เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต

139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต

139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต


139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต

หึ่งหึ่ง~~~

เมฆาโลหิตไร้สิ้นสุดพลันพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง จากไข่มุกสีเลือดเม็ดนั้น

ในพริบตาเดียว เมฆาโลหิตก็กระจายปกคลุมฟ้าดิน ปิดผนึกทั่วอาณาเขตรอบร้อยวาจนหมดสิ้น ระหว่างฟ้าดินคล้ายปรากฏเป็นแดนเมฆาโลหิตขนาดมหึมา ห่อหุ้มซูซินและบุรุษหน้ากากชุดคลุมดำทั้งสี่คนนั้นไว้ภายในทั้งหมด

ภายในแดนเมฆาโลหิตแห่งนี้ ยังแฝงเร้นไว้ซึ่งจิตสังหารอันน่าสะพรึง

ซูซินถือกระบี่ด้วยมือเดียว สายตาเย็นชากวาดมองไปทางบุรุษหน้ากากชุดคลุมดำกลุ่มนั้นคราหนึ่ง

"สังหาร!"

เสียงตวาดต่ำดังขึ้น ซูซินลงมือสังหารทันที

บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ก็คิดจะพุ่งเข้ารับมือโดยพลัน

แต่พวกเขาเพิ่งจะขยับร่าง...

"เมฆาโลหิต สะกดข่ม!" จิตของซูซินพลันเคลื่อนไหว

เมฆาโลหิตไร้ที่สิ้นสุดพลันกลิ้งพล่านขึ้นจากทุกสารทิศ กระแทกเบียดอัดเข้าหาคนทั้งสี่อย่างบ้าคลั่ง

ภายใต้การบดเบียดของเมฆาโลหิต ร่างของคนทั้งสี่ต่างประสบกับแรงกดดันและถูกจำกัดเคลื่อนไหวอย่างหนัก แม้แต่พลังที่ใช้ออกมายังถูกลดทอนลงไปไม่น้อย

ทว่าซูซินกลับคล้ายมัจฉาแหวกว่ายในธารา

ฟิ้ว!

ปราณกระบี่ส่งเสียงกรีดร้อง กระบี่เดียวกันที่ระเบิดออก ภายใต้การเสริมพลังจากค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต เห็นได้ชัดว่าอานุภาพเพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนหน้าหลายส่วน

โดยเฉพาะในด้านความเร็ว... ก่อนหน้านี้แม้ความเร็วของเขาจะสูงมาก แต่ยิ่งเร็วเท่าใด แรงต้านจากอากาศก็จะยิ่งมากเท่านั้น

แต่ตอนนี้ภายใต้การครอบคลุมของเมฆาโลหิต ยามร่างของเขาเคลื่อนไหวกลับรู้สึกเบาหวิว ราวกับว่าร่างกายของตนไร้น้ำหนักแม้แต่น้อย คล้ายสายลมบางเบาพัดผ่านห้วงมิติ สัมผัสไม่ได้ถึงแรงต้านเลยสักนิด

คล้ายมัจฉาแหวกว่ายอยู่ในน้ำ สายน้ำมิใช่แรงต้านของมัจฉา หากแต่เป็นแรงส่งเสริม

"ความรู้สึกเช่นนี้ช่างวิเศษเกินไป" ซูซินอดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา

ร่างของเขาโลดแล่นไปทั่วแดนเมฆาโลหิตแห่งนี้ ภายใต้แรงหนุนจากเมฆาโลหิต ปราดเปรียวประหนึ่งภูตพราย ปรากฏกายรอบๆ บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่อย่างต่อเนลื่อง

เงากระบี่สายแล้วสายเล่าถูกฟาดฟันออกไปอย่างไม่หยุดหย่อน

บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ล้วนมีฝีมือสูงส่งอย่างยิ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อร่วมมือกัน สามารถกดข่มซูซินได้อย่างสิ้นเชิง แต่ยามนี้พวกเขาทั้งสี่กลับทำได้เพียงปัดป้องอย่างจนตรอก คิดจะโต้กลับก็กลับตามความเร็วของซูซินไม่ทันแม้แต่น้อย

