เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

3-4

3-4

3-4


บทที่ 3 วิวัฒนาการเคล็ดวิชา พลังมังกรสวรรค์

เมิ่งลั่งและจางชุนชิวต่างตกตะลึงกับการเลือกของหลี่หยา แต่ก็ไม่มีใครปริปากขัดแย้ง

เฉิงเสวียนตานมองหลี่หยาด้วยสายตาชื่นชม พยักหน้าเบาๆ พลางกล่าวว่า "ไม่เลว สายตาเฉียบแหลมและไม่ใจร้อนวู่วาม"

เขาสะบัดมือขวาไปทางโต๊ะข้างกาย คัมภีร์สามเล่มปรากฏขึ้นบนโต๊ะทันที ก่อนจะส่งสายตาให้จางชุนชิวเริ่มแจกจ่ายเคล็ดวิชา

ตั้งแต่ต้นจนจบ กู้อันไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากแม้แต่ครึ่งคำ

เอาเถอะ โดนเมินจนได้

แต่กู้อันเป็นคนมองโลกในแง่ดีโดยกำเนิด เขาไม่คิดน้อยใจแม้แต่น้อย

ตาแก่หนังเหนียว วันนี้เจ้าอาจจะเย็นชากับข้า แต่อีกสิบหกปีข้างหน้า ข้าจะไม่ถือสาหาความ ข้าสัญญาจะเป็นคนจุดธูปหน้าหลุมศพให้เจ้าเอง!

กู้อันรับคัมภีร์ที่มีคำว่า 'เคล็ดบำรุงปราณ' บนปกมาถือไว้ แสร้งทำสีหน้าดีอกดีใจ

"ช่วงนี้มีปีศาจลักลอบเข้ามาในสำนักไท่เสวียน หุบเขาโอสถตั้งอยู่ชายขอบ แม้จะมีศิษย์คอยลาดตระเวน แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ พวกเจ้าจงอย่าได้ย่างกรายออกไปนอกหุบเขา... แยกย้ายได้"

เฉิงเสวียนตานกำชับเสร็จก็โบกมือไล่ กู้อันและสหายทั้งสองรีบคำนับแล้วถอยออกมา

กู้อันเดินรั้งท้าย เมื่อพ้นประตูมาแล้ว เขาก็ช่วยปิดประตูให้อย่างเบามือ

ภายในห้อง เฉิงเสวียนตานพยักหน้าเบาๆ "เจ้าหนุ่มหลี่หยาผู้นั้นไม่ธรรมดา น่าจะใช้วิชาบางอย่างปกปิดระดับพลังที่แท้จริงเอาไว้ พลังชีวิตและจิตวิญญาณของเขาไม่ด้อยไปกว่าเจ้าเลย จับตาดูเขาไว้ให้ดี อีกอย่าง เขาเป็นคนราชวงศ์ อย่าไปเข้มงวดกับเขามากนัก"

จางชุนชิวพยักหน้ารับ พลางครุ่นคิด "อาจารย์ แต่กู้อันเป็นคนขยันขันแข็งที่สุด บวกกับพรสวรรค์ที่แย่ที่สุด เขาคงต้องอยู่ที่หุบเขาโอสถนี้นานกว่าใครเพื่อน..."

เฉิงเสวียนตานตอบเสียงเรียบ "อืม งั้นเจ้าก็ดูแลเขาให้ดี ข้ายกหน้าที่นี้ให้เจ้า"

จางชุนชิวยิ้มรับ ก่อนจะกราบลาอาจารย์

อีกด้านหนึ่ง

กู้อันและสหายทั้งสองเดินกลับมาถึงเรือนพัก ตลอดทางเมิ่งลั่งเอาแต่คุยโวเรื่องปีศาจอย่างตื่นเต้น โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย

หลี่หยาหยุดเดิน หันมามองกู้อัน "เคล็ดบำรุงปราณความจริงแล้วไม่เลวเลย มันช่วยปกปิดกลิ่นอายและเพิ่มอายุขัย ข้ามีวิชาเฉพาะตัวอยู่แล้วจึงไม่ต้องการมัน แต่สำหรับคนอย่างเจ้า เคล็ดบำรุงปราณนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด"

กู้อันได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้าง "ขอบคุณพี่หลี่ที่ชี้แนะ ชาตินี้ข้าคงต้องสิงสถิตอยู่ที่หุบเขาโอสถไปจนตาย ตำรารวมสมุนไพรคงไม่มีประโยชน์กับข้าเท่าไหร่ อีกอย่างติดตามศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้เรียนรู้เรื่องสมุนไพรเหมือนกัน"

