เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

13-14

13-14

13-14


บทที่ 13 ข้าจำได้แค่ว่าขาเขาร้ายกาจมาก

กู้อันไม่ได้ลิงโลดใจกับการทะลวงระดับพลังอย่างรวดเร็ว ในทางกลับกัน จิตใจของเขากลับตึงเครียดราวกับสายพิณที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ หวาดระแวงว่าจะมีใครโผล่มาจ๊ะเอ๋

สำนักไท่เสวียนกว้างใหญ่ไพศาล หุบเขาโอสถเองก็กันดารผู้คน คงไม่มีจอมยุทธ์ยอดฝีมือคนไหนว่างงานมาเดินเล่นแถวนี้หรอกมั้ง?

ขณะที่กำลังปลอบใจตัวเอง กู้อันก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังอันแข็งแกร่งสองสายพุ่งตรงมาจากระยะไกล รุนแรงยิ่งกว่าฉู่จิงเฟิงในตอนนั้นเสียอีก

กลัวสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้น!

ตอนนี้เขากำลังก้าวข้ามจากสร้างรากฐานขั้นสี่ไปสู่ขั้นห้า จะลุกหนีก็ลำบาก จะสู้ก็ไม่พร้อม งานเข้าของจริง!

กู้อันเหงื่อตก เฝ้าระวังผู้มาเยือนอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อทั้งสองเข้ามาในระยะร้อยวา ก็หยุดชะงักอยู่ที่อีกฟากของภูเขา

เขาซ่อนตัวอยู่ในป่ามืดทึบ สวมชุดคลุมสีเข้ม กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม บวกกับฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายจากการระเบิดพลัง ทำให้ยากที่ใครจะมองเห็นใบหน้าที่แท้จริง

เมื่อเห็นว่าทั้งสองไม่บุกเข้ามา กู้อันก็ถอนหายใจโล่งอก

ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเกรงใจเขาอยู่บ้าง ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้ามา

ระดับพลังของกู้อันยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เสียงลมพายุพัดกรรโชกกลบเสียงภายนอกจนหมด เขาจึงไม่ได้ยินบทสนทนาของสองคนนั้น ยิ่งทำให้เขากระวนกระวายใจ

จนกระทั่งทะลวงผ่านขั้นห้าสำเร็จ สองคนนั้นก็ยังไม่ขยับ

เมื่อกระแสพลังเริ่มคงที่ กู้อันรีบยกมือขวาทาบลงบนลำต้นไม้ใหญ่ ถ่ายเทพลังปราณเข้าไป แสงสีเขียววิ่งวนรอบฝ่ามือตัดเนื้อไม้หลุดออกมาเป็นแผ่น

เขาคว้าแผ่นไม้มาปิดหน้า นิ้วมือกรีดลงไปอย่างรวดเร็ว เจาะรูลูกตาและแต่งรูปทรงจนกลายเป็นหน้ากากไม้แบบหยาบๆ

สวมหน้ากากเสร็จ เขาก็รีบลุกขึ้น แม้พลังปราณจะยังไหลเวียนไม่สมบูรณ์ แต่เขารอต่อไปไม่ไหวแล้ว

ทันใดนั้น เสียงตะโกนก้องกังวานก็ดังข้ามภูเขามา

"ไม่ทราบว่าเป็นสหายท่านใดมาทำพิธีทะลวงด่าน ณ ที่แห่งนี้ ไฉนจึงไม่กระทำในถ้ำส่วนตัวของท่าน?"

น้ำเสียงเคร่งขรึมเจือแววตำหนิและสงสัย ชัดเจนว่าอีกฝ่ายคิดว่ากู้อันไม่ใช่ศิษย์สำนักไท่เสวียน

กู้อันลังเลว่าจะตอบดีไหม

เขาเป็นแค่ศิษย์รับใช้ ถ้าความแตกขึ้นมาว่าแอบฝึกวิชาจนสร้างรากฐานได้ในเวลาไม่กี่ปี มีหวังโดนจับไปทดลองแน่ ต่อให้ได้เข้าฝ่ายนอก ชีวิตก็คงไม่สงบสุขอีกต่อไป

ความลับนี้ถ้ารั่วไหลไปถึงหูคนอื่น อาจนำภัยมาสู่ตัว

ในฐานะที่เคยเป็นบ่าวรับใช้มาก่อน เขาเข้าใจสัจธรรมของโลกนี้ดี... อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน

ไม่ได้การ!

