- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 102 สร้างรากฐานให้วิชาบัวแดงเพลิงกรรม กับเมนูน้ำค้างราชันมังกร?
บทที่ 102 สร้างรากฐานให้วิชาบัวแดงเพลิงกรรม กับเมนูน้ำค้างราชันมังกร?
บทที่ 102 สร้างรากฐานให้วิชาบัวแดงเพลิงกรรม กับเมนูน้ำค้างราชันมังกร?
ณ ร้านหม้อไฟชั้นบน
"เจ้า...จะทะลวงขั้นอีกแล้วหรือ?"
หลี่โม่ลืมตาขึ้นอย่างเงียบงัน ปราณภายในสองสายยังคงไหลเวียนคลอเคลีย ใบหน้าอันงดงามของหญิงสาวเปล่งประกายแปลกตา ความเย็นชาและเสน่ห์เย้ายวนผสมผสานกันอย่างลงตัว
สองวันมานี้เขาก็พอจะเดาได้ ว่าปราณภายในของนางแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะรวดเร็วถึงเพียงนี้
อิ๋งปิงลืมตาขึ้น พลางมองเขานิ่งๆ
"..." อิ๋งปิง
"..." หลี่โม่
ทั้งสองต่างเงียบงัน ความหนาวเหน็บเริ่มกัดกินมากขึ้นเรื่อยๆ ในความรู้สึกของหลี่โม่ ปราณภายในของเขาไม่อาจรักษาสมดุลกับอิ๋งปิงได้อีกต่อไป เพราะนางเปลี่ยนสภาพปราณเป็นของเหลวได้แล้ว
"เจ้าตั้งใจทะลวงต่อถอะ"
…
ณ ชั้นล่าง
จั่วชิวหยางและเซียวฉินต่างตกใจกับเสียงที่ดังมาจากด้านบน
"นาง..."
"อืม เปลี่ยนสภาพปราณเป็นของเหลวได้แล้ว"
หลี่โม่ที่กำลังเดินลงมาพยักหน้า
"นี่มัน..." จั่วชิวหยางอ้าปากค้าง
นางเพิ่งอายุสิบหกปีเท่านั้นเอง…
เซียวฉินรู้สึกขมขื่น ตอนนี้เขาบรรลุปราณภายในขั้นรวมปราณมาสักพักแล้ว แต่กลับยังไม่สามารถสัมผัสถึงขอบล่างของขั้นสุราหยกได้เลย ทั้งที่เขามีอาจารย์คอยแนะนำ และกินยาเม็ดหลายชนิดเพื่อเพิ่มพูนปราณภายอยู่
แล้วศิษย์น้องอิ๋งปิงเล่า? ไม่เคยเห็นนางฝึกฝนอย่างจริงจังเลยสักครั้ง...
"ศิษย์รัก ความแตกต่างระหว่างคนกับคน... บางครั้งมันก็ยิ่งใหญ่เสียกว่าคนกับสุนัขอีก"
"ช่องว่างระหว่างเจ้ากับอัจฉริยะแห่งแดนจงโจว กับช่องว่างระหว่างอัจฉริยะแห่งแดนจงโจวกับนางนั้นก็เท่ากัน"
มหาปราชญ์พันร่างได้สติคืนมา กล่าวพลางถอนหาย
เซียวฉินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมา
"ศิษย์น้องหลี่...เจ้า..."
"ข้าก็ปราณภายในขั้นรวมปราณสมบูรณ์แล้ว" หลี่โม่ยิ้ม
การฝึกบำเพ็ญคู่ ปราณภายในจำเป็นต้องสมดุลกัน ไม่อาจแตกต่างกันได้มากนัก ดังนั้นเขาจึงจงใจควบคุมและใช้โอกาสนี้พัฒนาตนเอง
เซียวฉิน "..."
ความรู้สึกหดหู่เล็กน้อยแล่นเข้ามาในใจ เมื่อตอนที่เพิ่งรู้จักกัน ศิษย์น้องหลี่เพิ่งเปิดเส้นชีพจรเท่านั้น แต่ตอนนี้เขากลับก้าวไปไกลกว่าเดิมอีกแล้ว
มหาปราชญ์พันร่างปลอบใจด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก
"ตอนอาจารย์เข้าสู่วิถีแห่งยุทธ์ใหม่ๆ ก็ยังสู้บรรดาอัจฉริยะในแดนจงโจวไม่ได้"
"แต่เมื่อเจ้าเข้าสู่ขั้นปราณญาณเทพ หากสามารถบรรลุถึงขั้นสูงสุดของเคล็ดวิชาพันร่างได้ ก็อาจจะตามพวกเขาทัน"
"ขอรับ!"
