เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

11-12

11-12

11-12


บทที่ 11 ยอดวิชาตระกูลจี

หลังจากพูดจาหว่านล้อมไล่เสี่ยวชวนและลู่จิ่วเจี่ยไปได้ กู้อันก็เดินกลับลานบ้านของตน ล้วงหนังสือ "จอมยุทธ์เสื้อเขียวท่องหล้า" ออกมาจากอกเสื้อ เตรียมจะเสพงานศิลปะ... เอ้ย ดูรูปประกอบให้หนำใจ

แต่ยังไม่ทันจะถึงหน้าประตู เย่หลานก็เดินหน้ามุ่ยเข้ามาขวางทาง

"ศิษย์พี่ใหญ่! ข้าก็จะเรียนบาทาวายุสลายเหมือนกัน!" นางทำแก้มป่องอย่างแง่งอน

กู้อันหุบหนังสือฉับ เนียนเหมือนไม่ได้จะอ่าน ยิ้มถาม "ทำไมรึ? ศิษย์พี่เมิ่งไม่ยอมสอนเจ้าหรือไง?"

เย่หลานยิ่งโมโห "ใช่สิ!เขาสอนแบบขอไปที พอข้าบ่นเข้าหน่อย เขาก็ตะคอกใส่ บอกว่าจะเตรียมตัวสอบเข้าฝ่ายนอก ไม่มีเวลามาเสวนาด้วย แล้วไล่ตะเพิดข้าออกมา"เสียง

เห็นนางทำแก้มป่องเหมือนปลาทอง กู้อันอยากจะขำก๊ากแต่ต้องเก๊กขรึมไว้

"ในเมื่อศิษย์พี่เมิ่งยุ่ง ก็อย่าไปกวนเขาเลย เอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เที่ยง ข้าจะสอนเจ้าเอง ตกลงไหม?" กู้อันใช้น้ำอบอุ่นดุจพี่ชายแสนดี

เย่หลานเลิกคิ้วสงสัย "ทำไมต้องพรุ่งนี้ล่ะ?"

"ศิษย์พี่เหนื่อยแล้ว เห็นใจกันหน่อย เมื่อกี้ก็โดนเจ้าลิงทะโมนสองตัวนั่นกวนอยู่นาน ไปถามพวกนั้นดูก็ได้" กู้อันชี้มือไปทางเสี่ยวชวนและลู่จิ่วเจี่ยที่อยู่ไกลๆ

พูดจบเขาก็เดินเลี่ยงเย่หลานเข้าห้องไป

เย่หลานมองตามหนังสือในมือเขาด้วยความสงสัย "ไอ้จอมยุทธ์เสื้อเขียวนั่นมันสนุกขนาดนั้นเลยเหรอ?"

กู้อันเข้าห้อง ลงกลอนประตู ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียง แล้วกางหนังสือออกอ่านด้วยความเปรมปรีดิ์

เหตุผลที่เขาติดหนึบกับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นนิยายรายปักษ์ ออกเล่มใหม่ทุกครึ่งปี

การได้ตามอ่านนิยายรายตอนในโลกเซียนแบบนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ในชาติก่อนไม่มีผิด

เขาจมดิ่งสู่เนื้อหาในหนังสืออย่างรวดเร็ว

เขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนเขียนต้องเป็นผู้บำเพ็ญเพียรในสำนักไท่เสวียนนี่แหละ แต่น่าเสียดายที่ในเรื่องไม่ค่อยมีฉากบู๊ มีแต่ฉากพาเที่ยวชมวิวทิวทัศน์... และฉากจู๋จี๋กับสาวงาม

ผ่านไปครึ่งชั่วยาม

หูทิพย์ของกู้อันได้ยินเสียงแปลกๆ มาจากห้องข้างๆ เหมือนเมิ่งลั่งกำลังดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น ลมหายใจติดขัดปั่นป่วน

หืม?

ธาตุไฟเข้าแทรกหรือไง?