หลี่หยาพยักหน้าพอใจที่เห็นกู้อันว่านอนสอนง่าย

ทั้งสามไม่ได้คุยอะไรกันมาก ต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้องพัก

งานในหุบเขาโอสถแต่ละวันไม่ได้หนักหนา พวกเขาจึงมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการบำเพ็ญเพียร

กู้อันนั่งขัดสมาธิบนเตียง เริ่มพลิกอ่านเคล็ดบำรุงปราณ

เดิมทีเขาไม่ได้สนใจวิชานี้เลย แต่พอได้ยินหลี่หยาบอกว่ามันช่วย 'เพิ่มอายุขัย' และ 'ปกปิดกลิ่นอาย' เขาก็เกิดอยากฝึกขึ้นมาทันที ถือโอกาสทดสอบระบบวิวัฒนาการอายุขัยไปในตัว

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาฝึกวิชาวสันต์พฤกษาที่จางชุนชิวให้มา แต่ไร้ความคืบหน้าจนถอดใจไปภายในครึ่งเดือน

สำหรับเขา การทนฝึกวิชาอย่างน่าเบื่อ สู้เอาเวลาไปหอตำรา อ่านหนังสือสมุนไพรหรือบันทึกการเดินทางเพื่อเปิดหูเปิดตาเสียยังดีกว่า

วันเวลาล่วงเลยไป

นอกจากการตรวจตราแปลงสมุนไพรประจำวัน กู้อันขลุกอยู่แต่ในห้องเพื่อฝึกวิชา

ผ่านไปสิบห้าวัน ในที่สุดหน้าต่างสถานะของเขาก็ปรากฏชื่อวิชา 'เคล็ดบำรุงปราณ' ต่อท้ายด้วยสถานะ 'ยังไม่สำเร็จ'

กู้อันจ้องมองหน้าต่างสถานะด้วยความคาดหวัง

นี่เป็นครั้งแรกที่จะใช้การวิวัฒนาการด้วยอายุขัย เขาตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องสังเวยอายุขัยกี่ปีถึงจะสำเร็จวิชานี้

แม้อายุขัยจะมีเป็นพันปี แต่ถ้าต้องจ่ายทีละร้อยละพัน เขาก็คงปวดใจไม่น้อย

กู้อันจ้องมอง 'เคล็ดบำรุงปราณ' ในหน้าต่างระบบ แล้วเลือกใช้อายุขัยเพื่อวิวัฒนาการ

[โปรดระบุจำนวนอายุขัยที่ต้องการใช้]

กู้อันตัดสินใจอย่างไม่ลังเล ข้อความสองบรรทัดเด้งขึ้นมาทันที

[ท่านใช้อายุขัย 1 ปี เพื่อวิวัฒนาการ 'เคล็ดบำรุงปราณ']

[ท่านบำเพ็ญเพียรเคล็ดบำรุงปราณเป็นเวลา 1 ปี เนื่องด้วยสติปัญญาและพรสวรรค์อันแสนธรรมดา ระดับพลังของท่านไม่มีความคืบหน้า แต่พลังชีวิตได้รับการฟื้นฟูเล็กน้อย]

กู้อันรู้สึกสบายตัวขึ้นวูบหนึ่ง แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

แค่นี้อะนะ?

คำว่า 'แสนธรรมดา' มันช่างทิ่มแทงหัวใจดวงน้อยๆ ของเขายิ่งนัก!

ไอ้ระบบเวรนี่มันรังแกคนไม่มีทางสู้ชัดๆ!

กู้อันเกิดความสงสัยว่าคำว่าพรสวรรค์จะเกี่ยวข้องกับรากวิญญาณหรือไม่ เขาจึงลองเลือกหัวข้อรากวิญญาณแล้วทุ่มอายุขัยลงไปหนึ่งร้อยปีรวดเดียว

[ท่านใช้อายุขัย 100 ปี เพื่อวิวัฒนาการรากวิญญาณ]

[ท่านเริ่มสัมผัสถึงธรรมชาติแห่งฟ้าดิน การรับรู้ของรากวิญญาณต่อธรรมชาติเพิ่มพูนขึ้น หนึ่งร้อยปีผ่านไป รากวิญญาณห้าธาตุของท่านมีการตอบสนองที่ดีขึ้น]

กู้อันเปิดดูสถานะอีกครั้ง พบว่ารากวิญญาณเปลี่ยนจาก 'รากวิญญาณห้าธาตุระดับทั่วไป' เป็น 'รากวิญญาณห้าธาตุระดับพอใช้'

ขาดทุนยับเยิน! กู้อันมองตัวเลขอายุขัยที่หดจากหลักพันเหลือหลักร้อยด้วยความปวดร้าว

ดูท่าการอัปเกรดรากวิญญาณจะเป็นหลุมดำไร้ก้นบึ้ง

"ลองกลับไปอัปเกรดเคล็ดบำรุงปราณอีกทีดีไหม?"

