วันหลังอย่าไปบอกใครว่าเป็นหลานศิษย์ข้าล่ะ"
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ปู่!"
กู้อันยิ้มรับหน้าบาน แต่ในใจกลับคิดสวนทาง
'ระดับผสานกายขั้นเก้าตอนอายุห้าสิบ เคยได้ยินไหมป้า?'
'ขืนบอกไป ป้าได้หัวใจวายตายคาเก้าอี้แน่!'
จากนั้นกู้อันถามถึงระดับพลังของจอมมารที่เก่งที่สุด เจียงฉยงเองก็ไม่แน่ใจ นางบอกแค่ว่าถ้าลวี่ไป่เทียนยังอยู่ ฝ่ายมารคงไม่กล้าแหยม แต่ตอนนี้เจ้าสำนักคือฉู่เทียนฉี ศึกตัดสินระหว่างยอดฝีมือคงสูสีน่าดู
ได้ยินแบบนี้ กู้อันก็ได้แต่ไว้อาลัยให้ฝ่ายมารล่วงหน้า
ลวี่ไป่เทียนยังไม่ตายนี่หว่า!
"เอ่อ ท่านอาจารย์ปู่ เคยได้ยินชื่อจักรพรรดิปีศาจหวงเฉวียนไหมขอรับ?" กู้อันแกล้งถาม
เจียงฉยงครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า "ไม่เคย มีอะไรรึ?"
"ไม่มีอะไรขอรับ ข้าแค่อ่านเจอในหนังสือ เห็นว่าเก่งมาก ในเมื่อท่านไม่รู้จักก็ช่างเถอะ ข้าขอตัวลาก่อน"
กู้อันลุกขึ้นคารวะแล้วเดินจากไป
เจียงฉยงมองแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาครุ่นคิด
......
หลังจากคุยกับเจียงฉยง ความกังวลเรื่องสงครามของกู้อันก็เบาบางลง ชีวิตเขากลับมาเรียบง่ายดังเดิม
สามเดือนผ่านไป
ปลายฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้แห้งกองทับถมในหุบเขาโอสถที่สาม
ยามเช้าตรู่ กู้อันนำเหล่าศิษย์ออกกำลังกายบริหาร ผู้เฒ่าเถียนก็มาร่วมด้วย มีเพียงกู้อันที่สังเกตเห็นว่าตาแก่นี่ดูกระฉับกระเฉงกว่าเดิม
พลังของตาเฒ่าพุ่งไปถึงระดับแก่นทองคำขั้นเก้าแล้ว!
ไม่รู้ไปแอบฝึกตอนไหน ตอนกู้อันอยู่ไม่เห็นจะมีคลื่นพลังกระเพื่อมเลยสักนิด
หลังออกกำลังกายเสร็จ กู้อันปล่อยให้ศิษย์แยกย้าย เขาเดินกลับศาลาที่พักพร้อมแมลงกลืนทองบรรพกาลสิบหกตัวที่บินวนรอบกาย ราวกับมีดวงดาวสีทองระยิบระยับล้อมรอบ
พอเดินมาถึงใต้ถุน เขาก็ชะงักฝีเท้า
สองร่างเหาะลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วสูง นั่นคือรองเจ้าสำนักจีฮั่นเทียน และผู้อาวุโสกู่จง
ผู้เฒ่าเถียนที่กำลังตรวจแปลงสมุนไพรหันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ
กู่จงและจีฮั่นเทียนลงสู่พื้น แล้วกวักมือเรียกกู้อันขึ้นไปคุยบนชั้นสอง
เมื่อเข้าห้อง กู่จงก็กางม่านพลังกั้นเสียงตามธรรมเนียม
ปัง!
จีฮั่นเทียนตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ทำเอากู้อันสะดุ้งโหยง
ไอ้บ้าเอ๊ย!
มาทีไรต้องทุบโต๊ะตลอด?
