เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211 จากไม่เชื่อ...สู่ความคลางแคลง, หลอมโอสถลึกลับอีกครา!

บทที่ 211 จากไม่เชื่อ...สู่ความคลางแคลง, หลอมโอสถลึกลับอีกครา!

บทที่ 211 จากไม่เชื่อ...สู่ความคลางแคลง, หลอมโอสถลึกลับอีกครา!


ภายในเรือนรับรอง 

แสงจันทร์สาดส่องลอดปลายกิ่ง เพียงเห็นสีหน้าอันเคร่งเครียดของเซวี่ยจิง ถังเสี่ยวเป่าก็สัมผัสได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดา

“เจ้าจะหลอมโอสถลึกลับขึ้นมาใหม่งั้นรึ?”

“ขอรับ”

“สี่เม็ดเลย?”

“ใช่แล้ว”

เซวี่ยจิงสูดลมหายใจลึก...ความเย็นเยียบสายหนึ่งแล่นจับขั้วหัวใจ

เขาเพ่งพินิจศิษย์หลานอย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะพบว่าแววตาของหลี่โม่นั้นแน่วแน่...แน่วแน่ยิ่งกว่าตอนที่ประกาศว่าจะกระโจนลงเตาหลอมโอสถเสียอีก

หลอมโอสถลึกลับสี่เม็ด...ความคิดนี้บ้าบิ่นยิ่งกว่าครั้งก่อนนัก

"เสี่ยวโม่เอ๋ย...เรื่องที่ว่าทลายโอสถแล้วฝึกใหม่เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นน่ะ มันมีอยู่แต่ในตำนานที่แต่งขึ้นเท่านั้น อย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด" เซวี่ยจิงรู้สึกว่าหลี่โม่คงจะหมกมุ่นกับเรื่องเล่าพวกนั้นมากเกินไป

ท้ายที่สุดแล้ว ในนั้นมักจะมีเนื้อเรื่องที่ตัวเอกสูญเสียพลังยุทธ์ทั้งหมด แล้วหลังจากฝึกฝนใหม่ก็แข็งแกร่งขึ้น เสี่ยวโม่ยังเยาว์วัย อาจารย์ที่นับถือก็มีเพียงซางอู่ เกรงว่าบนเส้นทางแห่งยุทธ์จวบจนบัดนี้ คงไม่ต่างอันใดกับการคลำหินข้ามแม่น้ำ...ต้องเรียนรู้ด้วยตนเองทั้งหมด ดังนั้นจึงง่ายที่จะเชื่อเรื่องราวที่ไม่น่าเป็นไปได้เหล่านั้น

“ข้าไม่ได้คิดจะทลายโอสถเพื่อฝึกใหม่” หลี่โม่ส่ายหน้า

“แล้วเจ้าจะทำอะไร?”

“ข้าจะหลอมโอสถลี้ลับเพิ่มอีกสี่เม็ด แล้วเก็บทั้งหมดไว้ในตันเถียน”

“ว่ากระไรนะ?!!”

โอสถในมือร่วงหล่นกระทบพื้นดัง 'แปะ!' ผู้เฒ่าเซวี่ยยืนนิ่งงันจนลืมที่จะเก็บมันขึ้นมาด้วยซ้ำ

เขากล่าวอย่างปวดใจว่า “แย่แล้วเสี่ยวเป่า คราวนี้ข้าไม่รู้ว่าศิษย์น้องของเจ้าจะรักษาได้หรือไม่”

“ท่านผู้อาวุโส… ข้าไม่ได้ป่วย ครั้งที่แล้วข้ากับศิษย์พี่เสี่ยวเป่าเข้าไปในเตาหลอมโอสถด้วยกัน สุดท้ายก็สำเร็จมิใช่รึ?” หลี่โม่ได้แต่ยิ้มขื่น

“คนที่รักษาแล้วแต่น้ำลายยังยืด ก็เคยพูดว่าตนเองมิได้ป่วยเช่นกัน” ผิวหน้าของเซวี่ยจิงกระตุก หวนนึกถึงภาพที่คนทั้งสองบรรลุโอสถลึกลับพร้อมกัน

“ไม่ใช่ว่าความคิดเพ้อฝันทุกอย่างจะกลายเป็นจริงได้ง่ายๆ ครั้งนั้นมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ”

“เอาเรื่องอื่นทิ้งไปก่อน ตันเถียนของเจ้าจะรับโอสถลี้ลับเพิ่มอีกสี่เม็ดได้รึ?”

“ได้ขอรับ”

“เห็นไหมล่ะ ข้าว่าแล้วว่า...” ขณะกำลังจะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมต่อ เซวี่ยจิงพลันชะงัก

ตรงหน้าของเขาปรากฏโอสถลี้ลับสามดวงลอยเด่นขึ้นมา

ดวงหนึ่งคือโอสถหยางบริสุทธิ์ แผ่ไออุ่นร้อนแรง

ดวงหนึ่งคือโอสถหยินเยือกเย็น ปลดปล่อยไอราวน้ำแข็ง

และอีกดวงคือมุกกระบี่ กำลังส่องประกายคมกล้า

ทั้งสามโคจรตามวิถีอันลึกซึ้ง ไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน แม้ดูพร่าเลือนจนตาลาย แต่กลับสัมผัสถึงตัวตนของแต่ละดวงได้อย่างชัดเจน—โอสถทั้งสามหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ ปราศจากร่องรอยแห่งการต่อต้าน

“น่าสนุกจัง!” ดวงตาของถังเสี่ยวเป่าทอประกายวาววับ

ร่างเล็กของเขาอาบไล้ด้วยแสงสีทองอร่าม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็น 'โอสถทองคำมังกรพยัคฆ์' บินเข้าไปร่วมวงโคจรอยู่ท่ามกลางโอสถลึกลับทั้งสาม

“ฮ่าๆๆๆ!” ถังเสี่ยวเป่าส่งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริง

“ศิษย์พี่เสี่ยวเป่า ท่านระวังหน่อย อย่าไปชนเม็ดกระบี่เข้าล่ะ ของสิ่งนั้นดูเหมือนกลม แต่คมกริบเชียวนะ”

“หึๆ วางใจได้!” หลังจากถังเสี่ยวเป่าเข้าร่วม โอสถทั้งสี่ก็โบยบินสอดประสานกันอย่างราบรื่น ปราศจากความติดขัดใดๆ

เซวี่ยจิงถึงกับพูดไม่ออก—เรื่องเช่นนี้...มันเป็นไปได้อย่างไร? มิน่าเล่า...เหตุใดวันนั้นเสี่ยวเป่าถึงบอกว่าตันเถียนของหลี่โม่นั้นใหญ่โตมโหฬาร

เจ้าหนุ่มนี่มันมีกายาพิเศษอันใดกันแน่? แม้แต่ตันเถียนของอิ๋งปิงยังไม่อาจเทียบเทียมได้...

เขาไอเบาๆ กลบเกลื่อน ก่อนจะกล่าวต่อว่า

“การจะหลอมโอสถลึกลับเพิ่ม หมายความว่าเจ้าต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาใหม่สำหรับโอสถแต่ละเม็ด”

“มันสิ้นเปลืองทั้งเวลาและพลังงานอย่างมหาศาล สู้ทุ่มเทสมาธิให้กับการบำเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาเดียวให้ถึงที่สุดไม่ดีกว่ารึ?”

หลี่โม่ยังคงควบคุมโอสถทั้งสี่ให้โคจรต่อไปพลางยิ้มบางๆ

“ท่านผู้อาวุโสโปรดวางใจ ข้าพอจะมีพรสวรรค์ด้านเคล็ดวิชาจิตอยู่บ้าง”

เซวี่ยจิงลังเล “มีพรสวรรค์อยู่บ้างก็...”

หลี่โม่รีบกล่าวต่อ “การเรียนรู้วันละสามถึงห้าแขนงไม่นับเป็นปัญหาสำหรับข้า”

"เงื่อนไขเพียงหนึ่งเดียวคือต้องมีความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์อย่างลึกซึ้ง ซึ่งช่วงที่ผ่านมา...จากการชี้แนะขององค์หญิงน้อยเจียงรวมถึงประสบการณ์ที่เมืองกระบี่หงเหวิน ก็ช่วยเติมเต็มความเข้าใจในส่วนที่เคยขาดหายไปให้กลับมาเปี่ยมล้นอีกครั้ง"

เซวี่ยจิงเลิกคิ้วสูง เขาไม่เชื่อแม้แต่ครึ่งคำ

ทว่า...หนึ่งก้านธูปต่อมา ความไม่เชื่อนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นความคลางแคลง

เคล็ดวิชาจิตระดับสูงสองเล่มที่เขาลองหยิบยื่นให้ หลี่โม่กลับเรียนรู้จนทะลุปรุโปร่งได้ในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป!

อันที่จริง...เขายังออมมือไว้แล้ว กลัวว่าผู้เฒ่าเซวี่ยจะตกใจจนความดันขึ้น จึงแสร้งทำเป็นใช้เวลาทำความเข้าใจอยู่นาน...

ดังนั้น เส้นทางสู่การทำให้ความคิดของเขาเป็นจริง ก็ยังขาดเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เหลือไว้อย่างจงใจ

มือที่ลูบเคราของเซวี่ยจิงสั่นเทาเล็กน้อย “แต่วิชาโอสถภายนอกของข้าไม่สมบูรณ์ โอสถที่เจ้าหลอมเองย่อมไม่อาจเหมือนกับเสี่ยวเป่าได้”

“เรื่องนี้ข้าเตรียมการไว้แล้ว”

หลี่โม่หยิบ «คัมภีร์โอสถเทวะไท่ชิงทองคำ» ฉบับคัดลอกออกมาจากอกเสื้อ วางมันแผ่ลงบนโต๊ะ

“สำหรับวิชาโอสถภายนอกของท่าน ข้าบังเอิญได้พบตำราโบราณเล่มหนึ่งเข้าพอดี เลยเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา...”

“หากได้ศิษย์พี่เสี่ยวเป่าคอยช่วยอยู่ข้างๆ โอกาสสำเร็จของแผนนี้ก็คือ...สิบส่วน!”

“คัมภีร์โอสถรึ? ไหนข้าดูหน่อย...”

หลังจากเปิดคัมภีร์ออกอ่าน สีหน้าของผู้เฒ่าเซวี่ยก็เปลี่ยนจากเคร่งขรึมเป็นตกตะลึง จากตกตะลึงเป็นเข้าใจแจ้ง และท้ายที่สุด...แววตาก็ทอประกายแห่งปัญญา!

......

หลังจากนั้นไม่นาน เซวี่ยจิงก็เปิดเตาหลอมโอสถอีกครั้งด้วยสีหน้าอันซับซ้อน

ภายในเตาหลอม หลี่โม่และถังเสี่ยวเป่านั่งประจำตำแหน่งเช่นครั้งก่อน

“ศิษย์พี่เสี่ยวเป่า ทุกอย่างจะเหมือนครั้งที่แล้ว แต่ครั้งนี้ท่านต้องโคจรพลังโอสถตามเส้นทางพลังของข้า”

แผนของหลี่โม่คือใช้เคล็ดวิชาจาก «คัมภีร์โอสถเทวะไท่ชิงทองคำ» เป็นแกนหลัก เพื่อกำหนดทิศทางการหลอมอย่างแม่นยำ แล้วอาศัยพลังของถังเสี่ยวเป่าเป็นตัวเร่งให้โอสถก่อร่างเร็วขึ้นอีกสิบเท่า

“ได้เลย!” ถังเสี่ยวเป่ารับคำอย่างมั่นใจ

ทุกอย่างพร้อมแล้ว!

วินาทีต่อมา—เปลวเพลิงในเตาหลอมมังกรพยัคฆ์ก็พลันระเบิดออกราวกับภูเขาไฟปะทุ ท่วมท้นไปทั่วทั้งเตาในพริบตา

หลี่โม่ในยามนี้หาใช่คนเดิมอีกต่อไป เขากระตุ้นเพลิงกรรมด้วยพลังปราณแท้ คุณภาพของเปลวเพลิงจึงแตกต่างจากครั้งก่อนราวฟ้ากับเหว

หลังจากเจตจำนงวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น การควบคุมเปลวเพลิงของเขาก็ยิ่งละเอียดอ่อนมากขึ้นทวีคูณ

“ข้ารู้สึกร้อนขึ้นมานิดหน่อยแล้ว” ถังเสี่ยวเป่ากล่าวอย่างตื่นเต้น—เขาสัมผัสได้ว่าในเวลาเพียงชั่วพริบตา สมบัติล้ำค่าจากสวรรค์และปฐพีมากมายได้ถูกหลอมละลายกลายเป็นโอสถอันบริสุทธิ์

เมื่อมองดูหนึ่งคนหนึ่งโอสถภายในเตาหลอม สีหน้าของเซวี่ยจิงไม่เพียงแต่ซับซ้อน แต่ในใจยังเปี่ยมไปด้วยความหวัง

บางที...โอกาสที่เสี่ยวเป่าจะบรรลุทวารทั้งเก้าได้สมบูรณ์ อาจจะฝากไว้ที่ศิษย์หลานผู้นี้

เขาเคยคิดว่าชั่วชีวิตนี้คงมิได้เห็นเสี่ยวเป่าบรรลุเก้าประตูได้… ทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับคนรุ่นหลังของยอดเขาโอสถ แต่บัดนี้...เขากลับมองเห็นแสงแห่งความหวังอยู่รำไร

เขาใช้นิ้วร่ายเคล็ดโอสถ—ภายใต้การนำของหลี่โม่ โดยมีถังเสี่ยวเป่าและเซวี่ยจิงเป็นผู้ช่วย ความน่าอัศจรรย์ของ «คัมภีร์โอสถเทวะไท่ชิงทองคำ» ก็เริ่มสำแดงฤทธิ์เดช

วัตถุดิบนานาชนิดที่ผ่านการสกัดได้หลอมรวมและควบแน่น จนก่อเกิดเป็นรูปทรงตั้งต้นของเม็ดยา

นี่เป็นเพียงรูปทรงตั้งต้นเท่านั้น ในอดีตผู้เฒ่าเซวี่ยก็ทำได้ถึงขั้นตอนนี้ โอสถภายนอกของเขาจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะมีผล

แต่ในขณะนี้ ถังเสี่ยวเป่าได้คืนสู่ร่างเดิม โคจรประสานพลังไปกับหลี่โม่ เกิดเป็นแรงสั่นสะเทือนที่สอดคล้องกัน

รูปทรงตั้งต้นของโอสถลึกลับสั่นสะเทือนตามไปด้วย ภายในราวกับถูกสลักเสลา และคล้ายกับกำลังเติบโตขึ้นเอง ปรากฏเส้นลายขึ้นทีละสาย…

ก่อนค่อยๆ ก่อร่างเข้าใกล้ความเป็นโอสถลีกลับที่แท้จริงออกมา

จบบทที่ บทที่ 211 จากไม่เชื่อ...สู่ความคลางแคลง, หลอมโอสถลึกลับอีกครา!

คัดลอกลิงก์แล้ว