เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

7-8

7-8

7-8


บทที่ 7 อายุขัยสามพันปีกับวิกฤตระลอกใหม่

เมื่อกู้อันมองเห็นฉู่จิงเฟิง อีกฝ่ายก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน

ขณะที่กู้อันกำลังจะเร่งฝีเท้าเข้าไปทักทาย ฉู่จิงเฟิงก็กระโจนขึ้นสู่ท้องฟ้า สูงขึ้นไปหลายวา ร่างของเขาโฉบผ่านเนินเขาและร่อนลงตรงหน้ากู้อันราวกับพญาอินทรีล่าเหยื่อ

"เจ้าคือกู้อันสินะ ข้ามีเรื่องจะถามเจ้า" ฉู่จิงเฟิงกล่าวเสียงขรึม

กู้อันแสร้งทำท่าทางตื่นตระหนก รีบประสานมือคารวะ "ข้าน้อยเองขอรับ ผู้อาวุโสมีสิ่งใดจะซักถาม ข้าน้อยยินดีตอบตามความจริงทุกประการ"

เห็นท่าทีซื่อบื้อหัวอ่อนของกู้อัน สีหน้าเคร่งเครียดของฉู่จิงเฟิงก็ผ่อนคลายลง เขาเอ่ยถามเสียงเบา "เจ้าเคยเจอปีศาจแห่งความโลภและราคะ มันเคยบีบคอเจ้าด้วย เจ้าพอจะจำหน้าตามันได้หรือไม่?"

กู้อันส่ายหน้าดิก "คืนนั้นในห้องมืดสนิท ข้าน้อยไม่ได้จุดตะเกียง พอมันโผล่มา ข้าน้อยก็ตกใจจนสลบเหมือดไปเลยขอรับ..."

พูดถึงตรงนี้ เขาก็แอบโคจรลมปราณภายใน บีบให้เลือดฉีดขึ้นหน้าจนใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย

ฉู่จิงเฟิงเห็นความประหม่าของอีกฝ่าย ความหงุดหงิดในใจก็มลายหายไป

เขานึกสมเพชตัวเอง นี่ข้ากำลังทำบ้าอะไรอยู่ มาคาดคั้นเอากับศิษย์รับใช้ตัวเล็กๆ เนี่ยนะ...

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้น "หากเจ้านึกอะไรออก หรือเจอเรื่องอะไรแปลกๆ ติดต่อข้าได้ทันที"

พูดจบ เขาก็หยิบหินวิญญาณขนาดเท่าไข่ไก่ออกมา "นี่คือหินสื่อสาร เพียงถ่ายเทพลังปราณลงไปเจ้าก็สามารถคุยกับข้าได้"

เขาโยนหินวิญญาณให้กู้อัน ก่อนจะกระโดดขึ้นฟ้า กระบี่ยาวเล่มหนึ่งพุ่งออกมาจากเอวรองรับเท้าของเขา แล้วพาเขาทะยานหายไปในป่า ทิ้งไว้เพียงใบไม้ที่ร่วงหล่นตามแรงลม

ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ กู้อันรู้สึกว่าหลังจากเสียแขนไป ฉู่จิงเฟิงดูเก่งกาจขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

กู้อันเลิกคิดฟุ้งซ่าน กำหินสื่อสารเดินกลับหุบเขาโอสถ

ในใจครุ่นคิดด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ... เมื่อไหร่ข้าจะมีถุงสมบัติเป็นของตัวเองบ้างนะ?

เด็กหนุ่มเดินทอดน่องไปตามเนินเขา แสงแดดรำไรส่องผ่านแมกไม้ลงมากระทบตัวเขา ราวกับสวมอาภรณ์แห่งแสงสว่าง

...

วันเวลาผันผ่าน รวดเร็วปานกะพริบตา สองปีผ่านไป

กู้อันในวัยสิบเก้าปีเดินอยู่ในป่า รูปร่างของเขาสูงใหญ่ขึ้นกว่าสองปีก่อน ร่างกายกำยำแข็งแรง แม้จะสวมชุดผ้าเนื้อหยาบเก่าๆ แต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้นที่สว่างสดใส เส้นผมยาวถูกรวบง่ายๆ ด้วยเชือกฟาง ปล่อยปอยผมสองข้างตกลงมาเคลียหน้าผาก เสริมบุคลิกให้ดูอิสระเสรี

