- หน้าแรก
- เกิดใหม่มาเลี้ยงตัวร้าย แต่ดันได้คนบ้าอำนาจมาเป็นสามี
- บทที่ 23: ความเปลี่ยนแปลง (1)
บทที่ 23: ความเปลี่ยนแปลง (1)
บทที่ 23: ความเปลี่ยนแปลง (1)
นางรู้นิสัยของไป๋หลิงดี เขาเหมือนกับองค์รัชทายาทในตอนนี้ สุภาพอ่อนโยน ได้รับการอบรมมาอย่างดี และคอยปกป้องทะนุถนอมสตรี
หากเปรียบด้วยคำศัพท์ยุคปัจจุบัน เขาคงเป็นพวก 'แอร์ส่วนกลาง' สินะ?
เขาดีกับหญิงสาวทุกคนและมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก
ซุนหนิงหนิงไม่ได้รังเกียจคนประเภทนี้
เพียงแต่นางจะไม่มีทางทำตัวเป็นดรุณีในยุคโบราณที่เก็บไปเพ้อฝันเข้าข้างตัวเองว่าเขามีใจให้ เพียงเพราะเขาทำดีด้วยจนใจเต้นรัว
นางรีบสาวเท้าเดินเข้าไปหาไป๋เจ๋อ เห็นแขนของเขาถูกพันแผลไว้อย่างแน่นหนา เลือดหยุดไหลแล้ว
นางช้อนตามองเขาด้วยดวงตาเป็นประกายคู่นั้นทันที
"ท่านพี่ หนิงหนิงขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ!"
ยามไร้เครื่องประทินโฉม ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ
ร่างกายดูบอบบางราวกับก้านดอกไม้ที่พร้อมจะหักโค่นได้ทุกเมื่อ
ระบบส่งเสียงเตือนรัวเร็วในหัวของนางมาพักหนึ่งแล้ว:
[โฮสต์ ถ้าชักช้ากว่านี้ คุณจะเป็นลมล้มพับต่อหน้าไป๋เจ๋อเอานะ]
ซุนหนิงหนิง: [ไม่ได้การ ไม่ได้การ ฉันต้องรีบไป เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันแกล้งสำออยเพื่อฉวยโอกาสเข้าหาเขา]
เมื่อได้ยินคำลาเสียงหวานที่แฝงความเร่งรีบของซุนหนิงหนิง ไป๋เจ๋อก็มองนางโดยไม่เอ่ยคำใด
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่หัวไหล่ของนาง ริมฝีปากล่างที่ถูกขบแน่น หน้าผากที่ชื้นไปด้วยเหงื่อกาฬ และปลายจมูกรั้น... ไป๋เจ๋อรู้สึกเหมือนมีบางอย่างสะกิดที่หัวใจ สีหน้าพลันเคร่งขรึมลง
ซุนหนิงหนิงรู้ตัวว่าเรี่ยวแรงกำลังหดหายไปอย่างรวดเร็ว ได้แต่ทอดถอนใจว่าร่างกายของเจ้าของร่างเดิมนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน
นางหันศีรษะกลับไปย่อกายคารวะไป๋หลิงอีกครั้ง
"ขอบพระทัยองค์ชายสามที่ช่วยปกป้องเมื่อครู่ หม่อมฉันขอทูลลา สาวใช้ของหม่อมฉันคงกำลังตามหาแย่แล้วเพคะ"
เมื่อได้ยินความแตกต่างระหว่างคำว่า "ท่านพี่" กับ "องค์ชายสาม" ความรู้สึกไม่สบายใจสายหนึ่งก็พาดผ่านเข้ามาในใจของไป๋หลิง
ทว่าเขายังคงกล่าวด้วยความจริงใจ "รักษาตัวด้วยคุณหนูรอง รีบกลับไปทำแผลเถิด"
ซุนหนิงหนิงย่อกายคำนับอย่างงดงามตามมารยาทกุลสตรี
ก่อนจะหันกลับมายิ้มกว้างให้ไป๋เจ๋ออีกครั้ง รอยยิ้มนั้นอ่อนโยน ไร้พิษสง และแฝงจริตออดอ้อนเอาใจเล็กน้อย
"ท่านพี่ ไว้เจอกันใหม่นะเจ้าคะ"
นางก้าวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว ไป๋หลิงละสายตาแล้วยกถ้วยชาขึ้นจิบ
แต่สายตาของไป๋เจ๋อกลับตรึงอยู่ที่แผ่นหลังของเด็กสาวจนกระทั่งนางลับสายตาไปที่มุมตึก
ฝีเท้าของนางโงนเงนเพียงนั้น บาดเจ็บสาหัสมากหรือ?