กู้อันลังเลว่าจะเข้าไปดูดีไหม แต่สักพักเสียงก็เงียบไป แถมสัมผัสได้ว่ากระแสปราณรอบๆ ไหลเข้าไปรวมตัวที่ห้องนั้น แสดงว่าหมอนั่นเริ่มเดินลมปราณต่อได้แล้ว

ร้ายกาจ

หลี่หยาผงาดไปแล้วคนหนึ่ง หรือว่าเมิ่งลั่งเองก็ไปเจอคัมภีร์ลับในตำนานมาเหมือนกัน?

ให้ตายสิ ถ้าเป็นจริง เท่ากับว่าศิษย์ร่วมรุ่นสามคนจากหุบเขาเดียวกัน ต่างคนต่างมีของดีติดตัว นี่มันพล็อตนิยายระดับตำนานชัดๆ

แต่พอลองคิดดูอีกที... คงคิดมากไปเอง

อย่างเมิ่งลั่งเนี่ยนะ? แค่แก่ตายได้ก็ถือว่าบุญโขแล้ว

นิสัยใจร้อนปากเปราะแบบนั้น ขืนออกไปนอกหุบเขา คงโดนตบตายในสามวันเจ็ดวัน ไม่มีความสุขุมรอบคอบสมกับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรเอาเสียเลย

เลิกคิดเรื่องชาวบ้าน แล้วกลับมาเสพนิยายต่อดีกว่า

กู้อันใช้เวลานอนหลับมาเดินลมปราณวันละหกชั่วยาม การเดินลมปราณช่วยฟื้นฟูร่างกายและผ่อนคลายได้ดียิ่งกว่าการนอนหลับเสียอีก

เวลาที่เหลือ นอกจากอ่านนิยาย เขายังอ่านตำราสมุนไพร "สารานุกรมร้อยพฤกษา" ที่เฉิงเสวียนตานถ่ายทอดให้ ตำรานี้รวบรวมข้อมูลสมุนไพรทั่วหล้า พร้อมหมายเหตุจากประสบการณ์ตรงของอาจารย์

เฉิงเสวียนตานอาจจะไม่เก่งเรื่องต่อสู้ แต่เรื่องความรู้สมุนไพรต้องยกนิ้วให้ ประสบการณ์ร้อยปีไม่ใช่เรื่องล้อเล่น

คนพรสวรรค์ต่ำก็มีข้อดีตรงนี้แหละ มีเวลาว่างมานั่งเติมความรู้ใส่สมอง

...

เหมันต์เวียนมาบรรจบ หิมะโปรยปรายปกคลุมหุบเขาจนขาวโพลน กู้อันยืนสั่งการให้เหล่าศิษย์น้องกวาดหิมะ

ส่วนเมิ่งลั่ง ช่วงนี้ดูเหมือนจะเข้าสู่สายมาร หมกตัวฝึกวิชาอยู่ในห้องไม่ออกมาดูเดือนดูตะวัน กู้อันขี้เกียจไปตาม อาจารย์เองก็บอกว่าปล่อยมันไป

รอบแปลงสมุนไพรมียันต์อัคคีคอยให้ความอบอุ่น แต่ยันต์พวกนี้มีอายุการใช้งาน ถ้าหมดฤทธิ์เมื่อไหร่ หิมะจะถล่มทับแปลงสมุนไพรจนเสียหายได้ในชั่วพริบตา

มองดูเสี่ยวชวน ลู่จิ่วเจี่ย และเย่หลานทำงานงกๆ เงิ่นๆ กู้อันก็เริ่มวางแผนในใจ

ผลผลิตแค่นี้มันไม่พอ มันต้องขยายอาณาจักร!

หมดหนาวเมื่อไหร่ พ่อจะเกณฑ์แรงงานไปถางป่าบนเขาให้เหี้ยน!

วูบ—

เสียงฝ่าอากาศดังมาแต่ไกล กู้อันหันขวับ เห็นชายหนุ่มชุดผ้าหยาบเหยียบกระบี่บินฝ่าพายุหิมะเข้ามา ท่วงท่าดุจเซียนกระบี่ผู้หลุดพ้นทางโลก

ตู้เย่!

กู้อันกดใช้เนตรหยั่งรู้ทันที ระดับกลั่นลมปราณขั้นหก!

พัฒนาเร็วใช้ได้นี่หว่า!

