เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179 เม็ดโอสถกระบี่ก่อกำเนิด!

บทที่ 179 เม็ดโอสถกระบี่ก่อกำเนิด!

บทที่ 179 เม็ดโอสถกระบี่ก่อกำเนิด!


“อู๋ฉู่ซูขึ้นเวทีแล้วหรือ?”

“ใช่! เขาคือผู้ที่เหยียบกระบี่ร่อนลงมาเมื่อเช้าไงเล่า”

“ได้ยินว่าใช้กระบี่คู่ใจเพียงเล่มเดียว ก็สามารถบุกค่ายโจรหมาป่าขาว และช่วยสตรีออกมาได้นับสิบคนเชียวนะ”

“เพลงกระบี่หมื่นบุปผามังกรท่อง เป็นวิชาที่เขาบรรลุจากการพินิจรอยกระบี่หงเหวิน —ทั้งงดงามและคาดเดายาก มิรู้ว่าหลี่โม่จะมองเห็นจุดอ่อนได้หรือไม่”

อู๋ฉู่ซูมีชื่อเสียงมายาวนาน ผู้ฝึกยุทธ์เกือบทั้งลานประลองล้วนเคยได้ยินชื่อของเขา อาจกล่าวได้ว่าเขาคือผู้โด่งดังแห่งแคว้นอวิ๋นก็ไม่ผิด...

ทันทีที่ขึ้นสู่ลานประลอง ร่างเขาก็ทะยานสู่กลางเวหา คนยังไม่ทันถึง ตัวกระบี่ก็มาถึงแล้ว!—กระบี่ยาวพุ่งปักลงบนพื้นเสียงดัง ตามด้วยร่างที่ค่อยๆ ร่อนลงบนด้ามกระบี่อย่างสงบนิ่ง

เห็นจากการปรากฏตัวที่น่าตื่นตานี้เอง จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดเขาจึงมีชื่อเสียงโด่งดังนัก—เป็นคนที่รู้จักสร้างความประทับใจได้ดีจริงๆ...

“คารวะท่านพี่ ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้ว” หลี่โม่คารวะอย่างนอบน้อม โดยไม่แสดงสีหน้าประหลาดใจใดๆ

นี่นับว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย—เขาที่เคยเผชิญหน้ากับ ‘จอมยุทธ์ผู้โอ้อวด’ มานับไม่ถ้วน จึงเชี่ยวชาญการรับมือกับกลเม็ดต่างๆ เหล่านี้อยู่แล้ว

“พี่หลี่โปรดชี้แนะ อย่าได้หนักมือกับข้านัก” อู๋ฉู่ซูเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

ยามนี้สิ่งที่เขาคิด มิใช่ว่าจะเอาชนะอย่างไร หากแต่จะทำอย่างไรเมื่อพ่ายแพ้ต่างหาก—หากจะแพ้…ก็ต้องแพ้อย่างสง่างาม!

เมื่อคิดได้ดังนั้น กระบี่อ่อนที่อยู่ข้างเอวก็ลอยเข้าสู่มือ…มุมปากยกยิ้ม ท่าทางดูองอาจยิ่งนัก

“เชิญ!”

“เชิญ!” หลี่โม่รีบชักกระบี่เพลิงสีชาดออกมา ท่าทางสง่างามไม่แพ้กัน

ในลานประลองพลันเงียบสงัด สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปยังทั้งสองที่ยืนนิ่งไม่ไหวติง

หลี่โม่ “….”

อู๋ฉู่ซู “….”

ผู้ชม “….”

“พวกเขาจะไม่ขยับเลยรึ?”

“หรือนี่คือการประลองกันด้วยพลังปราณจิต?”

“ข้ารู้สึกว่าเป็นการเผชิญหน้ากันของพลังกระบี่และท่วงท่าต่างหาก…ช่างสง่างามยิ่งนัก”

“อืม... ลึกล้ำเกินกว่าจะเข้าใจ”

ผู้ชมที่ไม่รู้เรื่องต่างถกเถียงกันอย่างสับสน—เจียงชูหลงเอียงศีรษะเล็กน้อย ได้แต่กะพริบตาปริบๆ

“พี่หลี่... กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?”

เห็นได้ชัดว่าทั้งสองแค่โพสท่าเหมือนถ่ายรูปโปสเตอร์เพียงเท่านั้น มิได้ใช้ทั้งเจตจำนงหรือกระบวนท่ากระบี่เลยแม้แต่น้อย

หรือว่า... นี่คือการประลองที่นางไม่สามารถเข้าใจได้?

“พี่หลี่เก่งกาจจริงๆ...” แม้แต่องค์หญิงน้อยก็ยังไม่เข้าใจ จึงเห็นได้ชัดว่าไม่มีใครในลานประลองที่เข้าใจมันเลยจริงๆ

...