กู้อันอยากจะใช้วิชากายาปีศาจอิสระ แปลงร่างเป็นจอมมารกระทืบจีฮั่นเทียนให้จมดินสักที
โต๊ะเก้าอี้ในห้องนี้ทำจากไม้เนื้อดีทั้งนั้น ทุบพังไปใครจะชดใช้ ความเสียดายของแล่นขึ้นมาจุกอก
"ฉู่เทียนฉีมันเกินไปแล้ว! ไม่นึกเลยว่าตระกูลฉู่จะเน่าเฟะขนาดนี้ พานอัน เรื่องนี้เจ้าต้องเขียนเป็นหนังสือแฉให้โลกรู้ สำนักไท่เสวียนเป็นสำนักธรรมะอันดับหนึ่ง ต้องให้คนทั้งหล้าช่วยกันจับตาดู!" จีฮั่นเทียนตะโกนด้วยความเดือดดาล
เอาอีกแล้ว?
กู้อันนั่งเงียบ รู้งี้วันนั้นไม่น่าใจอ่อนปล่อยมันไปเลย
กู่จงนั่งลงแล้วพูดดักคอ "จะรีบไปไหน ทำอย่างกับเจ้าไม่รู้สันดานเขามาก่อน ข้าว่าเจ้าแค่อยากเป็นเจ้าสำนักเองมากกว่า ครั้งนี้ห้ามใช้พานอันเป็นเครื่องมือเด็ดขาด พานอันเป็นสัญลักษณ์ดึงดูดศิษย์ใหม่ ไม่ใช่กระบี่ให้พวกเจ้าใช้ฟาดฟันแย่งอำนาจกัน"
กู้อันมองกู่จงด้วยสายตาชื่นชม พูดจาเข้าท่าแฮะตาแก่คนนี้
จีฮั่นเทียนถอนหายใจ "ข้ายอมรับว่าอยากเป็นเจ้าสำนัก แต่ข้ามั่นใจว่าถ้าข้าได้เป็น ไท่เสวียนจะต้องดีกว่านี้ ดูสิ่งที่ฉู่เทียนฉีทำสิ ลูกน้องมันเลี้ยงภูตผีปีศาจ แถมยังคิดจะเอาเมืองศิษย์ฝ่ายนอกไปบูชายันต์ เมื่อก่อนข้าหลงนึกว่าเขาคือเซียนกระบี่ฝูเต้าเลยยอมเชื่อใจ ที่ไหนได้... ตอนนี้ฝ่ายมารกำลังบุก ข่าวฉาวของฉู่เทียนฉีแพร่ไปทั่วสำนัก ศิษย์เริ่มหมดศรัทธา ไท่เสวียนกำลังเข้าตาจน!"
เลี้ยงภูตผีปีศาจ?
กู้อันแปลกใจ ตอนฟังฉู่จิงเฟิงพูด นึกว่าเป็นคู่อริตระกูลฉู่ทำเสียอีก
ที่แท้ก็มีเบื้องลึกเบื้องหลัง
ศึกสายเลือด หรือจัดฉาก?
"ฉู่เทียนฉีน่าผิดหวังจริงๆ ตอนเขาสั่งลงโทษลูกหลานฉู่เสียน ข้านึกว่าเขาเป็นคนเที่ยงธรรม ยอมหักไม่ยอมงอ ที่ไหนได้ก็แค่ตัดหางปล่อยวัดเพื่อรักษาตัวรอด แต่จะโค่นฉู่เทียนฉีไม่ง่ายหรอก ในสภาผู้อาวุโสมีคนของเขาเพียบ แถมเขายังซี้ปึ้กกับลัทธิเต๋าสวรรค์อีก" กู่จงส่ายหน้า
ฟังไปฟังมา กู้อันเริ่มงง
สองคนนี้เล่นละครลิงอะไรกัน?
เอาเรื่องวงในระดับสูงมาเล่าให้ศิษย์ฝ่ายนอกฟังทำไม?
เดาว่าคงเล่นละครปลุกใจ หวังให้เขาของขึ้น แล้วยอมเขียนหนังสือแฉความมืดของสำนัก
ทั้งสองสลับกันด่าฉู่เทียนฉี แฉวีรกรรมชั่วช้าสารพัด กู้อันฟังแล้วก็เริ่มรู้สึกเดือดปุดๆ ตามสัญชาตญาณ
ถ้าฉู่เทียนฉีทำจริง ก็สมควรตายหมื่นครั้ง
แต่กู้อันยังคงครองสติมั่น ไม่หลงกลง่ายๆ
กู่จงหันมาพูดกับกู้อัน "เร็วๆ นี้ไท่เสวียนอาจเจอศึกหนัก หุบเขาโอสถที่สามของเจ้ามีสมุนไพรล้ำค่าเยอะ ต้องมีคนคุ้มกัน พวกเราจะส่งศิษย์ระดับแก่นทองคำห้าสิบคนมาเฝ้าที่นี่ เจ้าเห็นว่าไง?"
จีฮั่นเทียนเสริม "ตระกูลกู่กับตระกูลจีจะส่งมาตระกูลละยี่สิบห้าคน อ้อ เซียวอวี้ก็มาด้วย นางจะได้ช่วยปกป้องหุบเขาและหลบภัยสงครามไปในตัว"
บทที่ 84: ดัชนีเทพรวมวิญญาณ และคำประกาศความเป็นเจ้าของ
ศิษย์ระดับแก่นทองคำห้าสิบคน?
กู้อันย่อมไม่ปฏิเสธ เขาไม่ได้ว่างมานั่งเฝ้าหุบเขาโอสถตลอดเวลา จึงรีบคารวะขอบคุณกู่จงและจีฮั่นเทียนทันที
ครึ่งชั่วยามต่อมา
หลังจากส่งแขกทั้งสองกลับไป ผู้เฒ่าเถียนก็เดินเข้ามาถามด้วยความอยากรู้ "ท่านเจ้าหุบเขา พวกเขามาหาท่านด้วยเรื่องอันใดหรือ?"
เมื่อก่อนผู้เฒ่าเถียนไม่เคยซักไซ้ แต่เดี๋ยวนี้พอกล้ามเนื้อเริ่มมา พลังเริ่มมี ก็เริ่มกล้าถามเรื่องใหญ่โต ดูท่าคงเตรียมตัวจะทวงบัลลังก์คืนจริงๆ
กู้อันแสร้งทำท่าลังเล ก่อนจะเล่าเรื่องที่ได้ยินมา
เรื่องวีรกรรมชั่วของฉู่เทียนฉีที่ถูกฝ่ายมารแฉจนว่อนเน็ต เอ้ย ว่อนสำนัก และเรื่องที่ห้าพรรคมารใหญ่จับมือกับเผ่าปีศาจเตรียมรุมกินโต๊ะไท่เสวียน
เรื่องราวหลั่งไหลออกจากปากกู้อัน ประกอบกับสีหน้าวิตกกังวล ราวกับว่าสำนักไท่เสวียนกำลังจะล่มสลายในวันพรุ่งนี้
ผู้เฒ่าเถียนกลับหัวเราะปลอบใจ "ท่านเจ้าหุบเขาอย่าได้กังวล สำนักไท่เสวียนยืนหยัดมาหลายพันปี ผ่านการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์มานับครั้งไม่ถ้วน เคยโดนฝ่ายมารล้อมปราบมาก็หลายหน แต่ก็รอดมาได้ทุกครั้ง"
พอกู้อันได้ยินคำยืนยันจากปากอดีตบอสใหญ่ เขาก็มั่นใจขึ้นมาทันที
"นั่นสินะขอรับ ฟ้าถล่มก็มีคนตัวสูงคอยค้ำไว้ ข้าก็แค่ปลูกผักปลูกหญ้า หาวัตถุดิบส่งโรงงานยา นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ข้าทำเพื่อสำนักได้" กู้อันยิ้มแห้งๆ ส่ายหน้าให้กับความขี้กังวลของตัวเอง
ผู้เฒ่าเถียนพยักหน้ายิ้ม เขาชอบนิสัยรักสงบของกู้อันจริงๆ
"แต่ในเมื่อฝ่ายมารจะบุก ความเสี่ยงย่อมมี ข้ามีวิชาดัชนีอยู่ชุดหนึ่ง ร้ายกาจและพลิกแพลง หากศัตรูประมาท อาจสังหารข้ามระดับได้ ข้าจะสอนท่านเอง" ผู้เฒ่าเถียนเสนอ
กู้อันยังไม่เคยเรียนวิชาดัชนี ย่อมสนใจเป็นธรรมดา เขาแกล้งถาม "ผู้เฒ่าเถียน ข้ารู้สึกว่าท่านไม่ธรรมดาเลยนะ รู้เยอะ แถมวิชาก็เยอะ"
"ฮ่าๆๆ ข้าก็แค่แก่กะโหลกกะลา อยู่มานานก็เห็นอะไรมาเยอะ"
ผู้เฒ่าเถียนหัวเราะร่า ราศีจับผิดกับเมื่อก่อน กู้อันสัมผัสได้ถึงออร่าของเจ้าสำนักที่แผ่ออกมาจางๆ
จากนั้น กู้อันก็ตามผู้เฒ่าเถียนเข้าป่าไป ผู้เฒ่าบอกว่าวิชานี้ห้ามสอนคนนอก แต่จะยกเว้นให้กู้อันเป็นกรณีพิเศษ
เมื่อถึงในป่า ผู้เฒ่าเถียนก็เริ่มบรรยายสรรพคุณ
ดัชนีเทพรวมวิญญาณ!