ความคิดนี้ผุดขึ้นในหัว พอลองได้ใช้ทางลัดแล้ว มันก็คันไม้คันมืออยากจะไปให้สุด

"ข้าใช้เวลาแค่ปีเดียวหาอายุขัยได้เป็นพันปี วันนี้ยอมจ่ายหนักหน่อย วันหน้าค่อยหาใหม่... เอาวะ วันนี้ขอจัดหนักฉลองเปิดซิงระบบหน่อยเถอะ!"

กู้อันสูดหายใจลึก ตัดสินใจทุ่มอายุขัยห้าร้อยปีใส่เคล็ดบำรุงปราณ!

[ท่านใช้อายุขัย 500 ปี เพื่อวิวัฒนาการ 'เคล็ดบำรุงปราณ']

[ท่านบำเพ็ญเพียร 1 ปี ด้วยพรสวรรค์อันแสนธรรมดา ระดับพลังไม่คืบหน้า แต่พลังชีวิตดีขึ้น]

[ท่านบำเพ็ญเพียร 10 ปี ด้วยพรสวรรค์อันแสนธรรมดา ระดับพลังไม่คืบหน้า แต่ท่านสำเร็จวิชาเคล็ดบำรุงปราณ เลือดลมไหลเวียนดีเยี่ยม]

[ท่านบำเพ็ญเพียร 100 ปี การฝึกฝนอันยาวนานทำให้ท่านเกิดความเข้าใจถ่องแท้ เคล็ดบำรุงปราณเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง]

[ท่านบำเพ็ญเพียร 200 ปี เคล็ดบำรุงปราณหลอมรวมเข้ากับปราณฟ้าดิน ยกระดับเป็นวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียร]

[ท่านบำเพ็ญเพียร 300 ปี เคล็ดบำรุงปราณเลื่อนขั้นเป็น 'เคล็ดบำรุงจิต']

[ท่านบำเพ็ญเพียร 400 ปี วันหนึ่งท่านเกิดการตรัสรู้ รวบรวมสัจธรรมแห่งฟ้าดิน สร้างสรรค์ 'เคล็ดมังกรคชสารบำรุงธาตุ' ร่างกายและเลือดลมของท่านเกิดการผลัดเปลี่ยน]

[ท่านบำเพ็ญเพียร 500 ปี 'เคล็ดมังกรคชสารบำรุงธาตุ' บรรลุถึงขีดสุด ทะลวงขีดจำกัดของวิชา วิวัฒนาการเป็น 'วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์' กายเนื้อของท่านเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ!]

ข้อความแจ้งเตือนเด้งรัวๆ จนอ่านแทบไม่ทัน ความทรงจำมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่สมองของกู้อันราวกับเขื่อนแตก

สายลมนอกหน้าต่างพัดผ่านม่านเตียง พลิ้วไหวไปพร้อมกับเส้นผมสีดำขลับของกู้อัน เขาหลับตาพริ้ม ริมฝีปากเผยอเล็กน้อยเพื่อสูดรับลมปราณ แว่วเสียงมังกรคำรามแผ่วเบาออกมาจากลำคอ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด กู้อันค่อยๆ ได้สติ

เขาลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือป่าเขานอกหน้าต่างที่มืดสลัว

มืดแล้วรึ

กู้อันได้รับสืบทอดความทรงจำทั้งหมดของ วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์ หรือ หลงจินเสินหยวนกง เรียบร้อยแล้ว เขาบรรลุวิชานี้อย่างสมบูรณ์ในพริบตา

วิชานี้สร้างขึ้นโดยอ้างอิงการบำเพ็ญเพียรของเต่ามังกร สามารถเก็บซ่อนกลิ่นอาย อำพรางระดับพลัง และยังสร้างพลังวัตรมังกรอันทรงพลังได้อีกด้วย

เคล็ดบำรุงปราณเป็นเพียงเศษเสี้ยวพื้นฐานของวิชานี้ การใช้อายุขัยวิวัฒนาการก็เหมือนกับการเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปจนสมบูรณ์

กู้อันสงสัยว่าวิชานี้คงมีอยู่จริงในโลก แต่สำนักไท่เสวียนคงได้มาแค่เศษกระดาษ จึงตั้งชื่อส่งเดชว่าเคล็ดบำรุงปราณ

หากเขาใส่อีกสักสามร้อยปี มันจะเป็นยังไงนะ?