การมาของตู้เย่เรียกสายตาของพวกเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี

ตู้เย่ร่อนลงจอดใกล้ๆ กู้อัน กระโดดลงพื้นแล้วตวัดมือเก็บกระบี่เข้าฝักที่เอวอย่างเท่ แสงกระบี่วาบวับตัดกับหิมะขาว ดูสง่างามไร้ที่ติ

เด็กทั้งสามมองตาค้าง พวกเขามาที่นี่เพราะอยากเป็นเซียน ไม่ใช่มาเป็นคนสวน พอเห็นของจริงแบบนี้ก็น้ำลายหก

ตู้เย่มองกู้อันตั้งแต่หัวจรดเท้า ตบไหล่ดังป้าบ "ไม่เลว โตเป็นหนุ่มเต็มตัวแล้วนี่ ไม่ใช่เด็กน้อยที่วิ่งตามก้นข้าในตอนนั้นแล้ว"

กู้อันยิ้มต้อนรับตามมารยาท แต่ในใจก่นด่า

ไอ้ขี้เก็ก! เป็นบ่าวเหมือนกันจะมาวางมาดทำซากอะไร?

คุยสัพเพเหระพอเป็นพิธี ตู้เย่ก็กระซิบถามเรื่องสำคัญ "สมุนไพรที่สั่งไว้ล่ะ?"

"ตามข้าไปเอาสิ" กู้อันพยักหน้า

เขาเตรียมสมุนไพรส่วนแบ่งของศิษย์พี่ใหญ่ไว้ให้หมดแล้ว กะจะเทหมดหน้าตักให้ตู้เย่

ถึงจะดูดอายุขัยได้ แต่ของจริงมันต้องใช้เวลาปลูก

ก่อนจะเทพซ่าจนไร้ผู้ต่อกร เขาต้องเกาะขาทองคำของตระกูลจีไว้ก่อน เผื่อวันหน้ามีเรื่องจะได้มีคนช่วยเคลียร์

ตระกูลฉู่แม้จะใหญ่ในสำนัก แต่ตระกูลจีคือระดับประเทศ อิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วทุกวงการ

ระหว่างทางเดินไปห้องพัก ตู้เย่ก็เริ่มเม้าท์มอยเรื่องศิษย์ฝ่ายนอก

"รู้ไหม หลี่หยาที่เคยอยู่ที่นี่ ตอนนี้ดังระเบิดเถิดเทิง เขาเป็นเชื้อพระวงศ์ ตอนนี้กำลังงัดข้อกับพี่ชายตัวเอง ถึงขั้นนัดประลองเป็นตายกันเลยทีเดียว"

"ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่ปีมานี้เขายังเป็นขยะอยู่เลย ไม่รู้ไปเจอของดีอะไรมา ตอนนี้พุ่งไปถึงระดับสร้างรากฐานขั้นสองแล้ว"

กู้อันฟังแล้วหูผึ่ง

นี่มันพล็อตพระเอกสายล้างแค้นชัดๆ!

เขาแกล้งถาม "ต้องถึงระดับสร้างรากฐานเลยเหรอถึงจะเป็นศิษย์ฝ่ายนอกได้?"

ตู้เย่พยักหน้า "แน่นอนสิ อย่างข้าเนี่ย พลังไม่ถึง แม้จะตัวอยู่ที่ฝ่ายนอก แต่สถานะก็ยังเป็นแค่ศิษย์รับใช้ เพียงแต่ได้อยู่ในเมืองเลยรู้ข่าวสารเยอะหน่อย"

"สร้างรากฐานได้เป็นศิษย์ฝ่ายนอก แก่นทองคำ ถึงจะได้เป็นศิษย์สายใน เหนือขึ้นไปก็มีศิษย์สืบทอด ศิษย์แท้จริง... กฎพวกนี้มีไว้สำหรับคนทั่วไป แต่ถ้าอัจฉริยะจริงก็แหกกฎได้"

"อย่างคุณหนูสาม เข้าปุ๊บก็ได้เป็นศิษย์สืบทอดเลย ตอนนี้นางเล็งตำแหน่งศิษย์แท้จริงอยู่ การจะเป็นศิษย์แท้จริงต้องมีบารมี พวกข้าเลยต้องช่วยกันปูทางให้นาง"

พอพูดถึงจีเซียวอวี้ ตู้เย่ก็พล่ามน้ำไหลไฟดับ

กู้อันฟังอย่างตั้งใจเป็นครั้งแรก ข้อมูลพวกนี้มีประโยชน์

เข้ามาในห้อง กู้อันหยิบห่อผ้าที่เตรียมไว้ออกมา

ตู้เย่รับไปชั่งน้ำหนัก ขมวดคิ้ว "ทำไมมีแค่นี้?"

