- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 163 องค์หญิงน้อยของข้า, เก้ากระบี่เดียวดาย!
บทที่ 163 องค์หญิงน้อยของข้า, เก้ากระบี่เดียวดาย!
บทที่ 163 องค์หญิงน้อยของข้า, เก้ากระบี่เดียวดาย!
“เป็นอะไรไป?” หลี่โม่ฉงน เมื่อมองไปยังใบหน้าเล็กๆ ที่เงยขึ้นของเจียงชูหลง ก็เห็นดวงตาสีขาวคู่นั้นพร่ามัวไปด้วยน้ำตา
นางร้องไห้?
หรือว่านึกถึงเรื่องเศร้าอะไรขึ้นมากะทันหัน—ทว่าริมฝีปากที่ซีดขาวของนางกลับยกขึ้นเล็กน้อย เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงตะวัน
นางยืนเก้ ๆ กัง ๆ ประหนึ่งดอกไม้ขาวแรกแย้ม ที่เพิ่งรับหยาดฝนแรกของวสันต์ฤดู
หลี่โม่อยากจะหยิบพู่กันขึ้นมาวาด—แต่เวลาไม่เป็นใจเอาเสียเลย
“ข้า…เป็นเพราะข้า—ดีใจเจ้าค่ะ…” เจียงชูหลงลนลานปาดน้ำตา
“เจ้าชอบก็ดีแล้ว” หลี่โม่โล่งอก
“ถ้าชอบก็ลองใช้ดูสิ”
“อืม!” นางพยักหน้าถี่ ๆ
กระบี่กิ่งท้อหยกส่งเสียงครวญเบา ๆ คล้ายปีติที่ได้พบเจ้านายคนใหม่
ไร้ทั้งปราณกระบี่ ไร้ทั้งประกายแสง—นางเพียงเริ่มจากสิ่งที่ร่ำเรียนในระยะนี้ ไล่เรียงตั้งแต่กระบี่ระดับกลางไปจนถึงกระบี่ระดับสูงตามลำดับ เงยหน้าขึ้นมองหลี่โม่เป็นครั้งคราอย่างเขินอาย
“ห่างกันไปเพียงพักเดียว ชูหลงเก่งขึ้นขนาดนี้แล้วหรือ หากเจ้าไป ‘งานชุมนุมจอมยุทธ์แคว้นอวิ๋น’ คงทำให้จอมกระบี่เมืองหงเหวินต้องตกตะลึงเป็นแน่” หลี่โม่ตบมือฉาด ราวกับนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นนางวาดกระบี่
เทพเซียนหยวนสื่อคือใครกัน? ข้าไม่รู้จักจริงๆ
“พี่หลี่…จะออกเดินทาง… ไปที่ไกล ๆ หรือเจ้าคะ?” เจียงชูหลงเผลอเหม่อลอย แต่วิชากระบี่ระดับสูงยังคงร้อยเรียงจากปลายนิ้วอย่างคล่องแคล่ว
“ใช่แล้ว น่าเสียดายที่เจ้าเพิ่งจะอยู่ขอบเขตปราณภายใน ผู้ฝึกยุทธ์ที่ไปส่วนใหญ่น่าจะเป็นขั้นปราณญาณเทพ”
“แต่หากเจ้าสามารถผ่านการทดสอบกระบี่ได้ ก็จะสามารถไปพร้อมกับข้าได้เลย”
หลี่โม่จำได้ว่าเมืองกระบี่หงเหวิน ไม่ได้ห้ามจอมยุทธ์ทั่วไปเข้าร่วม เพียงแต่ส่วนใหญ่ไปก็เสียเที่ยว
สำนักชิงเยวียนเอง ยังส่งแค่ศิษย์เอกของแต่ละยอดเขาไป เหตุเพราะคนอื่นไปก็ไร้ความหมาย
“ไป…กับพี่หลี่หรือเจ้าคะ?” ดวงตาของเจียงชูหลงสั่นระริก เม้มปากแน่น มือเล็กที่กำกระบี่กิ่งท้อหยกก็เกร็งตาม
“ไหน ๆ ก็เป็นชายหาด จะขาดของกินเล่นได้อย่างไร…” หลี่โม่พูดจบ พลันปรากฏไอศกรีมสองสามแท่งขึ้นมา
เพิ่งเตรียมจะเปิดขวดโคล่าต่อ กระบี่เพลิงสีชาดที่คาดเอวอยู่ พลันเกิดสั่นระริกราวจะอดใจไม่ไหว อยากจะพุ่งไปยังทิศใดทิศหนึ่ง…