ด้านหลังเขามีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินตามต้อยๆ หน้าตาธรรมดาสามัญ ตัวเตี้ยกว่ากู้อันหนึ่งช่วงหัว แบกตะกร้าไม้ไผ่เดินไปปาดเหงื่อเม็ดโป้งไป

"ศิษย์พี่ อีกไกลไหมเนี่ย" เสี่ยวชวน ตะโกนถามเสียงอ่อย

เขาเป็นน้องเล็กสุดในหุบเขาโอสถ ปกติชอบเดินตามต้อยๆ อยู่หลังกู้อัน พอรู้ว่ากู้อันรับจ้างดูแลถ้ำให้ศิษย์ฝ่ายนอก เขาก็รบเร้าอยู่นานกว่ากู้อันจะยอมพามาด้วยในครั้งนี้

เหตุผลที่กู้อันยอมพามา เพราะเมื่อวานเขาได้ยินจางชุนชิวบอกว่าเจ้าของถ้ำกลับมาแล้ว เพื่อความไม่ประมาท เขาจึงหนีบเสี่ยวชวนมาเป็นเพื่อน

หากอีกฝ่ายคิดไม่ซื่อ เห็นว่ามีคนมาด้วยอีกคน อาจจะเกรงใจไม่กล้าลงมือ

กู้อันไม่ได้คิดจะเอาเสี่ยวชวนมาเป็นโล่กันกระสุน หากเกิดเรื่องขึ้นจริง วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาไม่ได้ฝึกไว้โชว์เท่เฉยๆ แน่นอน

"ใกล้ถึงแล้ว"

กู้อันตอบโดยไม่หันกลับไปมอง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมจางชุนชิวถึงชอบใช้งานเขา

การมีศิษย์น้องที่ว่านอนสอนง่ายมันสบายใจแบบนี้นี่เอง

เสี่ยวชวนร้องโอดโอย คำว่าใกล้ถึงแล้วนี่เขาได้ยินมาแปดรอบได้ ถ้ารู้แบบนี้เขานอนเกาพุงอยู่หุบเขาดีกว่า

ระยะทางสิบกว่าลี้สำหรับคนธรรมดานั้นไม่ใกล้ ยิ่งต้องเดินป่าปีนเขาในอากาศร้อนระอุ เสี่ยวชวนรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง

กู้อันไม่ได้ปลอบใจต่อ เพราะคราวนี้ใกล้ถึงจริงๆ

ผ่านไปครึ่งถ้วยชา กู้อันแหวกพงหญ้าเดินไปที่หน้าผาหิน เขาไม่ได้เปิดประตูถ้ำทันที แต่ประสานมือคารวะไปทางหน้าผา

"ผู้น้อยกู้อัน นำหยกพกมาคืนให้ผู้อาวุโสขอรับ"

เสี่ยวชวนยืนมองหน้าผาด้วยความอยากรู้อยากเห็นอยู่หลังพงหญ้า

ชาติกำเนิดเขาไม่ได้ดีไปกว่ากู้อัน ความรู้เรื่องโลกเซียนมีน้อยนิด ศิษย์ฝ่ายนอกของสำนักไท่เสวียนในสายตาเขาคือบุคคลระดับเทพเจ้า

ครืนนน—

ประตูหินเลื่อนเปิดออก เสียงแหบแห้งดังลอดออกมา

"เข้ามา"

กู้อันหันไปสั่งเสี่ยวชวน "เจ้ารอข้างนอก"

เสี่ยวชวนไม่กล้าตามเข้าไปอยู่แล้ว แค่ได้เห็นกลไกประตูถ้ำเปิดเองเขาก็ตื่นเต้นจนคุ้มค่าเหนื่อย

กู้อันก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำ เทียบกับสองปีก่อน ตอนนี้เขาเดินด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ความมั่นใจนี้มาจากตัวเลขอายุขัยที่สะสมได้... สามพันสี่ร้อยกว่าปี!

