- หน้าแรก
- จ้าวกระบี่สะท้านฟ้า
- 13 - สี่ต่อหนึ่ง
13 - สี่ต่อหนึ่ง
13 - สี่ต่อหนึ่ง
13 - สี่ต่อหนึ่ง
ซูไป๋หู่ขมวดคิ้ว มองไปทางซูไป๋เฉิน เมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เขาจึงประกาศขึ้นทันที
"ในเมื่อเป็นความต้องการของเจ้า เช่นนั้นก็เอาตามนี้ รอบที่สองเปลี่ยนเป็นการประลองบนเวที เจ้าจะเป็นเจ้าเวที ศิษย์อีกเก้าคนจะท้าทายเจ้า หากต้องการแย่งชิงประกาศิตกระบี่ สามารถร่วมมือกันท้าทายเจ้าได้ หากเจ้าสามารถเอาชนะพวกเขาที่ร่วมมือกันได้ ประกาศิตกระบี่ของตระกูลซู จะเป็นของเจ้า!"
มุมปากของจ้าวหลิงยกขึ้นเล็กน้อย แฝงไว้ด้วยความเย็นชา
"ฮ่าๆ พวกเรามิได้คาดหวังประกาศิตกระบี่นั้นอยู่แล้ว ย่อมไม่คิดแย่งชิงกับคุณชายจ้าวหลิงหรอก"
ทันทีที่กฎถูกประกาศออกมา ก็มีสี่คนเลือกที่จะถอนตัว
ทั้งสี่คนนี้เดิมทีก็เป็นศิษย์สายสาขาและลูกหลานของแขกพิเศษในตระกูล ย่อมไม่คิดจะไปแย่งชิงกับจ้าวหลิง
เมื่อหักลบจ้าวหลิงกับผู้ที่ถอนตัวไปแล้ว ผู้ที่เหลืออยู่และมีสิทธิ์เข้าร่วมการแย่งชิงมีห้าคน ซึ่งขณะนี้มีสี่คนก้าวออกมา
ซูชิงหง ซูอวี้หนิง และศิษย์ตระกูลซูอีกสองคน
ทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับเจินอู่ขั้นสิบ
ก่อนหน้านี้ ทั้งสี่ยังถูกสองผู้อาวุโสเรียกไปพบ เป็นผู้ที่ถูกคาดหวังสูงสุดทั้งสี่คน
"จ้าวหลิง เจ้าหยิ่งผยองเกินไปแล้ว!"
เสียงตะโกนดังขึ้น ซูชิงหงที่ยืนอยู่กลางกลุ่มทั้งสี่ จ้องมองจ้าวหลิงเขม็ง ดวงตาราวกับจะพ่นไฟออกมา พลังปราณอันเกรี้ยวกราดและแข็งแกร่งแผ่กระจายออกจากร่างเขา
พลังปราณนี้ ถึงกับอยู่ในขั้นสูงสุดของเจินอู่ขั้นสิบ!
พลังปราณของซูอวี้หนิงและอีกสองคนก็พวยพุ่งออกมาเช่นกัน ล้วนแข็งแกร่งไม่แพ้กัน
"ซูชิงหงหรือ" จ้าวหลิงปรายตามองซูชิงหง ก่อนจะหัวเราะเย้ยหยัน "ฐานการบ่มเพาะถึงขั้นสิบระดับสูงสุดจริงๆ น่าเสียดาย มีเพียงเจ้าคนเดียว หากศิษย์คนอื่นๆ ของตระกูลซูมีฐานการบ่มเพาะระดับเดียวกับเจ้า เช่นนั้นข้าอาจจะเห็นหัวพวกเจ้าสักหน่อย"
"โอหัง!"
ซูชิงหงตวาดลั่น แต่สายตากลับหันไปทางซูอวี้หนิงและอีกสองคน
"สามคน พวกเราคือความหวังของตระกูลตามที่ผู้อาวุโสรองสั่งไว้ ศึกนี้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ก็ต้องเอาชนะมันให้ได้!"