กู้อันต้องข่มใจตัวเองอย่างหนักไม่ให้หน้ามืดกดเติมเงิน... เอ้ย เติมอายุขัยเพิ่ม เขาสำรวจร่างกายตัวเอง สัมผัสได้ถึงพลังอันเกรี้ยวกราดที่อัดแน่นอยู่ภายใน รู้สึกเหมือนมีพละกำลังมหาศาลไม่มีที่สิ้นสุด

เขามั่นใจว่าหมัดเดียวของเขาสามารถทุบหอคอยนี้ให้แหลกเป็นจุนได้สบายๆ!

ความรู้สึกแข็งแกร่งนี่มันช่างหอมหวานเกินบรรยาย!

ไม่ใช่แค่พลังกาย ประสาทสัมผัสของเขาก็เฉียบคมขึ้นมหาศาล เขาได้ยินเสียงหายใจของเมิ่งลั่งและหลี่หยา ชัดเจนไปจนถึงบทสนทนาระหว่างจางชุนชิวและเฉิงเสวียนตานที่อยู่ห่างออกไป

"ปีศาจตนนั้นสังหารศิษย์ไปสิบสามคนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นศิษย์รับใช้ตามหุบเขาโอสถต่างๆ อาจารย์... ลำพังท่านกับข้าอาจจะปกป้องพวกเขาไม่ได้"

"ไม่ต้องห่วง อาจารย์ได้ขอภารกิจจากสำนักไปแล้ว ทางสำนักจะส่งศิษย์ระดับสร้างรากฐานมาคุ้มกันหุบเขาเรา"

"ค่อยยังชั่ว วันนี้ช่วงบ่ายปราณในหุบเขาแปรปรวนแปลกๆ ข้านึกว่าปีศาจจะบุกมาซะแล้ว พูดไปก็น่าอาย ข้ากลัวจนไม่กล้าออกจากห้องเลย"

"เจ้าหนอเจ้า โตมากับข้าไม่เคยได้ออกไปเผชิญโลก จะขี้ขลาดบ้างก็เข้าใจได้..."

ฟังบทสนทนานั้นแล้ว กู้อันเหงื่อตก

ประมาทไปแล้ว!

วันหลังจะอัปเกรดวิชาต้องดูตาม้าตาเรือให้ดีกว่านี้

โชคดีที่จางชุนชิวกากเกินไป ไม่งั้นความลับเรื่องฝึกวิชาคงแตกโพละ

กู้อันแอบฟังต่ออีกสักพัก พอแน่ใจว่าอาจารย์กับศิษย์พี่ไม่ได้คุยเรื่องของเขา ก็ค่อยโล่งอก

เขาเริ่มปรับสภาพร่างกาย ใช้เคล็ดวิชามังกรสวรรค์กดกลิ่นอายลงจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เก็บซ่อนพลังเลือดลมไว้ภายใน จนภายนอกดูอ่อนแอขี้โรคเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

หนึ่งชั่วยามผ่านไป กู้อันลืมตาเรียกหน้าต่างสถานะ

[ชื่อ: กู้อัน]

[อายุขัย: 16/402]

[รากวิญญาณ: รากวิญญาณห้าธาตุระดับพอใช้ (อัปเกรดได้)]

[ระดับพลัง: ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (อัปเกรดได้)]

[วิชา: เคล็ดคุมไฟ (ไม่สำเร็จ), เคล็ดวสันต์พฤกษา (ไม่สำเร็จ), วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์ (บรรลุขั้นสุดยอด) (อัปเกรดได้)]

วิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์... บรรลุขั้นสุดยอด!

กู้อันมองด้วยความปลื้มปริ่ม เสียดายที่วิชานี้เน้นกายภาพ ไม่ได้เพิ่มพลังปราณ ระดับพลังของเขาจึงยังเป็น 'ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน' เหมือนเดิม

แต่ถึงจะต่ำเตี้ย เขามั่นใจว่าตบพวกระดับกลั่นลมปราณร่วงได้หมดแน่

จากนี้ก็แค่นอนรออายุขัยเพิ่ม

วิชานี้เมื่อฝึกสำเร็จ พลังวัตรมังกรจะไหลเวียนช่วยเพิ่มอายุขัยให้อัตโนมัติ แค่ยังไม่รู้ว่าจะเพิ่มไวแค่ไหน

คืนนั้นกู้อันนอนไม่หลับ

ทว่าจนถึงเช้า รีเฟรชหน้าต่างสถานะจนนิ้วจะล็อก ตัวเลขอายุขัยก็ยังไม่ขยับ เขาได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าต่อให้วิชาเทพแค่ไหนก็คงไม่เพิ่มวันละปีหรอกมั้ง

เอาน่า!

ฟ้าไม่ทรยศคนสายเติม สักวันต้องมีเซอร์ไพรส์!