นอกจากสมุนไพรในถ้ำนี้ สองปีที่ผ่านมาเฉิงเสวียนตานยังใช้ให้เขาเก็บสมุนไพรระดับสามในหุบเขาด้วย อายุขัยเขาจึงพุ่งทะยานราวกับติดปีก

ความมั่นใจของคนเรามาจากความแข็งแกร่ง แม้กู้อันจะมีพลังปราณแค่หางอึ่ง แต่เขาก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป

เดินทะลุทางเดิน กู้อันเห็นคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะหิน

เป็นชายวัยกลางคน รูปร่างผอมแห้งจนเสื้อคลุมตัวโคร่งดูหลวมโพรก ผมขาวแซมดำ เบ้าตาลึก โหนกแก้มสูง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย

สัญชาตญาณบอกกู้อันทันทีว่า... ไอ้นี่มันตัวร้ายชัดๆ

[จูมั่วหยา (ขอบเขตกลั่นลมปราณ ขั้น 9): 58/130/140]

ขีดจำกัดอายุขัยยังน้อยกว่าจางชุนชิวเสียอีก แสดงว่าพรสวรรค์ห่วยกว่า

ที่ระดับพลังสูงกว่าจางชุนชิว คงเพราะใช้ยาโด๊ปอัดเข้าไปสินะ

กู้อันวิเคราะห์ในใจพลางเดินเข้าไปหาจูมั่วหยา ล้วงหยกพกออกมาส่งคืนด้วยสองมือ

จูมั่วหยารับหยกคืน เอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าทำได้ดี ข้าพอใจมาก ในถุงนี้มีหินวิญญาณระดับกลางสิบก้อน เอาไปซะ"

เขาโยนถุงผ้าบนโต๊ะให้กู้อัน

กู้อันรับมาอย่างนอบน้อม แอบชั่งน้ำหนักในมือ แล้วกล่าวขอบคุณ

"กลับไปได้แล้ว" จูมั่วหยาโบกมือไล่

กู้อันพยักหน้า คารวะอีกครั้งแล้วหันหลังเดินจากไป

จังหวะที่หมุนตัว สายตาอันเฉียบคมของเขาสะดุดเข้ากับบางสิ่ง ปฏิกิริยาของเขาไวว่อง รีบกดใช้เนตรหยั่งรู้อายุขัยทันที

[ปีศาจแห่งความโลภและราคะ (ระดับ 2): 31/140/180]

กู้อันเก็บสีหน้ามิดชิด รีบซอยเท้าออกจากถ้ำ

จูมั่วหยามองแผ่นหลังกู้อันด้วยสายตาเย็นเยียบ รอจนเสียงประตูหินปิดลงสนิท เขาถึงแค่นเสียงเฮอะ พึมพำกับตัวเอง "ดวงแข็งนักนะแก"

ค่ายกลหน้าถ้ำของศิษย์ฝ่ายนอกนั้นแสนจะพื้นฐาน เสียงพึมพำนั้นจึงลอดออกมาเข้าหูกู้อันที่ยืนอยู่หน้าถ้ำชัดเจน ยิ่งทำให้เขามั่นใจในข้อสันนิษฐาน

มีพิรุธจริงๆ ด้วย!

กู้อันสงสัยมานานแล้วว่าทำไมตอนปีศาจอาละวาด มันถึงข้ามถ้ำของจูมั่วหยาไปเฉยๆ ที่แท้พวกมันเป็นพวกเดียวกัน

"ศิษย์พี่ ราบรื่นไหม?" เสี่ยวชวนถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นกู้อันเดินออกมา

กู้อันยิ้มกว้าง "ราบรื่นดี ไปเถอะ กลับกัน"

เสี่ยวชวนพยักหน้า ทั้งสองเดินกลับทางเดิม พอทิ้งระยะห่างพอสมควร เสี่ยวชวนก็เริ่มซักถามเรื่องเจ้าของถ้ำ

กู้อันตอบส่งๆ ไป แต่ในหัวคิดเรื่องปีศาจกับคำพูดของจูมั่วหยาไม่หยุด

ไม่ได้การ... เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้ อันตรายเกินไป!

กู้อันนึกถึงหินสื่อสารที่ฉู่จิงเฟิงให้ไว้ ตัดสินใจว่าจะต้องแจ้งเบาะแส

แต่ก่อนหน้านั้น เขาต้องอัปเกรดตัวเองก่อน เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ไม่ได้เติมทรู... เอ้ย เติมอายุขัยมาตั้งสามปี คิดแล้วมือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น

วิชามังกรสวรรค์ช่วยปกปิดกลิ่นอายได้ ต่อให้เขามีพลังปราณก็ยังซ่อนเร้นได้เนียนสนิท ครั้งนี้เขาจะอัปเกรดระดับพลังก่อน แล้วค่อยตามด้วยวิชาต่อสู้

"จะอัปเกรดบาทาวายุสลาย หรือเจ็ดกระบี่สกุลหลี่ดีนะ?"