กู้อันยิ้มใจเย็น "หนทางยังอีกยาวไกล การบำเพ็ญเพียรไม่ใช่เรื่องวันสองวัน แทนที่ข้าจะโลภมากแอบยักยอกจนโดนไล่ออก สู้ข้าอยู่อย่างเจียมตัว ส่งของให้เจ้าสม่ำเสมอไม่ดีกว่ารึ? ข้าไม่เก็บไว้เองสักต้น ยกให้เจ้าหมดเลย"

ตู้เย่สีหน้าดีขึ้นทันตา "จริงรึ?"

"จริงแท้แน่นอน ข้ามันพวกหัวทึบ จะเอาสมุนไพรวิเศษไปทำไม? ขอแค่ได้แก่ตายอย่างสงบก็พอใจแล้ว" กู้อันยืนยันเสียงหนักแน่น

ตู้เย่อ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจ ล้วงมือเข้าไปในถุงสมบัติ หยิบคัมภีร์เล่มหนึ่งออกมาส่งให้

กู้อันรับมาดู หน้าปกเขียนว่า 'บาทาแปดทิศ'

โอ้โห... พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง?

ตู้เย่อธิบาย "นี่เป็นวิชาประจำตระกูลจี ถึงจะเป็นแค่พื้นฐานของวิชา 'ย่างก้าวเลิศภพ' แต่ถ้าเจ้าฝึกจนชำนาญ เวลาเจอเรื่องร้ายๆ อาจจะช่วยให้วิ่งหนีทัน วิชานี้ไม่เกี่ยงพรสวรรค์ ขอแค่ขยันฝึกก็ทำได้"

กู้อันมองตู้เย่ใหม่ หมอนี่ก็มีมุมดีๆ เหมือนกันนี่นา

ส่งตู้เย่ถึงหน้าประตู ตู้เย่หันกลับมาพูดทิ้งท้าย "เราโตมาด้วยกัน ต่อให้ทางเดินจะต่างกัน แต่ความเป็นพี่น้องยังอยู่ ถ้าลำบากก็มาหาข้าได้"

พูดจบก็ตบฝักกระบี่ กระโดดขึ้นเหยียบ แล้วเหาะจากไปอย่างเท่

ท่าสวยกินขาด!

กู้อันก้มมองคัมภีร์ในมือ มุมปากยกยิ้ม

เขาเริ่มเปิดอ่านและลองก้าวเท้าตามเคล็ดวิชาทันที

วิชาตระกูลจีงั้นรึ?

ถ้าใช้อายุขัยอัปเกรด มันจะกลายพันธุ์ไปเป็นยอดวิชาอะไรนะ?

พวกลูกสมุนกวาดหิมะเสร็จก็วิ่งมามุงดูกู้อันฝึกวิชา

"ศิษย์พี่ใหญ่ นั่นวิชาอะไรน่ะ?" เย่หลานถามตาแป๋ว

กู้อันก้าวเท้าสลับไปมา ตอบยิ้มๆ "อยากเรียนไหมล่ะ?"

"อยาก!"

สามเสียงประสานกัน

"รอข้าฝึกจนเป็นก่อน แล้วจะสอนให้"

ปัง!