หลี่โม่ชะงัก เงยหน้ามอง—ไกลออกไป ทั้งที่เป็นชายหาดและทะเล แต่ในสายตากลับปรากฏ ‘ป่าต้นท้อ’ แตกกิ่งแตกใบผลิบานงดงามโอ่อ่าอยู่เบื้องหน้า
ร่างของนาง ราวกับซ้อนทับกับร่างของใครคนหนึ่งในความมืดมิด—ป็นจอมยุทธ์กระบี่ผู้ที่เคยเด็ดกิ่งท้อ และเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธชั้นเลิศในกาลก่อน
เจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ในอาวุธชั้นเลิศ กลับปรากฏเป็นรูปร่างขึ้นมาเพราะเจียงชูหลง
จอมยุทธ์กระบี่ในชุดสีครามยืนอยู่ตรงนั้น ในแววตามีความเศร้าสร้อยจางๆ เมื่อได้เห็นเจียงชูหลงและหลี่โม่ เขาพยักหน้าให้เล็กน้อย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องออกมา
ในขณะเดียวกัน เสียงกระซิบของระบบก็ดังขึ้นเคียงหูหลี่โม่
【ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของระบ—ลงทุนกับ ‘เจียงชูหลง’ ด้วยกระบี่กิ่งท้อหยก เกื้อหนุนให้นางบรรลุ ‘เจตจำนงกระบี่สายลมวสันต์’ และทำให้ ‘คัมภีร์กระบี่วัชพืช’ เลื่อนขึ้นสู่ระดับสูง】
【ท่านมีรางวัลผลตอบแทนการลงทุนที่รอรับอยู่】
หลี่โม่ตะลึงค้างจนไม่ได้เปิดดูรางวัล
ประเดี๋ยวนะ.. องค์หญิงชูหลงตัวน้อยของข้า…
แค่ได้อาวุธชั้นเลิศเพียงชิ้นเดียว ก็สามารถบรรลุถึงเเจตจำนงกระบี่ได้เลยรึ? โลกนี้ยังมีขื่อมีแปหรือไม่
เดิมทีเขารู้สึกว่าหลังจากที่ตนเองเข้าสู่ขั้นปราณญาณเทพแล้ว จะสามารถเข้าใจกระบวนท่าวิชายุทธ์ทุกชนิดได้อย่างละเอียดลึกซึ้ง พรสวรรค์ในการฝึกกระบี่ก็น่าจะเพิ่มขึ้นมาบ้าง
แต่เขากลับไม่เข้าใจเลยว่าเจียงชูหลงทำได้อย่างไร—ขนาดยัยก้อนน้ำแข็งก็ยังมิน่าจะทำเช่นนี้ได้?
ไม่นานนัก เจตจำนงกระบี่ก็สลายไป
เจียงชูหลงกอดกระบี่ก้มหน้า ก่อนเอ่ยเสียงเบา
“พี่หลี่…แบบนี้…แบบนี้ชูหลง…จะไปกับพี่…ได้ไหมเจ้าคะ?”
หลี่โม่ “…”
ไปน่ะไปได้—ถ้าไม่นับว่าพอถึงเมืองกระบี่หงเหวินแล้ว บรรดาจอมกระบี่ทั้งหลายจะพังทลายทางใจไปครึ่งเมือง…
“อืม ไปได้สิ” หลี่โม่รับคำ
เจียงชูหลงยิ้มเขิน ๆ ดีใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ชูหลง…จะไม่ทำให้พี่หลี่ขายหน้า…เป็นอันขาด…”
“ข้อนี้ข้าเชื่อสนิทใจ” ชายหนุ่มผู้สะสุม ‘ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์’ มาหลายร้อยปี แต่ก็ยังไม่สามารถแตะถึง ‘เจตจำนงกระบี่’ คนนี้ พยักหน้าแรง ๆ
ขายหน้าอะไรเล่า—ถ้าไม่ใช่เพราะข้าหน้าหนาขนาดนี้ คงมุดดินหายไปแล้ว!