เคล็ดวิชานี้คือการรวบรวมลมปราณและไอวิญญาณมาอัดแน่นไว้ที่ปลายนิ้ว ยิ่งชาร์จพลังนาน อานุภาพยิ่งรุนแรง ตามทฤษฎีแล้วไม่มีขีดจำกัดความแรง
กู้อันฟังแล้วตาลุกวาว วิชาสายสะสมพลังแบบนี้มันทางของเขาชัดๆ!
......
กู่จงและจีฮั่นเทียนทำงานไวปานสายฟ้าแลบ สองวันต่อมา ศิษย์ระดับแก่นทองคำห้าสิบคนก็ตบเท้าเข้ามาประจำการ โดยมีกู่หยู ลูกชายของกู่จงรวมอยู่ด้วย
กู่หยูตรงดิ่งมาหากู้อันที่ศาลาที่พักเป็นคนแรก
"หน้าใหญ่จริงๆ นะเจ้าเนี่ย ทำให้ตระกูลกู่กับตระกูลจีส่งยอดฝีมือมาคุ้มกันตั้งห้าสิบคน คนพวกนี้ไม่ใช่แค่ศิษย์ไท่เสวียนธรรมดา แต่เป็นลูกหลานสายตรงของตระกูลเชียวนะ" กู่หยูนั่งลงแล้วเริ่มแซว
กู้อันตอบกลับ "คงมาคุ้มกันหุบเขามากกว่ากระมัง สำนักไท่เสวียนคงหาหุบเขาโอสถใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้อีกแล้ว"
"ก็มีส่วน แต่ในเมืองฝ่ายนอกฝ่ายในไม่มีที่ไหนใหญ่เท่านี้จริงๆ หลักๆ เบื้องบนคงให้ความสำคัญกับตัวตน 'พานอัน' ของเจ้ามากกว่า"
"ถ้าเพราะพานอัน เล่นแห่กันมาขนาดนี้ ไม่เท่ากับชี้เป้าให้ข้าหรือ?"
"เออ จริงด้วย"
ความจริงกู้อันเดาว่าสำนักน่าจะส่งคนมาเฝ้าต้นเสวียนชิง (วิญญาณบริสุทธิ์) ระดับเจ็ดต้นนั้นมากกว่า
กู่หยูเลิกสนใจเรื่องเครียด ล้วงหนังสือเล่มหนึ่งออกมาด้วยท่าทีมีพิรุธ "กู้อัน เล่มนี้เจ้าต้องดู เด็ดดวงมาก มีภาพประกอบสีด้วยนะเว้ย!"
กู้อันชำเลืองมองแล้วถึงกับพูดไม่ออก
ความลับแห่งไท่เสวียน!
กู่หยูเปลี่ยนไปแล้ว! หมอนี่เลิกตามสืบเรื่องมหาวีรบุรุษไท่เสวียน แล้วหันมาเสพงานสายนี้แทน?
กู้อันอยากจะเขียนให้ตัวละครมหาวีรบุรุษไท่เสวียนตายตอนจบเพื่อแก้แค้นจริงๆ เขาข่มความหงุดหงิด รับหนังสือมาเปิดดู
เปิดไปไม่กี่หน้า เขาก็ต้องชะงัก
ให้ตายเถอะ เจ้าเสิ่นเจินมันลอกท่าทางเขา!