ประตูห้องข้างๆ ถูกกระแทกเปิดออก เมิ่งลั่งเดินโซซัดโซเซออกมา ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผากดูน่าสยดสยองราวกับปีศาจ

เด็กทั้งสามกรีดร้องด้วยความตกใจ

เมิ่งลั่งคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่เย่หลานที่อยู่ใกล้สุดราวกับสัตว์ป่าบ้าคลั่ง กลิ่นอายรุนแรงน่าสะพรึงกลัว

เย่หลานยืนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก

เพียงชั่วพริบตา เมิ่งลั่งก็ประชิดตัวนาง

กู้อันคว้าไหล่เย่หลานกระชากไปด้านหลัง พร้อมกับยกเท้าขวายันโครมเข้าที่กลางอกเมิ่งลั่ง

ตูม!

พลังปราณระเบิดออก เมิ่งลั่งไถลครูดไปกับพื้น แต่เท้าของกู้อันยังยันติดอกเขาแน่นเหมือนรากไม้ที่หยั่งลึก

กู้อันค่อยๆ เหยียดขาออก แรงกดมหาศาลดันให้เมิ่งลั่งต้องถอยกรูด

เด็กทั้งสามตาถลนแทบหลุดจากเบ้า ภาพศิษย์พี่ใหญ่ยืนขาเดียวสะกดมาร ประทับใจจนลืมหายใจ

ศิษย์พี่ใหญ่เทพขนาดนี้เลยเหรอ!?

ปกติเห็นแค่ซ้อมมือขำๆ ไม่นึกว่าเอาจริงจะโหดขนาดนี้!

เมิ่งลั่งบ้าคลั่งไม่เลิก สองมือคว้าข้อเท้ากู้อัน พยายามจะหักให้หัก

กู้อันดีดตัวลอยขึ้นกลางอากาศ แล้วทิ้งน้ำหนักกระทืบลงไปตรงๆ

โครม!

เมิ่งลั่งทรุดฮวบ เข่ากระแทกพื้นจมลงไปในดิน ตัวสั่นเทิ้ม สู้แรงกดดันมหาศาลจากฝ่าเท้ากู้อันไม่ได้เลย

สภาพดูไม่จืด!

บทที่ 12 สร้างรากฐานท่ามกลางพายุทมิฬ

มองดูเมิ่งลั่งที่ถูกสยบอยู่แทบเท้า กู้อันกล่าวเสียงเรียบ "ยังไม่ตื่นอีก?"

เขาส่งพลังปราณบริสุทธิ์ผ่านฝ่าเท้าเข้าไปในร่างเมิ่งลั่ง ทะลวงจุดชีพจร สยบความบ้าคลั่งของลมปราณที่ตีกันยุ่งเหยิง

ลมหายใจของเมิ่งลั่งค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ เส้นเลือดในตาจางหายไป ใบหน้าบิดเบี้ยวเริ่มคลายลง

เมื่อเห็นว่าได้สติแล้ว กู้อันจึงชักเท้ากลับ แล้วยื่นมือไปฉุดเขาขึ้นมา

เมิ่งลั่งสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองกู้อัน หอบหายใจแฮกๆ

"กู้อัน... ข้า... เมื่อกี้ข้าเป็นอะไรไป?" เมิ่งลั่งถามเสียงแหบแห้ง เจ็บร้าวไปทั้งตัว

"เจ้าธาตุไฟเข้าแทรก เกือบไปแล้วไหมล่ะ"

เมิ่งลั่งตาโต "ข้าไม่ได้ทำร้ายใครใช่ไหม?"

สีหน้าของเสี่ยวชวนและลู่จิ่วเจี่ยบ่งบอกทุกอย่าง

เย่หลานกำลังจะอ้าปากฟ้อง แต่กู้อันชิงพูดตัดหน้า "ยังหรอก เจ้าหยุดตัวเองได้ทันเวลาพอดี"

เมิ่งลั่งถอนหายใจโล่งอก ฝืนยิ้ม "นั่นสินะ... ข้าเป็นถึงพี่ใหญ่ จะทำร้ายพวกเจ้าได้ไง..."

เย่หลานมองกู้อันด้วยสายตาเทิดทูนบูชา

ศิษย์พี่ใหญ่ นอกจากจะเก่งเทพแล้ว ยังจิตใจดีมีเมตตา ปกป้องชื่อเสียงคนอื่นอีก!

อีกสองหนุ่มก็คิดเหมือนกัน พร้อมกับมองเหยียดเมิ่งลั่งในใจ

ถุย! หยุดตัวเองบ้าอะไร ถ้าศิษย์พี่ใหญ่ไม่ช่วย ป่านนี้เย่หลานเละเป็นโจ๊กไปแล้ว!

กู้อันไล่เด็กๆ แยกย้าย แล้วหิ้วปีกเมิ่งลั่งกลับเข้าห้อง

"เจ้าฝึกวิชาบ้าบออะไร ทำไมมันอันตรายขนาดนี้?" กู้อันถามด้วยความเป็นห่วง ถึงปากจะเสียแต่เขาก็ไม่อยากเห็นเพื่อนตาย

เมิ่งลั่งหัวเราะแห้งๆ "วิชาเทพน่ะสิ... เสียดายที่ข้าหัวช้า เลยคุมพลังไม่อยู่ แต่ทำไงได้ ข้าต้องเข้าฝ่ายนอกให้ได้..."

"ทำไมต้องดิ้นรนขนาดนั้น เมื่อก่อนไม่เห็นเจ้าจะสน?"

หน้าของเมิ่งลั่งหมองลงทันที ปิดปากเงียบกริบ

เห็นเพื่อนไม่อยากพูด กู้อันก็ไม่เซ้าซี้ จัดท่าให้นอนพักแล้วเดินออกมาอย่าง

เรื่องของใครของมัน แต่ละคนมีวิถีของตัวเอง จะรอดหรือจะตายก็สุดแท้แต่เวรกรรม

กลับมาที่ลานบ้าน กู้อันฝึกบาทาแปดทิศต่ออย่างสบายใจเฉิบ

...

ฤดูใบไม้ผลิเวียนมาเยือน หิมะละลายกลายเป็นหยดน้ำ

เช้าตรู่ กู้อันพาขบวนการลูกสมุนขึ้นเขา

"การตัดไม้ขุดตอ ก็เป็นการบำเพ็ญเพียรหนึ่ง จงใช้พลังปราณของพวกเจ้าทำงาน พอพลังหมดเกลี้ยงแล้วค่อยนั่งสมาธิฟื้นฟู จะช่วยให้ขยายขอบเขตพลังได้ดียิ่งขึ้น"

กู้อันในชุดสีเขียวอ่อนยืนไพล่หลังอยู่ท่ามกลางแมกไม้ รอยยิ้มละไมดูอบอุ่นดุจแสงตะวัน

ภาพลักษณ์จอมยุทธผู้ลึกล้ำที่เขาสร้างขึ้นตอนสยบเมิ่งลั่ง ทำให้ตอนนี้คำพูดของเขาศักดิ์สิทธิ์ดั่งประกาศิตสวรรค์

แม้แต่เขายังรู้สึกว่าเสี่ยวชวนกับลู่จิ่วเจี่ยดูจะเคารพเขาเกินเหตุ ส่วนเย่หลาน... ยัยนี่เริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

กู้อันต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม จับนางไปฝึกหนักจนไม่มีแรงมาคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ

ผู้บำเพ็ญเพียรต้องตัดละทางโลก!

โดยเฉพาะโลกที่มีสาวงามอันตรายเพ่นพ่านแบบนี้

"ศิษย์พี่ใหญ่! ใช้มือหรือใช้ขาดีขอรับ?" เสี่ยวชวนหันมาตะโกนถาม

กู้อันยิ้ม "แล้วแต่ถนัดเลย การฝึกฝนอยู่ที่ใจ ขอแค่จับเคล็ดได้ ท่าทางไม่สำคัญ"

แหม... การพูดจาปรัชญานามธรรมแบบนี้มันสนุกพิลึก มิน่าจางชุนชิวถึงชอบทำ

"ศิษย์พี่เสี่ยวชวน มาแข่งกันใครถอนได้เร็วกว่า!" ลู่จิ่วเจี่ยเครื่องร้อน

สองหนุ่มเริ่มมหกรรมทำลายล้างป่าไม้ ส่วนเย่หลานจะขอแจมด้วยแต่โดนเมิน

กู้อันยืนคุมงานพลางวางแผนผังแปลงเกษตรในหัว

ปลูกอะไรดีนะที่ดูดอายุขัยได้เยอะๆ?

