- หน้าแรก
- จ้าวกระบี่สะท้านฟ้า
- 139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต
139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต
139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต
139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต
หึ่งหึ่ง~~~
เมฆาโลหิตไร้สิ้นสุดพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง จากไข่มุกสีเลือดเม็ดนั้น
ในพริบตาเดียว เมฆาโลหิตก็กระจายปกคลุมฟ้าดิน ปิดผนึกทั่วอาณาเขตรอบร้อยวาจนหมดสิ้น ระหว่างฟ้าดินคล้ายปรากฏเป็นแดนเมฆาโลหิตขนาดมหึมา ห่อหุ้มซูซินและบุรุษหน้ากากชุดคลุมดำทั้งสี่คนนั้นไว้ภายในทั้งหมด
ภายในแดนเมฆาโลหิตแห่งนี้ ยังแฝงเร้นไว้ซึ่งจิตสังหารอันน่าสะพรึง
ซูซินถือกระบี่ด้วยมือเดียว สายตาเย็นชากวาดมองไปทางบุรุษหน้ากากชุดคลุมดำกลุ่มนั้นคราหนึ่ง
"สังหาร!"
เสียงตวาดต่ำดังขึ้น ซูซินลงมือสังหารทันที
บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ก็คิดจะพุ่งเข้ารับมือโดยพลัน
แต่พวกเขาเพิ่งจะขยับร่าง...
"เมฆาโลหิต สะกดข่ม!" จิตของซูซินพลันเคลื่อนไหว
เมฆาโลหิตไร้ที่สิ้นสุดพลันกลิ้งพล่านขึ้นจากทุกสารทิศ กระแทกเบียดอัดเข้าหาคนทั้งสี่อย่างบ้าคลั่ง
ภายใต้การบดเบียดของเมฆาโลหิต ร่างของคนทั้งสี่ต่างประสบกับแรงกดดันและถูกจำกัดเคลื่อนไหวอย่างหนัก แม้แต่พลังที่ใช้ออกมายังถูกลดทอนลงไปไม่น้อย
ทว่าซูซินกลับคล้ายมัจฉาแหวกว่ายในธารา
ฟิ้ว!
ปราณกระบี่ส่งเสียงกรีดร้อง กระบี่เดียวกันที่ระเบิดออก ภายใต้การเสริมพลังจากค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต เห็นได้ชัดว่าอานุภาพเพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนหน้าหลายส่วน
โดยเฉพาะในด้านความเร็ว... ก่อนหน้านี้แม้ความเร็วของเขาจะสูงมาก แต่ยิ่งเร็วเท่าใด แรงต้านจากอากาศก็จะยิ่งมากเท่านั้น
แต่ตอนนี้ภายใต้การครอบคลุมของเมฆาโลหิต ยามร่างของเขาเคลื่อนไหวกลับรู้สึกเบาหวิว ราวกับว่าร่างกายของตนไร้น้ำหนักแม้แต่น้อย คล้ายสายลมบางเบาพัดผ่านห้วงมิติ สัมผัสไม่ได้ถึงแรงต้านเลยสักนิด
คล้ายมัจฉาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ สายน้ำมิใช่แรงต้านของมัจฉา หากแต่เป็นแรงส่งเสริม
"ความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษเกินไป" ซูซินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา
ร่างของเขาโลดแล่นไปทั่วแดนเมฆาโลหิตแห่งนี้ ภายใต้แรงหนุนจากเมฆาโลหิต ปราดเปรียวประหนึ่งภูตพราย ปรากฏกายรอบๆ บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่อย่างต่อเนลื่อง
เงากระบี่สายแล้วสายเล่าถูกฟาดฟันออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน
บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ล้วนมีฝีมือสูงส่งอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อร่วมมือกัน สามารถกดข่มซูซินได้อย่างสิ้นเชิง แต่ยามนี้พวกเขาทั้งสี่กลับทำได้เพียงปัดป้องอย่างจนตรอก คิดจะโต้กลับก็กลับตามความเร็วของซูซินไม่ทันแม้แต่น้อย
ยามนี้สถานการณ์พลิกกลับกลายเป็นซูซินคนเดียวสะกดข่มทั้งสี่คนแล้ว
"ตอนนี้ข้ายังแค่ระเบิดความเร็วตามปกติ หากข้าฝึกฝนทักษะวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมเสริมเพิ่มอีก คาดว่าความเร็วคงจะเร็วยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกมาก" ซูซินคิดอย่างเงียบงัน
ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นค่ายกลสังหารอันน่าหวาดหวั่นและโด่งดังไปทั่วแผ่นดินรกร้างตะวันออก ตอนนี้เขาเพิ่งฝึกสำเร็จแค่ขั้นต้น ทั้งฐานการบ่มเพาะยังต่ำต้อยเกินไป ไม่อาจสำแดงพลังที่แท้จริงและกระบวนท่าสังหารบางอย่างของค่ายกลนี้ออกมาได้เลย
แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงแดนสังหารเมฆาโลหิตอย่างเรียบง่ายเท่านั้น การครอบคลุมของแดนเมฆาโลหิตแห่งนี้ ก็เพียงพอทำให้พลังของเขายกระดับสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว
"เงาลวง!"
"ฝันค้าง!"
"ทลายอรุณ!"
"คัมภีร์เพลิงอสนี โหมแรงดังสายฟ้าฟาดไฟแผดเผา!"
ซูซินระเบิดทักษะกระบี่ของตนออกมาจนหมดสิ้น
ไม่เพียงแต่เพลงกระบี่เฟยเซวี่ยเท่านั้น แต่ยังใช้ออกด้วยคัมภีร์เพลิงอสนี
ภายใต้การหนุนเสริมของแดนเมฆาโลหิต วิชากระบี่ของเขาที่เดิมก็ทรงพลังอย่างยิ่งอยู่แล้วกลับยิ่งน่าหวาดหวั่นมากกว่าเดิม
"สะใจ สะใจยิ่งนัก!" ซูซินกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ
บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ทำได้เพียงรับมืออย่างจนตรอกตั้งแต่ต้นจนจบ แถมยังถูกกดดันจากแดนเมฆาโลหิต จึงยิ่งรับมือได้ลำบากยากเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ
"สังหารก่อนสักคนหนึ่ง!"
แววตาของซูซินส่องประกายจิตสังหารวาบขึ้น ปราณกระบี่ผลักดันให้บุรุษหน้ากากชุดดำผู้หนึ่งถอยกรูดไปด้านหลัง จากนั้นก็เหยียบเท้าก้าวไปข้างหน้า
"หิมะพร่างพราว!"
ปราณกระบี่สว่างวาบขึ้น
อากาศโดยรอบพลันแข็งตัวทันที คล้ายจมอยู่ในแดนหิมะน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ ปราณกระบี่นั้นรวดเร็วอย่างน่าหวาดกลัวยิ่งยวด แทงทะลุคอหอยของบุรุษหน้ากากชุดดำที่กำลังล่าถอยคนนั้นในทันที
บุรุษหน้ากากชุดดำผู้นั้นคอหอยถูกแทงทะลุ ลมหายใจเริ่มจางหาย ทว่าดวงตาภายใต้หน้ากากสีดำอันน่ากลัวกลับยังเย็นชาไร้ซึ่งความตื่นกลัว ก่อนตายดาบสั้นสีดำเคลือบพิษร้ายในมือของเขายังถูกเหวี่ยงออกมาในชั่วขณะนั้น
"ไสหัวไป!"