ห้ามเปิดเผยตัวตนเด็ดขาด!

กู้อันไม่อยากหาเหาใส่หัว การเป็นศิษย์ฝ่ายนอกต้องรับภารกิจเสี่ยงตาย เขาไม่เอาด้วยหรอก

เมื่อพลังเข้าที่เข้าทาง เขายืนขึ้นเต็มความสูง หน้ากากไม้บดบังใบหน้า เหลือเพียงดวงตาคมกริบที่วาวโรจน์ พายุพลังปราณยังคงหมุนวนรอบกาย

สัมผัสได้ว่าสองคนนั้นกำลังพุ่งตรงเข้ามา เจตนาไม่เป็นมิตร ชัดเจนว่าเห็นเขาเป็นผู้บุกรุก

กู้อันตัดสินใจไม่พูดพร่ำทำเพลง เพราะประเมินแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้เก่งกาจจนเกินรับมือ ถ้าเจอตัวเป้งๆ เขาคงเผ่นไปนานแล้ว

เขาหันหลังกลับ พุ่งตัวหนีเข้าป่าลึกทันที

ฟิ้ว—

เสียงแหวกอากาศดังไล่หลังมา กู้อันหันขวับ เห็นประกายแสงเย็นเยียบพุ่งทะลุความมืด ตัดกิ่งไม้ใบหญ้าขาดกระจุย

ด้านหลังแสงดาบนั้นคือหญิงสาวชุดขาว นางยื่นแขนขวาออกไป ควบคุมกระบี่ด้วยพลังปราณ รัศมีกระบี่แหลมคมดุจพญายมล่าวิญญาณ

ชั่วพริบตา คมกระบี่ก็จ่อถึงหลังกู้อัน ห่างเพียงคืบ!

กู้อันกระทืบเท้าซ้ายลงพื้น บิดตัวหลบวูบ ย่อเข่าซ้ายลงต่ำ คมกระบี่เฉียดผ่านศีรษะไปอย่างหวุดหวิด

หญิงชุดขาวเบิกตากว้าง แสงจากกระบี่สะท้อนใบหน้าตกตะลึงของนาง

ช้าไปแล้วแม่นาง!

จังหวะที่ย่อตัว กู้อันถีบขาขวาสวนกลับไปด้านหลัง เต็มแรง!

ฝ่าเท้าประทับเข้ากลางหน้าท้องของนางเต็มรัก แรงกระแทกมหาศาลอย่างที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อนอัดกระแทกจนสติแทบดับวูบ เลือดลมตีกลับจนกระอักออกมาคำโต

ตูม!

ร่างบางปลิวละลิ่วกระแทกต้นไม้ใหญ่หักโค่น ร่วงลงไปกองกับพื้นหญ้า แน่นิ่งไป

"บังอาจ!"

เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวตามมาติดๆ เงาร่างสีเขียวพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง ทิ้งภาพติดตาไว้เป็นทาง

เร็วมาก!

กู้อันมองตามแทบไม่ทัน ในสถานการณ์คับขัน เขาตัดสินใจงัดไม้ตายออกมาใช้... บาทาวายุคลั่งไร้เงา!

เขาไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริง เคยตบแต่ปีศาจกระจอกกับเพื่อนร่วมหุบเขา เจอของจริงแบบนี้ไม่กล้าเสี่ยงประชิดตัว

พลังปราณทั้งหมดถูกอัดลงไปที่ขาขวา กู้อันถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วตวัดเตะออกไปเต็มกำลัง

ตูม!

พายุหมุนลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า พุ่งเข้าใส่เงาร่างสีเขียวนั้นราวกับมังกรคลั่ง

ชายหนุ่มถือกระบี่ในเงาสีเขียวเบิกตาโพลง ในครรลองสายตามีแต่เงาเท้าเต็มไปหมด

ฝุ่นตลบอบอวล ต้นไม้หักระเนระนาด พายุลูกเตะกลืนกินร่างชายหนุ่ม กวาดล้างทุกอย่างในรัศมีสิบกว่าวา

กู้อันไม่รอรอดูผลงาน รีบหันหลังกลับ ดำดิ่งสู่ความมืดมิดของป่าเขา

เมื่อฝุ่นควันจางลง เหลือเพียงร่างของชายหนุ่มถือกระบี่นอนสลบเหมือดอยู่บนพื้น

...

รุ่งสาง

เย่หลานเดินออกจากห้อง สายตามองไปยังลานบ้านของเหล่าศิษย์พี่โดยอัตโนมัติ

เห็นเงาตะคุ่มๆ หลังกำแพง

"ขยันกันจริงๆ ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้"

นางรีบเดินเข้าไปในลานบ้าน

"อรุณสวัสดิ์ศิษย์พี่ใหญ่" นางทักทายเสียงใส

กู้อันพยักหน้ารับยิ้มๆ

"วันนี้จะลงแปลงเหรอคะ?" เย่หลานถามอย่างแปลกใจ เพราะเห็นกู้อันใส่ชุดทำงานเก่าๆ

"อืม บ่ายนี้ข้าจะขึ้นเขาไปดูลาดเลาหน่อย"

เย่หลานพยักหน้า ก่อนจะชวนคุย "เมื่อคืนลมแรงมาก ข้าไม่กล้าฝึกวิชาเลย กลัวธาตุไฟเข้าแทรก... จริงสิ ศิษย์พี่เมิ่งบอกว่าพวกท่านเคยเจอปีศาจด้วย เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ"

กู้อันเล่าเรื่องปีศาจให้ฟังอย่างใจเย็น ขณะมองดูลู่จิ่วเจี่ยกับเสี่ยวชวนฝึกวิชา

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เหล่าศิษย์น้องแยกย้ายไปทำงาน กู้อันได้เวลาพักผ่อน นอนเอกเขนกใต้ต้นไม้ อ่านนิยายเล่นกับหนู

แต่ในใจเขากลับว้าวุ่นเรื่องเมื่อคืน

ออมแรงไว้แล้วนะ... คงไม่ตายหรอกมั้ง?

เขาไม่มีความแค้นกับสองคนนั้น ไม่อยากฆ่าแกงใครถ้าไม่จำเป็น

ความกังวลกัดกินใจไปตลอดทั้งวัน

จนกระทั่งเที่ยงวันถัดมา

กู้อันที่ยืนอ่านหนังสืออยู่ริมรั้วเหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่ปากทางหุบเขา

ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง!

รอดมาได้สินะ... โล่งอกไปที

เขารีบปรับระดับพลังเหลือสร้างรากฐานขั้นสามด้วยวิชามังกรสวรรค์ แล้วทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้

ไม่นาน เฉิงเสวียนตานก็ออกมาต้อนรับแขก

หญิงสาวชุดขาวใบหน้างดงามเย็นชา สวมมาดนางพญาผู้สูงส่ง มือจับด้ามกระบี่ตลอดเวลา

ชายหนุ่มชุดน้ำเงินหน้าตาหล่อเหลา แต่หน้าซีดเซียวเหมือนคนป่วย

ทั้งคู่เป็นศิษย์ฝ่ายนอก นามว่า สือหยาง และ หลี่เสวียนอวี้

สือหยางแจ้งความประสงค์ เฉิงเสวียนตานตอบเสียงเรียบ "สองวันมานี้ไม่มีคนนอกเข้ามาที่นี่เลย"

สือหยางกวาดตามองรอบหุบเขา "เรียกศิษย์ของท่านมารวมตัวกันหน่อยได้ไหม?"

เฉิงเสวียนตานไม่ขัดข้อง ตะโกนเรียกศิษย์ทุกคนมารวมพล

"เสี่ยวชวน ไปตามเมิ่งลั่งออกมาด้วย"

เสี่ยวชวนวิ่งแจ้นไปตาม

สือหยางกับหลี่เสวียนอวี้กวาดตามองกู้อันและคนอื่นๆ คิ้วขมวดเข้าหากัน

กู้อันถือโอกาสนี้ใช้เนตรหยั่งรู้

[หลี่เสวียนอวี้ (สร้างรากฐานขั้น 4): 24/245/1670]

[สือหยาง (สร้างรากฐานขั้น 5): 25/298/1304]

แม่เจ้า!

อัจฉริยะของแท้ อายุยี่สิบกว่าก็สร้างรากฐานกันแล้ว แถมอายุขัยระดับพันปี

หลี่เสวียนอวี้... แซ่หลี่ อายุขัยเยอะผิดปกติ เชื้อพระวงศ์อีกคนหรือเปล่าเนี่ย?