"หนึ่งต่อหนึ่ง พวกเราอาจไม่มีใครเป็นคู่ต่อสู้มันได้ แต่สี่ต่อหนึ่ง… พวกเราทั้งสี่อยู่ระดับเจินอู่ขั้นสิบเหมือนกัน แถมอายุไล่เลี่ยกัน หากสี่คนรุมแล้วยังชนะมันไม่ได้ เช่นนั้นพวกเราสี่คนก็ควรเอากระบี่เชือดคอตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไป" ซูอวี้หนิงกล่าวเสียงต่ำ
"จ้าวหลิงโอหังเกินไป วันนี้พวกเราจะทำให้มันได้รับบทเรียน!"
ศิษย์ตระกูลซูอีกสองคนต่างพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ลุย!"
ร่างทั้งสี่เคลื่อนไหวพร้อมกัน การต่อสู้อุบัติขึ้นทันที
ซูชิงหงและซูอวี้หนิงต่างถือกระบี่ยาว ซูชิงหงแข็งแกร่งที่สุด พุ่งเข้าโจมตีก่อนเป็นคนแรก พลังปราณพวยพุ่งพร้อมกับกระบี่ที่ฟาดฟันลงมาโดยตรง ตั้งใจจะปะทะกับจ้าวหลิงซึ่งๆ หน้า
ซูอวี้หนิงปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของจ้าวหลิง กระบี่เย็นเยียบฟันออก ราวกับเกล็ดหิมะโปรยปราย นางใช้ทักษะกระบี่หิมะโปรยกระบวนท่าเฉือนหิมะซึ่งเป็นกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาโดยตรง
ส่วนศิษย์ตระกูลซูอีกสองคนก็พุ่งโจมตีเข้ามาจากทิศทางต่างๆ เข้าล้อมจ้าวหลิง
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีพร้อมกันทั้งสี่คน จ้าวหลิงกลับแสยะยิ้มเย็นชา ก่อนจะก้าวออกไปหนึ่งก้าว มือขวากำหมัดรวบรวมพลังอันมหาศาล ทะยานเข้าใส่เงากระบี่ของซูชิงหง
"เขาไม่ชักกระบี่หรือ"
เสียงอุทานดังขึ้นจากผู้ชมรอบด้าน
แค่ต้องรับมือสี่คนพร้อมกันก็เกินพอแล้ว แต่กลับไม่ชักอาวุธประจำตัวออกมา นี่มันดูแคลนกันเกินไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น…
เสียงปะทะดังต่ำๆ ดังขึ้น ซูชิงหงรู้สึกได้ถึงพลังมหาศาลที่กระแทกลงบนกระบี่ในมือจนฝ่ามือสั่นสะท้าน เกือบจะทำกระบี่หลุดมือ ร่างก็เซถอยหลังทันที
"เป็นไปได้อย่างไร"
"ระดับเดียวกันแท้ๆ แต่พลังของเขาแข็งแกร่งกว่าข้ามาก อย่างน้อยก็เหนือกว่าถึงหนึ่งเท่าตัว"
ใบหน้าของซูชิงหงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก หลังจากถูกหมัดเดียวกระแทกถอยไป จ้าวหลิงก็หมุนตัวสะบัดแขนออก เสียงปะทะดังต่อเนื่อง สามารถสลายการโจมตีของซูอวี้หนิงและอีกสองคนได้อย่างง่ายดาย
"อย่ามัวรั้งมืออีก ใช้ไม้ตายออกมาให้หมด!"
ซูชิงหงตะโกนลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง กระบี่ในมือฟาดฟันด้วยพลังอันน่าสะพรึง ราวกับขุนเขาหนักอึ้งขวางอยู่ตรงหน้าจ้าวหลิง
เป็นทักษะกระบี่หวนหยวน ทักษะกระบี่เน้นการป้องกันเป็นหลัก
แต่ครั้งนี้ซูชิงหงมิได้ตั้งรับ แต่เพื่อยืนหยัดต้านรับการโจมตีของจ้าวหลิง เพื่อเปิดโอกาสให้พวกอีกสามคน
และก็เป็นไปตามคาด ขณะซูชิงหงปะทะกับจ้าวหลิง อีกสามคนต่างใช้ไม้ตายของตนออกมา
ซูอวี้หนิงกระโดดสูงขึ้นกลางอากาศ งัดทักษะกระบี่ไม้ตาย 'กระบี่หิมะโปรย' ออกมา
ราวกับเฟิ่งหวงเหินลงสู่โลก แม้จะไม่ได้งดงามเหมือนแต่ก่อน แต่พลังกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
ศิษย์ตระกูลซูอีกสองคนก็ใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของตน
แต่ผลลัพธ์…
"น่าขันสิ้นดี!"
จ้าวหลิงแผ่พลังปราณออกมารุนแรง ก่อนจะเคลื่อนไหวอย่างสายฟ้าแลบ
ปัง ปัง ปัง ปัง!!
เสียงปะทะดังติดๆ กันสี่ครั้ง ร่างของซูอวี้หนิงและอีกสามคนกระเด็นออกไปทันที รวมถึงซูชิงหงที่ประมือกันโดยตรงก็ถูกหมัดของจ้าวหลิงกระแทกจนถอยกลับอย่างหมดท่า ร่างของทั้งสี่คนดูทุลักทุเลยิ่งนัก
"แข็งแกร่งถึงเพียงนี้เชียวหรือ"
ใบหน้าของซูชิงหงและซูอวี้หนิงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
ทั้งสี่ต่างทุ่มเทสุดกำลัง ซูชิงหงเสี่ยงชีวิตปะทะตรงๆ เปิดโอกาสให้อีกสามคนใช้ไม้ตายโจมตีประสานกันได้อย่างลงตัว ทว่ากลับถูกจ้าวหลิงสะบัดมือปัดออกไปง่ายๆ ที่สำคัญที่สุดคือ…จ้าวหลิงยังไม่ได้ชักกระบี่!
"นี่คือความสามารถสูงสุดของพวกเจ้าหรือ"
จ้าวหลิงยืนกอดอก สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน จ้องมองซูชิงหงทั้งสี่
"ข้านึกว่าพวกเจ้าสี่คนร่วมมือกันจะทำให้ข้ารู้สึกกดดันได้บ้าง แต่ดูท่าแล้ว ก็ยังไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลายุ่งยากกับพวกเจ้าอีกต่อไป"
กล่าวจบ จ้าวหลิงยกมือขึ้น ชักกระบี่ที่สะพายอยู่บนหลังออกมาช้าๆ
ดวงตาของซูชิงหงทั้งสี่สั่นระริก
ยังไม่ชักกระบี่ก็รับมือพวกเขาได้ง่ายดาย แล้วตอนนี้จ้าวหลิงชักกระบี่ออกมาแล้ว!
ฟึ่บ!
แม้จะมีระยะห่างอยู่พอสมควร แต่จ้าวหลิงก็ยังฟันกระบี่ออกไปลอยๆ ปราณกระบี่สว่างจ้าราวกับจะบดบังท้องฟ้า พุ่งตรงไปเบื้องหน้าของซูชิงหงทั้งสี่
สีหน้าของทั้งสี่ฉายแววหวาดหวั่น
"เร็วเข้า ช่วยกันต้านกระบี่นี้ไว้!"
ซูชิงหงร้องลั่น พร้อมกับใช้กระบวนท่าป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดของทักษะกระบี่หวนหยวนออกมา ซูอวี้หนิงและอีกสามคนก็ประสานมือกัน ใช้พลังทั้งหมดต่อต้านกระบี่นี้
แต่ปราณกระบี่อันเจิดจ้า กลับราวกับไร้เทียมทาน พลังมหาศาลถาโถมบดขยี้การโจมตีของทั้งสี่อย่างง่ายดาย
"พรวด!" "พรวด!" "พรวด!" "พรวด!"
เลือดสดๆ พ่นออกจากปากของซูชิงหงทั้งสี่ ร่างกระเด็นออกไปหลายวา ก่อนจะร่วงลงสู่พื้น
หลังจากดิ้นรนลุกขึ้นยืน สีหน้าของพวกเขาขาวซีด
พวกเขารู้ดี ศึกนี้ พวกเขาแพ้แล้ว
แพ้อย่างย่อยยับ ไร้หนทางโต้กลับ
………