- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 115 ผสานกายา! เปิดผนึกมิติหงส์โลหิต!
บทที่ 115 ผสานกายา! เปิดผนึกมิติหงส์โลหิต!
บทที่ 115 ผสานกายา! เปิดผนึกมิติหงส์โลหิต!
เมื่อปรากฏการณ์ประหลาดสิ้นสุดลง เตาหลอมก็มอดดับไปในที่สุด บรรยากาศบนยอดเขาเงียบสงัดชั่วขณะ มีเพียงเสียง ‘กริ๊ง’ ของฝาเตาหลอมที่กลิ้งไปมาอย่างไม่หยุดหย่อน
ทั้งสามคน... ไม่สิ ทั้งสองคนกับอีกหนึ่งโอสถล้ำค่า ต่างตกอยู่ในห้วงความคิด
“ท่านอาจารย์ขอรับ ข้าอยู่ในกายของศิษย์น้องหลี่”
เสียงของถังเสี่ยวเป่าดังอู้อี้ออกมาจากกายของหลี่โม่... หรือจะพูดให้ถูกต้อง คือจากในตันเถียนของเขา
“ข้ารู้สึกสบายดีขอรับ...”
หลี่โม่มีสีหน้าประหลาดใจ…
ใครบ้างจะไม่ประหลาดใจเมื่อจู่ ๆ มีคนมาพูดอยู่ในกายของตน!
แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้คือ นี่ควรนับเป็นการฝึกยุทธ์หรือฝึกเซียนกันแน่?
หากเป็นโลกแห่งเซียน อย่างน้อยก็คงมีพลังถึงขั้นแก่นทองคำแล้ว...
“....”
ในฐานะยอดฝีมือขั้นภูมิทัศน์ภายใน เซวี่ยจิงพยายามจะบอกว่าตัวเองยังไม่เป็นอะไร
แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเหมือนหน้ามืดไปแล้วจริงๆ เซวี่ยจิงเดินไปหาหลี่โม่ด้วยสีหน้าเหมือนผีเข้าสิง จากนั้นจึงเขย่าคอเขาอย่างบ้าคลั่ง
“ว้าก! เจ้าคายเสี่ยวเป่าออกมาเดี๋ยวนี้!”
“ยอดเขาโอสถบ่มเพาะกันมานับพันปี ผู้อาวุโสหลายสิบรุ่น เจ้ากลับกลืนกินมันเข้าไปเช่นนั้นรึ!?”
ชายชราแทบจะเสียสติ หลี่โม่ถูกเขย่าจนวิงเวียนไปหมด
“ท่านอาจารย์ขอรับ ข้าไม่เป็นไร” ถังเสี่ยวเป่ารีบพูดขึ้น เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ
“ตันเถียนของศิษย์น้องหลี่กว้างใหญ่มากขอรับ”
“ว่ายังไงนะ!?”
“พวกเราใจเย็นลงก่อนเถอะขอรับ” ริมฝีปากของหลี่โม่กระตุกอย่างรุนแรง
ที่จริงแล้ว... ความตั้งใจเดิมของเขาคือใช้เตาหลอมปรุงยาเพื่อหลอมรวมเลือดนกสามขา และถือโอกาสช่วยศิษย์พี่เสี่ยวเป่าไปด้วย
การลงทุนนั้นสำเร็จแล้ว ระบบก็แจ้งเตือน...
แต่ใครจะคาดคิดว่าเมื่อครู่ ภายใต้การนำของปราณภายใน เขาจะดึงศิษย์พี่เสี่ยวเป่าเข้าไปในตันเถียนโดยตรง!
เมื่อเขาเพ่งจิตมองเข้าไปข้างใน ปรากฏภาพยาเม็ดสีทองกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่บนดอกบัวสีเพลิงสองกลีบ ภายในตันเถียนของเขา
เซวี่ยจิงมองเขาด้วยสายตาที่เคียดแค้นยิ่งกว่าเดิม หลี่โม่หัวเราะทั้งน้ำตา
“เอาเป็นว่าพวกเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ก็คงต้องทำเช่นนั้น” เซวี่ยจิงหายใจเข้าลึก ๆ หลายครั้ง
จากนั้น... หลี่โม่ก็อธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเตาหลอมอย่างละเอียด สีหน้าของเซวี่ยจิงแปรเปลี่ยนจากความไม่เชื่อเป็นความเหม่อลอย
“สามารถพึ่งพาการหลอมโอสถจากภายนอก เพื่อบรรลุขั้นโอสถลึกลับได้จริงๆเช่นนั้นหรือ?”