กู้อันล้างหน้าล้างตาแล้วเดินออกจากห้อง ตั้งใจจะไปเดินชมสวนสมุนไพรสงบจิตสงบใจสักหน่อย

บุพเพอาละวาดหรืออย่างไรไม่ทราบ พอเดินมาถึงแปลงสมุนไพร สายตาเขาก็ปะทะเข้ากับหนูขนสีขาวตัวหนึ่ง

ไอ้ตัวที่ขโมยกินหญ้าสงบจิตนั่นเอง!

กู้อันมองซ้ายมองขวา ไม่มีใครอยู่แถวนี้ เขาเริ่มย่องเข้าไปหาเป้าหมาย

เจ้าหนูหันหลังให้เขา ห่างไปราวสิบวา ไม่รู้ตัวสักนิดว่ามัจจุราชกำลังคืบคลานเข้ามา

เมื่อระยะห่างเหลือไม่ถึงเจ็ดก้าว กู้อันพุ่งตัวออกไปราวกระสุน มือขวาตะปบเข้าที่คอเจ้าหนูอย่างแม่นยำ

เจ้าหนูขาวตกใจสุดขีด ยกสองขาหน้าขึ้นทำท่ายอมจำนนทันที

"บังอาจมาขโมยอายุขัยข้า ฮ่าๆๆ เสร็จโจรล่ะแก!"

กู้อันหัวเราะอย่างสะใจ ตอนที่จับมัน เขาเห็นภาพสโลว์โมชั่นตอนมันกำลังจะหันมามอง

ช้าเป็นเต่าคลาน!

บทที่ 4 ปีศาจแห่งความโลภและราคะ

ยามเที่ยงวัน

กู้อัน เมิ่งลั่ง และหลี่หยายืนรวมกลุ่มกันที่ริมรั้วไม้ เมิ่งลั่งจ้องมองหนูขนสีขาวในมือกู้อันด้วยความอยากรู้อยากเห็น

หลี่หยาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ย "นี่น่าจะเป็น หนูวิญญาณขาว พวกมันชอบของวิเศษที่มีไอวิญญาณเข้มข้น จึงได้ฉายาว่าหนูล่าสมบัติ นับเป็นสัตว์อสูรประเภทหนึ่ง"

เมิ่งลั่งหูผึ่ง "สัตว์อสูรกับสัตว์ปีศาจต่างกันยังไง?"

"สัตว์ปีศาจบำเพ็ญเพียรด้วยตัวเอง ส่วนสัตว์อสูรเกิดมาก็สัมผัสไอวิญญาณฟ้าดินได้เลย พวกมันฝึกตนได้และกลิ่นอายไม่ดุร้ายคาวเลือดเหมือนพวกปีศาจ พูดง่ายๆ คือสัตว์อสูรไม่อันตรายเท่าสัตว์ปีศาจ" หลี่หยาอธิบาย

กู้อันฟังแล้วก็เปลี่ยนใจกะทันหัน ไม่อยากบีบคอมันตายแล้ว

เมิ่งลั่งตาวาว รีบพูดแทรก "กู้อัน ยกหนูตัวนี้ให้ข้าเถอะนะ?"

กู้อันเลิกคิ้ว ในใจก่นด่า ไอ้เวรนี่ หน้าด้านขอของกันดื้อๆ เลยเรอะ!

หลี่หยาพูดเสียงเย็น "หนูวิญญาณขาวมักไม่อยู่ตัวเดียว เจอหนึ่งตัวแปลว่าแถวนี้ต้องมีรัง อยากได้ก็ไปจับเองสิ มาแย่งหนูตัวเดียวกับสหาย เสียศักดิ์ศรีแย่"

เมิ่งลั่งหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ สะบัดหน้าหนี "จับเองก็ได้วะ!"

ว่าแล้วก็เดินกระฟัดกระเฟียดจากไป

พอลับหลัง กู้อันหันมาบอกหลี่หยา "ขอบใจมาก"

กู้อันพบว่าหลี่หยาแม้จะดูเย็นชา แต่เนื้อแท้คบหาได้ ใจกว้าง แถมยังช่วยพูดเปิดทางให้ วันนี้ถ้าหลี่หยาไม่ช่วย กู้อันคงลำบากใจน่าดู

ถ้าเขาเผลอซัดเมิ่งลั่งร้องไห้ขี้มูกโป่ง เรื่องคงบานปลายใหญ่โตแน่

หลี่หยามองกู้อันอย่างพินิจพิเคราะห์ พึมพำเบาๆ "ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าเปลี่ยนไป แต่บอกไม่ถูกว่าตรงไหน"

จู่ๆ มือขวาของหลี่หยาก็พุ่งมาจับข้อมือกู้อัน ความเร็วระดับนั้นในสายตากู้อันช่างเชื่องช้าราวภาพสโลว์โมชั่น แต่เขาไม่หลบ แสร้งทำเป็นตกใจ

"พี่หลี่ ท่านทำอะไร..."