คำว่า ‘เชื่อใจ’ ทำให้เจียงชูหลงรู้สึกร้อนวูบที่แก้ม เป็นความรู้สึกมึนงงที่แตกต่างจากยามบรรลุวิชากระบี่ นางกำชายเสื้อแน่น พยายามที่จะหาคำพูด—
“นี่” ไอศกรีมแท่งหนึ่งถูกยื่นมาจ่อมือ
“ข้าทำเอง เจ้าลองชิมดู” หลี่โม่เอนตัวนั่งเก้าอี้ผ้าใบ
เจียงชูหลงกัดหนึ่งคำ รีบหลับตาเพราะความเย็นวาบ—หวานนิด ๆ และเย็นชื่นใจ… จากนั้นก็ไม่กล้ากัดแล้ว ได้แต่เลียเบา ๆ อย่างลูกแมว
ทั้งสองนั่งอยู่ริมชายหาด ลมทะเลอ่อน ๆ พัดแผ่ว แดดยามบ่ายถูกร่มผ้ากันไว้ มีไอศกรีมกับโคล่า—เรียบง่าย ทว่าอบอุ่น
เจียงชูหลงมีความสุขอย่างที่สุด นางคิดว่านี่คงเป็นวันที่ดีที่สุดในชีวิต หากมันคือความฝัน นางก็ไม่อยากตื่นอีกเลย…
“พี่หลี่.....เก่งจังเลยเจ้าค่ะ”
“ของแบบนี้....ก็ยัง....ทำออกมาได้”
“ไม่เหมือนข้า...ทำ...ทำอะไรก็ไม่เป็น”
“.....” หลี่โม่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ชูหลง สัญญาอะไรกับข้าเรื่องหนึง”
“ข้าสัญญา!”
“แต่ข้ายังไม่ได้บอกเลยนะว่าเป็นเรื่องอะไร”
“เรื่อง...เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”
มองดวงตาใสขององค์หญิงชูหลงที่กระพริบ หลี่โม่กระแอมเบา ๆ
“ในอนาคต หากกระบี่ของเจ้าก้าวล้ำข้าไปแล้ว ก็ต้องยังให้ข้าลูบหัวอยู่—ได้หรือไม่?”
อืม… ‘อนาคต’ นั่น บางทีก็อาจหมายถึง ‘ตอนนี้’ แล้วก็ได้…
—
เขาอยู่ในเมล็ดพันธุ์โลกกับเจียงชูหลงตลอดคืน หลังนัดแนะกับองค์หญิงน้อยเจียงว่าจะลงเขาไปรับนางแล้ว หลี่โม่จึงค่อยย้อนกลับไปยังเรือนในศาลาชิวสุ่ย
“จริงสิ ยังมีผลตอบแทนที่ยังไม่ได้กดรับนี่”
“ไม่รู้ว่าเป็นอะไร....” หลี่โม่ถึเพิ่งมีเวลาตรวจสอบบันทึกของระบบ
【ผลตอบแทนจากการลงทุน:《คัมภีร์เก้ากระบี่เดียวดาย》】
【《คัมภีร์เก้ากระบี่เดียวดาย》:รังสรรค์โดย ‘จอมกระบี่ผู้แสวงพ่าย’ หลักการโดยรวมนำมาจาก《คัมภีร์อี้จิง》 ครอบคลุมสรรพสิ่งในจักรวาล วิชายุทธ์ชุดนี้ไม่มีระดับขั้น จะแข็งแกร่งขึ้นตามความสำเร็จในวิถีแห่งยุทธ์ ในท้ายที่สุดเคล็ดวิชาจะใกล้เคียงมรรควิถีแห่งเซียน】
“!!”
หลี่โม่ตาสว่างวาบ—ของเด็ดขนาดนี้ ต่อให้มิใช่คออ่านนิยาย ก็ต้องเคยได้ยินชื่อมาบ้าง!
ยิ่งไปกว่านั้น หนทางที่เคล็ดวิชาใช้ จะใกล้เคียงกับมรรคาแห่งวิถีเซียน—จริงๆ แล้วเขาก็เดินตามเส้นทางสายนี้มาโดยตลอด แต่เป็นเพียงการเดินคลำทางไปเรื่อยๆ
วิชายุทธ์แขนงนี้ ชี้ตรงไปยังรากฐานของหนทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคือประทีปส่องทางให้แก่วิถีกระบี่ของเขา!
“รับ ๆ ๆ!” ศิษย์น้องหลี่ตื่นเต้นจนถูมือไม่หยุด
เช่นเดิม เคล็ดกระบี่ไม่ได้มาในรูปแบบของตำรา เมื่อเขากดรับ เนื้อหาของวิชายุทธ์ก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา...