เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 192 ยัยก้อนน้ำแข็งปะทะยัยก้อนน้ำแข็ง?

บทที่ 192 ยัยก้อนน้ำแข็งปะทะยัยก้อนน้ำแข็ง?

บทที่ 192 ยัยก้อนน้ำแข็งปะทะยัยก้อนน้ำแข็ง?


เพลงกระบี่อันน่าตื่นตะลึงของอิ๋งปิงเมื่อครู่ ได้ประจักษ์แก่สายตาของทุกคนแล้ว

ธิดามารสวรรค์แห่งหอละอองฝน ผู้รั้งอันดับหกแห่งทำเนียบมังกรซ่อน ทั้งยังครอบครองกายามารสวรรค์อันร้ายกาจยิ่ง—ยามเคลื่อนไหวด้วยความเร็วราวดุจอสุนีบาต หากจิตไม่มั่นคงพอ แม้แต่ยอดฝีมือระดับกายภาพภายนอก ก็อาจตกสู่ภวังค์มายาได้ในชั่วพริบตา

นี่จึงเป็นเคล็ดวิชาที่อินเหมียนเหมียนใช้สังหารอัจฉริยะแห่งทำเนียบมังกรซ่อนมาแล้วหลายคน ซ้ำยังสามารถถอนตัวได้อย่างปลอดภัยเสมอ

แต่เมื่อครู่... วิชามายาแปลงรูปปีศาจสวรรค์ กลับถูกทำลายลงด้วยกระบี่เพียงกระบวนเดียว!

นี่คือจิตกระบี่กระจ่างแจ้ง!

เหล่าผู้อาวุโสต่างตระหนักว่า—หากอยู่ในระดับเดียวกัน พวกเขาไม่มีทางบรรลุถึงขอบเขตของอิ๋งปิงได้เลยแม้แต่น้อย หรืออาจกล่าวได้ว่า... ตลอดชั่วชีวิตของพวกเขา มิเคยได้พบพานผู้ใดที่เป็นเช่นนี้มาก่อน

ก่อนหน้านี้…เจียงชูหลงใช้เพียงรอยกระบี่เป็นรากฐาน ทำความเข้าใจคัมภีร์ปราณญาณเทพจนบังเกิดรูปลักษณ์สุดยอด ซึ่งนับว่าเหนือล้ำจินตนาการไปมากแล้ว

แล้วอิ๋งปิงเล่า?

เหล่าผู้อาวุโสสบตากัน ต่างมองเห็นถึงความเคร่งขรึมและความคาดหวังฉายชัดในแววตาของอีกฝ่าย—พวกเขาอาจกำลังจะได้เป็นประจักษ์พยานในการสร้างตำนานบทใหม่ของเมืองกระบี่ก็เป็นได้

“เชิญ” ผู้อาวุโสเจิงผายมือ

อิ๋งปิงพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะหรี่ดวงตาอันสงบนิ่งหันมองที่ยังหลี่โม่

หากมิใช่เพราะได้สื่อสารกับเขาผ่านห้วงจิตเจตจำนง และได้รับการยืนยันในระดับจิตวิญญาณ…นางคงมิได้เห็นจันทราที่แตกต่าง และไม่อาจบรรลุจิตกระบี่กระจ่างแจ้งได้ในวันนี้

ดังนั้น…หากนางได้หยั่งรู้สิ่งใดจากรอยกระบี่นี้ ย่อมต้องมีเงาของเขาอยู่ข้างในนั้นด้วย

หลังจากนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากของนางก็เอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา

“วาดภาพข้า”

“หืม...?” ครานี้ถึงกับทำให้ศิษย์น้องหลี่สับสนไปชั่วขณะ

เขาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษหยกสีเขียวซึ่งวาดภาพศิลาแห่งรอยกระบี่เอาไว้ออกมา

“มิใช่ภาพนี้”

