- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 191 ภาพนี้เป็นเพียงการโฆษณา โปรดยึดของจริงเป็นหลัก!
บทที่ 191 ภาพนี้เป็นเพียงการโฆษณา โปรดยึดของจริงเป็นหลัก!
บทที่ 191 ภาพนี้เป็นเพียงการโฆษณา โปรดยึดของจริงเป็นหลัก!
ภายใต้จิตกระบี่อันกระจ่างแจ้ง กระบี่น้ำค้างสวรรค์ซึ่งเป็นศาสตราวุธลี้ลับ ได้เปล่งอานุภาพจนถึงขีดสุด
หากอินเหมียนเหมียนยังคงอยู่ในขอบเขตปราณญาณเทพขั้นแปด และใช้ร่างมายามารเทวะได้อย่างสมบูรณ์ ก็คงพอจะต้านรับได้สักหนึ่งหรือสองกระบวนท่า
แต่น่าเสียดาย…ที่คำว่า ‘หากว่า’ ไม่มีจริง
สิ้นเสียงกระบี่—เงามายาเทพธิดานับไม่ถ้วนพลันสลายหายไป ดุจภาพฝันในยามตื่น ก่อนจะกลับคืนสู่ร่างเดิมของอินเหมียนเหมียน
นางคราญครางเสียงอู้อี้ ระดับพลังคืนกลับมาครบทั้งแปดช่อง ทว่าสภาพร่างกายองขนางกลับบาดเจ็บสาหัส
ศิลาแห่งรอยกระบี่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
ผู้อาวุโสเจิงซึ่งคอยระวังภัยอยู่หน้าศิลา พลันเคลื่อนไหวในบัดดล—กระบี่ห้าเล่มปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า แบ่งเป็นออกเป็นธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน โคจรตามพลังแห่งเบญจธาตุวนรอบ
ทันทีที่กระบี่ทั้งห้าฟาดฟันลงมา กลางอากาศพลันบังเกิดเป็นธารปราณกระบี่ที่ไหลเวียนมิสิ้นสุด
ไม่เพียงหอกระบี่—ทุกสรรพสิ่งโดยรอบพลันถูกเขตแดนนี้ตัดขาดออกจากโลกภายนอก
ปราณกระบี่ที่ไร้ที่สิ้นสุด ก่อตัวขึ้นเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ที่ถักทออย่างละเอียด—อินเหมียนเหมียนเคลื่อนร่างหลบหลีก วิชาตัวเบาอันพิสดารถูกใช้ออกจนถึงขีดสุด แต่พื้นที่ที่ให้เคลื่อนไหว กลับถูกบีบคั้นลงอย่างรวดเร็ว
อีกเพียงไม่กี่ลมหายใจ…นางก็จะสูญเสียพื้นที่หลบเลี่ยงไปโดยสิ้นเชิง
ผู้อาวุโสเจิงยืนตระหง่านกลางอากาศ ใช้นิ้วชี้ควบคุมธารปราณกระบี่อย่างอิสระ…ดุจจิตรกรผู้ตวัดพู่กันลงบนผืนผ้า
“ก็เท่ดีเหมือนกัน” สหายหลี่โม่เพิ่งจะเคยได้ชมการลงมือของยอดฝีมือระดับที่ห้าในระยะใกล้เช่นนี้
ยอดฝีมือระดับกายภาพภายนอกสามารถสำแดงจินตภาพภายใน ให้ปรากฏสู่โลกภายนอกได้อย่างสมจริงยิ่งนัก
แน่นอนว่า…ยังห่างไกลจากเมล็ดพันธุ์โลกของเขาอยู่มาก
“เมื่อครั้งยังหนุ่ม อาจารย์มีฉายาว่ากระบี่ห้าธาตุ” อู๋ฉู่ซูถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อเห็นว่าหลี่โม่ยังมีสติอยู่กับตัว เขาจึงเข้ามาพูดคุย
“เมื่อท่านบรรลุขอบเขตปราณญาณเทพ ก็สามารถเข้าถึงรูปลักษณ์ชั้นกลางได้ถึงห้าชนิด หลอมรวมพวกมันเป็นรูปลักษณ์ชั้นสูง และท้ายที่สุด…ห้าธาตุก็รวมเป็นหนึ่ง ก่อเกิดเป็นภูมิทัศน์ภายใน ก่อนก้าวสู่ระดับกายภาพภายนอกในเวลาต่อมา”
“น่าเสียดายที่กายากระบี่ห้าธาตุนั้นหาได้ยากยิ่ง...”
