- หน้าแรก
- ตำนานต้นไม้โลกแห่งท้องทะเล
- บทที่ 14 สนทนากับโคชิโร่
บทที่ 14 สนทนากับโคชิโร่
บทที่ 14 สนทนากับโคชิโร่
"หนึ่งแต้ม! มากิโนะเป็นฝ่ายชนะ"
สิ้นเสียงประกาศยุติการต่อสู้ของโคชิโร่ มากิโนะก็คว้าชัยชนะมาได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง
โซโลที่นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นแสดงสีหน้าเจ็บใจอย่างปิดไม่มิด แต่ดวงตาของเขากลับยังคงลุกโชนด้วยไฟแห่งการต่อสู้ "มากิโนะ นายจำไว้เลยนะ ถึงฉันจะแพ้เป็นร้อยครั้งก็ไม่สำคัญ ฉันจะฝึก ฝึก แล้วก็ฝึกให้หนัก แล้วสักวันฉันจะต้องชนะนายให้ได้!"
มากิโนะตอบกลับเรียบๆ "อื้ม พยายามเข้านะ!"
โซโลกระทืบเท้าด้วยความหงุดหงิด "ก็แค่ชนะฉันร้อยครั้งเองไม่ใช่หรือไง? แล้วไอ้ท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ให้กำลังใจเด็กนั่นมันอะไรกันฟะ?"
มากิโนะยิ้มขำ "ก็ฉันกำลังให้กำลังใจเด็กน้อยอยู่นี่นา!"
"นาย... ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
ใบหน้าของโซโลแดงก่ำ เขาคว้าดาบไม้ไผ่ขึ้นมาแล้ววิ่งตึงตังออกไปที่ลานฝึกด้วยความฮึดฮัด
หลังจากโซโลจากไป มากิโนะก็หันมาโค้งคำนับโคชิโร่ "อาจารย์ ลำบากท่านแย่เลยนะครับ"
มากิโนะไม่ได้พูดตามมารยาทเฉยๆ แต่โซโลนั้นเป็นพวกบ้าการต่อสู้เข้าเส้นจริงๆ
นับตั้งแต่โซโลเข้าสำนักมาได้เพียงยี่สิบวัน เขาก็แพ้ติดต่อกันถึงหนึ่งร้อยครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาขยันท้าดวลบ่อยแค่ไหน
และทุกครั้งโคชิโร่ต้องมาเป็นกรรมการให้ วันละสี่ถึงห้ารอบ คำว่า 'ลำบาก' ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ
"ไม่ลำบากหรอก มากิโนะ ช่วงนี้เธอพัฒนาขึ้นมากเลยนะ!"
โคชิโร่ยิ้มบางๆ รู้สึกพึงพอใจในตัวมากิโนะมาก
มากิโนะดูอายุมากกว่าโซโลไม่เท่าไหร่ แต่กลับมีความสุขุมเป็นผู้ใหญ่ จิตใจกว้างขวาง ทำให้โคชิโร่รู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยด้วย
ในฐานะเจ้าสำนัก การมีลูกศิษย์ที่เพียบพร้อมและสามารถสืบทอดเจตนารมณ์ได้เช่นนี้ นับเป็นโชคดีอย่างยิ่ง
มากิโนะยิ้มเจื่อน "โซโลบีบให้ผมต้องทำครับ พรสวรรค์ของเจ้านั่นมันเกินคนไปแล้ว วันหนึ่งท้าสู้สี่ห้ารอบ ถึงจะแพ้ตลอด แต่ทุกครั้งที่สู้จบเขาก็เก่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แรงกดดันมหาศาลเลยล่ะครับ!"
มากิโนะพูดจริงจัง หากไม่มีระบบปลูกต้นไม้คอยช่วย ป่านนี้เขาคงโดนโซโลแซงหน้าไปแล้วแน่ๆ
ร่างกายของโซโลแข็งแกร่งราวกับสัตว์ประหลาด ปริมาณการฝึกซ้อมในแต่ละวันของเขาหนักหนาสาหัสจนแม้แต่ผู้ใหญ่ยังอาจจะล้มพับได้
แต่พอโซโลหมดแรงจนลงไปนอนกองกับพื้น แค่งีบหลับตื่นเดียว เขาก็กลับมาคึกคักเหมือนเดิม
นี่มันเหมือนตัวบั๊กในเกมชัดๆ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ!