ยามนี้สถานการณ์พลิกกลับกลายเป็นซูซินคนเดียวสะกดข่มทั้งสี่คนแล้ว

"ตอนนี้ข้ายังแค่ระเบิดความเร็วตามปกติ หากข้าฝึกฝนทักษะวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมเสริมเพิ่มอีก คาดว่าความเร็วคงจะเร็วยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกมาก" ซูซินคิดอย่างเงียบงัน

ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นค่ายกลสังหารอันน่าหวาดหวั่นและโด่งดังไปทั่วแผ่นดินรกร้างตะวันออก ตอนนี้เขาเพิ่งฝึกสำเร็จแค่ขั้นต้น ทั้งฐานการบ่มเพาะยังต่ำต้อยเกินไป ไม่อาจสำแดงพลังที่แท้จริงและกระบวนท่าสังหารบางอย่างของค่ายกลนี้ออกมาได้เลย

แต่ถึงแม้จะเป็นเพียงแดนสังหารเมฆาโลหิตอย่างเรียบง่ายเท่านั้น การครอบคลุมของแดนเมฆาโลหิตแห่งนี้ ก็เพียงพอทำให้พลังของเขายกระดับสูงขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว

"เงาลวง!"

"ฝันค้าง!"

"ทลายอรุณ!"

"คัมภีร์เพลิงอสนี โหมแรงดังสายฟ้าฟาดไฟแผดเผา!"

ซูซินระเบิดทักษะกระบี่ของตนออกมาจนหมดสิ้น

ไม่เพียงแต่เพลงกระบี่เฟยเซวี่ยเท่านั้น แต่ยังใช้ออกด้วยคัมภีร์เพลิงอสนี

ภายใต้การหนุนเสริมของแดนเมฆาโลหิต วิชากระบี่ของเขาที่เดิมก็ทรงพลังอย่างยิ่งอยู่แล้วกลับยิ่งน่าหวาดหวั่นมากกว่าเดิม

"สะใจ สะใจยิ่งนัก!" ซูซินกล่าวด้วยเสียงหัวเราะ

บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ทำได้เพียงรับมืออย่างจนตรอกตั้งแต่ต้นจนจบ แถมยังถูกกดดันจากแดนเมฆาโลหิต จึงยิ่งรับมือได้ลำบากยากเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ

"สังหารก่อนสักคนหนึ่ง!"

แววตาของซูซินส่องประกายจิตสังหารวาบขึ้น ปราณกระบี่ผลักดันให้บุรุษหน้ากากชุดดำผู้หนึ่งถอยกรูดไปด้านหลัง จากนั้นก็เหยียบเท้าก้าวไปข้างหน้า

"หิมะพร่างพราว!"

ปราณกระบี่สว่างวาบขึ้น

อากาศโดยรอบพลันแข็งตัวทันที คล้ายจมอยู่ในแดนหิมะน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ ปราณกระบี่นั้นรวดเร็วอย่างน่าหวาดกลัวยิ่งยวด แทงทะลุคอหอยของบุรุษหน้ากากชุดดำที่กำลังล่าถอยคนนั้นในทันที

บุรุษหน้ากากชุดดำผู้นั้นคอหอยถูกแทงทะลุ ลมหายใจเริ่มจางหาย ทว่าดวงตาภายใต้หน้ากากสีดำอันน่ากลัวกลับยังเย็นชาไร้ซึ่งความตื่นกลัว ก่อนตายดาบสั้นสีดำเคลือบพิษร้ายในมือของเขายังถูกเหวี่ยงออกมาในชั่วขณะนั้น

"ไสหัวไป!"

ซูซินแค่นเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด พลันกระตุ้นปราณกระบี่ที่แฝงเร้นอยู่ในกระบี่เทพชิงอู่ ทันใดนั้นร่างส่วนบนของบุรุษหน้ากากชุดดำคนนั้นก็แหลกสลายเป็นผุยผงทันที ดาบสั้นสีดำที่ถูกเหวี่ยงออกมาในช่วงสุดท้ายก็พลันหยุดค้างอยู่กลางอากาศ

"รู้อยู่แล้วว่าตนเองต้องตาย แต่กลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว ก่อนตายยังทุ่มสุดกำลังเพื่อสังหารข้า คนเหล่านี้..." ซูซินขมวดคิ้ว มองไปยังบุรุษหน้ากากชุดดำอีกสามคนที่เหลือ

ทว่าสหายร่วมรบตายไปหนึ่งคน ดวงตาของทั้งสามกลับไร้ซึ่งความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

พวกเขายังคงพุ่งเข้ามาหาซูซินอย่างต่อเนื่อง

"ไม่เสียเวลากับพวกเจ้าแล้ว"

ซูซินจ้องมองอย่างเย็นชาไปยังบุรุษหน้ากากชุดดำสามคนที่กำลังพุ่งเข้ามา

กระบี่ในมือชี้ออกไป บรรยากาศแห่งความตายบางเบาพลันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสามอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้น

ในค่ายกลสังหารเมฆาโลหิตแห่งนี้ เดิมก็เต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่าหวาดหวั่นอยู่แล้ว แต่ในยามนี้ ทั้งสามถูกซูซินจับจ้อง กลับรู้สึกคล้ายถูกยมทูตจ้องมอง

ในใจของพวกเขาพลันบังเกิดความหวาดผวาและสั่นสะท้านโดยสัญชาตญาณ

"สายธาร...สู่ปรโลก!"

ซูซินลงมือแล้ว

ปราณกระบี่สลัวมืดมน แต่กลับพัดพามาด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอันไร้ที่สิ้นสุด วาบผ่านห้วงอากาศในชั่วขณะ

บุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสามออกดาบสั้นสีดำในมือไปต้านรับโดยไม่รู้ตัว แต่ผลกลับเป็น... ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!

ดาบสั้นสีดำในมือของทั้งสามถูกตัดขาดพร้อมกันโดยสิ้นเชิง หน้ากากสีดำที่น่ากลัวบนใบหน้าก็แตกร้าว ภายใต้หน้ากากนั้นใบหน้าของทั้งสามยังคงเย็นชาไร้อารมณ์แม้แต่น้อย ทว่าร่างของทั้งสามกลับล้มลงไปแล้ว

สายธารสู่ปรโลก!

หนึ่งในเจ็ดกระบวนท่าของเพลงกระบี่เฟยเซวี่ย เป็นท่าที่แข็งแกร่งและน่ากลัวที่สุด

และในขณะเดียวกัน ก็เป็นเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ซูซินสามารถใช้ออกได้ในตอนนี้

กระบี่เดียวนี้ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรืออานุภาพ ต่างบรรลุถึงขีดสุดที่เขาสามารถสำแดงออกมาได้ในขั้นนี้แล้ว

หากไม่มีค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต ต่อให้เขาใช้กระบี่นี้ออกมา ก็ไม่มีทางสังหารบุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่ตรงหน้านี้ได้ ส่วนมากก็จะถูกคนทั้งสี่ยังคงกดข่มต่อไป

แต่เมื่อมีค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต พลังของเขากลับยกระดับขึ้นอย่างชัดเจนอีกขั้นหนึ่ง

ฟิ้ว!

หลังจากสังหารบุรุษหน้ากากชุดดำทั้งสี่แล้ว ซูซินก็รีบทะยานเข้าสู่สมรภูมิที่อยู่ด้านข้างทันที

ในสมรภูมินั้น บุรุษร่างกำยำคนหนึ่งใช้ทักษะดาบที่ดุดันร้ายกาจยิ่ง แม้จะรับมือศัตรูแปดคนเพียงลำพัง แต่กลับไม่ตกเป็นรองแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นซูซินเข้ามา บุรุษร่างกำยำพลันหัวเราะดังลั่น "ฮ่าฮ่า ศิษย์น้องซูซิน รีบมาเร็ว! พวกเราลงมือพร้อมกัน จัดการสังหารเจ้าพวกที่แสร้งทำตัวลึกลับพวกนี้ให้เกลี้ยง!"

"ดี!" ซูซินยิ้มพลางพยักหน้า

………..

จบบทที่ 139 - ค่ายกลสังหารเมฆาโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว