- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- ตอนที่ 165 ครานี้ข้าชนะแล้ว!
ตอนที่ 165 ครานี้ข้าชนะแล้ว!
ตอนที่ 165 ครานี้ข้าชนะแล้ว!
ณ ลานในศาลาชิวสุ่ย
สายลมยามเช้าพัดโชย ใบไม้เสียดสีกันกรุยกราย เบื้องล่างต้นไม้ใหญ่ที่ไม่รู้ว่าปลูกมานานกี่สิบปี กำลังคล้ายยืนชมหนุ่มสาวยืนประจันหน้ากันอยู่ใต้ร่มเงาของมัน
“รอบนี้นับเป็นการสนทนาวิถีกระบี่ หรือว่าการประลองยุทธ์กันแน่?” หลี่โม่ยกกระบี่ขึ้น ยิ้มอ่อนพลางเอ่ยถาม
“แบบใดก็ได้” อิ๋งปิงน้ำเสียงเย็นเรียบ แต่ข้อนิ้วขาวผ่องกลับเกร็งแน่น—นางเพียงอยากให้เริ่มสู้เสียที
หลี่โม่เลิกคิ้วนิด ๆ เห็นทียัยก้อนน้ำแข็งคงจะมีความก้าวหน้าใหม่ในวิถีกระบี่ นางจึงอยากมาทดสอบกับตน… เช่นนั้นตนก็ต้องจริงจังเสียหน่อย
“เช่นนั้นถือว่าเป็นการประลองก็แล้วกัน”
“เริ่มได้—”
“เดี๋ยว”
“หืม?” อิ๋งปิงค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจ แรงกดดันที่เพิ่งขับขึ้นกลับชะงักลงเล็กน้อย
หลี่โม่หัวเราะเบา ๆ
“ในเมื่อเป็นการประลองยุทธ์ เรามาเพิ่มของเดิมพันเป็นรางวัลกันสักนิด…เช่นนี้เป็นอย่างไร”
ความทรงจำผุดวาบ—ในอดีตตอนที่นางสอนเคล็ดวิชากระบี่ พลาดเพียงนิดเดียว ก็จะถูกตีบั้นท้าย! ความเจ็บปวดที่ได้รับ ศิษย์น้องหลี่ยังคงจำได้ขึ้นใจ!
ของที่ข้าเสียไป—ข้าจะต้องเอามันกลับคืนมาด้วยมือของข้าเอง!
ความฮึกเหิมของหลี่โม่พุ่งขึ้นมาบ้าง
รางวัล… อิ๋งปิงเม้มปากเบา ๆ เวลานี้นางไม่อยากได้ยินคำว่า ‘รางวัล’ เอาเสียเลย!
“ได้!”
ถ้อยคำและกระบี่น้ำค้างสวรรค์ผสานกันในชั่วพริบตา ใบคมเงินขาวสะท้อนแสงทันทีที่กระบี่ออกจากฝัก—สรรพเสียงล้วนเงียบงัน ‘เจตจำนงกระบี่’ อันกระด้างเข้าครอบคลุมไปทั่วลาน
หัวใจหลี่โม่สะท้าน—นี่เป็นวิชากระบี่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน! ด้วยสายตาในปัจจุบัน เขาย่อมมองออกว่าระดับขั้นของเคล็ดกระบี่นี้สูงส่งอย่างยิ่ง!
ยัยก้อนน้ำแข็งไปเรียนมาจากที่ใดกัน…
เขามิเสียเวลาใคร่ครวญ พลันย้อนทวน ‘คัมภีร์เก้ากระบี่เดียวดาย’ ในหัว โดยเฉพาะ ‘หลักการ’ และ ‘กระบวนท่าทลายกระบี่’
ทว่า—จะว่าอย่างไรดี…สำหรับเขาแล้ววิชานี้ยังคงโหดหินเกินไป
คิ้วงามของอิ๋งปิงขมวดเล็กน้อย— เพลงกระบี่ของเขา… เหตุใดจึงได้อ่อนด้อยลงไปมากขนาดนี้?