หลี่โม่เอ่ยถาม “ในช่วงแรกเริ่ม ความก้าวหน้าจะช้ามากใช่หรือไม่ เพราะดูดซับพลังปราณฟ้าดินได้อย่างยากลำบาก?”
อู๋ฉู่ซูชะงักไปเล็กน้อย: “ท่านรู้ได้อย่างไร?”
“.....”
ในอนาคตเมื่อเขาไปถึงขอบเขตที่ห้า กายภาพภายนอกของเขาจะแสดงผลออกมาเป็นสิ่งใดกัน?—สหายหลี่โม่รู้สึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย…
ในเมื่อกายภาพภายนอกมีความคล้ายคลึงกับเมล็ดพันธุ์โลก…เช่นนั้นหากเขาหลอมรวมฟ้าดินภายในและภายนอกเป็นหนึ่งเดียว…แล้วสำแดงเมล็ดพันธุ์โลกให้ปรากฏบนโลกแห่งความเป็นจริงเล่า?
น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาสามารถดึงพลังจากมิตินั่นออกมาใช้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น—การจะลองทำตามความคิดนี้…ยังคงเป็นเรื่องที่ห่างไกล
“ที่แท้ท่านอาจารย์... ที่ท่านอาจารย์ปล่อยออกมา... คือกายภาพภายนอกนี่เอง”
เจียงชูหลงโผล่ศีรษะออกมาจากด้านหลังของหลี่โม่
“.....หืม?” หูของไป๋จิงหงกระดิกทันที
อู๋ฉู่ซูก็ใคร่สงสัยเช่นกันว่า—เด็กสาวที่เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะปีศาจในวิถีกระบี่ผู้นี้ มีอาจารย์เป็นใครกันแน่…
หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือจากสำนักกระบี่เทียนซาน?
“ขอเรียนถามแม่นาง อาจารย์ของท่านมีนามว่ากระไร”
“ท่านอาจารย์...มิให้บอกเจ้าค่ะ” เจียงชูหลงใช้มือน้อยๆ ของนางจับชายเสื้อของพี่หลี่ พลางส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ
“มิให้บอก...” อู๋ฉู่ซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเปลี่ยนคำถาม
“กายภาพภายนอกของอาจารย์แม่นาง ทิวทัศน์เป็นเช่นใดรึ?”
ยอดฝีมือในทำเนียบปฐพีหรือแม้กระทั่งทำเนียบสวรรค์ ไม่ว่าจะเป็นขั้นกายภาพภายนอก หรือขั้นกายธรรม…ล้วนมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างยิ่ง
“ก็... ก็คือ... สรวงสวรรค์เจ้าค่ะ”
“มีสามสิบสามชั้นฟ้า... ประตูสวรรค์ทิศทักษิณ...มีตำหนักหลิงเซียว... ตำหนักโต้วซ่วย...และเตาหลอมวิญญาณ... แล้วก็มี…ยมโลกเก้าขุมนรก... ฉีเทียนต้าเซิ่ง...”
“อืม... แล้วก็มีหาดทรายด้วย... ข้ายัง... เคย... ไปปั้นกองทรายเล่นที่นั่นด้วยเจ้าค่ะ...”
องค์หญิงน้อยเจียงเล่าเรื่องราวในภาพยนตร์แอนิเมชันที่นางเคยเห็นอย่างมีชีวิตชีวา
สามผู้กล้าแห่งหงเหวินถึงกับอ้าปากค้าง…ผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
นี่…เจ้าเรียกสิ่งนี้ว่ากายภาพภายนอกรึ?
เมืองกระบี่หงเหวินเคยมีผู้บรรลุถึงขอบเขตหยั่งฟ้าระดับที่เจ็ด ซึ่งสามารถสร้างถ้ำสวรรค์ขึ้นในร่างกายได้
แต่ถ้ำสวรรค์นั้น…ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับภาพที่เด็กสาวผู้นี้บรรยายได้เลยแม้แต่น้อย
หากเป็นผู้อื่นพูด พวกเขาย่อมไม่เชื่อ—แต่เด็กสาวผู้นี้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ยิ่งนัก หากไม่ถูกคนชั่วหลอกไปช่วยนับเงินก็นับว่าบุญแล้ว… ไม่เหมือนคนคุยโวโอ้อวดแม้แต่น้อย
หลี่โม่ “.....”
เขาได้แต่ยกมือขึ้นกุมใบหน้าอย่างเงียบงัน
ภาพนี้เป็นเพียงการโฆษณา โปรดยึดถือผลิตภัณฑ์จริงเป็นหลักเถิด!