ภาพประกอบพวกนี้วาดด้วยลายเส้นแบบมังงะ สื่ออารมณ์และการเคลื่อนไหวได้เร้าใจจนคนดูจินตนาการเตลิดเปิดเปิง
เขากระแอมแก้เก้อ ปิดหนังสือแล้วยัดใส่อกเสื้อ "เอาไว้ค่อยอ่าน ช่วงนี้ข่าวสงครามทำข้าไม่มีอารมณ์เสพงานศิลป์"
กู่หยูแอบเบ้ปากหมั่นไส้ แต่ปากก็บอกว่า "เข้าใจๆ แต่เก็บรักษาให้ดีนะ ช่วงนี้สำนักกวาดล้างสื่อลามก หาซื้อยากมาก"
"วางใจเถอะ"
คุยกันอีกนิดหน่อยก็พากันลงจากตึก
กู่หยูเหาะไปประจำจุด ส่วนกู้อันเริ่มเดินตรวจตราสมุนไพร
หุบเขาโอสถที่สามกว้างใหญ่ไพศาล ตอนนี้แทบจะมีสมุนไพรให้เก็บทุกวัน แต่เขาชอบรวบยอดเก็บสัปดาห์ละครั้ง ปล่อยให้สุกงอมคาต้นไปสักพักก็ไม่เสียหาย
หนึ่งชั่วยามผ่านไป กู้อันเดินมาตามทางเดินในป่า สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจีเซียวอวี้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจไปทักทาย
จีเซียวอวี้เคยช่วยชีวิตเขา ให้สมบัติยันต์ ให้ค่ายกล แถมยังให้สมุนไพรอีกเพียบ ไม่ไปทักทายคงเสียมารยาทแย่
เดินต่ออีกครึ่งชั่วโมง กู้อันก็มาถึงยอดเขาแห่งหนึ่ง
จีเซียวอวี้ในชุดสีม่วงนั่งขัดสมาธิอยู่ริมหน้าผา หันหลังให้หุบเขา รอบกายมีค่ายกลคุ้มกัน ทำให้กู้อันไม่กล้าล่วงล้ำเข้าไป
"คารวะคุณหนูสาม" กู้อันประสานมือคำนับ
พร้อมกับโยนทักษะ 'เนตรหยั่งรู้อายุขัย' ใส่ไปหนึ่งที
【จีเซียวอวี้ (ระดับแก่นทองคำ ขั้น 5): 50/1400/8900】
แก่นทองคำขั้นห้า!
เร็วระยำตำบอน!
จีเซียวอวี้พูดโดยไม่หันกลับมา "วันหลังไม่ต้องมากพิธี เจ้าเป็นเจ้าของหุบเขา ไม่ต้องเกรงใจ"
"หากคุณหนูสามต้องการสิ่งใด เรียกใช้ข้าได้ตลอดเวลา หรือสั่งศิษย์ในหุบเขาก็ได้ขอรับ" กู้อันตอบรับ
"อืม"
จีเซียวอวี้ตอบสั้นๆ
กู้อันไปต่อไม่ถูก เลยเตรียมจะขอตัวกลับ
จู่ๆ จีเซียวอวี้ก็พูดขึ้น "จีฮั่นเทียนเป็นปู่ทวดของข้า ถ้าเขาเรียกร้องอะไรที่มากเกินไป ให้มาบอกข้า ยังไงเสียเจ้าก็เป็นคนของข้า"
กู้อันรีบตอบ "รองเจ้าสำนักไม่ได้กดดันอะไรข้าขอรับ"
"ข้ารู้นิสัยเขาดี เขาชอบเอาชื่อข้าไปสร้างกระแสมาตั้งแต่เด็ก พอรู้ว่าเจ้าคือพานอัน เขาต้องหาทางใช้ประโยชน์จากเจ้าแน่ ต่อไปถ้ามีใครในสำนักมาบีบบังคับ อ้างชื่อข้าไปปฏิเสธได้เลย"
คำพูดของจีเซียวอวี้ทำเอากู้อันยิ้มกว้าง
ได้แบ็คอัพเพิ่มอีกหนึ่ง!