กระบี่ของหลี่โม่กระจัดกระจาย ไร้กระแส ไร้กระบวนท่า—ระดับฝีมือแตกต่างจากเมื่อวานราวฟ้ากับเหว
เคร้ง เคร้ง เคร้ง—
คมกระบี่ปะทะกันเป็นประกาย เพียงพริบตา กระบี่เพลิงสีชาดของหลี่โม่ก็เสียเชิงอย่างชัดเจน
ทั้งสองมิได้ใช้สิ่งใดนอกเหนือจากกระบี่ แน่นอนว่าหลี่โม่มิอาจคว้าค้อนมาใช้ได้ จึงทำได้เพียงตั้งรับซ้ายทีขวาทีอย่างยากลำบาก
แต่หลี่โม่ก็หาใช่ไม้ประดับ—บัดนี้เขาสามารถบรจุความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ได้แล้ว
【ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ยี่สิบปี ถูกบรรจุเข้าเรียบร้อย】
【ปีที่ 1 — ท่านท่องจำหลักการของ “คัมภีร์เก้ากระบี่เดียวดาย” จนขึ้นใจ ก่อนพยายามกลืนรวมให้เป็นหนึ่งเดียว】
【ปีที่ 7 — ท่านค้นพบว่าแก่นแท้ที่ท่านเคยเห็น คือวิถีกระบี่ที่ถือกำเนิดขึ้น หลังจากที่มารกระบี่เอาชนะใต้หล้าแล้ว ใช้ร่างกายที่ไม่เคยรับปราณฟ้าดิน ดั้นด้นแสวงหา “สิ่งหนึ่ง” ที่หลบเร้นอยู่ในวิถี เพื่อต่อกรกับหลักการแห่งสวรรค์】
【ปีที่ 12 — ท่านยังคงอยู่ในสภาวะสับสนกับเคล็ดกระบี่แขนงนี้ ท่านค้นพบว่าความเข้าใจในวิถีกระบี่ของตนเองยังน้อยเกินไป】
【ปีที่ 20 — ท่านหวนนึกถึงฉากที่ประลองกับอิ๋งปิง ในใจพลันเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น ราวกับมีประกายความคิดวาบขึ้นมาอย่างเลือนราง】
หลี่โม่น้ำตาคลอ—ยี่สิบปีเชียวนะ…ทุบหินก็ยังไม่แตก!
ยังดีที่หลังเปิดจุด ‘ปราณญาณเทพ’ จิตวิญญาณของเขาก็เฉียบไวขึ้น และพอได้ประมือกับยัยก้อนน้ำแข็ง จึงพอแลกผลลัพธ์กลับมาได้บ้าง มิเช่นนั้นคงผลาญ ‘ความเข้าใจ’ จนสูญเปล่า ดั่งเช่นตอนหัดวาดภาพนิมิตเป็นแน่
“อีกสักรอบ!”
เขารวบยอดสิ่งที่พอจับต้องได้เมื่อครู่มาใช้—ครานี้เคล็ดกระบี่ของเขายิ่งสับสนไร้รูปแบบมากกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดกระบี่ชั้นสูง หรือสุดยอดวิชาที่เคยเรียนมาในอดีต ราวกับว่าเขาใช้มันออกมาไม่ได้อีกแล้ว
ความจริงต่อให้ใช้ได้ก็ไร้ผล—ภายใต้กระบี่น้ำค้างสวรรค์ที่เจิดจ้าประหนึ่งฟ้า เด็ดเดี่ยวเสมือนเอกธำรง ต่อให้เป็น ‘คัมภีร์กระบี่สุริยัน’ ก็ยังต้องถูกบดขยี้
เคร้ง— เคร้ง— แคร๊ง!—
มือที่กำกระบี่เพลิงสีชาดเริ่มชา—นี่มันน่ากลัวเกินไป! ‘กายาศาสตราสังหาร’ ของเขาก็ใช่ว่าจะกระจอก แต่คมกระบี่ของนางยังสามารถสะท้อนมาจนมือเขาชาได้—ยัยก้อนน้ำแข็งนี่น่าสะพรึงอย่างแท้จริง!
ผัวะ—!
ฉับพลัน วงกระบี่ของหลี่โม่ถูกทะลวง คมของกระบี่น้ำค้างสวรรค์พุ่งมาตบลงบนบั้นท้ายของเขาอย่างจัง
อะไรนะ?!
พวกพ้องทั้งหลาย…บอกเลยว่าข้าชักจะมีน้ำโหขึ้นมาเสียแล้ว
“วันนี้…พอแค่นี้เถอะ”
อิ๋งปิงเก็บกระบี่น้ำค้างสวรรค์ นางคุ้นมือกับกระบวนท่าแรกของคัมภีร์กระบี่เทวะเมฆาแล้ว อีกนิดก็ถือว่าชำนาญ
กระนั้น…นางก็มิกล้าฝืนฝึกซ้อมต่อ ความรู้สึกประหลาดนั้นยังคงเกาะติด จนเกือบทำให้เจตจำนงอันกราดเกรี้ยวของนางสั่นไหว
“ยังไม่จบ!”
หลี่โม่เพิ่งเผาผลาญความเข้าใจในวิถียุทธ์ไปยี่สิบปี แถมโดนฟาดก้นมาหมาด ๆ—ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ เขาจะถอยได้อย่างไร!
ในอนาคตที่พอจับกระบี่ขึ้นมา ก็จะนึกถึงเรื่องราวที่ไม่น่าจดจำนี้ แล้วเขาจะเป็นจอมยุทธ์กระบี่ที่หล่อเหลาองอาจได้อย่างไร! เรื่องนี้ต้องเอาคืน!
ฟึ่บ—
หลี่โม่ชูคมเพลิงสีชาดขึ้นอีกครั้ง ทว่าท่วงท่ากลับดูสับสน ราวกับคนที่เพิ่งจับกระบี่ครั้งแรก
คิ้วเรียวของอิ๋งปิงขมวดเข้าหากัน—ภาพที่เห็นตรงหน้า คือคนที่กำลังฟาดกระบี่มั่วซั่ว…
แต่เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น—ทั้งที่ไร้แบบแผน ไร้ความต่อเนื่อง และไร้ซึ่งท่วงท่า—แต่กลับหาช่องโหว่ที่แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่ทันสังเกตพบได้
แคร๊ง—
ยอดคมถูกสกัด เจตจำนงข่มฟ้าของกระบี่น้ำค้างสวรรค์พลันสะดุด นางรีบหักเปลี่ยนท่วงท่าในทันที—
ทว่าเมื่อเปลี่ยนกระบวนท่า จุดอ่อนของกระบี่น้ำค้างสวรรค์กลับไปชนเข้ากับปลายกระบี่เพลิงสีชาดของเขาพอดี ราวกับนางแบกช่องโหว่มาถวายเขาเสียเอง
“นี่มัน…หรือว่า—”
ความคิดหนึ่งวาบขึ้น—กลิ่นอายแห่งการเข้าถึงหนทางเซียนงั้นหรือ?
เห็นได้ชัดว่าทุกกระบี่ล้วนเรียบง่าย ไม่ต่อเนื่อง ไม่มีกระบวนท่า กระทั่งไม่อาจเรียกว่าเป็นการใช้กระบี่ได้ด้วยซ้ำ!