ใช้เวลาครึ่งค่อนวันกว่าจะเคลียร์พื้นที่เสร็จ กู้อันเอาเมล็ด 'หญ้าสะบั้นวิญญาณ' ระดับสามออกมาให้ปลูก

ขากลับ เดินลงเขาพร้อมชมพระอาทิตย์ตกดิน เงาทอดยาวบนพื้นหญ้า

กู้อันถามถึงความฝันของแต่ละคน ทุกคนอยากเข้าฝ่ายนอก แต่เหตุผลต่างกัน

เสี่ยวชวนอยากเท่ ลู่จิ่วเจี่ยอยากให้ที่บ้านภูมิใจ เย่หลาน... ดูมีปมบางอย่าง

กู้อันฟังเพลินๆ ชีวิตคนเรามันต้องมีสตอรี่สิ ถึงจะน่าสนใจ

...

หนึ่งเดือนผ่านไป หญ้าสะบั้นวิญญาณเริ่มงอกงาม

คืนเดือนมืด ดาวระยิบระยับ

กู้อันนั่งขัดสมาธิบนเตียง จ้องหน้าต่างสถานะด้วยความลังเล

[ชื่อ: กู้อัน]

[อายุขัย: 20/3163]

[รากวิญญาณ: รากวิญญาณธาตุไม้ชั้นเลิศ, สี่ธาตุระดับพอใช้ (อัปเกรดได้)]

[ระดับพลัง: กลั่นลมปราณขั้น 9 (อัปเกรดได้)]

[วิชา: เคล็ดคุมไฟ (ไม่สำเร็จ), วิชาเทพพฤกษาบริสุทธิ์ (เตาหลอมพิสุทธิ์), วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์ (เตาหลอมพิสุทธิ์) (อัปเกรดได้)]

[วิชาเฉพาะ: บาทาวายุคลั่งไร้เงา (เชี่ยวชาญ), เจ็ดกระบี่สกุลหลี่ (ไม่สำเร็จ), บาทาแปดทิศ (ไม่สำเร็จ) (อัปเกรดได้)]

จะกดอัปเกรดระดับพลังดีไหม?

อาจารย์ปรุงยาจูจี (ยาช่วยสร้างรากฐาน) ได้ ถ้าไปขอก็น่าจะได้อยู่

แต่ท่าทีแปลกๆ ของเมิ่งลั่งทำให้กู้อันระแวงอาจารย์ขึ้นมา

เมิ่งลั่งไม่ได้ไปไหน แต่จู่ๆ ก็มีวิชามารฝึก ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ให้มา แล้วจะเอามาจากไหน?

เขาไม่อยากเสี่ยง

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน!

เส้นทางเซียนพลาดก้าวเดียวคือลงนรก!

กู้อันตัดสินใจ กดใส่อายุขัยหนึ่งปีลงในระดับพลัง

[คำเตือน: ระดับพลังคือรูปธรรม การวิวัฒนาการคือการเปลี่ยนนามธรรมเป็นรูปธรรม ต้องใช้อายุขัยมากกว่าการฝึกปกติ]

[ท่านฝึกฝน 1 ปี ไร้ยาช่วย ไร้วาสนา การทะลวงด่านล้มเหลว]

ข้อความขึ้นเตือน กู้อันหน้าตาย กดต่อ

ล้มเหลว... ล้มเหลว... ล้มเหลว...

เก้ารอบติด!

บัดซบ!

ของขึ้นแล้วนะเว้ย!

จัดไปร้อยปี!

กู้อันกดตูมเดียวร้อยปีด้วยความโมโห

[ท่านฝึกฝน 10 ปี ใช้ความเข้าใจในวิชาเทพพฤกษาเข้าข่ม ฝืนทะลวงด่าน... ล้มเหลว]

[ท่านฝึกฝน 20 ปี ใช้ความเข้าใจในวิชาเทพพฤกษาเข้าข่ม ฝืนทะลวงด่าน... สำเร็จ!]