กู้อันเริ่มลังเล

หนึ่งชั่วยามผ่านไป ทั้งสองกลับถึงหุบเขาโอสถ กู้อันรับตะกร้าจากเสี่ยวชวนแล้วแยกย้ายกันกลับที่พัก

ในตะกร้ามีแต่สมุนไพรพื้นบ้านที่เก็บมาระหว่างทาง

เสี่ยวชวนหมดสภาพ ตรงดิ่งกลับห้องไปนอน

กู้อันกลับเข้าห้อง ปิดประตูลงกลอน วางของไว้บนโต๊ะแล้วขึ้นเตียง

เขาสูดหายใจลึก ตรวจสอบความเคลื่อนไหวรอบข้าง

เมิ่งลั่งฝึกวิชาอยู่ในป่า เฉิงเสวียนตานปรุงยา จางชุนชิวนั่งสมาธิ

ทางสะดวก ไม่มีใครจับตามอง

กู้อันเรียกหน้าต่างสถานะ

[ชื่อ: กู้อัน]

[อายุขัย: 19/3463]

[รากวิญญาณ: รากวิญญาณห้าธาตุระดับพอใช้ (อัปเกรดได้)]

[ระดับพลัง: กลั่นลมปราณขั้น 1 (อัปเกรดได้)]

[วิชา: เคล็ดคุมไฟ (ไม่สำเร็จ), เคล็ดวสันต์พฤกษา (ไม่สำเร็จ), วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์ (เตาหลอมพิสุทธิ์) (อัปเกรดได้)]

[วิชาเฉพาะ: บาทาวายุสลาย (ไม่สำเร็จ), เจ็ดกระบี่สกุลหลี่ (ไม่สำเร็จ) (อัปเกรดได้)]

...

กู้อันลองหยั่งเชิง ใส่อายุขัยหนึ่งปีลงในระดับพลัง

[ท่านบำเพ็ญเพียร 1 ปี เนื่องด้วยพรสวรรค์และวิชาที่ฝึกฝนแสนธรรมดา ระดับพลังของท่านแทบไม่กระเตื้อง]

พอข้อความขึ้น กู้อันสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในร่าง

จากพลังปราณหนึ่งเส้น เพิ่มมาเป็นสองเส้น...

มุมปากกู้อันกระตุกยิกๆ เขาจำใจต้องหันไปมองเคล็ดวสันต์พฤกษา

เขามีวิชาสายรวบรวมลมปราณแค่อันเดียว ส่วนเคล็ดคุมไฟเป็นแค่วิชาจุดไฟทำกับข้าวที่คนรับใช้เก่าแก่สอนให้

"ช่างมัน ไม่ต้องรอวิชาเทพๆ แล้ว ในมือข้าต่อให้เป็นวิชาไก่กา ข้าก็จะอัปเกรดให้เป็นมหาคัมภีร์สะท้านฟ้าให้ดู..."

กู้อันตัดสินใจเด็ดขาด แววตามุ่งมั่น

เขาทุ่มอายุขัยหนึ่งร้อยปีใส่เคล็ดวสันต์พฤกษา

[ท่านฝึกฝนเคล็ดวสันต์พฤกษา 1 ปี พรสวรรค์อันแสนธรรมดาทำให้ความก้าวหน้าเชื่องช้า]

[ท่านฝึกฝน 10 ปี ในที่สุดก็สำเร็จวิชา ความเร็วในการรวบรวมปราณเพิ่มขึ้น]

[ท่านฝึกฝน 50 ปี เคล็ดวสันต์พฤกษาบรรลุขั้นสูง ความเร็วเพิ่มขึ้นสิบเท่า]

[ท่านฝึกฝน 100 ปี ท่านเกิดความรู้แจ้ง เคล็ดวสันต์พฤกษาวิวัฒนาการเป็น 'เคล็ดวสันต์กำเนิด']

ความทรงจำเกี่ยวกับวิชาใหม่ไหลบ่าเข้ามา

เคล็ดวสันต์กำเนิดไม่ซับซ้อนเท่าวิชามังกรสวรรค์ แป๊บเดียวกู้อันก็ลืมตาขึ้น

เขาเงี่ยหูฟังรอบข้าง เสี่ยวชวนหลับเป็นตาย คนอื่นยังทำกิจกรรมเดิม ไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ

ปัญหาคือ...

จะอัปเกรดเคล็ดวสันต์กำเนิดต่อ หรือจะเอาวิชานี้ไปอัปเกรดระดับพลังเลย?

ยิ่งวิชาดี การอัปเกรดระดับพลังยิ่งใช้อายุขัยน้อยลง เป็นการประหยัดระยะยาว

คิดไปคิดมา พื้นฐานวิชาสำคัญที่สุด อย่าเสียน้อยเสียยาก

จัดไป... หนึ่งพันปีเน้นๆ!

บทที่ 8 วิชาเทพพฤกษาบริสุทธิ์ กับตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่

กู้อันไม่ได้กดอัปเกรดทันที มีบทเรียนจากวิชามังกรสวรรค์คราวที่แล้ว เขาไม่อยากให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดตอนกลางวันแสกๆ

รอค่ำๆ ก่อนเถอะ!

ถึงตอนนั้นถ้ามีฟ้าถล่มดินทลาย คนขวัญอ่อนอย่างจางชุนชิวกับเมิ่งลั่งคงมุดหัวอยู่แต่ในผ้าห่ม ไม่กล้าโผล่มาดู

รัตติกาลมาเยือนอย่างรวดเร็ว

รอกระทั่งเมิ่งลั่งกลับเข้าห้อง กู้อันถึงเปิดหน้าต่างสถานะ

เขาเพ่งสมาธิไปที่เคล็ดวสันต์กำเนิด เลือกทุ่มอายุขัยหนึ่งพันปีลงไป!

เจ้าป่าเจ้าเขาช่วยลูกช้างด้วย อย่าให้พันปีนี้สูญเปล่า!

กู้อันอธิษฐานพลางขยี้หัวเจ้าหนูขาวเพื่อขอโชค

[ท่านใช้อายุขัย 1000 ปี เพื่อวิวัฒนาการ 'เคล็ดวสันต์กำเนิด']

[ท่านฝึกฝน 1 ปี พรสวรรค์แสนธรรมดาทำให้ระดับพลังแทบไม่ขยับ]

[ท่านฝึกฝน 10 ปี ท่านเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาในระดับใหม่]

[ท่านฝึกฝน 100 ปี ท่านสัมผัสถึงจิตวิญญาณแห่งผืนป่าและขุนเขา เกิดแนวคิดใหม่ในการฝึกฝน]

[ท่านฝึกฝน 200 ปี เคล็ดวสันต์กำเนิดวิวัฒนาการเป็น 'วิชาพฤกษาเขียวขจีกำเนิดวสันต์']

[ท่านฝึกฝน 500 ปี ท่านบรรลุวิชาถึงขั้นสุดยอด รากวิญญาณธาตุไม้ได้รับการยกระดับ]

[ท่านฝึกฝน 800 ปี ท่านหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติ วิชาพฤกษาเขียวขจีกำเนิดวสันต์วิวัฒนาการเป็น 'วิชาเทพพฤกษาบริสุทธิ์']

[ท่านฝึกฝน 1000 ปี ท่านบรรลุวิชาเทพพฤกษาบริสุทธิ์ขั้นเตาหลอมพิสุทธิ์ รากวิญญาณธาตุไม้ได้รับการยกระดับ]

กู้อันกวาดสายตาอ่านข้อความสำคัญแล้วเนื้อเต้น ความทรงจำมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่สมอง

จิตสำนึกของเขาจมดิ่งสู่ห้วงความรู้ ร่างกายเปล่งแสงสีเขียวเรืองรอง พื้นห้องมีไอวิญญาณสีเขียวเข้มผุดขึ้นมาเป็นริ้วๆ

ในขณะเดียวกัน

จางชุนชิวที่กำลังนั่งสมาธิลืมตาโพลง มองไปที่หน้าต่าง ลมกรรโชกแรงพัดหน้าต่างสั่นกึกกัก

เขารีบลุกไปดูที่หน้าต่าง แค่แง้มมองแวบเดียวก็รีบปิดลงกลอน

เขาดับไฟแล้วกระโดดขึ้นเตียง คลุมโปงตัวสั่น

"ไม่ได้การ ต้องรีบย้ายหนี ที่นี่ชักจะเฮี้ยนขึ้นทุกวัน..."