แต่กลับชี้ตรงจุดอ่อนที่สุดของนางได้ทุกครา
ฝ่ายหลี่โม่—เขารู้สึกว่าถึงจุดที่เพียงพอแล้ว
【ยินดีด้วย ท่านบรรจุความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์สามสิบปีสำเร็จ!】
【ปีแรก ท่านวิเคราะห์ประกายความคิดนั้น หลอมรวมเข้ากับตนเอง เคล็ดกระบี่นับไม่ถ้วนที่เคยเรียนมาในอดีตล้วนผุดขึ้นในใจ】
【ปีที่แปด คู่ต่อสู้นับไม่ถ้วนที่เคยประมือกับท่าน ทุกขั้นตอนการต่อสู้ ล้วนกระจ่างแจ้งในใจ ท่านถึงกับสามารถประลองกับพวกเขาในห้วงความคิดได้】
...
【ปีที่สามสิบ ในที่สุดท่านก็ค้นพบวิธีการที่จะคว้าจับสิ่ง ‘หนึ่ง’ นั้นไว้ได้】
【ใช้ความเข้าใจในวิถียุทธ์สามสิบปีหมดสิ้น ท่านได้เข้าสู่ขั้นเริ่มต้นของ 《กระบี่เก้าเดียวดาย》】
เสียงระบบในอกเงียบงันลง—ประกายปัญญาถูกหลอมเข้ากับตัว
สายตาหลี่โม่แน่วแน่—
ขณะนี้ อิ๋งปิงในอาภรณ์ที่พลิ้วไหว และรูปร่างอรชรอันงดงามนั้น ได้ถูกเขาค้นพบจุดอ่อนเข้าแล้ว
ยัยก้อนน้ำแข็ง เจ้ามีช่องโหว่ที่ร้ายแรงมาก!
เขาขจัดสิ่งทั้งมวลออกจากจิตใจ เหลือเพียง ‘กระบี่’ และ ‘สิ่งหนึ่ง’ เท่านั้น
ฉับ!—
เจตจำนงอันน่าสะพรึงกลัวของกระบี่น้ำค้างสวรรค์ชะงักลงชั่วแล่น ลำคอของนางแดงระเรื่อ—เขา…กล้าคิดที่จะเลียนแบบนาง!
ที่ ‘ตรงนั้น’ ตอนนี้เป็นช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดของนางจริงๆ
อิ๋งปิงกัดฟันระเบิดกระบวนที่สองของคัมภีร์กระบี่เทวะเมฆาออกมา—หลังจากที่เจตจำนงกระบี่หยุดชะงัก นางกวาดพลังทั้งหมดสวนคืนเขาในทันที
“ปล่อยมือ!”
แววตาของอิ๋งปิงที่สงบนิ่งคล้ายจะขุ่นเคือง ประกายกระบี่ระเบิดออกอย่างสมบูรณ์
ผัวะ—
ปลายกระบี่เพลิงสีชาดปลิวจากมือ ไปพร้อมกับคมเยือกแข็งของกระบี่น้ำค้างสวรรค์
การประลองครั้งนี้ควรจะจบลง เหตุเพราะจอมยุทธ์กระบี่สองคน… ไม่มีกระบี่อยู่ในมือ จะประลองอะไรกันได้อีก
—แต่ครั้งนี้ไม่ใช่
‘คัมภีร์เก้ากระบี่เดียวดาย’ มิได้ยึดติดอยู่กับกระบี่โดยสมบูรณ์ และเป็นคัมภีร์ที่ ‘มีแต่รุก ไม่มีรับ’—การโจมตีคือการป้องกันที่ดีที่สุด!
ไร้กระบี่—เรายังมีมือ!
เล็ง ‘ตรงนั้น’—แล้ว ‘ตบ’ ลงไป!
เพียะ—
เสียงนี้… ใสสะอาดก้องกังวาน
เงาร่างสองสายซ้อนทับกันชั่วพริบเดียว
อิ๋งปิงนิ่งค้าง ขนตาสั่นระริก อากาศคล้ายจะหยุดไหล
หลี่โม่ยังทำหน้าซื่อ ยืดอกยิ้มมุมปาก
“แฮะๆ… ครานี้ข้าชนะแล้ว!”