"ไม่มีอะไร"

หลี่หยาปล่อยมือ ลังเลเล็กน้อยก่อนเสริม "ชีพจรเจ้ามั่นคง ร่างกายแข็งแรงดี แค่ไม่มีพลังปราณ ถึงพรสวรรค์จะแย่ก็อย่าละทิ้งการฝึกฝน คนเราขอแค่พยายาม สักวันย่อมมีความหวัง"

กู้อันพยักหน้า แล้วชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ

ดูเหมือนวันนี้หลี่หยาอารมณ์ดี พูดคุยลื่นไหล ทำให้กู้อันได้ความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกเซียนเพียบ

ต้องยอมรับว่าลูกหลานราชวงศ์นี่มันคนละเกรดจริงๆ ขนาดไม่ออกไปไหนยังรู้ลึกรู้จริงขนาดนี้

ผ่านไปครึ่งก้านธูป เมิ่งลั่งก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา

"เรื่องใหญ่แล้ว!" เมิ่งลั่งกระซิบเสียงเครียด

กู้อันมองไปทางปากทางเข้าหุบเขา

"มีอะไร?" หลี่หยาถาม

เมิ่งลั่งตาโต "มีผู้บำเพ็ญเพียรมายืนเฝ้าอยู่ปากทาง ข้าเข้าไปถาม เขาบอกว่าเป็นศิษย์สายใน รับภารกิจจากอาจารย์เรามาคุ้มกันหุบเขาหนึ่งเดือน"

"ข้าเดาว่าที่อาจารย์ต้องจ้างคน เพราะไอ้เรื่องปีศาจที่ลือกันนั่นแหละ ถ้าศิษย์พี่คนนั้นต้านไม่อยู่ พวกเราไม่ซี้แหงแก๋กันหมดเหรอ?"

กู้อันมองเห็นร่างของศิษย์สายในผู้นั้นแต่ไกล ด้วยสายตาที่อัปเกรดมาแล้ว เขาเห็นใบหน้าคนผู้นั้นชัดเจน

ชายหนุ่มชุดยาวสีเขียว รูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลา กลิ่นอายไม่ธรรมดา

[ฉู่จิงเฟิง (ขอบเขตสร้างรากฐาน ขั้น 1): 19/290/870]

สิบเก้าปี สร้างรากฐานขั้นหนึ่ง?

อัจฉริยะ!

มิน่าถึงได้เป็นศิษย์สายใน

กู้อันมองข้อมูลแล้วได้แต่ทอดถอนใจ

สมเป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งราชวงศ์ไท่ชาง อัจฉริยะเดินกันให้ว่อน

หลี่หยากับเมิ่งลั่งเริ่มถกกันเรื่องปีศาจลึกลับ เมิ่งลั่งมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหล สำนักไท่เสวียนยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะมีปีศาจหลุดรอดเข้ามาได้ยังไง แถมผ่านไปครึ่งเดือนยังจับไม่ได้อีก

หลี่หยากลับมองว่าเป็นเรื่องปกติ "สำนักไท่เสวียนกว้างใหญ่ไพศาล หุบเขาโอสถเราอยู่ชายขอบ อันตรายย่อมมีบ้าง ร้อยปีก่อนเคยมีมารบุกเข้ามาฆ่าศิษย์ไปหลายร้อยคนแล้วหนีไปได้ ปีศาจตนนี้อาจจะมีวิชาอำพรางตัว"

"อย่าว่าแต่สำนักไท่เสวียน ใต้หล้านี้ไม่มีที่ไหนปลอดภัยร้อยส่วน ราชสำนักต้องทุ่มงบมหาศาลให้จวนปราบมารทุกปี..."

หลี่หยาเริ่มร่ายยาวเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง กู้อันกับเมิ่งลั่งฟังอย่างตั้งใจ

กู้อันที่โตมาในตระกูลจีอันปลอดภัย เพิ่งรู้ว่าโลกภายนอกมันโหดร้ายขนาดนี้

ปีศาจเกลื่อนเมือง ภูตผีอาละวาด ผู้บำเพ็ญเพียรตายเพราะเรื่องพวกนี้ไปตั้งสามสี่ส่วน

ฟังแล้วกู้อันยิ่งสยอง

ต่อไปนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ข้าจะสิงอยู่ที่นี่ ฟาร์มอายุขัยให้หนำใจ!

จะซุ่มเงียบสักพันปีหมื่นปี เอาให้สำนักไท่เสวียนเจ๊งไปก่อนค่อยว่ากัน!