“เป็นว่าทฤษฎีของข้าในตอนนั้น... สามารถทำได้จริง? เพียงแต่วิธีการผิดไปหน่อยกระมัง!”
สีหน้าของหลี่โม่ยิ่งแปลกประหลาดไปใหญ่ ปราณภายในของเขาเพิ่งจะก้าวเข้าสู่ขั้นสุราหยกได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก็บรรลุขั้นโอสถลึกลับแล้ว
“พูดตามตรง ข้ายังไม่รู้เลยว่าขั้นโอสถลึกลับนั้น เม็ดโอสถต้องรวมตัวกันอย่างไร? แล้วทฤษฎีของท่าน... วิธีการมันทำอย่างไรหรือขอรับ?” หลี่โม่ถามอีกครั้ง
“สิ่งที่เรียกว่าโอสถลึกลับ คือการที่‘ปราณ’ของคนคนหนึ่ง รวมตัวกันจนกลายเป็นแก่นสาระสำคัญ”
"การสะสมของ‘ปราณ’จะเป็นไปอย่างช้า ๆ และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีของวิเศษมากมายให้บำรุงได้"
"ดังนั้น… ข้าจึงคิดว่าเราสามารถข้ามขั้นตอนการรวบรวมปราณในร่างกายมนุษย์ แล้วหลอมรวม‘ปราณ’จากภายนอกโดยตรง ใช้เทคนิคการปรุงยาทำให้มันกลายเป็นยาเม็ด แล้วนำกลับเข้าสู่ร่างกาย ถ่ายทอดลงสู่ตันเถียนในที่สุด”
เซวี่ยจิงกล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อน
แม้ว่าในภายหลังเขาจะคิดว่านี่เป็นเพียงแค่จินตนาการ แต่ในวันนี้ ทฤษฎีที่เขาเคยคิดไว้กลับเกิดขึ้นจริงกับหลี่โม่และถังเสี่ยวเป่า
ความแตกต่างก็คือ ร่างกายของหลี่โม่มีความพิเศษ และถังเสี่ยวเป่าก็ไม่ใช่ยาธรรมดา แต่เป็นตัวตนที่แท้จริงของยาเม็ดมังกรพยัคฆ์เก้าประตู ทั้งสองคนยังต้องปรุงรวมกันในเตาหลอม และโคจรวิชาพร้อมกันจึงจะเกิดความสอดประสานได้
เอาเถอะ... ดูเหมือนว่าในอนาคตคงจะไม่มีใครทำตามวิธีนี้ได้อีกแล้ว
“แล้วเมื่อเทียบกับโอสถลึกลับที่แท้จริงแล้วล่ะขอรับ?” หลี่โม่ถามด้วยความอยากรู้
“ขึ้นอยู่กับคุณภาพของยาเม็ด” เซวี่ยจิงกล่าวด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ขั้นโอสถลึกลับสามารถเรียกออกมาภายนอกได้ใช่ไหมขอรับ?”
หลี่โม่ครุ่นคิดราวกับหาทางออกได้แล้ว
“ถ้าข้าโคจรวิชาขั้นโอสถลึกลับ ศิษย์พี่เสี่ยวเป่าจะออกมาได้หรือไม่?”
“เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบ แต่ลองดูได้”
เซวี่ยจิงเอามือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกลับออกมา แท้จริงแล้วนั่นคือยาถ่ายแรงสูงชนิดหนึ่ง
“ดีเลยขอรับ พวกเรามาลองกันเถอะ” หลี่โม่ตบที่ท้องเบา ๆ
“อืม ศิษย์น้องหลี่ ข้าจะร่วมมือกับเจ้าเอง” ถังเสี่ยวเป่ากระโดดเบาๆบนกลีบบัว
จากนั้น... หลี่โม่ก็เริ่มโคจรวิชา ปราณภายในที่เป็นของเหลวในตันเถียนของเขา พลันเดือดพล่านขึ้นทันที
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะมีดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆเพิ่มขึ้นมาด้วย ยาเม็ดมังกรพยัคฆ์ที่แปดช่องทางเปิดออกแล้วนั้น ช่างลึกล้ำและยิ่งใหญ่นัก มันหมุนวนพร้อมกับชำระแสงนับพัน
โฮก! ภาพเงาของมังกรและพยัคฆ์ก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของหลี่โม่ ดูแข็งแกร่งและสง่างาม!