ภาพซุนหนิงหนิงหันกลับมาเอาตัวบังคมมีดให้เขาโดยไม่ลังเลผุดขึ้นในสมองของไป๋เจ๋อ
รวมไปถึงคำขอโทษที่ทำเสื้อเขาเปื้อนเลือดนั่นด้วย... "ชิ"
เขาหมุนตัวกลับอย่างหงุดหงิด
"น้องสาม เชิญตามสบาย"
ไป๋เจ๋อก้าวยาวๆ ออกจากประตูไปโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของน้องชาย
หลิงซวงและเฟยอวิ๋นรีบคารวะลาไป๋หลิงแล้วเร่งฝีเท้าตามเจ้านายไป
ไป๋หลิงหัวเราะในลำคอเบาๆ ถือถ้วยชามองดูใบชาที่ลอยขึ้นลง พลางถอนหายใจยาวในใจ
เขาพึมพำกับตัวเอง "พี่รองต้องการจะทำอะไรกันแน่..."
"พี่รองต้องการจะล้มรัชทายาท หรือว่าเขาต้องการ..."
"ข้าควรรีบกลับไปเมืองศักดินาของข้าให้เร็วหน่อย ต่อให้แผ่นดินจะพลิกผัน ก็คงไม่เกี่ยวกับอ๋องว่างงานอย่างข้า หึ คนเราต้องรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี"
...ซุนหนิงหนิงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ มือกุมไหล่แน่น
เมื่อเกือบจะถึงชั้นล่าง ภาพตรงหน้าก็เริ่มหมุนคว้าง
นางหลับตาแน่นแล้วลืมตาขึ้นใหม่พร้อมสะบัดศีรษะ
มือข้างหนึ่งยึดราวจับไม้ไว้เพื่อพยุงตัว ค่อยๆ ก้าวไปทางห้องที่เสี่ยวเยว่ยังคงหลับอยู่
ห่างออกไปไม่ไกล
ไป๋เจ๋อกระโดดลงมาจากชั้นสี่ ฝีเท้าแตะพื้นระเบียงไม้อย่างเงียบเชียบ
เดิมทีเขาตั้งใจจะเรียกซุนหนิงหนิงด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่กลับเห็นร่างบางเดินโซเซพิงราวจับอยู่อย่างอ่อนแรง
ความรู้สึกประหลาดในใจของไป๋เจ๋อก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
หลังจากเดินตามซุนหนิงหนิงไปไม่กี่ก้าว เขาก็เห็นร่างของนางโงนเงน ขาทำท่าจะทรุดลง
ไป๋เจ๋อพุ่งตัวเข้าไปทันที รวดเร็วประหนึ่งสายลมพัดผ่าน
ซุนหนิงหนิงกำลังฟังเสียงระบบตะโกนก้องในหัว:
[โฮสต์ อาการบาดเจ็บนี้เกิดจากการรับเคราะห์แทนคนอื่น ระบบช่วยไม่ได้ คุณต้องอดทนไว้]
[ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด! อันตราย! ตรวจพบว่าโฮสต์มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ร่วมกับภาวะโลหิตจางระดับปานกลาง... โฮสต์ รีบหาอะไรกินเร็วเข้า!]
ในโลกปัจจุบัน ซุนหนิงหนิงเคยมีอาการน้ำตาลตกอยู่บ้าง
หน้าซีด ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น และหน้ามืดวิงเวียน
เมื่อรวมกับบาดแผลที่ยังไม่หายดีและการเสียเลือดมากเมื่อครู่ อาการจึงกำเริบหนักจนแทบจะวูบ
เมื่อนางฝืนทนต่อไปไม่ไหว ร่างกายก็ทรุดฮวบลงอย่างหมดสภาพ
ซุนหนิงหนิงไม่คาดคิดเลยว่าจะร่วงลงสู่อ้อมกอดที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยานเจือกลิ่นคาวเลือดจางๆ
สมองของนางหยุดสั่งการ มีเพียงความมึนงงวิงเวียน
มือขาวเนียนสั่นระริก หน้าผากชุ่มเหงื่อเย็น นางกัดริมฝีปากแน่นพยายามประคองสติ
ในภวังค์อันเลือนราง นางได้ยินเสียงของเสี่ยวเจ๋อ
แม้จะยังคงความเย็นชาเช่นเคย แต่ครานี้กลับเจือด้วยความร้อนรนของปุถุชน
"ซุนหนิงหนิง!"
"หลิงซวง ไปตามหมอ เฟยอวิ๋น ไปที่ครัวเอาอาหารบำรุงเลือดมา"
"ขอรับ นายท่าน"
ก่อนสติจะดับวูบไป ซุนหนิงหนิงรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกช้อนตัวอุ้มขึ้นในอ้อมแขน