เมิ่งลั่งเองก็ไม่ต่างกัน มุดผ้าห่มตัวสั่นเป็นลูกนก ส่วนเสี่ยวชวนหลับลึกเกินเยียวยา กรนสนั่นแข่งกับเสียงลม

เฉิงเสวียนตานหน้าเตาปรุงยา สัมผัสถึงความผิดปกติ เขาเงยหน้ามองท้องฟ้า แววตาลึกล้ำไร้ความกลัว แต่ก็ไร้ความอยากรู้อยากเห็น นิ่งสนิทดั่งบ่อน้ำลึก

เนิ่นนานผ่านไป

กู้อันได้สติ ลืมตาขึ้น พบว่าโลกทั้งใบดูเปลี่ยนไป

เขาสัมผัสได้ถึงอณูธาตุไม้ในอากาศ รับรู้ถึงพลังชีวิตของต้นไม้ใบหญ้ารอบกาย ช่างเป็นความรู้สึกที่มหัศจรรย์

เขาเรียกดูข้อความแจ้งเตือนอีกครั้ง เห็นว่ารากวิญญาณธาตุไม้ได้รับการยกระดับก็ดีใจจนเนื้อเต้น

ฝึกวิชาช่วยอัปเกรดรากวิญญาณได้! งั้นก็ไม่ต้องเปลืองอายุขัยไปถมหลุมดำนั่นแล้ว!

เขาลองโคจรวิชาเทพพฤกษาบริสุทธิ์ ต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว เพียงสูดหายใจ ปราณธาตุไม้ก็ไหลพรั่งพรูเข้าสู่ร่างกาย ไหลลงสู่จุดตันเถียน แปรเปลี่ยนเป็นพลังวิญญาณธาตุไม้

ลื่นไหล คล่องคอ สุดยอด!

หายใจทิ้งเล่นๆ ทีเดียว ได้พลังมากกว่าฝึกแบบเดิมครึ่งปี!

กู้อันรู้สึกเหมือนฝันไป จู่ๆ ก็กลายเป็นอัจฉริยะซะงั้น

แบบนี้ระดับพลังก็ไม่จำเป็นต้องรีบอัปเกรด ใช้การฝึกฝนเอาก็ได้

ตอนนี้อายุขัยเหลืออยู่พอสมควร รอให้ทะลุหมื่นปี อาจจะมีฟังก์ชันใหม่ปลดล็อกก็ได้ ใครจะรู้

ระดับพลังไม่รีบ แต่วิชาต่อสู้ต้องรีบ!

วิชามังกรสวรรค์เป็นสายบัฟ ไม่มีท่าโจมตี เขาจึงเบนเป้าไปที่ บาทาวายุสลาย

เจ็ดกระบี่สกุลหลี่ต้องใช้อาวุธ และคงต้องใช้พลังปราณควบคู่

แต่บาทาวายุสลายใช้แค่ขา พลังกายของเขาตอนนี้ตบปีศาจระดับสร้างรากฐานตายได้ ถ้าบวกวิชาขาเข้าไป พลังทำลายล้างคงมหาศาล

จะใส่เท่าไหร่ดี?

กู้อันลังเล น้อยไปก็ไม่แรง มากไปก็เสียดาย

เอาวะ เลขสวยๆ ห้าร้อยปี!

กู้อันกดอัปเกรดบาทาวายุสลายด้วยอายุขัยห้าร้อยปีอย่างฮึกเหิม

[ท่านฝึกฝน 1 ปี พรสวรรค์แสนธรรมดาทำให้ท่านเตะได้แค่ท่าสวย แต่ไร้พลัง]

[ท่านฝึกฝน 10 ปี ความเพียรพยายามทำให้ท่านบรรลุวิชาถึงจุดสูงสุด]

[ท่านฝึกฝน 100 ปี วิชาคืนสู่สามัญ ท่านเกิดความเข้าใจใหม่ วิวัฒนาการเป็น 'บาทาเงาวายุ']

[ท่านฝึกฝน 200 ปี บาทาเงาวายุบรรลุขั้นสูง ความเข้าใจในวิชากายภาพเพิ่มพูน]

[ท่านฝึกฝน 400 ปี บาทาเงาวายุวิวัฒนาการเป็น 'บาทาวายุคลั่งไร้เงา']

[ท่านฝึกฝน 500 ปี บาทาวายุคลั่งไร้เงาบรรลุขั้นเชี่ยวชาญ ความเข้าใจในวิชากายภาพและท่าร่างเพิ่มพูน]

ความเข้าใจในวิชากายภาพและท่าร่าง... หรือนี่คือค่า ความเข้าใจ/พรสวรรค์?

ยังไม่ทันจะสงสัยจบ ความทรงจำของเพลงเตะมหากาฬก็ไหลเข้ามาแทนที่

...