“...” ดวงตาที่ราวกับกระจกน้ำแข็ง กำลังสะท้อนร่างองอาจของเด็กหนุ่ม

อิ๋งปิงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนคลายออกในทันที—เขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ยามปกติก็สุขุมเยือกเย็น…แต่บางครั้งก็ทำตัวเหมือนเด็กโดยไร้เหตุผล

“เชิญ!”

“ท่านนั่นแหละ เชิญ!”

“ไม่ ท่านต่างหากที่ต้องเชิญก่อน!—ได้ยินว่าเพลงกระบี่หมื่นบุปผามังกรท่องของท่าน…เปลี่ยนแปลงไร้สิ้นสุด ข้าอยากสัมผัสด้วยตัวเองมานานแล้ว”

ทั้งสองต่างทำท่าทีองอาจใส่กัน

“ฮึบ...” อู๋ฉู่ซูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขารู้สึกว่าตัวเองได้พบกับคู่ปรับที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตเสียแล้ว (ที่ไม่ใช่ด้านกระบี่)

หากยังไม่ลงมือตอนนี้ ผู้อาวุโสเจิงซึ่งเป็นอาจารย์ของเขา คงต้องออกมาตำหนิอย่างแน่นอน—หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงทำได้เพียงพยักหน้า

“เช่นนั้น…ข้าน้อยก็มิกล้าขัดคำเชิญ”

พลันกระบี่อ่อนในมือขยับราวกับมีชีวิต—กลีบดอกไม้หมื่นดอกร่วงหล่นลงมาอย่างงดงาม

หลี่โม่นึกถึง ‘เพลงกระบี่เสาะบุปผา’ ของยัยก้อนน้ำแข็งในทันที ในแง่ของความสำเร็จทางวิถีกระบี่แล้ว ยัยก้อนน้ำแข็งเหนือกว่าหลายเท่านัก—แต่หากเป็นด้านเพลงกระบี่…ของอู๋ฉู่ซูนั้นเหนือกว่ามาก

นี่คือวิชาเพลงกระบี่ที่เขาบรรลุเองจากการพินิจรอยกระบี่หงเหวิน ซึ่งทำให้มันกลายเป็นวิชาของเขาโดยสมบูรณ์—สำหรับเพลงกระบี่เพลงนี้แล้ว เขากล้ากล่าวได้ว่าไม่มีใครในเมืองกระบี่ ที่จะสามารถใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมไปมากกว่าเขา ถึงขั้นที่เปลี่ยนแปลงได้ตามใจปรารถนา

“เพลงกระบี่ดี!” หลี่โม่กล่าวชื่นชมจากใจจริง

มิควรดูถูกยอดฝีมือในใต้หล้าจริงๆ หากเป็นเขาเมื่อตอนออกจากสำนักชิงเยวียน เขาคงไม่สามารถหาจุดอ่อนจากเพลงกระบี่นี้ได้แน่นอน

เพลงกระบี่นี้ได้หลอมรวมเข้ากับ ‘เจตจำนง’ และ ‘ร่างกาย’ ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ—หากต้องการทำลายเพลงกระบี่นี้…คงต้องใช้ พลังปราณที่เหนือกว่าเข้าปะทะ!

ระหว่างทางที่ผ่านมา—รวมถึงเมื่อครู่นี้ เขาก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน!

“แม้เพลงกระบี่จะยอดเยี่ยมเพียงใด…ย่อมมีช่องโหว่”

“ท้ายที่สุดแล้ว ก็มิมีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบ!”

แสงกระบี่ที่ราวกับสายฟ้าพุ่งผ่านอย่างฉับพลัน—มันแทงทะลุกลีบดอกไม้หลายสิบกลีบอย่างแม่นยำ และพุ่งตรงไปยังกระบี่อ่อนด้วยวิถีที่คาดไม่ถึง

กลีบดอกไม้ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยพลังปราณ และเคลื่อนไหวตามใจของอู๋ฉู่ซู—ในขณะที่จิตของอู๋ฉู่ซูยังคงจดจ่ออยู่กับพวกมัน แสงกระบี่นั้นพุ่งผ่านกลีบดอกไม้ทุกกลีบอย่างรวดเร็ว

จิตใจของเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แต่เขากลับไม่ถอยหนีเพื่อตั้งรับ—เจตจำนงแห่งจิตวิญญาณพลันเจิดจ้า แสงกระบี่อันคมกริบจากทั่วทั้งฟ้าพลันพุ่งเข้าหาหลี่โม่ กระบวนท่านี้ไม่เพียงแต่แข็งแกร่ง แต่ยังองอาจอีกด้วย!

