- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 224 จากการประเมินของข้า... เจ้าสู้ยัยก้อนน้ำแข็งไม่ได้!
บทที่ 224 จากการประเมินของข้า... เจ้าสู้ยัยก้อนน้ำแข็งไม่ได้!
บทที่ 224 จากการประเมินของข้า... เจ้าสู้ยัยก้อนน้ำแข็งไม่ได้!
“ข้าคงมิได้เผยพิรุธใดออกไปกระมัง…”
อินเหมียนเหมียนสูดลมหายใจลึก พลางจับจ้องแผ่นหลังของถังเสี่ยวเป่าที่กระโดดโลดเต้นออกไปจากเรือนอย่างไร้เดียงสา
หลังนางก้าวเข้าสู่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้ไม่นาน ก็พบกับผู้คนสามคน—
คนแรกคือสวี่อี้... เจ้าเด็กซื่อบื้อผู้นั้นไม่น่ากังวล
คนที่สองคือโอวหยาง... บุรุษรูปงามท่าทางลอยละลิ่วราวกับหลุดจากโลก คงไม่ทันสังเกตสิ่งใด
ส่วนคนสุดท้ายคือถังเสี่ยวเป่า... เพียงมองปราดเดียวก็ทราบแล้วว่า ‘สติ’ คงขาดหายไปหลายส่วน ย่อมไม่มีปัญหาเป็นแน่
วรยุทธ์ของนางคือปราณญาณเทพขั้นเก้า ขณะที่ต่อให้หลี่โม่เก่งกาจเพียงใด ก็ยังอยู่เพียงขั้นสามเท่านั้น
ตราบใดที่ได้เข้าใกล้เป้าหมายได้ นางมั่นใจว่าความสำเร็จย่อมอยู่ในเป็นมือแน่!
แต่สิ่งที่ต้องพึงระวัง… คือในโรงเตี๊ยมนี้มีอย่างน้อยสามคนที่เป็นระดับขอบเขตภูมิทัศน์ภายใน โดยเฉพาะสตรีในชุดชาววังผู้นั้น—นางมีอานุภาพถึงขั้นสามารถชนะขอบเขตกายภาพภายนอกเลยทีเดียว
ดังนั้นภารกิจครานี้จึงต้องลับลวงพรางให้ถึงที่สุด หากก่อเสียงดังขึ้นมา นางคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เป็นแน่—ครั้งนี้ไม่มีผู้คุ้มกันอยู่เบื้องหลังอีกแล้ว...
นางผลักประตูเข้าไป
“เจ้ามาแล้วหรือ?” หลี่โม่อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน มือถือค้อน ‘สี่สิบ’ ตอกตะปูติดรูปอยู่บนผนัง
เขาแค่เหลือบตาขึ้นมา ก็รู้สึกว่ายัยก้อนน้ำแข็งวันนี้แปลกไปบ้าง แต่ก็อย่างว่า... อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของสตรีย่อมเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะช่วงนั้นของเดือน...
“อืม” อินเหมียนเหมียนตอบสั้นๆ ดวงตาลอบจับจ้องค้อนในมือเขาก่อนหรี่ตาลง—
นี่มัน… อาวุธล้ำค่า?
ชายหนุ่มในระดับปราณญาณเทพขั้นต้น กลับมีอาวุธล้ำค่าไว้อยู่ในมือมากมายได้อย่างไร?
แถมยังมีประกาศค่าหัวในหอละอองฝนที่สูงลิ่ว ราวกับเป็นเป้าหมายล้ำค่าระดับราชวงศ์—เขา... ไปได้โชควาสนาเช่นใดมากันแน่?
ขณะที่นางกำลังคิด—หลี่โม่ก็เดินถอยไปสองก้าวเพื่อจัดกรอบภาพให้ตรง
“เจ้าเพิ่งออกไปไหนมา?” เขาถามอย่างมิได้คิดอันใด
“มีคนมาท้าประลองกับข้า”
คำตอบนั้นไม่ผิดเลย—เพราะคนที่ออกปากท้าประลองกับอิ๋งปิงเมื่อครู่ ก็คือคนของนางนั่นเอง
“พักนี้เจ้าระวังหน่อยก็ดี ข้ายังมิได้ถอนชื่อออกจากบัญชีค่าหัวของหอละอองฝน…” หลี่โม่พูดพลางส่ายหน้า
“เผื่อ 'นางปีศาจนั่น’ ยังแอบคิดทำเรื่องชั่วอยู่”
อินเหมียนเหมียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “โอ้? แล้วเจ้าคิดว่านางจะทำอันใดอีก?”
นางขยับเข้าใกล้เขาทีละก้าว ดวงตากวาดสำรวจรอบด้านอย่างละเอียด แต่กลับไม่พบสิ่งใดคล้าย ‘แหวนมิติ’ แม้แต่น้อย—แล้วทรัพย์สมบัติทั้งหมดของเจ้าซ่อนไว้ที่ใดกันแน่!?
“ลองคิดดูสิ” หลี่โม่หันกลับมาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“นางต้องเป็นหญิงแก่ที่ร่างกายไม่พัฒนาเป็นแน่”
“……!” เสียง ‘กร๊อบ’ ดังขึ้นเบา ๆ จากกำปั้นของอินเหมียนเหมียน
“หืม? เสียงอะไรน่ะ?” หลี่โม่มิได้ใส่ใจ
“คนที่มีปมเรื่องร่างกายเช่นนั้น มักมีปัญหาทางใจด้วย”
“อีกอย่าง นางโตมาในที่อย่างหอละอองฝน ย่อมเต็มไปด้วยเล่ห์กลและการเข่นฆ่า—ถ้าจิตไม่วิปลาสเสียหน่อย ก็คงอยู่มิได้เป็นแน่”
“มิฉะนั้นนางจะชอบดูผู้ชายต่อยตีกันเลือดสาดเพราะเหตุใดเล่า?”
“ว่าแต่... เหตุใดสีหน้าของเจ้าถึงได้ซีดขนาดนั้น?” หลี่โม่เอียงคอมองอย่างงุนงง
ใบหน้าของยัยก้อนน้ำแข็งดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆ…. และดูเหมือนจะเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง!
เขาไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว ‘ยัยก้อนน้ำแข็ง’ ที่อยู่ตรงหน้าคือ ‘อินเหมียนเหมียน’ และในใจนางกำลังเดือดดาลถึงขีดสุด
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านาง... ชอบดูผู้ชายต่อยตีกัน?” เสียงของนางต่ำกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับเสียงของงูที่กำลังจ้องจะฉก
“หรือว่าเจ้าก็เป็นแบบเดียวกับนาง?” อินเหมียนเหมียนกัดฟันพูด พลางชักมีดปลายแหลมที่ชโลมพิษออกมาอย่างเงียบงัน
เพียงชั่วพริบตา—ความอดทนที่สะสมมานานพลันพังทลาย นางมิสนสมบัติใดอีกต่อไป
มีเพียงความคิดเดียวในจิต—ข้าจะฆ่าเจ้า ไอ้เด็กเหลือขอ!
แต่ก่อนที่นางจะได้ลงมือ… เสียง ‘หึ่ง’ ดังแผ่วขึ้นในอากาศ แสงสีเงินนวลดุจแสงจันทร์พลันปกคลุมทั่วห้อง นั่นคือพลังเจตจำนงแห่งปราณญาณเทพของหลี่โม่
สำหรับเขา… สตรีบางคนยามถึง ‘ช่วงนั้นของเดือน’ มักจะมีอารมณ์แปรปรวน แสงจันทร์นี้มีพลังสงบจิตใจ และขับความคิดด้านลบออกไปได้
เขาเคยทดลองแล้ว—ตอนสวี่อี้คลั่งเมื่อครั้งก่อน แสงนี้ยังช่วยให้เขาสงบลงได้ทันที
และแน่นอน… ครานี้ก็เช่นกัน เมื่อแสงนวลสาดลงบนศีรษะของ ‘อิ๋งปิง’ ตัวปลอม—ความโกรธแค้นในดวงตานางพลันแข็งค้าง สีหน้าเริ่มนิ่งสงบลงในชั่วขณะ
ความโกรธและความว้าวุ่นในใจของอินเหมียนเหมียนพลันสลายหายไปหมดสิ้น
“เจ้าทำ... อะ...อะ...ไร...” เสียงในลำคอนางสั่นพร่า ราวกับยังไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น
หลี่โม่ก็ยังเยาว์วัยเกินไป อีกทั้งทั้งคู่ก็ถือว่าเป็นศัตรูต่างฝ่าย—เมื่อเป็นศัตรู… การโดนดูถูกทางคำพูดบ้างมันก็มิใช่เรื่องแปลกอันใด... ถือว่ายอมให้อภัยเขาไปก็แล้วกัน
แต่ถึงจะให้อภัย— ‘การลงมือ’ นั้น… นางก็ยังต้องลงอยู่ดี
แม้โทสะในใจมลาย แต่เจตจำนงแห่งการสังหารยังไม่จาง—ตราบใดที่ชื่อของหลี่โม่ยังถูกแขวนอยู่บนป้ายค่าหัวของหอละอองฝนแม้เพียงวันเดียว… นั่นเท่ากับมีฝ่ามือที่มองไม่เห็นที่ตบหน้าศักดิ์ศรีของนางผู้เป็น ‘ธิดามารสวรรค์’ อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่ก่อนฆ่า... ขอให้แน่ใจก่อนว่าเขาได้สมบัติมาจากที่ใด และเหตุใดถึงรู้เรื่อง ‘รสนิยมส่วนตัว’ ของนางได้ถูกต้องถึงเพียงนี้
“เจ้าคงจะรู้จักอินเหมียนเหมียนเป็นอย่างดีกระมัง?” น้ำเสียงของนางกลับมาสงบ แต่แฝงไปด้วยไอเย็นยะเยือก
หลี่โม่วางค้อนลงพลางส่ายหน้าเบาๆ “ก็แค่ได้ยินมาบ้างเท่านั้น”
เขาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นว่ายังไม่มีใครกลับมา จึงลดเสียงลงและกระซิบว่า
“ข้าได้ยินมาว่า... ที่แท้อินเหมียนเหมียนน่ะ น่าสงสารกว่าที่คิด”
“หืม? อย่างไร?”
“ในหอละอองฝน… พวกมันเห็นว่านางมีร่างกายพิเศษ จึงจับนางเป็น ‘บ่อหลอมโอสถ’ มาตั้งแต่เด็ก”
หลี่โม่ถอนหายใจ “บางที...เจ้าตัวอาจมิรู้เสียด้วยซ้ำ”
“ว่าอย่างไรนะ...?!” อินเหมียนเหมียนหัวเราะเย็น ก่อนที่เสียงหัวเราะจะค้างอยู่ตรงมุมปากในทันที
เพราะตอนนี้หลี่โม่เข้าใจว่านางคืออิ๋งปิง ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะโกหกหรือแกล้งยั่วยุได้
และคำพูดที่ว่านางถูกใช้เป็น ‘บ่อหลอมโอสถ’—ถ้าไม่มีมูลความจริง เขาคงไม่มีทางพูดออกมาได้ถูกต้องถึงเพียงนี้...
โดยเฉพาะเรื่อง ‘ความชอบส่วนตัว’ ของนาง… ไม่มีใครรู้เลยนอกจากตัวนางเอง!—แล้วเขารู้ได้อย่างไรกันแน่!?
ความสงสัยแผ่ซ่านในใจของนาง… ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหูของหลี่โม่
【ขอแสดงความยินดี ท่านได้ทำการ “ลงทุนทางอารมณ์” แก่อินเหมียนเหมียนสำเร็จ ทำให้นางเริ่มสงสัยในหอละอองฝน】
【มีรางวัลตอบแทนรอให้รับอยู่】
แต่หลี่โม่ไม่มีเวลาจะสนใจของรางวัล เพราะเพียงพริบตาเดียว เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ…
พลังเจตจำนงที่ตนกับอิ๋งปิงเคยใช้ฝึกบำเพ็ญคู่ ทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่า... หญิงตรงหน้ามิใช่คนเดิม!
เขารีบเปิดใช้ ‘เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า’ เพื่อตรวจสอบให้แน่ แต่ยังมิทันได้มองออกไป...
เสียงแจ้งเตือนอีกสายหนึ่งจากระบบก็ดังขึ้น
【ตัวตนที่ถูกลงทุน: อินเหมียนเหมียน】
“หืม?!” แววตาของหลี่โม่พลันเปลี่ยนสี
เพราะในวินาทีนั้นเอง… อินเหมียนเหมียนก็เปลี่ยนใจเช่นกัน—จากที่คิดจะฆ่า กลับกลายเป็นอยากสอบถามให้รู้ความจริง!
ไอสีนิลพวยพุ่งออกมาจากร่างของนาง เจตจำนงอันมืดหม่นแผ่คลุมทั้งห้อง พลังมายามถูกผลักขึ้นถึงขีดสุด
เจตจำนงของนางเข้าสู่ปราณญาณเทพขั้นเก้า พร้อมกระตุ้นญาณ ‘รูปลักษณ์ชั้นสุดยอด’ ออกมา
เพียงแค่แรงสั่นสะเทือนจากการปลดปล่อยพลังนี้ ต่อให้เป็นระดับขอบเขตภูมิทัศน์ภายใน หากไม่ระวังก็อาจถูกทำลายจิตได้ในพริบตา—นี่คือการต่อสู้ของ ‘พลังจิตกับพลังจิต’ อย่างแท้จริง!
หลี่โม่ครางเบาๆ ด้วยความรู้สึกพร่าเลือนเหมือนตกสู่ห้วงฝัน ภาพเบื้องหน้ากลายเป็นหมอกขาวโปรยปราย เขาเห็นเทพธิดาจำนวนมากโบกสะบัดอาภรณ์ร่ายรำท่ามกลางหมู่เมฆ
แต่ละนางงามจนหัวใจแทบหยุดเต้น และ ‘อินเหมียนเหมียนตัวจริง’ ก็อยู่ท่ามกลางฝูงเทพธิดาเหล่านั้น—ยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาเจิดจ้า ยั่วเย้าจิตใจให้หลงใหลอย่างห้ามมิได้
หากปล่อยให้จิตไหลตามเพียงนิดเดียว... เขาจะกลายเป็นทาสแห่งความงามนี้ไปชั่วกาลนาน
พลังจิตของหลี่โม่เหนือกว่าคนระดับเดียวกันก็จริง แต่จะให้ต้านพลังของธิดาเทพแห่งหอละอองฝนที่ร่ายวิชามายาเต็มกำลัง... ก็แทบเป็นไปไม่ได้
ทว่าหลี่โม่มิใช่คนธรรมดา—ในชีวิตก่อนเขาผ่าน ‘บททดสอบทางจิตใจ’ มาไม่น้อย
เขาเคยรับชมสิ่งยั่วยวนจากหญิงงามในรูปแบบต่างๆ มานับไม่ถ้วน จนจิตใจของเขาแข็งแกร่งเกินกว่าจะถูกภาพมายามอมเมาง่ายๆ
ภาพของนางฟ้าที่กำลังร่ายรำเริ่มสั่นไหว ในใจของเขา... กลับลอยขึ้นมาอีกภาพหนึ่ง—
ภาพของยัยก้อนน้ำแข็งใน ‘โหมดฤดูร้อนเวอร์ชันทดลอง’ ผมดำขลับเปียกน้ำ ผิวขาวดุจหิมะต้องแสงแดด อาภรณ์สีดำรัดรูปเผยให้เห็นส่วนโค้งของเรือนร่าง...
แววตาของหลี่โม่ค่อยๆ แน่วแน่ เขายกคางขึ้น มุมปากพลันแย้มยิ้ม—
“จากการประเมินของข้า...”
“เจ้า... ยังสู้ยัยก้อนน้ำแข็งไม่ได้!” เสียงตะโกนดังขึ้นในใจ
ทันใดนั้น—แสงจันทร์พลันระเบิดจ้าขึ้นทั่วห้อง!
แสงสีเงินบริสุทธิ์แห่งไท่อินพุ่งทะลวงท้องฟ้า เฉกเช่นพระจันทร์เต็มดวงลอยขึ้นเหนือหมู่เมฆ—แสงนั้นเย็นเยียบและบริสุทธิ์ ดุจน้ำค้างสวรรค์ที่ล้างสิ่งมัวหมองทั้งปวง
พริบตาเดียว—
เหล่าเทพธิดาทั้งหลายที่งามดั่งภาพฝัน กลับแห้งเหือดกลายเป็นซากกระดูกผุพังในแสงนั้นทีละร่าง...