"แต่หุบเขาเรามีสมุนไพรเยอะขนาดนี้ สำนักส่งมาแค่ศิษย์คนเดียวเนี่ยนะ?" เมิ่งลั่งบ่นอุบ

หลี่หยาหัวเราะหึ "หุบเขาแบบเรามีเป็นห้าสิบกว่าแห่ง สมุนไพรที่นี่ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ในส่วนลึกของสำนักยังมีสวนสมุนไพรระดับเทพที่ปลูกของวิเศษระดับเปลี่ยนชะตาชีวิตมนุษย์ได้"

กู้อันหูผึ่ง ตาลุกวาว รีบซักไซ้เรื่องสวนสมุนไพรเทพนั่น

น่าเสียดาย หลี่หยาก็รู้แค่ว่ามีอยู่จริง แต่ไม่รู้รายละเอียด

คุยกันสักพักก็แยกย้ายไปตรวจแปลงสมุนไพร เสร็จแล้วต่างคนต่างกลับห้อง

กู้อันเอาเชือกผูกขาเจ้าหนูขาวไว้ไม่ให้หนี

เขานั่งขัดสมาธิบนเตียง วางหนูไว้บนตัก เริ่มเดินลมปราณ

เขาฝึกวิชามังกรสวรรค์พลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อเพิ่มพละกำลังและอายุขัย ส่วนวิชาอื่นช่างหัวมัน ไว้อายุขัยเยอะๆ ค่อยกดสูตรโกงเอา

ตกดึก หุบเขาโอสถเงียบสงัดผิดปกติ

ประสาทสัมผัสของกู้อันดีเลิศ ได้ยินเสียงเฉิงเสวียนตานคุยกับฉู่จิงเฟิงห่างไปร้อยวา น้ำเสียงอาจารย์นอบน้อมมาก ดูเหมือนฉู่จิงเฟิงจะไม่ใช่แค่ศิษย์ธรรมดา

จากการแอบฟัง กู้อันได้รู้ชื่อของปีศาจตนนั้น

ปีศาจแห่งความโลภและราคะ !

ฉู่จิงเฟิงพูดถึงปีศาจตนนี้ด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม ความมั่นใจของเขาทำให้อาจารย์เบาใจลง กู้อันจับสังเกตได้ว่าจังหวะการเต้นของหัวใจอาจารย์กลับมาเป็นปกติ

"ปีศาจแห่งความโลภและราคะ..."

กู้อันหรี่ตาลง สงสัยว่าวิชามังกรสวรรค์ของเขาจะตบไอ้ปีศาจตัวนี้ร่วงได้ไหม

ตามความทรงจำ วิชานี้มีพลังมังกรที่ข่มพวกมารร้ายได้

แต่ต้องเผื่อใจไว้ก่อน เกิดฉู่จิงเฟิงโดนตบคว่ำขึ้นมาจะซวย!

อายุขัยจะยาวแค่ไหน ชีวิตก็มีแค่ชีวิตเดียว!

จะเอาไปเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด!

คืนนั้น ทุกคนในหุบเขาต่างกระสับกระส่าย จิตใจไม่สงบ กู้อันที่จับสัมผัสได้ยิ่งเครียดตาม

กว่าจะได้นอนก็ปาไปรุ่งสาง

ผ่านไปห้าวัน เจ้าปีศาจยังไม่โผล่หัวมา กู้อันเริ่มผ่อนคลายลง

วันที่หก

กู้อันกลับเข้าห้องตามปกติ คราวนี้ยืมหนังสือจากหอตำรามาสี่เล่ม เป็นบันทึกการเดินทาง หวังเปิดโลกทัศน์

เจ้าหนูขาวมุดออกมาจากใต้เตียง กระโดดขึ้นโต๊ะ ตั้งแต่ได้ดมกลิ่นอายมังกรตอนกู้อันฝึกวิชา มันก็ติดเขาแจ ไม่ต้องล่ามโซ่มันก็ไม่หนีไปไหน

กู้อันนั่งลงที่โต๊ะ เขี่ยเจ้าหนูเล่น ก่อนหยิบหนังสือ "จอมยุทธ์เสื้อเขียวท่องหล้า" มาอ่าน

หน้าต่างเปิดแง้ม ลมเย็นยามค่ำพัดเปลวเทียนไหววูบ เงาเจ้าหนูทอดยาวบนโต๊ะ

กู้อันอ่านไปก็เพลินดี

ติดตรงเรื่องชู้สาวมันเยอะไปหน่อย จอมยุทธ์เสื้อเขียวไปไหนก็มีแต่สาวหลง มีทั้งปราบมาร ทั้งฟันสาว

อ่านไปดึกๆ กู้อันเริ่มตะหงิดๆ

ทำไมผู้หญิงทุกคนต้องมารุมรักไอ้หมอนี่ แถมพระเอกยังทำท่าไม่อยากได้ แต่สุดท้ายก็เสร็จทุกราย...