"เขียน 'ตำนานสถาปนาเทวดา' ต่ออีกสักเรื่องสิ ข้าชอบอ่านแนวนี้ที่สุด" จีเซียวอวี้พูดลอยๆ ขึ้นมา
อ้าว เป็นแฟนคลับหรอกรึ?
กู้อันรับปาก บอกว่ากำลังร่างพล็อตอยู่
"ไปเถอะ"
สิ้นเสียงไล่ กู้อันก็รีบคำนับแล้วชิ่งทันที
......
ยามพลบค่ำ กู้อันเดินทางไปที่หุบเขาขอบฟ้า วันนี้เป็นวันเก็บเกี่ยวใหญ่ คาดว่าจะได้อายุขัยสักห้าหกพันปี
พอเหยียบเข้าหุบเขา ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ห่างหายไปนาน
หลี่เสวียนเต้า!
มาทำไม?
ไหนว่าเมืองฉางลั่วกำลังวุ่นวายเพราะปีศาจอาละวาด?
"ท่านเจ้าหุบเขา! ฝ่าบาทเสด็จ! รีบไปเข้าเฝ้าที่ศาลาเร็วเข้า!" โรหลุนตะโกนเรียกจากกลางเขา
กู้อันพยักหน้าแล้วจ้ำอ้าวไปยังกลุ่มอาคารที่พัก
หลี่เสวียนเต้านั่งอยู่ในห้องของกู้อัน โดยมีลวี่เซียนและอี้หลิวอวิ๋นนั่งประกบซ้ายขวา
เมื่อเห็นกู้อันเข้ามา หลี่เสวียนเต้ายิ้มกว้าง ยกมือห้ามลวี่เซียนที่กำลังจะอ้าปากบ่น แล้วหันมาหากู้อัน "กู้อัน ไม่เจอกันนาน การบำเพ็ญเพียรเป็นอย่างไรบ้าง?"
กู้อันคารวะอย่างนอบน้อม "ราบรื่นดีขอรับ ฝ่าบาทประทานสมุนไพรให้มากมาย ตอนนี้ข้าบรรลุระดับสร้างรากฐานขั้นสามแล้ว"
"ขั้นสามยังน้อยไป ต้องขยันกว่านี้ ถ้าเจ้าถึงขั้นเก้าเมื่อไหร่ ข้าจะช่วยให้เจ้าสร้างแก่นทองคำ"
"ขอบพระทัยฝ่าบาท ข้าจะพยายามให้สุดความสามารถ"
กู้อันตอบพลางทำเป็นมองไม่เห็นลวี่เซียนที่นั่งตาเขียวปัดอยู่ข้างๆ สายตาของลวี่เซียนทั้งโกรธทั้งน้อยใจ ราวกับสาวน้อยที่โดนแฟนเทนัด
สอนมาตั้งนาน กู้อันไม่ได้อะไรติดสมองไปเลย ถ้าไม่ติดว่ากู้อันมาเดือนละครั้งสองครั้ง เขาคงนึกว่าไอ้หมอนี่จงใจกวนประสาท
หลี่เสวียนเต้าผายมือให้กู้อันนั่งลง กู้อันก็นั่งลงอย่างว่าง่าย
ลวี่เซียนกับอี้หลิวอวิ๋นยังยืนค้ำหัวอยู่ ยิ่งทำให้ลวี่เซียนหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
หลี่เสวียนเต้ามองสำรวจกู้อัน แล้วถามเสียงเบา "ช่วงนี้ในสำนักมีเรื่องใหญ่อะไรบ้าง?"