ซูซินแค่นเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด พลันกระตุ้นปราณกระบี่ที่แฝงเร้นอยู่ในกระบี่เทพชิงอู่ ทันใดนั้นร่างส่วนบนของบุรุษหน้ากากชุดดำคนนั้นก็แหลกสลายเป็นผุยผงทันที ดาบสั้นสีดำที่ถูกเหวี่ยงออกมาในช่วงสุดท้ายก็พลันหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
"รู้อยู่แล้วว่าตนเองต้องตาย แต่กลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว ก่อนตายยังทุ่มสุดกำลังเพื่อสังหารข้า คนเหล่านี้..." ซูซินขมวดคิ้ว มองไปยังบุรุษหน้ากากชุดดำอีกสามคนที่เหลือ
ทว่าสหายร่วมรบตายไปหนึ่งคน ดวงตาของทั้งสามกลับไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
พวกเขายังคงพุ่งเข้ามาหาซูซินอย่างต่อเนื่อง
"ไม่เสียเวลากับพวกเจ้าแล้ว"
ซูซินจ้องมองอย่างเย็นชาไปยังบุรุษหน้ากากชุดดำสามคนที่กำลังพุ่งเข้ามา
กระบี่ในมือชี้ออกไป บรรยากาศแห่งความตายบางเบาพลันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสามอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น
ในค่ายกลสังหารเมฆาโลหิตแห่งนี้ เดิมก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าหวาดหวั่นอยู่แล้ว แต่ในยามนี้ ทั้งสามถูกซูซินจับจ้อง กลับรู้สึกคล้ายถูกยมทูตจ้องมอง
ในใจของพวกเขาพลันบังเกิดความหวาดผวาและสั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณ
"สายธาร...สู่ปรโลก!"
ซูซินลงมือแล้ว
ปราณกระบี่สลัวมืดมน แต่กลับพัดพามาด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอันไร้ที่สิ้นสุด วาบผ่านห้วงอากาศในชั่วขณะ
บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสามออกดาบสั้นสีดำในมือไปต้านรับโดยไม่รู้ตัว แต่ผลกลับเป็น... ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ดาบสั้นสีดำในมือของทั้งสามถูกตัดขาดพร้อมกันโดยสิ้นเชิง หน้ากากสีดำที่น่ากลัวบนใบหน้าก็แตกร้าว ภายใต้หน้ากากนั้นใบหน้าของทั้งสามยังคงเย็นชาไร้อารมณ์แม้แต่น้อย ทว่าร่างของทั้งสามกลับล้มลงไปแล้ว
สายธารสู่ปรโลก!
หนึ่งในเจ็ดกระบวนท่าของเพลงกระบี่เฟยเซวี่ย เป็นท่าที่แข็งแกร่งและน่ากลัวที่สุด
และในขณะเดียวกัน ก็เป็นเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ซูซินสามารถใช้ออกได้ในตอนนี้
กระบี่เดียวนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรืออานุภาพ ต่างบรรลุถึงขีดสุดที่เขาสามารถสำแดงออกมาได้ในขั้นนี้แล้ว
หากไม่มีค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต ต่อให้เขาใช้กระบี่นี้ออกมา ก็ไม่มีทางสังหารบุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ตรงหน้านี้ได้ ส่วนมากก็จะถูกคนทั้งสี่ยังคงกดข่มต่อไป
แต่เมื่อมีค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต พลังของเขากลับยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนอีกขั้นหนึ่ง
ฟิ้ว!
หลังจากสังหารบุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่แล้ว ซูซินก็รีบทะยานเข้าสู่สมรภูมิที่อยู่ด้านข้างทันที
ในสมรภูมินั้น บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งใช้ทักษะดาบที่ดุดันร้ายกาจยิ่ง แม้จะรับมือศัตรูแปดคนเพียงลำพัง แต่กลับไม่ตกเป็นรองแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นซูซินเข้ามา บุรุษร่างกำยำพลันหัวเราะดังลั่น "ฮ่าฮ่า ศิษย์น้องซูซิน รีบมาเร็ว! พวกเราลงมือพร้อมกัน จัดการสังหารเจ้าพวกที่แสร้งทำตัวลึกลับพวกนี้ให้เกลี้ยง!"
"ดี!" ซูซินยิ้มพลางพยักหน้า
………..