รุ่งอรุณมาเยือน แสงแรกแห่งวันสาดส่องหุบเขา ยังไม่ทันจะแตะธรณีประตูห้องกู้อัน ประตูก็เปิดออกเสียก่อน

กู้อันเดินออกมาที่ลาน รับแสงตะวัน บิดขี้เกียจด้วยความรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ความตื่นเต้นยังค้างคาอยู่

เขาเรียกดูสถานะ

[ชื่อ: กู้อัน]

[อายุขัย: 19/1862]

[รากวิญญาณ: รากวิญญาณธาตุไม้ชั้นเลิศ, สี่ธาตุระดับพอใช้ (อัปเกรดได้)]

[ระดับพลัง: กลั่นลมปราณขั้น 2 (อัปเกรดได้)]

[วิชา: เคล็ดคุมไฟ (ไม่สำเร็จ), วิชาเทพพฤกษาบริสุทธิ์ (เตาหลอมพิสุทธิ์), วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์ (เตาหลอมพิสุทธิ์) (อัปเกรดได้)]

[วิชาเฉพาะ: บาทาวายุคลั่งไร้เงา (เชี่ยวชาญ), เจ็ดกระบี่สกุลหลี่ (ไม่สำเร็จ) (อัปเกรดได้)]

กลั่นลมปราณขั้นสอง!

เมื่อคืนตอนรับสืบทอดวิชาเทพพฤกษา พลังปราณเขาก็เพิ่มขึ้น บวกกับการฝึกตลอดคืน ทำให้ทะลวงขั้นสองได้สบายๆ

เขาไม่ใช่ขยะไร้พลังอีกต่อไป!

ความรู้สึกของการเติมทรู... เอ้ย เติมอายุขัย มันช่างหอมหวาน!

กู้อันเริ่มวาดฝันถึงอนาคต

เขาไม่อยากออกไปเสี่ยงตายข้างนอก การฆ่าปีศาจได้อายุขัยเยอะก็จริง แต่ความเสี่ยงก็สูงตาม

เป้าหมายใหม่ของเขาคือ... เจ้าหุบเขาโอสถ!

เฉิงเสวียนตานอยู่ได้อีกไม่กี่ปี จางชุนชิวก็อยากหนีลงเขา ตำแหน่งนี้ต้องเป็นของเขาแน่!

ถึงตอนนั้น ก็รับเด็กใหม่มาใช้งาน เขาแค่นั่งกระดิกเท้าเก็บเกี่ยวอายุขัย สบายแฮ

กู้อันเท้าเอวมองภูเขารอบด้าน

บนเขาก็น่าจะปลูกสมุนไพรเพิ่มได้นะ!

เฉิงเสวียนตานไม่ขยายพื้นที่เพราะแกเป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือน

แต่สำหรับกู้อัน ยิ่งปลูกเยอะ ยิ่งดูดอายุขัยได้เยอะ!

ยิ่งคิดยิ่งคึก กู้อันเริ่มวาดลวดลายเพลงเตะ

เขาใช้วิชาบาทาวายุสลาย (เวอร์ชันอัปเกรด) เตะอากาศดังพึ่บพั่บ ลมหมุนก่อตัวขึ้นรอบขา

ไม่นาน เมิ่งลั่งเดินงัวเงียออกมาจากห้อง เห็นกู้อันกำลังเตะลมถึงกับตาค้าง

กู้อันในวัยสิบเก้าปีร่างกายสมบูรณ์แบบ ทุกลูกเตะส่งคลื่นลมกระแทกหน้าเมิ่งลั่งจนหน้าสั่น ทั้งที่ตัวไม่ได้ขยับไปไหน

เมิ่งลั่งขยี้ตา นึกว่าตาฝาด

กู้อันไปกินดีหมีหัวใจเสือมาจากไหน ทำไมเก่งจังวะ?

กู้อันเห็นเมิ่งลั่งมองอยู่ ก็หยุดเตะ หันมายิ้ม "ตื่นแล้วเหรอ?"

เมิ่งลั่งรีบวิ่งเข้ามาจับตัวเขาพลิกซ้ายพลิกขวา "ทำไมจู่ๆ เจ้าถึงเก่งขนาดนี้? เมื่อคืนลมพายุแรงมากเจ้ารู้ไหม? อย่าบอกนะว่าเป็นฝีมือเจ้า?"