กู้อันขมวดคิ้ว ทำท่าลังเล "ข้าได้ยินว่าฝ่ายมารจะล้อมปราบไท่เสวียน แล้วก็มีข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับท่านเจ้าสำนักแพร่ไปทั่ว"
กู้อันเล่าทุกอย่างที่รู้ ยกเว้นเรื่องหุบเขาโอสถที่สามของตัวเอง
พอฟังจบ รอยยิ้มของหลี่เสวียนเต้าก็กว้างขึ้น "ฉู่เทียนฉีมันหยิ่งยโส ไม่เห็นหัวใคร มองแม้กระทั่งคนในตระกูลเป็นแค่หมาก มันทำเรื่องพวกนี้ก็ไม่แปลกหรอก"
"สายข่าวของข้าในพรรคมารก็รายงานมาว่า สิ้นปีนี้ฝ่ายมารจะระดมพลบุกไท่เสวียนครั้งใหญ่"
กู้อันเริ่มประเมินท่าทีของหลี่เสวียนเต้าที่มีต่อสำนัก
เขาแกล้งถามซื่อๆ "ฝ่ายมารไม่กลัวเซียนกระบี่ฝูเต้าหรือขอรับ? เขาว่ากันว่าเป็นมือกระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้าเชียวนะ"
หลี่เสวียนเต้าส่ายหน้า "กลัวสิ พวกมันถึงรอมาจนป่านนี้ แต่ตัวตนที่แท้จริงของเซียนกระบี่ฝูเต้าถูกเปิดเผยในหมู่พวกมารแล้ว ถึงคนคนนั้นจะเก่งจริง แต่ยังไม่ถึงขั้นไร้เทียมทาน"
คนคนนั้น?
กู้อันชะงักในใจ มีไอ้บ้าที่ไหนมาสวมรอยเป็นข้า?
หลี่เสวียนเต้ามองกู้อันด้วยสายตาเอ็นดู "สงครามกำลังจะเกิด ตามหลักข้าควรพาเจ้าหนี แต่หลี่หยายังอยู่ที่นี่ และข้าต้องการให้เจ้าช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวในสำนัก ข้าจะส่งผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณแรกกำเนิดมาคุ้มกันเจ้า ดีไหม?"
กู้อันรีบปฏิเสธ "ไม่เป็นไรขอรับท่านลุง ข้าเป็นแค่ศิษย์ฝ่ายนอกตัวเล็กๆ ฝ่ายมารไม่รู้จักข้าหรอก ขืนเอาระดับวิญญาณแรกกำเนิดมาเฝ้า เดี๋ยวจะกลายเป็นจุดสนใจให้พวกตัวเป้งๆ หันมามองเปล่าๆ"
"ไม่ต้องห่วง นางคนนี้เก่งเรื่องการซ่อนเร้นอำพราง ต่อให้ศัตรูระดับสูงกว่านาง ก็จับสัมผัสนางไม่ได้" หลี่เสวียนเต้าโบกมือยืนยัน
ปฏิเสธไม่ได้สินะ?
กู้อันมองหน้าหลี่เสวียนเต้า สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
"เจ้าเป็นคนของข้า ข้าปล่อยให้เจ้าตายไม่ได้ อีกอย่างนางสนิทกับหลี่หยามาก ไว้เจ้าค่อยพานางไปเจอหลี่หยาก็ได้"
พูดมาขนาดนี้ กู้อันจำใจต้องยอมรับ
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป กู้อันขอตัวลาไปเก็บเกี่ยวสมุนไพร
หลี่เสวียนเต้ามองกู้อันที่ก้มหน้าก้มตาทำงานในแปลงเกษตรผ่านหน้าต่าง แล้วเปรยขึ้นว่า "เจ้าเด็กคนนี้สุขุมรอบคอบ ถูกใจข้ายิ่งนัก พวกเจ้าต้องดูแลเขาให้ดี"
ลวี่เซียนอดไม่ได้ "ฝ่าบาท ท่านพูดกระทบข้าอยู่รึเปล่า? ข้าขอถามหน่อย ระหว่างหลี่หยากับรัชทายาท ท่านให้ความสำคัญกับใครมากกว่า?"
อี้หลิวอวิ๋นขมวดคิ้ว แต่ไม่ห้ามปราม
หลี่เสวียนเต้ายิ้ม "สำคัญทั้งคู่ เจ้ากังวลอะไร หลี่หยาไม่ได้อยู่เมืองหลวง ไม่เป็นภัยต่อรัชทายาทหรอก เว้นเสียแต่ว่า..."
"เว้นแต่?"
"เว้นแต่หลี่หยาจะฝึก 'เพลงกระบี่จักรพรรดิ' จนสำเร็จ"