บางทีในวันหนึ่ง เมื่อองค์หญิงน้อยเจียงมีขอบเขตพลังที่สูงขึ้น…ก็คงจะตระหนักได้ถึงความจริง
“สามสิบสามชั้นฟ้า...” ลมหายใจของอิ๋งปิงติดขัดเล็กน้อย ดวงตาอันเย็นเยียบของนางส่องประกาย
ในบรรดาทำเนียบเก้าฟ้า ผู้ที่เก่าแก่และแข็งแกร่งที่สุดที่นางรู้จัก…ก็คือตัวนางเอง!
แม้แต่ขอบเขตที่แปด…ที่สามารถแสดงผลโลกทั้งใบจากภายในออกมาได้ ก็ยังเป็นไปมิได้ที่จะมีสิ่งมหัศจรรย์เช่นนั้น
ขนาดนางเองก็ไม่เข้าใจ…ต่อให้เป็นเทพเซียน ก็เกรงว่าคงมิสามารถทำได้ถึงขั้นนั้นกระมัง?
แต่ท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็เป็นเพียงคำบอกเล่าของชูหลง จะมีอยู่จริงหรือไม่…ยังคงต้องรอการพิสูจน์ต่อไป อย่างน้อยในชาติที่แล้วของนาง ก็ไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน…
ในขณะนั้นเอง—
แคว่ก!
ลำแสงมืดมิดสายหนึ่งพลันพุ่งทะลวงเข้ามาในเขตแดนกระบี่ห้าธาตุ ฉีกกระชากมันจนเกิดเป็นช่องโหว่!
ม่านพลังภายนอกถูกทำลายลงในพริบตา!
ฟ้าดินมืดมิด สุริยันไร้แสง…วายุสีนิลราวกับมังกรคลั่งล้างโลกโหมกระหน่ำพัดไปทั่วสารทิศ—อินเหมียนเหมียนฉวยโอกาสนี้รีบหลบหนีไป!
ทว่าผู้อาวุโสเจิงกลับไม่มีเวลาไปสนใจนาง กระบี่ทั้งห้าเล่มโคจรรอบศิลาประหลาด เขตแดนกระบี่ยิ่งถูกบีบอัดและควบแน่น เพื่อต้านทานการกัดกร่อนของลำแสงนั้น
…
ณ ที่ห่างไกลออกไป
พลังระดับกายธรรมของมือสังหารระดับฟ้า…แผ่กลิ่นอายอันดุร้ายน่าพรั่นพรึง—โซ่นับหมื่นพันเส้นพันธนาการไว้กับเสาหินสีดำ มันสั่นสะเทือนส่งเสียงครืนๆ ราวกับดวงอาทิตย์ทมิฬกำลังจุติ
“ขอบเขตกายธรรม!”
“มือสังหารเทวะมรณะอันดับเก้า,ราชาทมิฬ!” อิ๋งปิงเอ่ยถึงที่มาของผู้ใช้พลัง
หลังจากที่อีกฝ่ายปรากฏตัว…เขากลับมิได้ลงมือ แต่มองเข้าไปยังส่วนลึกของเมืองกระบี่…
เพียงชั่วอึดใจ—แสงสีดำพลันถอยกลับ พร้อมกับพานักฆ่าแห่งหอละอองฝนที่รอดชีวิตบางส่วน รีบหลบหนีไปยังที่ห่างไกล
เมืองกระบี่หงเหวิน ก็มีผู้อยู่ขอบเขตกายธรรมเช่นกัน…แถมยังมีมากกว่าหนึ่งคน!
แต่ผู้อาวุโสแห่งเมืองกระบี่เหล่านั้น… ก็มิได้ออกหน้าแต่อย่างใด
หากพวกเขาต่อสู้กัน…ไม่ว่าฝ่ายใดจะพ่ายแพ้หรือชนะ—เมืองกระบี่หงเหวินรวมไปถึงเมืองแคว้นอวิ๋น…เกรงว่าจะไม่เหลือแม้แต่หญ้าสักต้น ย่อมถูกทำลายจนสิ้นซาก!
การที่หอละอองฝนหวังช่วงชิงรอยกระบี่หงเหวินในครานี้…ถือว่าเร่งร้อนลงมือยิ่งนัก แผนการจึงไม่สำเร็จดั่งที่หวังไว้
หลังจากกวาดล้างนักฆ่าส่วนที่เหลือได้แล้ว วิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ก็นับว่าจะคลี่คลายลง
เนื่องจากการรู้ล่วงหน้า การบาดเจ็บล้มตายในที่เกิดเหตุจึงมีน้อยมาก แม้จะมีผู้คนหลากหลายจากทั่วทุกสารทิศในงานชุมนุม…แต่ก็เกิดความโกลาหลเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
.....
“ในที่สุดก็เรียบร้อยเสียที” หลี่โม่ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในทันใดนั้น—ข้างหูของเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้น
มาทีละเสียง ทีละเสียง…
ผลตอบแทนจากการลงทุนนานาชนิด ทั้งแบบธรรมดาและล้ำค่า ต่างพากันเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
แจ็กพอตแตกแล้ว!
แม้คุณภาพยังมิอาจบอกได้ แต่ปริมาณนั้นนับว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์อย่างแน่นอน!
เมื่อพูดถึงคุณภาพ ยังมีรางวัลจากยัยก้อนน้ำแข็งอีกส่วน ที่เขายังไม่ได้รับ
“อยากรับไม่ไหวแล้ว…โอ้ยยย!” สหายหลี่โม่ข่มใจของตนเองไว้
เหล่าผู้อาวุโสมาชุมนุมกันบนยอดหอกระบี่—หลังจากสบตากันครู่หนึ่ง เหล่าผู้อาวุโสก็พร้อมใจกันประสานมือคารวะหลี่โม่
“ขอบคุณนายน้อยหลี่ที่แจ้งเบาะแส และขอบคุณแม่นางอิ๋งที่ช่วยต้านนางมารนั่นในยามคับขัน พวกเราจึงสามารถปกป้องสมบัติล้ำค่าของเมืองกระบี่ไว้ได้!”
“นับจากนี้ไป ท่านทั้งสองจะเป็นแขกผู้มีเกียรติของเมืองกระบี่ตลอดไป!”
หากไม่ใช่เพราะพวกเขา การที่จะรักษารอยกระบี่ไว้ได้นั้น…ย่อมเป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้—แต่การถูกหอละอองฝนลอบโจมตีโดยไม่ตั้งตัว ต่อให้เมืองกระบี่หงเหวินไม่ถึงกับล่มสลาย แต่ก็ต้องสูญเสียไปอย่างมหาศาลเป็นแน่—เหล่าผู้อาวุโสล้วนใจกว้างยื่งนัก
“เมืองกระบี่นั้นเที่ยงธรรม นำสมบัติล้ำค่าออกมาแบ่งปันให้ใต้หล้าได้ร่วมชม ถือเป็นเรื่องที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมยิ่ง”
“สิ่งที่พวกข้าน้อยทำ เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น มิต้องเอ่ยคำขอบคุณหรอกขอรับ”
หลี่โม่ยิ้มอย่างจริงใจ เขาไม่ได้ใส่ใจกับรางวัลตอบแทนมากมายที่อีกฝ่ายเสนอให้เลยแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างรู้สึกซาบซึ้ง—เด็กหนุ่มผู้นี้…มิว่าเรื่องอื่นจะเป็นอย่างไร แต่นิสัยใจคอนั้นไม่มีที่ติจริงๆ
ช่างมีกลิ่นอายของวีรบุรุษผู้ทรงคุณธรรมโดยแท้!
“นายน้อยหลี่ช่างถ่อมตน!”
“หากเป็นสมัยที่ข้าท่องยุทธภพในอดีต คงคิดอยากจะร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับนายน้อยหลี่ไปแล้ว!”
ผู้อาวุโสเจิงกล่าวชื่นชมกึ่งทอดถอนใจ…บรรยากาศมาถึงขั้นนี้แล้ว
อู๋ฉู่ซู “หา?”
หากท่านผู้เฒ่าเจิงรู้ว่าแหล่งข่าวของสหายหลี่โม่…ก็คือราชันค้อนแห่งบูรพา มิรู้ว่าจะยังมีความคิดเช่นนี้อยู่หรือไม่…
แต่เมื่อพูดถึงรอยกระบี่…ทุกคนจึงนึกขึ้นได้ว่าธุระสำคัญของงานชุมนุมวิถียุทธ์ครั้งนี้ นั้นยังไม่เสร็จสิ้น
ยังมีคนที่มิได้เพ่งพินิจศิลาประหลาดกับรอยกระบี่—ผู้กล้าและวีรสตรีของรุ่นนี้…ยังมิได้ถูกเเรียกอกมา
พวกเขามองไปยังหลี่โม่และอิ๋งปิง