กู้อันเสียวสันหลังวาบ ดีนะที่คืนนั้นปิดหน้าปิดตาไว้

สักพักเมิ่งลั่งก็เดินหน้าบูดตามเสี่ยวชวนมา

สือหยางเห็นเมิ่งลั่งก็ตาเป็นประกาย กระซิบกับหลี่เสวียนอวี้ "ศิษย์น้องหลี่ ไอ้หมอนั่นลมปราณปั่นป่วน เหมือนคนธาตุไฟเข้าแทรก ถึงระดับพลังจะต่ำเตี้ย แต่ก็น่าสงสัย"

หลี่เสวียนอวี้จ้องเมิ่งลั่งเขม็ง ราวกับจะมองให้ทะลุถึงตับไตไส้พุง

เมิ่งลั่งเห็นคนแต่งตัวดีมองมาก็รีบสำรวมกิริยา เดินมาเข้าแถวข้างกู้อัน

"เมื่อคืนก่อน มีคนลึกลับมาทะลวงด่านอยู่ใกล้ๆ นี้ สงสัยว่าจะเป็นสายลับพรรคมาร พวกเจ้าเห็นใครน่าสงสัยบ้างไหม?" เฉิงเสวียนตานถาม

สายลับพรรคมาร!

กู้อันแอบขำในใจ แต่หน้าตาก็แสร้งทำเป็นตื่นกลัว

เมิ่งลั่งตาโต "ปีศาจบุกอีกแล้วเหรอ?"

"อีกแล้ว? หมายความว่าไง?" สือหยางซักไซ้

เมิ่งลั่งปากสว่าง เล่าเรื่องปีศาจแห่งความโลภและราคะหมดเปลือก พอได้ยินว่าพัวพันถึงศิษย์ฝ่ายใน สือหยางก็หน้าถอดสี

แถวนี้มันเถื่อนขนาดนี้เลยเหรอ?

ชักไม่อยากยุ่งแล้วสิ

กู้อันสบโอกาสถาม "ผู้อาวุโส ท่านเคยปะทะกับสายลับคนนั้นไหม? พอจะบอกรูปพรรณสัณฐานได้หรือไม่?"

สือหยางลังเล ก่อนจะตอบ "คืนนั้นมืดมาก ข้าจำหน้าไม่ได้ แต่ข้าจำได้แม่นว่า... ขาเขาร้ายกาจมาก"

บทที่ 14 แผนลับรายวัน และโอสถมนุษย์

ขาเขาร้ายกาจมาก?

ประโยคนั้นทำเอาเสี่ยวชวน ลู่จิ่วเจี่ย และเย่หลานสะดุ้งโหยง

ทุกคนนึกถึงกู้อันพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แต่ไม่มีใครกล้ามองหน้าเขา ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ

เมิ่งลั่งถามแทรก "หมายความว่าไง? พวกท่านสู้เขาไม่ได้เหรอ?"

คำถามแทงใจดำทำเอาสือหยางหน้าแดงก่ำ

เขากัดฟันตอบ "ยอมรับว่าพวกเราฝีมือไม่ถึง ข้าอยู่ขั้นห้า ศิษย์น้องหลี่อยู่ขั้นสี่ แต่ยังแพ้ราบคาบ คนผู้นั้นระดับพลังประเมินค่าไม่ได้... ถ้าพวกเจ้ารู้อะไรก็รีบบอกมา อย่าหาเรื่องใส่ตัว"

พอได้ยินระดับพลังของทั้งคู่ เมิ่งลั่งและเด็กๆ ก็อ้าปากค้าง

เมิ่งลั่งหน้าซีดเผือด รีบถาม "เก่งขนาดนั้นทำไมพวกท่านถึงกล้ามาตามล่า? ทำไมไม่แจ้งสำนัก?"

"พวกเรามีแผนรับมือ" สือหยางตอบห้วนๆ เริ่มรำคาญไอ้เด็กปากมากคนนี้เต็มทน

กู้อันรีบเสริม "ถ้าเป็นมารร้ายจริง แล้วชนะพวกท่านได้ง่ายๆ ทำไมถึงปล่อยพวกท่านรอดมาได้ล่ะ? ดูแผลพวกท่านก็ไม่หนักหนาอะไร มารอะไรจะใจดีขนาดนั้น?"