ส่วนพรสวรรค์ด้านวิชาดาบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มันเกินคำว่าอัจฉริยะไปไกล
กระบวนท่าพื้นฐานสอนแป๊บเดียวก็จำได้ ท่าพลิกแพลงต่างๆ ก็เรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง การประยุกต์ใช้ในการต่อสู้จริงก็ลื่นไหลราวกับกินข้าวลื่มน้ำ
ทุกครั้งที่ประลองจบ ฝีมือของเขาก็จะก้าวกระโดดขึ้นอย่างน่าตกใจ
มากิโนะถึงขั้นสงสัยว่าโซโลทุ่มเทแต้มพรสวรรค์ทั้งหมดไปที่วิชาดาบ จนทำให้สมองส่วนการจดจำทิศทางเสื่อมถอย ถึงได้หลงทางได้แม้กระทั่งตอนวิ่งออกกำลังกาย
เมื่อเห็นสีหน้าจนปัญญาของมากิโนะ โคชิโร่ก็หัวเราะออกมา
การมาถึงของโซโลเปรียบเสมือนปลาดุกที่ถูกปล่อยลงในบ่อปลาซาร์ดีน มันช่วยกระตุ้นให้บรรยากาศการฝึกซ้อมในโรงฝึกคึกคักขึ้นถนัดตา
เมื่อก่อนแค่สั่งให้หวดดาบพื้นฐานห้าร้อยครั้ง เด็กๆ ก็บ่นอุบแล้ว แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้าบ่นสักคำ
มากิโนะมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาจึงเอ่ยขึ้น "อาจารย์ ในฐานะลูกศิษย์ ผมอาจจะเสียมารยาทที่พูดเรื่องนี้ แต่ผมอยากให้ท่านใส่ใจศิษย์พี่คุอินะให้มากกว่านี้หน่อยครับ"
"หืม?"
ดวงตาที่หยีจนเกือบปิดของโคชิโร่เบิกขึ้นเล็กน้อย คำพูดของมากิโนะทำให้เขาประหลาดใจจริงๆ
"คุอินะเป็นเด็กที่เข้มแข็งมาก แต่ฉันก็ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนะ ไม่ได้ปฏิบัติต่อเธอแย่เลยสักนิด"
มากิโนะยิ้มขืนๆ อาจารย์โคชิโร่อาจจะเป็นอาจารย์ที่ดีเยี่ยม แต่เขาไม่ใช่พ่อที่ดีแน่ๆ
มากิโนะกล่าวต่อ "อาจารย์ครับ สำหรับคุอินะ การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมของท่าน คือความไม่ยุติธรรมที่สุดสำหรับเธอ คุอินะไม่ใช่แค่ลูกศิษย์ในโรงฝึก แต่ที่สำคัญกว่านั้น เธอคือลูกสาวของท่าน การที่ท่านปฏิบัติกับเธอเหมือนกับคนอื่น ท่านให้ส่วนที่เป็นของลูกศิษย์แก่เธอได้ครบถ้วน แต่ส่วนที่เป็นของลูกสาวล่ะครับ?"
ดวงตาของโคชิโร่เบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึง
การปฏิบัติอย่างเท่าเทียมคือความไม่ยุติธรรมที่สุด?
นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนพูดเรื่องนี้กับเขาตรงๆ ยอมรับตามตรงว่าโคชิโร่รู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย
เขาเป็นหัวหน้าครอบครัวแบบอนุรักษนิยมสุดกู่ ไม่เคยแสดงความรักหรือความเกลียดชังออกมาทางสีหน้า
เขาเชื่อมาตลอดว่าเขาเลี้ยงดูคุอินะมาอย่างดี ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากลูกศิษย์!
เมื่อเห็นโคชิโร่นิ่งฟัง มากิโนะจึงพูดต่อ "อาจารย์ ศิษย์พี่เสียแม่ไปตั้งแต่ยังเล็ก ถ้าท่านยังปฏิบัติกับเธอในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่ง ศิษย์พี่ก็น่าสงสารเกินไปแล้วครับ"
"ฉัน..."
โคชิโร่ขยับปากจะโต้แย้ง แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่คอ
เขาไม่เคยคิดกับคุอินะแค่ลูกศิษย์ แต่ดูเหมือนเขาก็ไม่เคยแสดงความรู้สึกอื่นใดต่อคุอินะนอกเหนือจากความเป็นอาจารย์เช่นกัน
มากิโนะเสริม "อาจารย์ ผมรู้ว่าท่านให้ความสำคัญกับกฎระเบียบและไม่ถนัดแสดงความรู้สึก แต่ในฐานะพ่อ การแสดงความห่วงใยหรือให้สิทธิพิเศษแก่ศิษย์พี่คุอินะบ้างในบางโอกาส มันไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับ"
"อาจารย์ เรื่องอื่นพักไว้ก่อน ท่านเคยจัดงานวันเกิดให้ศิษย์พี่คุอินะเป็นพิเศษบ้างไหมครับ?"
จัดงานวันเกิดให้คุอินะ?
