เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 ข้าแค่ชอบเจ้านี่มากกว่า...

บทที่ 220 ข้าแค่ชอบเจ้านี่มากกว่า...

บทที่ 220 ข้าแค่ชอบเจ้านี่มากกว่า...


เมื่อเห็นเหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องทำท่าเบื่อหน่ายกัน หลี่โม่จึงกระแอมใส่ตุ๊กตาหัวโตหนึ่งครั้ง ก่อนกล่าวด้วยเสียงกังวานว่า

“แค่ก…ในเมื่อเป็นงานมอบรางวัล ย่อมต้องมีของรางวัล ตัวอย่างเช่น…ผลึกเร้นลับ!”

พอสิ้นเสียง เฉียนปู้ฟ่านที่กำลังจะเดินออกไปพลันชะงักฝีเท้า เขาเป็นยอดฝีมือในขอบเขตภูมิทัศน์ภายใน การหันกลับและทิ้งตัวนั่งลงอย่างรวดเร็วจึงไม่ติดขัด สมกับที่สั่งสมพลังมาเนิ่นนาน

“แน่นอน ของรางวัลย่อมไม่จำกัดอยู่เพียงเท่านั้น ยังมีชุดพู่กัน, กระดาษ, หมึก และแท่นฝนชั้นยอด…..”

โอวหยางรีบต่อคำราวกับส่งลูกเข้าประตู “ครานี้เป็นงานประกาศรางวัลครั้งแรก ข้าจะไม่เข้าร่วมได้อย่างไรเล่า!”

“ยังมีของวิเศษ สมบัติฟ้าดิน…..”

เซวี่ยจิงพลันรีบคว้าถุงชาแถวนั้น “อ๊ะ ชาที่บ่มเก็บนานยี่สิบสามสิบปี ดูเหมือนก็มีอยู่ไม่น้อยทีเดียว”

ซางอู่ผุดลุกขึ้นยืนตรงทันใด ดวงตาทอแสงวาววาว

“ศิษย์รักเอ๋ย เจ้ายังขาดสาวงามถือถ้วยรางวัลหรือไม่? ดูอาจารย์เจ้าสิ ช่างเหมาะสมยิ่งนัก”

ท่าทางว่องไวถึงขนาดที่เซวี่ยจิงก็อดสงสัยมิได้ “เมื่อครู่นี้… เจ้ามิได้หลับไปแล้วรึ?”

“หึ! แล้วท่านเล่า ไม่ใช่ว่าจะไปหลอมโอสถหรอกหรือ?” ซางอู่หันขวับกลับมาถาม

เซวี่ยจิงเงียบไปพักใหญ่ ก่อนเอ่ยเสียงขรึม “…..ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าการหลอมโอสถนั้นต้องอาศัยฟ้าดินและวาสนา บัดนี้ฤกษ์ยามยังมาไม่ถึง”

ซางอู่เหลือบมองเฉียนปู้ฟ่านอีกครั้ง เห็นเพียงเขาสะบัดแขนเสื้อแสร้งทำเป็นยกน้ำชาขึ้นสูง

“เมื่อครู่ข้าพบว่าชาหมด จึงคิดจะไปหามาเติมเสียหน่อย”

เสินอวิ๋นเฟยก็เอ่ยขึ้นบ้าง “ข้ามองว่าโต๊ะสกปรกนัก จึงตั้งใจลุกมาเช็ด”

โอวหยางรีบสนับสนุนทันที “พื้นก็เลอะนักหนา ข้าขอหยิบไม้กวาดมาปัดถูเสียหน่อย”

ต่างคนต่างหาข้ออ้างที่ลุกหนี ราวกับทุกคนมีภาระยุ่งยากกับบริเวณโดยรอบ

“หา?” พอสวีอี้เดินออกจากห้องส้วมกลับมา พลันรู้สึกงุนงงไปหมด

เขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่ที่คุกคามอาชีพของตนเองโดยตรง

หลังผ่านการเกลี้ยกล่อมด้วยคำพูดอันนุ่มนวลแต่แฝงเล่ห์กลของหลี่โม่ งานประกาศรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมแห่งสำนักชิงเยวียนครั้งที่หนึ่ง ก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ!

ในฐานะพิธีกร หลี่โม่ยิ้มเรียบดูจริงจังยิ่ง

“รางวัลแรก—รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม!” เสียงเปิดตัวดังขึ้นพร้อมลูกเล่นเสียงเอฟเฟกต์ฟองอากาศ

เปิดมาก็ยิ่งใหญ่เช่นนี้เชียว? ทุกคนอดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้ ล้วนพากันนั่งหลังตรงตั้งใจฟัง

“ณ หอคลังสังหาร เขาผู้นี้สามารถใช้การแสดงอันน่าทึ่ง เพียงปรากฏกายก็สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ผู้คน”

“ท่านทั้งหลาย… การแสดงของเขาเห็นได้ด้วยตาเปล่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวาย เขานั้นไม่สะทกสะท้าน แต่กลับมั่นคงหนักแน่น บทบาทของเขาส่งผลราวกับค้อนทุบลงปฐพี กำหนดทิศทางของเรื่องได้อย่างราบคาบ!”

“ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีรูปโฉมที่สง่างามไร้ที่ติ” หลี่โม่ว่าแล้วก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง

โดยหลักการ ตรงนี้ควรมีโฆษณาคั่น ทว่าเขาไม่รู้จะสอดโฆษณาอะไร เลยทำเพียงยิ้มลึกลับมองไปยังทุกคน

“เหอะ เรื่องแค่นี้มีอะไรให้น่าถกเถียง?” เฉียนปู้ฟ่านส่ายหน้า

เฒ่าเซวี่ยก็พยักหน้ายิ้ม “ใช่แล้ว รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมย่อมเป็น….”

ทั้งคู่สบตาของอีกฝ่าย พลางเปล่งคำออกมาพร้อมกัน

“ข้า!/ข้า!”

“เหอะ เฒ่าเซวี่ยเอ๋ย การแสดงเจ้ามันก็ธรรมดา ไปเอาความมั่นใจมาจากไหนกัน?”

“เฒ่าเฉียน ข้าก็ไม่อยากจะเอ่ยเลย แต่รูปร่างทรงกลมราวกับลูกบอลเช่นเจ้า แล้วยังกล้าเปิดปากเรียกร้องรางวัลอีกหรือ?”

“เจ้ารู้จักหรือไม่ ‘ความงามแห่งหุ่นอวบ’! หรือเจ้าไม่พอใจ? มาสู้กันตัวต่อตัวกับข้ามา!”

“คิดว่าข้ากลัวหรือไร!” สิ้นคำ สองผู้อาวุโสก็ปลดปล่อยอำนาจและแววตาที่พร้อมจะปะทะ

ทว่าพิธีกรหนุ่มบนเวทีก็เอ่ยเสียงดังกลบขึ้นมาพอดี

“หลังผ่านการลงคะแนนเสียงอย่างเข้มงวด—”

“นักแสดงชายยอดเยี่ยมก็คือ…….ข้าเอง!”

สองผู้อาวุโสที่กำลังจะประมือกัน รวมถึงผู้คนทั้งห้อง ต่างหันไปมองไปทางหลี่โม่ที่ชี้นิ้วใส่ตนเอง

“หืม?” ไม่ใช่คนอื่นหรอกหรือ?

เฒ่าเซวี่ยได้แต่ตกตะลึง “เจ้าหนูหลี่ เจ้าเป็นพิธีกรมิใช่หรือ แล้วเหตุใดมอบรางวัลให้แก่ตนเองได้?”

เฉียนปู้ฟ่านถลึงตา “นี่มันโกงกันชัดๆ! เจ้าจัดสรรคะแนนโหวตอย่างไร?”

หลี่โม่ยังมีไม้ตายที่จะทำให้ทุกคนจนปัญญาที่จะเถียงได้ และต้องจำใจยอมรับแต่โดยดี

“เพราะข้าคือผู้สนับสนุนเพียงหนึ่งเดียวของงานในครั้งนี้น่ะสิ!”

“……” สองผู้อาวุโสถึงกับทรุดตัวนั่งลงทันที

ทำไมไม่พูดตั้งแต่แรกเล่า!?

จากนั้นซางอู่จึงลุกขึ้นมามอบรางวัลด้วยตัวเอง—รูปปั้นมนุษย์ทองคำตัวน้อยที่สร้างขึ้นจากวิชาแปดสมบัติฯ หลอมรวมทองหินและโลหะเข้าด้วยกัน ดูแล้วสุกสกาวเจิดจ้ายิ่ง

รูปลักษณ์ของรูปปั้นนั้น ไม่เพียงแต่คล้ายตุ๊กตาหัวโตที่ถูกใช้เป็นไมค์เมื่อครู่ แต่ยัง ‘เหมือนเป๊ะ’ เลยทีเดียว

“นั่น…นั่นมันพี่หลี่น้อยที่เปล่งประกายได้…”

เจียงฉู่หลงกระพริบตาปริบ ๆ นางกำชายกระโปรงด้วยความตื่นเต้น แต่พลันนึกขึ้นมาได้ว่าตนมิได้ติดตามไปยังหอคลังสังหารในครั้งนั้น เช่นนั้นแล้วย่อมไม่ได้รางวัล…

นางหันไปเห็นอิ๋งปิงที่มองเจ้า 'รูปปั้นทองคำ' อยู่เช่นกัน

ยัยก้อนน้ำแข็งดูประหลาดใจเล็กน้อย นางเพิ่งตระหนักว่าตนเองเริ่มมีความสนใจในงานประกาศรางวัลครั้งนี้จริงๆ เสียแล้ว ถึงขั้นที่ในใจยังปรากฏภาพของตนขึ้นไปบนเวทีเพื่อรับรางวัล คาดหวังเสียยิ่งกว่าการมีชื่อติดอยู่บนทำเนียบมังกรซ้อนเร้นเสียอีก—ช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระโดยแท้…

ไม่นานนัก รางวัลประกอบทั้งหลายก็มอบเสร็จสิ้น…

รางวัลนักแสดงสมทบตกเป็นของผู้อาวุโสเฉียนปู้ฟ่าน, รางวัลเก็บภาพยอดเยี่ยมได้แก่โอวหยาง ฯลฯ

“บัดนี้ ถึงครารางวัลใหญ่ปิดงานแล้ว—เอาล่ะ เหล่าผู้ชมทั้งหลายคงจะพอคาดเดาได้”

“ใช่แล้ว! ต่อไปคือรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม!” สิ้นคำประกาศของพิธีกรหลี่โม่

สวีอี้กับถังเสี่ยวป๋าวที่แอบขึ้นไปบนชั้นสอง ในมือพลันชูไข่มุกราตรีที่ผ่านการเจียรจนแสงรวมเป็นลำเดียว เกิดเป็นแสงไฟคล้ายสปอตไลต์

นักแสดงหญิง… วันนั้นมีสตรีไปเพียงสองนาง—หนึ่งคืออาจารย์ซางอู่ผู้เลอโฉม อีกหนึ่งก็คือยัยก้อนน้ำแข็ง

ดังนั้นลำแสงจึงหมุนวนไปมาระหว่างทั้งคู่ ทำให้หัวใจของผู้ชมทั้งห้องพลอยถูกดึงรั้งไว้ พวกเขาล้วนแล้วแต่ตื่นเต้นขึ้นมากับบรรยากาศประกาศรางวัลในครั้งนี้

ขณะนั้นเอง หลี่โม่ก็เดินลงเวที นำรูปปั้นทองคำเล็กส่งให้แก่ซางอู่

“ผู้ชนะรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมก็คือ…”

“เย้! ฮู้!” ซางอู่ตะโกนดีใจล่วงหน้า

คิ้วงามของอิ๋งปิงพลันขมวดมุ่น

“คือ…คนที่อยู่ข้างกายท่านอาจารย์ อิ๋งปิงนั่นเอง!”

รอยยิ้มบนใบหน้าซางอู่พลันแข็งค้าง

“เห้ยๆ! ข้าไม่ยอม! วันนั้นการแสดงของข้าก็ประจักษ์แก่สายตาทุกคน! หากไม่ใช่เพราะข้าลุกขึ้นนำหน้า จะมีนักฆ่ามากมายกล้ารับงานเช่นนั้นด้วยหรือ!?” ซางอู่ตบโต๊ะดัง ‘ปัง!’ ประกาศค้านผู้จัดงานโดยตรง

หลี่โม่กระแอมไอเบาๆ “ท่านอาจารย์…นั่นมันไม่ใช่การแสดงหรอก”

“แล้วมันคืออะไร?”

“คือการปลดปล่อยธาตุแท้ของท่านต่างหาก…”

ทุกคนพยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง—ก็นับว่าสมเหตุสมผล เพราะความจริงแล้วการกระทำของซางอู่แทบเรียกว่า 'การแสดง' มิได้เลย

ท่านอาจารย์ผู้เลอโฉมถึงกับเงียบงัน ได้แต่เบ้ปากเบิกตาใส่ศิษย์รักด้วยความคับข้องใจ สุดท้ายหลี่โม่จึงมอบรางวัล ‘นักแสดงร่วมหญิงยอดเยี่ยม’ ปลอบใจอีกหนึ่งตำแหน่ง พร้อมกับรางวัลเป็นสุราเลิศรสอีกหลายส่วน นางจึงยอมสงบลงแต่โดยดี

หลี่โม่หัวเราะพลางเอ่ย “ตื่นเต้นหรือไม่? ประหลาดใจหรือเปล่า?”

“ส่งมาให้ข้าเถอะ” ประกายในแววตาของอิ๋งปิงเผยความพึงพอใจ นางยื่นมือขาวเนียนออกมาเบื้องหน้า

“รับไป!” รูปปั้นทองคำถูกส่งต่อ นางก้มหน้ามองอยู่ครู่หนึ่ง…

รางวัลต่างๆ มอบจนครบทุกคน แทบจะมีติดตัวคนละหนึ่งตัว ทว่านางกลับนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนยื่นมืออีกให้เขาอีกครั้ง…

“หืม? รางวัลนักแสดงหญิงยังไม่เพียงพอรึ?” หลี่โม่ที่เพิ่งนั่งลงทำหน้างุนงง

“ไม่ใช่ถ้วยรางวัล”

อิ๋งปิงฉวยหยิบตุ๊กตาหัวโตจากมือเขาเบาๆ บนตัวมันยังคงมีไออุ่นที่ไม่ทันจางหาย

“ข้าแค่ชอบเจ้านี่มากกว่ารางวัล…”

จบบทที่ บทที่ 220 ข้าแค่ชอบเจ้านี่มากกว่า...

คัดลอกลิงก์แล้ว