นี่มันนิยายสนองตัณหาพวกบัณฑิตตกยากชัดๆ!

กู้อันด่าคนเขียนในใจ แต่ตาก็ยังก้มหน้าก้มตาอ่านต่อไปอย่างเมามัน

วูบ—

ลมหนาวเยือกพัดกรรโชกเข้ามา ขนาดกู้อันที่ฝึกกายาเทพเจ้ายังขนลุกซู่ เขาวางหนังสือเตรียมลุกไปปิดหน้าต่าง

ยังไม่ทันถึงหน้าต่าง หูแว่วเสียงความเคลื่อนไหวจากที่ไกลๆ เขาชะงักฝีเท้า เงี่ยหูฟัง

"เจ้าปีศาจชั่ว! ตายซะเถอะ!"

เสียงตะโกนของฉู่จิงเฟิงทำเอากู้อันเสียวสันหลังวาบ

มันมาแล้ว?

แต่ฟังเสียงฉู่จิงเฟิงดูมั่นใจ ฮึกเหิม พึ่งพาได้สุดๆ

"อ๊ากกก—"

เสียงร้องโหยหวนของฉู่จิงเฟิงดังตามมาติดๆ กู้อันสะดุ้งโหยง รีบกระชากหน้าต่างปิดปัง เป่าเทียนดับพรึ่บ

เขาถอยกรูดไปมุมห้อง เจ้าหนูขาวสัมผัสได้ถึงอันตราย รีบกระโจนเข้าสู่อ้อมอกเขา

ไอ้หนูเวรนี่สั่นเป็นเจ้าเข้า!

ยิ่งมันสั่น กู้อันยิ่งสติแตก

เกิดมาไม่เคยเจอผีเจอสาง ตระกูลจีมันปลอดภัยเกินไป ภาพจำความน่ากลัวที่สุดในวัยเด็กคือพวกคนคุ้มกันหน้าโหดๆ เท่านั้น

"ฉู่จิงเฟิง ไอ้เวรเอ๊ย ไหนเอ็งโม้ไว้ซะดิบดี... ส่วนสหายหลี่หยาห้องข้างๆ ข้าดูโหงวเฮ้งเจ้าแล้วมันระดับพระเอกนิยายชัดๆ รีบไปฟันปีศาจโชว์เทพซะที เจ้าจะได้แจ้งเกิด..."

กู้อันพยายามคุมสติ สองหมัดกำแน่น รวบรวมพลังมังกรในกายเตรียมพร้อม

ไม่นาน เขาได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆ เปิดผัวะ หลี่หยานั่นเอง ไอ้หมอนี่ถือกระบี่พุ่งออกไปช่วยฉู่จิงเฟิง

ส่วนเมิ่งลั่ง... อนาถกว่ากู้อันเยอะ ได้ยินเสียงมันมุดเข้าไปใต้เตียงดังกุกกัก ทำเอากู้อันที่กำลังเครียดเกือบหลุดด่า

ไอ้หลานชาย ปกติวางมาดเป็นลูกพี่ใหญ่ พอเอาเข้าจริงมุดหัวเป็นเต่าเลยนะเอ็ง!

กู้อันคิดในใจ แต่ทุกวินาทีผ่านไปช่างทรมาน

ในสัมผัสของเขา กลิ่นอายของฉู่จิงเฟิงดับวูบไปแล้ว... ตายแล้วเหรอ?

"ปีศาจโฉด! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"

เสียงหลี่หยาตะโกนก้อง ทำกู้อันขนลุกซู่

ปีศาจมันจะจับกินตับพวกเราเหรอวะ?

ทันใดนั้น เสียง ปัง ดังสนั่น แล้วเสียงหลี่หยาก็เงียบกริบไป

เรียบร้อย?

กากขนาดนี้เลยเรอะ?

หัวใจกู้อันเต้นรัวเหมือนกลองศึก สงบสติอารมณ์ไม่ได้เลย

เฉิงเสวียนตาน จางชุนชิว ต่างก็มุดหัวเงียบอยู่ในห้อง เสียงดังขนาดนี้ยังแกล้งตายกันหมด สมแล้วที่เป็นศิษย์อาจารย์กัน...

ภายนอกเงียบสงัด แม้แต่กู้อันที่มีประสาทสัมผัสระดับเทพ ก็ยังจับความเคลื่อนไหวหรือกลิ่นอายของปีศาจตนนั้นไม่ได้เลย

จบบทที่ 3-4

คัดลอกลิงก์แล้ว