โคชิโร่อึ้งไปชั่วขณะ "เธอยังเด็กอยู่ ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเอิกเกริกหรอกมั้ง..."
มากิโนะสวนกลับทันที "พิธีรีตองไม่สำคัญเท่าเจตนาครับ ต่อให้ไม่มีของขวัญ แค่คำอวยพรว่า 'สุขสันต์วันเกิด' จากท่าน ก็เพียงพอที่จะทำให้ศิษย์พี่มีความสุขมากแล้ว อาจารย์ครับ อย่าให้ศิษย์พี่คุอินะต้องรู้สึกว่ามีพ่อก็เหมือนไม่มีเลยครับ!"
คำพูดของมากิโนะอาจจะดูรุนแรงไปสักหน่อย!
แต่สำหรับโคชิโร่ มันเหมือนพายุลูกใหญ่ที่พัดโหมกระหน่ำ ทำให้จิตใจของเขาสั่นคลอนอย่างรุนแรง
โคชิโร่กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง 'เพล้ง' เหมือนถ้วยชาแตก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าวิ่งหนี
มากิโนะและโคชิโร่หันไปมอง จะเป็นใครอื่นไปได้นอกจากคุอินะที่กำลังวิ่งหนีไป?
ดวงตาเรียวรีของโคชิโร่กระพริบถี่ๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก
จะให้เขาไปปลอบคุอินะ... เขาทำไม่เป็นจริงๆ!
มากิโนะโค้งตัวลงแล้วกล่าว "อาจารย์ เมื่อครู่ศิษย์ล่วงเกินท่านแล้ว เรื่องศิษย์พี่ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ!"
โคชิโร่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ตกลง"
...
บนทางเดินในป่าหลังโรงฝึก
ตอนที่มากิโนะตามมาเจอ คุอินะกำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้
เมื่อเห็นมากิโนะ คิ้วเรียวดั่งกระบี่ของคุอินะก็ขมวดมุ่นทันที เธอตวาดเสียงแข็ง "นายตามมาทำไม? จะมาอวดว่านายกำลังประจบสอพลอพ่อเพื่อฉันงั้นเหรอ? นายจะมารู้อะไรเกี่ยวกับฉัน? ความฝันของฉันคือการเป็นนักดาบหญิงอันดับหนึ่งของโลก! ฉันจำเป็นต้องให้พ่อมาปฏิบัติเป็นพิเศษหรือสอนพิเศษให้ด้วยหรือไง?"
เมื่อได้ยินคำพูดรัวเป็นชุดของคุอินะ มากิโนะไม่ได้โต้ตอบ เขารู้ดีว่าคำพูดของเขาต่อหน้าโคชิโร่เมื่อครู่ไปกระทบศักดิ์ศรีอันเปราะบางของเธอเข้าอย่างจัง
คุอินะเป็นคนเข้มแข็งและหยิ่งในศักดิ์ศรี หากมากิโนะพูดจาเหลวไหล เธอคงคว้าดาบไม้ไผ่มาไล่ตีเขาไปแล้ว
แต่ประเด็นคือ สิ่งที่มากิโนะพูดดันเป็นสิ่งที่เธออยากพูดมาตลอดแต่ไม่กล้าเอ่ยปาก
มันทำให้เธอเถียงไม่ออก จนรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังถูกฉีกกระชาก
เธอทำได้เพียงแค่วิ่งหนีออกมาอย่างน่าสมเพช!
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงคือ มากิโนะกลับตามมาหาเธออีก...
มากิโนะเอ่ยขึ้น "มาสู้กันสักตากันเถอะ!"
หือ?
คุอินะชะงัก รู้สึกเหมือนหูฝาด
จริงๆ แล้วเธออยากท้าดวลกับมากิโนะมาตลอด แต่เจ้าบ้าการต่อสู้อย่างโซโลมักจะชิงตัดหน้าไปก่อนเสมอ
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของมากิโนะ คุอินะก็เผยรอยยิ้มท้าทายออกมา
"ได้ ฉันจะพิสูจน์ให้นายเห็นเองว่าฉันไม่ใช่คนอ่อนแออย่างที่นายพูด!"
มากิโนะตั้งท่าดาบระดับกลาง แล้วประกาศด้วยความมั่นใจ "ศิษย์พี่ ระวังตัวด้วยนะ ผมน่ะแข็งแกร่งมาก"
คุอินะตั้งท่าดาบระดับกลางเช่นกันแล้วยิ้มตอบ "วิชาดาบของนายฉันเป็นคนสอนเอง อาจารย์ไม่มีทางแพ้ลูกศิษย์หรอก"
ฮึบ!
คุอินะคำรามในลำคอ ปลายเท้าถีบส่งตัว พุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ เข้าประชิดตัวมากิโนะในพริบตา