นี่คือวิถีกระบี่ของข้า!

“ดี!” หลี่โม่หลับตาลง ทุกกระบวนท่าทั้งหมดที่เคยสัมผัสมา ปรากฏขึ้นในใจอย่างชัดเจน—พลันความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ถูกส่งเข้าไปห้วงความคิด!

ในยามนี้ ทั้งกระบวนท่ากระบี่, ปราณกระบี่ และ เจตจำนงกระบี่ของผู้อื่น ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเก้ากระบี่เดียวดายในตันเถียนของเขา—ราวกับมีบางสิ่งกำลังก่อตัว และพร้อมที่จะปะทุขึ้นมา!

ใครบอกว่าข้ามิใช่จอมยุทธ์กระบี่กัน คอยดูเถิด!

“กระบวนท่าต่อไป... โปรดดูให้ดี” ทันทีที่ศิษย์น้องหลี่ลืมตาขึ้น ร่างกายของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัว

อาวุธทั้งหมดในลานประลองต่างสั่นสะท้านจนหลุดจากมือผู้คน—พวกมันต่างพุ่งขึ้นไปกลางอากาศ บดบังท้องฟ้าแลดวงตะวัน!

หลี่โม่ที่สวมรองเท้าย่ำเมฆา ลอยขึ้นไปอยู่ท่ามกลางเหล่าศาสตราวุธ—ราวกับเขากำลังสั่งให้พวกมันทั้งหมดยอมสยบ!

“ช่างเป็นภาพที่น่าตื่นตาจริงๆ” ศิษย์น้องหลี่กล่าวอย่างสงบ

อาวุธนับพันปะทะกับกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นลงมา—ผลลัพธ์จึงมิต้องสงสัย

อู๋ฉู่ซูหัวตั้งชันด้วยความตกตะลึง หน้าผากพลันผุดเหงื่อเย็นเยียบ—เขาทรุดตัวคุกเข่าลงบนพื้นด้วยใบหน้าซีดเผือด

พ่ายแพ้แล้ว…ข้า…พ่ายแพ้จริงๆ!

เมื่อได้เห็นสิ่งที่หลี่โม่แสดงออกมาเมื่อครู่ เขาก็รู้ในทันทีว่าตนเองพ่ายแพ้อย่างหมดท่า

“ข้าน้อยยินดี... ยกย่องท่านว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด!” อู๋ฉู่ซูรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวและกล่าวด้วยรอยยิ้มขมขื่น...

“กระบี่นับร้อยลอยอยู่กลางอากาศ? อาวุธนับพันยอมสยบ?”

“ช่างน่าเกรงขามอะไรเช่นนี้! ผู้เขียนที่เขียนสมุดภาพตอนต่อไป โปรดวาดฉากนี้ลงไปด้วยเถิด!”

“แข็งแกร่งมาก!”

“เป็นวิถีกระบี่ที่ลึกล้ำเพียงใดกัน จึงสามารถทำได้ถึงเพียงนี้?”

ผู้ชมที่กำลังดูอยู่ กลับไม่รู้ความจริงเลยแม้แต่น้อย...

“นั่นคือเคล็ดวิชาหลอมกายารูปแบบหนึ่ง” อิ๋งปิงเผยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูคล้ายกับความรู้สึกที่ไร้ความหมาย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความขบขัน

อืม... ที่จริงแล้วศิษย์น้องหลี่แค่ทำให้กระบี่มีชื่อเสียงในลานประลองขานรับเพียงเท่านั้น แต่ยังไม่ถึงขั้นจะลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า—เขาจึงแอบใช้ ‘กายาศาสตราสังหาร’ ควบคุมพลังอันคมกริบของอาวุธเหล่านั้นต่างหาก จึงสามารถดึงดูดอาวุธในลานประลองขึ้นมาได้

“เจ้าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา”

“เมื่อครูพวกเจ้ารู้สึกถึงกลิ่นอายของการควบแน่นโอสถลึกลับหรือไม่?”

บนแท่นสูง ผู้อาวุโสเจิงขมวดคิ้วด้วยความฉงน เห็นได้ชัดว่าหลี่โม่เข้าสู่ขอบเขตปราณญาณเทพไปแล้ว!—เหตุใดจึงรวบรวมโอสถลึกลับได้อีก

“นั่นคือเม็ดโอสถกระบี่” เสียงที่สงบและไพเราะดังขึ้นในลานประลอง พร้อมกับเสียงกระดิ่งที้ข้อเท้า

สตรีคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามา

จบบทที่ บทที่ 179 เม็ดโอสถกระบี่ก่อกำเนิด!

คัดลอกลิงก์แล้ว