สือหยางมองกู้อันอย่างพิจารณา "นั่นก็จริง... ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็นมาร แต่คนดีๆ ที่ไหนจะมาแอบฝึกวิชาในที่แบบนี้? เอาเป็นว่าถ้าไม่มีเบาะแส พวกเราก็ขอตัว"

หลี่เสวียนอวี้จ้องกู้อันเขม็ง กู้อันแกล้งทำตัวลีบ หลบสายตา

"ศิษย์ข้าคงไม่รู้อะไรจริงๆ เชิญพวกท่านเถิด" เฉิงเสวียนตานตัดบท

หลี่เสวียนอวี้คารวะแล้วเดินจากไป สือหยางรีบตามไปติดๆ ก่อนไปไม่วายหันมาถมึงทาใส่เมิ่งลั่ง

พอลับหลังคนนอก เสี่ยวชวนจะอ้าปากถาม กู้อันส่งสายตาปราม เย่หลานรีบจุ๊ปากห้าม

เฉิงเสวียนตานเดินกลับเข้าหอคอย

กู้อันพาเด็กๆ กลับลานบ้าน

"ศิษย์พี่ใหญ่... ขาของท่าน..." เสี่ยวชวนอดใจไม่ไหว

กู้อันหัวเราะร่า "เจ้าคิดว่าข้าจะเอาชนะจอมยุทธ์ระดับสร้างรากฐานสองคนได้เหรอ? ข้าเพิ่งอยู่ขั้นสาม แถมวิชาขาก็เพิ่งหัด ตลกน่า"

เมิ่งลั่งหัวเราะก๊าก "นั่นสิ! กู้อันเนี่ยนะจะเป็นจอมมารขาโหด? ฝันไปเถอะ!"

ลู่จิ่วเจี่ยพยักหน้าเห็นด้วย ภาพลักษณ์กู้อันคือคนดีศรีหุบเขา ไม่มีทางเป็นมารร้ายได้

มีแต่เย่หลานที่มองกู้อันด้วยสายตามุ่งมั่น "สักวันศิษย์พี่ใหญ่ต้องเก่งกว่าพวกนั้นแน่!"

...

บนท้องฟ้าเหนือขุนเขา สือหยางและหลี่เสวียนอวี้เหาะเคียงคู่กัน

"ข้าว่าไอ้เด็กปากเสียคนนั้นน่าสงสัย" สือหยางยังเคืองเมิ่งลั่งไม่หาย

"ข้ากลับคิดว่าเจ้าหนุ่มที่ชื่อกู้อันน่าสนใจกว่า" หลี่เสวียนอวี้เอ่ยเสียงเรียบ "เขาดูสุขุมเกินกว่าจะเป็นแค่ศิษย์รับใช้ แววตาเขาลึกซึ้งเหมือนบ่อน้ำไร้ก้น"

"คิดมากน่า ก็แค่คนงานเฝ้าสวน"

ทั้งคู่จากไปพร้อมความสงสัยที่ยังค้างคา

...

ฤดูร้อนมาเยือน ความร้อนระอุแผ่ปกคลุมหุบเขา

กู้อันในวัยยี่สิบเอ็ดปีกำลังนั่งเฝ้าหม้อยาในลานบ้าน พยายามฝึกวิชาปรุงยา

จู่ๆ เมิ่งลั่งก็วิ่งหน้าตั้งออกมาจากห้อง สะพายห่อผ้าใบใหญ่

"กู้อัน! ข้าจะไปสอบเข้าฝ่ายนอกแล้ว! รอข้าได้ดีแล้วจะกลับมาเลี้ยงดูเจ้านะเพื่อนยาก!"

ตะโกนจบก็วิ่งปรู๊ดออกไป

กู้อันงงเป็นไก่ตาแตก เมิ่งลั่งเพิ่งอยู่ขั้นเจ็ด จะไปสอบได้ยังไง?

มองไปที่หอคอย เห็นเฉิงเสวียนตานเดินลงมา เตรียมจะพาเมิ่งลั่งไปส่ง

กู้อันสังหรณ์ใจไม่ดี แต่ก็ห้ามไม่ทัน เมิ่งลั่งมันบ้าไปแล้ว

"ช่างหัวมัน ทางใครทางมัน"

กู้อันตัดใจ หันกลับมาสนใจหม้อยาต่อ

คืนนั้น เขาแอบย่องออกจากหุบเขา เริ่มแผนการลับ

"โครงการเติมทรูวันละปี"

เขาจะแอบออกมาเติมอายุขัยให้ระดับพลังวันละหนึ่งปี เพื่อไม่ให้เกิดปรากฏการณ์พายุหมุนเหมือนคราวก่อน

คืนแรกผ่านไปอย่างราบรื่น ผลกระทบน้อยมากจนแทบไม่มีใครรู้สึก

กู้อันยิ้มแก้มปริ แผนการสำเร็จ!

...

วันเวลาผ่านไป

ครึ่งเดือนแล้วที่เมิ่งลั่งกับอาจารย์หายไป กู้อันเริ่มมั่นใจว่าเมิ่งลั่งคงไม่ได้กลับมา

เขาคอยปลอบใจเด็กๆ ให้ตั้งใจฝึกวิชา

สองเดือนให้หลัง เฉิงเสวียนตานกลับมาคนเดียว

สภาพของอาจารย์ดูแก่ลงไปถนัดตา ผมขาวโพลนทั้งหัว เดินเหี่ยวแห้งกลับเข้าหอคอย บอกแค่ว่าขอพักผ่อน

กู้อันใช้เนตรหยั่งรู้ สแกนแล้วถึงกับผงะ

ระดับพลังอาจารย์ลดฮวบเหลือแค่ขั้นสอง! อายุขัยเหลืออีกแค่สองปี!

เกิดอะไรขึ้น?

กู้อันนึกว่าอาจารย์จะจับเมิ่งลั่งไปทำพิธีต่อชะตาซะอีก ไหงกลายเป็นฝ่ายโทรมกลับมาเอง?

เขาเก็บความสงสัยไว้

เย่หลานพยายามมองโลกในแง่ดี แต่ลู่จิ่วเจี่ยกับเสี่ยวชวนเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความระแวง

...

เฉิงเสวียนตานขังตัวเองอยู่ในห้อง อาการทรุดลงเรื่อยๆ

จนกระทั่งเข้าหน้าหนาว เขาถึงได้เรียกกู้อันไปพบ

"อาจารย์" กู้อันคารวะ

เฉิงเสวียนตานดูเหมือนศพเดินได้ ผิวหนังเหี่ยวย่นมีจุดกระขึ้นเต็มไปหมด

"ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปฝ่ายนอก" เฉิงเสวียนตานยิ้มอ่อนโยน

"ไปทำไมขอรับ?"

"เจ้าไม่อยากเป็นเจ้าหุบเขาหรือ?"

กู้อันใจเต้นแรง แต่แกล้งทำหน้าตื่น "อาจารย์ ท่านพูดอะไรอย่างนั้น! อย่าแช่งตัวเองสิครับ!"

เฉิงเสวียนตานมองลูกศิษย์คนโปรดด้วยสายตาเอ็นดู

"ไปเถอะ คุยกันระหว่างทาง"

กู้อันสั่งงานเสี่ยวชวน แล้วเดินตามอาจารย์ออกไป

พ้นเขตหุบเขา อาจารย์เดินนำเข้าป่า แทนที่จะเหาะไปเหมือนเมื่อก่อน

กู้อันเดินตามหลัง อยากจะช่วยพยุงแต่โดนปฏิเสธ

"เจ้าต้องวางแผนรับคนงานเพิ่มนะ... แล้วก็ต้องส่งส่วยให้สำนักทุกปี..." เฉิงเสวียนตานสั่งเสียไปตลอดทาง

กู้อันรับคำ แต่ในใจตื่นตัวเต็มที่

เมิ่งลั่งหายไปไหน?

เดินมาครึ่งชั่วยาม เพิ่งได้ไม่กี่ลี้ กู้อันเริ่มหงุดหงิด อยากจะแบกตาแก่ขึ้นหลังแล้ววิ่งให้จบๆ

ข้ามลำธารเล็กๆ เฉิงเสวียนตานก็ถามขึ้นลอยๆ

"ทำไมเจ้าไม่ถามถึงเมิ่งลั่ง?"

กู้อันแกล้งทำหน้างง "เขาไปสอบไม่ใช่เหรอครับ? หรือว่าสอบตก?"

"ข้าหลอกมัน... มันถูกข้าจับทำเป็น โอสถมนุษย์ (ยาคุ) ไปแล้ว"

เฉิงเสวียนตานพูดหน้าตาเฉย เท้ายังก้าวเดินต่อไป ไม่กลัวว่าลูกศิษย์ข้างหลังจะเอาไม้ฟาดกบาล

กู้อันหน้านิ่งสนิท แผ่ประสาทสัมผัสตรวจสอบรอบด้าน

ไม่มีใครอื่น

ทางสะดวก!

จบบทที่ 13-14

คัดลอกลิงก์แล้ว