กู้อันกลอกตามองบน "ใช่ ฝีมือข้าเอง เมื่อคืนข้าฝึกบาทาวายุสลายที่อาจารย์ให้มา พลังมันรุนแรงจนสะเทือนเลื่อนลั่นฟ้าดิน เจ้าได้ยินเสียงแล้วทำไมไม่ออกมาดูความเท่ของข้าล่ะ?"

เมิ่งลั่งไม่มีทางยอมรับความปอดแหกของตัวเองแน่ เขาแค่นเสียง "โม้! เพลงเตะของเจ้าก็ดูรุนแรงดี แต่ไม่มีพลังปราณหนุน จะไปเรียกพายุได้ยังไง? เมื่อคืนมันต้องเป็นปีศาจดูดกลืนพลังฟ้าดิน หรือไม่ก็มียอดคนกำลังบรรลุวิชาต่างหาก"

กู้อันยิ้มมุมปาก ยกเท้าถีบก้นเมิ่งลั่งเบาๆ

"กล้าถีบข้าเหรอ! เดี๋ยวนี้ปีนเกลียว! หลี่หยาไม่อยู่แล้ว เจ้าไม่อยากนับถือข้าเป็นพี่ใหญ่แล้วใช่ไหม?" เมิ่งลั่งโวยวาย

"ถ้าข้านับถือเจ้าเป็นพี่ใหญ่ เจ้าก็ต้องอยู่ที่นี่กับข้าไปจนตายสิ หรือเจ้าไม่อยากเป็นศิษย์ฝ่ายนอกแล้ว?"

"เออจริง... เจ้าพูดมีเหตุผล ข้ากับเจ้ามันคนละทางกัน"

สองคนวิ่งไล่เตะกันอย่างสนุกสนาน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป จางชุนชิวเรียกกู้อันไปพบ พาเดินดูรอบหุบเขา สอนรายละเอียดทุกซอกทุกมุม

กู้อันตั้งใจฟัง แต่ยิ่งฟังยิ่งทะแม่งๆ

ทำไมเหมือนสั่งเสีย?

หรือเมื่อคืนตกใจจนสติแตกไปแล้ว?

กู้อันอยากจะปลอบใจ แต่คิดดูอีกที จูมั่วหยานั่นอันตรายมาก เรื่องปีศาจอาจจะลามมาถึงจางชุนชิวที่เป็นเพื่อนกัน

รีบๆ ลงเขาไปอาจจะดีกว่า!

กู้อันสาบานว่าไม่ได้อยากฮุบตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ แต่เป็นห่วงความปลอดภัยของศิษย์พี่จริงๆ

หลังจากฝึกวิชาเทพพฤกษาสำเร็จ กู้อันยังไม่รีบติดต่อฉู่จิงเฟิง เขาต้องระวังตัวไม่ให้เป็นที่สงสัย

เขากลับมาเมื่อวาน วันนี้ฉู่จิงเฟิงโผล่มา มันดูจงใจเกินไป

สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่จูมั่วหยา แต่เป็น "เจ้านาย" ที่อยู่เบื้องหลังจูมั่วหยา ตามที่จางชุนชิวเคยบอก คนผู้นั้นมีอำนาจล้นฟ้า แค่กระดิกนิ้วหุบเขาโอสถก็ปลิวหายไปได้

ระหว่างรอจังหวะ ก็ฟาร์มเวลไปก่อน!

จางชุนชิวพากู้อันเดินจนขาลาก พูดจนคอแห้ง ถึงพามาหาเฉิงเสวียนตาน

เห็นเตาปรุงยาของอาจารย์ กู้อันตาลุกวาว

ได้ยินว่าอาจารย์ปรุงยาเก่ง ถ้าแอบเรียนวิชาปรุงยาได้...

แล้วกดสูตรโกงใส่อายุขัยเข้าไป... ปรมาจารย์ด้านการปรุงยาจะหนีไปไหนพ้น!

เฉิงเสวียนตานลุกขึ้นมองกู้อัน เอ่ยเสียงเรียบ "นับจากวันนี้ไป เจ้าคือศิษย์พี่ใหญ่ของหุบเขาโอสถแห่งนี้"

สิ้นเสียงนั้น กู้อันทำหน้าเหมือนเห็นผี หันขวับไปมองจางชุนชิว ถามเสียงสั่นด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด

"ศิษย์พี่ใหญ่! ท่านเป็นอะไรไป! ท่านจะตายแล้วเหรอขอรับ!?"

จบบทที่ 7-8

คัดลอกลิงก์แล้ว