“พลังนี้...” หลี่โม่รู้สึกว่าพลังที่ไหลเวียนอยู่ในกาย ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่เขาใช้เมล็ดพันธุ์โลก ตอนนี้เขาสามารถแสดง ‘เจ็ดปฐพีปราบนภา’ ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน
เขาอดใจไม่ไหวที่จะลองชกออกไป กระแสลมและเมฆปั่นป่วน มังกรและพยัคฆ์ได้เปลี่ยนแปลงไปในภูมิทัศน์ภายในของเซวี่ยจิง
“ขั้นโอสถลึกลับที่แท้จริง เกรงว่าจะไม่ถึงหนึ่งในสิบของพลังนี้ด้วยซ้ำ” สีหน้าของเซวี่ยจิงยิ่งซับซ้อนขึ้นไปอีก นี่เป็นเพราะพื้นฐานตันเถียนของหลี่โม่นั้นดีเกินไป
“พอได้แล้ว พอได้แล้ว” เซวี่ยจิงกล่าวด้วยสีหน้าดำมืดอีกครั้ง
“ศิษย์เสี่ยวเป่า ออกมาได้แล้ว”
“ขอรับ” หลี่โม่หยุดการโคจรวิชาด้วยความเขินอาย
จากนั้น บริเวณตันเถียนของเขาก็มีแสงสว่างเล็กน้อย ยาเม็ดสีทองลอยออกมากลางอากาศ หมุนวนสองสามรอบแล้วตกลงบนพื้น ก่อนจะกลายเป็นเด็กหนุ่มตัวเล็ก ๆ
“รู้สึกอย่างไรบ้าง?” เซวี่ยจิงรีบถามทันที
“ก็ดีขอรับ” ถังเสี่ยวเป่าไม่ได้รู้สึกไม่สบายเลยแม้แต่น้อย เขายิ้มแล้วพูดว่า
“จากนี้ไป ข้าก็ไม่ต้องให้ท่านอาจารย์ผนึกข้าอีกแล้ว ตอนนี้ข้าสามารถควบคุมปราณไม่ให้รั่วไหลได้ด้วยตนเอง”
เมื่อก่อนเซวี่ยจิงมักจะกังวลว่ากลิ่นยาจะรั่วไหลออกมา และทำให้เกิดปัญหาโดยไม่จำเป็น
ถังเสี่ยวเป่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อว่า
“ข้ารู้สึกว่าการโคจรวิชาร่วมกับศิษย์น้องหลี่นั้น แข็งแกร่งกว่าตอนที่เป็นโอสถเพียงลำพังมากขอรับ”
“หากพวกเจ้าสามารถร่วมมือกันได้... นั่นทำให้ข้าอุ่นใจแล้ว” เซวี่ยจิงกล่าว
“เมื่อถึงตอนนั้นก็ไปมิติหงส์โลหิตด้วยกันเถิด”
มิติหงส์โลหิต... เมื่อหลี่โม่ได้ยินคำนี้ เขาก็ได้สติขึ้นมาทันที
สิ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับสตรีผู้เย็นชาคนนั้นหรือไม่?
ว่าไปแล้ว นางนั่นแหละคือผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของเขา
“อืม... อันที่จริงแล้ว นี่ก็เป็นความดีความชอบของเจ้า” เซวี่ยจิงนั่งลง ชงชาอีกถ้วย แล้วยื่นให้ทั้งสองคน ก่อนจะกล่าวอย่างช้า ๆ ว่า
“เดิมทีแล้ว มิติหงส์โลหิตเป็นเป้าหมายของพรรคอสูรปลุกวิญญาณ แต่เมื่อข่าวรั่วไหล พวกมันก็รีบหนีไปหมด”
“พวกมันตั้งใจจะใช้วิธีที่ชั่วร้ายเพื่อเปิดมิติ แต่ก็ต้องล้มเลิกไปกลางคัน ตอนนี้ ที่นั่นรองรับได้แค่ยอดฝีมือขั้นปราณญาณเทพเท่านั้น”
“เหล่าศิษย์อัจฉริยะจากสำนักต่างๆของแดนบูรพา หรือแม้แต่ผู้มีพรสวรรค์จากดินแดนอื่น ก็จะไปสำรวจที่นั่นด้วยเช่นกัน”