“ฮะ? เช่นนั้น...” หลี่โม่ลองเอาภาพวาดสตรีออกมา

อิ๋งปิงหยิบตุ๊กตาออกมาจากอกเสื้อ ก่อนประทับมันลงบนมุมหนึ่งของภาพวาดเบาๆ—เมื่อปราณแท้ได้ไหลเวียน…ศีรษะโตๆ ของตุ๊กตาก็ถูกประทับลงบนภาพวาดสตรีอย่างชัดเจน

“นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของข้าเช่นกัน เจ้าวาดตกหล่นไป”

“นี่จะนับเป็นภาพวาดคู่รักได้หรือไม่?” หลี่โม่หัวเราะออกมาเบาๆ

แม้จะดูแล้ว..คล้ายตราประทับมากกว่า

เด็กสาวหันหลังกลับ ก่อนเดินไปยังศิลาประหลาด—ในขณะนั้น คลื่นพลังจากการต่อสู้ของยอดฝีมือระดับกายภาพภายนอกยังคงไม่จางหายไป

ท้องฟ้าสีครามพลันหม่นแสง พร้อมกับสายฝนที่เริ่มโปรยปราย…

กระโปรงสีครามในม่านฝนทำให้เงาร่างของนางดูพร่ามัวยิ่งขึ้น—ดุจบุปผาในม่านหมอก ไม่แน่ชัดว่านางกำลังเดินออกมาจากภาพวาด หรือกำลังจะก้าวเข้าไปในภาพวาดกันแน่

“ฟ้าครามรอมวลเมฆาฝน….ข้ารอคอยเจ้า”

“จันทราสาดแสงส่องนวลกระจ่าง…สิ้นสุดเรื่องราวในครานี้” หลี่โม่อดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงเบาๆ ขณะเก็บภาพวาด

หากจะว่ากันตามตรง เขาเองก็ขับขานบทกวีได้ไพเราะยิ่ง หากมีผู้เชี่ยวชาญด้านคีตศิลป์จากหอคณิกาอยู่ที่นี่ จะต้องได้รับคำชื่นชมว่ามีพรสวรรค์เป็เแน่

“พี่หลี่... เพลง... เพลงนี้ชื่อว่าอะไรหรือเจ้าคะ... ช่าง… ไพเราะเหลือเกิน...” องค์หญิงน้อยได้ค้นพบข้อดีของพี่หลี่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างแล้ว

เขาหัวเราะก่อนจะกล่าว “ไว้ข้าจะสอนเจ้า”

“แต่... แต่ข้า...”

“ไม่เป็นไร ข้าจะจูงมือสอนเจ้าด้วยตนเองเลย”

“!” ร่างเล็กๆ ของเจียงชูหลงสั่นสะท้าน

ภาพเหตุการณ์ที่ท่านอาจารย์เคยสั่งสอนผุดขึ้นมาในใจอย่างแจ่มชัด—แม้ว่านางจะยังพูดไม่คล่องแคล่ว แต่จินตนาการของนางนั้นกว้างไกลยิ่งนัก

แต่ว่า... ข้า... ข้าพูดติดอ่างเช่นนี้... หากให้พี่หลี่จูงมือสอน จะเรียนรู้ได้จริงหรือ?

อืมม…ถ้าเป็นท่านพี่หลี่ล่ะก็... ก็น่าจะ... น่าจะทำได้กระมัง?

...

ในตอนนั้นเอง—คลื่นพลังอันพิสุทธิ์และแปลกประหลาดพลันแผ่ขยายจากศิลาแห่งรอยกระบี่…พุ่งเข้าสู่โสตประสาทของทุกคน

ไม่เพียงแต่บนยอดหอกระบี่ เหล่าจอมยุทธ์ที่ยังคงสับสนอยู่เบื้องล่าง ต่างก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งอย่างเลือนราง

ราวกับมีตัวตนลึกลับกำลังพึมพำอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ถ้อยคำเหล่านั้นคล้ายราวกับจะเป็นความลับแห่งสวรรค์

มีหลายคนที่พยายามอย่างหนักที่จะเงี่ยหูฟัง หวังเพียงเพื่อจะหยั่งรู้ถึงบางสิ่ง—แต่เมื่อตั้งใจฟังอย่างละเอียด กลับยิ่งมิได้ยินสิ่งใดชัดเจนนัก มีแต่จะทำให้จิตใจปั่นป่วน ถ้อยคำแตกสลาย

สายตานับไม่ถ้วนที่เฝ้ารอคอย ต่างก็พุ่งเป้าไปยังยอดหอกระบี่—ทุกสายตาที่จับจ้อง ต่างรู้สึกถูกดึงดูดเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย

ขณะที่อิ๋งปิงซึ่งอยู่ใจกลางของคลื่นพลังนี้ นางกลับได้เห็นภาพอีกภาพหนึ่ง

กริ๊ง—

ในห้วงจิตเจตจำนงของนาง อักขระศักดิ์สิทธิ์พลันเปล่งแสงประกายเรืองรอง—เสียงวิหคร้องกังวาน แสงจันทร์แลสาดส่องลงมาปกคลุมทั่วร่าง

ยามที่นางกำลังจะใช้จิตเจตจำนงสัมผัสศิลาแห่งรอยกระบี่นั้น…กลับพบว่าตนเองได้ยืนอยู่ท่ามกลางห้วงแห่งความว่างเปล่าโดยมิรู้ดัว

เบื้องหน้าของนาง…มีอีกคนหนึ่งปรากฏขึ้น—ทั้งแปลกตา…แต่ก็คุ้นเคย

ไม่สิ…

นั่นคือตัวนางเองในชาติภพที่แล้ว! เป็นตอนที่เพ่งพินิจปราณญาณเทพ!

หรืออาจกล่าวได้ว่า…นี่คือปมในใจของนาง—ตัวตนที่เคยยึดมั่นต่อวิถียุทธ์ และยึดติดกับคัมภีร์กระบี่เทวะเมฆาอย่างยิ่ง

‘นาง’ ในเงาสะท้อนนั้น มีแววตาเย็นชาราวกับห้วงลึกแห่งเหมันต์…ไร้ซึ่งอารมณ์ ทั้งยังถือกระบี่น้ำค้างสวรรค์ไว้ในมือเช่นเดียวกัน

‘นาง’ มองมาด้วยดวงตาที่คล้ายกระจกน้ำแข็ง แม้จะไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด แต่ก็ราวกับได้ตั้งคำถามนับพัน

“เจ้าลืมความตั้งใจเดิมของเจ้าไปแล้วหรือ?”

“เจ้าลืมวิถียุทธ์ของเจ้าไปแล้วหรือ?”

“เจ้า... ยังเป็นตัวเจ้าเองอยู่หรือไม่?”

คำถามแล้วคำถามเล่าถาโถมเข้ามาในใจ—นางไม่คิดที่จะตอบด้วยคำพูด แต่ค่อยๆ ยกกระบี่น้ำค้างสวรรค์ขึ้น

สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด… ให้เพลงกระบี่เป็นผู้ตัดสิน

'อิ๋งปิง' ฝั่งตรงข้ามเคลื่อนไหวก่อน! คลื่นกระบี่อันไพศาลซึ่งเปี่ยมด้วยอุดมการณ์พลันระเบิดออก!

‘จิตช่วงชิงลิขิตสวรรค์’—ราวกับเป็นทัณฑ์จากฟากฟ้าที่ต้องการกลืนกินอิ๋งปิงผู้เบี่ยงเบนไปจากความตั้งใจเดิม

นี่คือกระบี่ของ ‘นาง’ ในอดีต ที่ใช้เพื่อฟาดฟัน ‘นาง’ ในปัจจุบัน!

และยังเป็นเคล็ดวิชาจากคัมภีร์กระบี่เทวะเมฆาที่สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติอย่างยิ่ง!

มันถาโถมเข้ามาด้วยท่วงท่าอันเด็ดขาด!

“กระบี่นั่น...”

อิ๋งปิงหลับตาลง ราวกับว่านางได้กลับไปเห็นดวงจันทร์นั้นอีกครั้ง

ยามที่จิตเจตจำนงของทั้งสองหลอมรวมกัน…นั่นไม่ใช่แค่ดวงจันทร์ดวงหนึ่ง และไม่ได้เป็นเพียงวิถีแห่งไท่อินแบบเดิมอีกต่อไป

ในนั้น... ยังมีกระบี่อยู่ด้วย!

ในชั่วพริบตาที่บังเกิดความหยั่งรู้ นางจึงตวัดกระบี่ออกไป!

จิตวิญญาณและความกระจ่างแจ้ง รวมไปถึงความเข้าใจใหม่ในวิถี ได้หลอมรวมเข้ากับวิชากระบี่เทวะเมฆาที่ฝึกฝนมาแต่เดิม!

แสงจันทร์ที่อยู่รอบกายนางพลันสว่างเจิดจ้า ดั่งมีวงจันทรากระจ่างลอยเด่นอยู่เบื้องหลัง

นางรวบรวมแสงกระบี่ไว้ในมือ ราวกับเทพธิดาผู้เหินลงมาจากไท่อิน—แม้กระบวนท่ายังไม่ปรากฏ แต่ขอบเขตแห่งพลังก็ได้แผ่คลุมลงมาแล้ว

ไร้มลทิน ไร้ตำหนิ…

ทั้งรวดเร็วและเชื่องช้า ทั้งสงบนิ่งและเกรี้ยวกราด ทั้งไร้ใจแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก

สุดท้าย…ทั้งอ่อนโยนและแข็งแกร่งเหนือใต้หล้า!

นี่คือคำตอบของนาง!

การปล่อยวางให้เป็นไปตามธรรมชาติ ก็มิอาจนับว่าเป็นวิถีแห่งสวรรค์หรือ?

ติ๊ง—

ปลายของกระบี่น้ำค้างสวรรค์ทั้งสองปะทะกัน เป็นการตัดสินในขอบเขตแห่งพลัง และยังเป็นการปะทะกันของจิตวิญญาณ

ราวกับว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนาน แต่ก็ราวกับเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว

อิ๋งปิงลืมตาขึ้น ดวงตาของนางสะท้อนภาพศิลาแห่งรอยกระบี่อีกครา

แต่ในแววตาอันสงบนิ่งนั้น…กลับมีความลึกล้ำฉายขึ้นอย่างชัดเจน

คัมภีร์กระบี่เทวะเมฆาที่นางหยั่งรู้ในตอนนี้ ยังคงเป็นวิชาระดับเทพเช่นเดิม แต่มิอาจใช้ชื่อเดิมได้อีกต่อไป

ชั่วครู่ต่อมา…

ความว่างเปล่าพลันสั่นสะเทือน ศิลาแห่งรอยกระบี่ที่นางได้ทำความเข้าใจแล้ว…ยังคงส่งเสียงก้องกังวานไม่หยุด!

สถานการณ์เช่นนี้มิเคยเกิดขึ้นมาก่อน!

สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสพลันแข็งค้าง พวกเขารีบทะยานร่างพุ่งไปข้างหน้า ด้วยความกลัวว่าจะมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น

แต่สิ่งที่กำลังจะเกิด ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว...

ในสายตาที่ตกตะลึงของพวกเขา—รอยกระบี่ที่สลักลึกลับบนศิลาประหลาด…ที่เคยคงอยู่เป็นชั่วนิรันดร์

กำลังเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว!

ราวกับว่ามันถูกลบล้างด้วยอำนาจที่เหนือกว่าอย่างสมบูรณ์!

ประดุจน้ำหมึกบนภาพวาดที่ค่อยๆ เลือนจาง...

และกลับกลายเป็นเพียงหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า!

จบบทที่ บทที่ 192 ยัยก้อนน้ำแข็งปะทะยัยก้อนน้ำแข็ง?

คัดลอกลิงก์แล้ว