[ท่านฝึกฝน 30 ปี ระดับพลังทะลวงสู่ สร้างรากฐานขั้น 2]

[ท่านฝึกฝน 50 ปี ระดับพลังทะลวงสู่ สร้างรากฐานขั้น 3]

[ท่านฝึกฝน 70 ปี ระดับพลังทะลวงสู่ สร้างรากฐานขั้น 4]

[ท่านฝึกฝน 100 ปี ระดับพลังทะลวงสู่ สร้างรากฐานขั้น 5]

ข้อความเด้งรัวๆ กู้อันยังไม่ทันจะดีใจ ร่างกายก็ร้อนจี๋เหมือนเตาเผา วิชามังกรสวรรค์ทำงานอัตโนมัติ

ฉิบหายแล้ว!

เขาดีดตัวออกจากหน้าต่าง พุ่งตัวเข้าใส่ความมืดของป่าเขาด้วยความเร็วเหนือเสียง ไต่หน้าผาราวกับลิงลม

พลังฟ้าดินเริ่มก่อตัวเป็นพายุหมุนเหนือหัว

เขากระโดดแผล็วๆ ไปตามยอดไม้ หายวับไปในป่าลึก

พลังปราณรอบด้านไหลทะลักเข้าสู่ร่างจนเกิดเป็นวังวนพายุหมุนรอบตัว

ดูดแรงขนาดนี้ ถ้าอยู่หุบเขาโอสถป่านนี้ความแตกไปแล้ว!

ถ้าอาจารย์กับเมิ่งลั่งไม่ออกมาดู อย่างน้อยไอ้สองหนุ่มเลือดร้อนต้องออกมามุงแน่

กู้อันสับตีนแตก วิ่งหนีพายุพลังงานของตัวเองไปเรื่อยๆ

เขาใช้ท่าเท้าบาทาวายุคลั่งไร้เงา วิ่งข้ามเขาไปหลายลูก

ในที่สุดก็มาหยุดที่ป่าทึบห่างจากหุบเขาเป็นสิบลี้ นั่งลงเดินลมปราณใต้ต้นไม้ใหญ่

พระเจ้าช่วยกล้วยทอด... ร้อยปีพามาถึงสร้างรากฐานขั้นห้า!

อายุขัยที่ดูดมานี่มันของดีจริงๆ บวกกับวิชาเทพที่ฝึกไว้ พื้นฐานแน่นปึ้ก

แต่ถ้ากดพันปี... จะไม่ทะลุไปถึงระดับแก่นทองคำเลยเรอะ? หรือจะไปแตะขอบวิญญาณแรกกำเนิด?

กู้อันเริ่มเพ้อ

แต่ความเป็นจริงกระแทกหน้า พลังปราณดูดกลืนรุนแรงจนป่ารอบข้างสั่นสะเทือน ใบไม้ร่วงกราว พายุหมุนทมิฬก่อตัวขึ้นจนดูเหมือนวันสิ้นโลก

"เล่นใหญ่ไปแล้ว..."

กู้อันเหงื่อตก นี่คือข้อเสียของการกดสูตรโกง มันรวบยอดการฝึกร้อยปีมาไว้ในพริบตาเดียว ผลกระทบเลยรุนแรงมหาศาล

ขืนมีคนผ่านมาเห็น คงนึกว่าปีศาจกำเนิด หรือไม่ก็มียอดคนมาจุติ

อันตราย!

คราวหน้าต้องระวังกว่านี้!

กู้อันสาบานกับตัวเอง ต่อไปจะกดทีละปีพอ ค่อยๆ ซึมซับไปเงียบๆ

เวลานั้น พายุหมุนรอบตัวเขาก็ระเบิดออก เสื้อผ้าสะบัดพับๆ พลังในกายเดือดพล่าน

สร้างรากฐานสำเร็จ!

จุดตันเถียนขยายตัว ผลัดเปลี่ยนกระดูกเส้นเอ็น

ยัง... ยังไม่จบ!

ระดับพลังยังพุ่งไม่หยุด ฝุ่นตลบอบอวล เศษหญ้าปลิวว่อนหมุนวนรอบตัวเขาดั่งมังกรดิน

สร้างรากฐานขั้นสอง!

ขั้นสาม!

ขั้นสี่!

จบบทที่ 11-12

คัดลอกลิงก์แล้ว