เซียวฉินสลัดน้ำแข็งที่เกาะคิ้วออกไป ดวงตาก็แน่วแน่อีกครั้ง เขารู้ว่าเคล็ดวิชาพันร่างที่อาจารย์พูดถึงนั้นเป็นวิชาเทพ วิชาเทพทุกแขนงล้วนมีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาแห่งสวรรค์และโลกได้
หึ่ง—
ในฉับพลันนั้น ขอบเขตพลังงานที่คุ้นเคยก็ปกคลุมทั่วบริเวณ คลื่นความหนาวเย็นที่แผ่ออกมาก่อนหน้า ถูกจำกัดให้อยู่ภายในร้านหม้อไฟ ก่อนจะสลายไปอย่างช้าๆ ผู้มาเยือนคือซางอู่ ด้วยฝีมือของนาง จั่วชิวหยางและเซียวฉินจึงรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก การทะลวงขั้นในครั้งนี้ จึงไม่รั่วไหลออกไปสู่ภายนอก
"วัตถุดิบในครัวปลอดภัยแล้ว"
จั่วชิวหยางถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เซียวฉินมองไปทางทิศตะวันออก เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
"พรุ่งนี้เราคงไม่ต้องเปิดร้านแล้ว"
หลี่โม่ก็พยักหน้า พลางชี้ไปทางนอกร้าน
เมื่อมองตามทิศทางที่หลี่โม่ชี้ จั่วชิวหยางตกใจชั่วครู่
มีดอกไม้ไฟรูปร่างนกนางแอ่นระเบิดขึ้นในเมือง มันเป็นสัญลักษณ์ของหอละอองฝน แสดงว่าการทดสอบไร้สิ้นสุดได้จบลงแล้ว พรุ่งนี้พวกเขาจะต้องไปที่ท่าเรือหลิงเจียงตามนัดหมายเพื่อสังหารเสี่ยวหมีทัว
เมื่ออิ๋งปิงทะลวงขั้นได้สำเร็จ แผนการสังหารอย่างรวดเร็วของพวกเขาก็ยิ่งมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น ทั้งสามปรึกษาหารือแผนการกันอย่างละเอียด จากนั้นก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวขั้นสุดท้าย
"ดูท่าคืนนี้จะนอนในห้องไม่ได้แล้ว"
หลี่โม่ส่ายหน้า ก่อนจะนั่งลงบนพื้น จิตสำนึกของเขาจมดิ่งลงไปสู่ห้วงลึก
ในตันเถียน มีปราณภายในสีแดงที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการทำลายล้างขั้นสุด เขาพยายามจะเปลี่ยนปราณภายในให้กลายเป็นของเหลวเช่นเดียวกับอิ๋งปิง
หนึ่งเค่อผ่านไป
ตู้ม!—
ใบหน้าของหลี่โม่แดงก่ำ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ปราณภายในที่อัดแน่นระเบิดออกระหว่างการบีบอัด ก่อนจะสลายไปในที่สุด ปราณของเขาซึ่งมีแต่พลังแห่งการทำลายล้าง ไม่สามารถรวมตัวกันเป็นของเหลวได้
ในห้วงความคิดของศิษย์น้องหลี่ ร่างกายของอิ๋งปิงแตกต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง เส้นทางการฝึกฝนของนาง มิอาจเหมาะสมกับเขาได้
วิชาเทพที่เขาได้มาก่อนหน้านี้ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง แต่หลังจากได้มันมา เขาก็ทำให้มันกลายเป็นวิชาที่เหนือกว่าขั้นเทพไปอีกหนึ่งระดับ และรู้เกี่ยวกับมันน้อยมาก แท้จริงไม่ควรเป็นเช่นนี้เลย
【ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ 20 ปีถูกอัดฉีดเข้าไปสำเร็จ】
สะสมมานาน ตอนนี้ศิษย์น้องหลี่จึงมีพร้อมแล้ว สามารถอัดฉีดเข้าไปได้อย่างเต็มที่
【ท่านได้หวนนึกถึงภาพที่กลีบดอกบัวพาเจ้าเข้าไป ครุ่นคิดถึงต้นกำเนิดของวิชาการต่อสู้นี้ และในที่สุดก็ค้นพบสัจธรรม หากไม่ใช่เพราะการฝึกฝนแบบสองคนกับอิ๋งปิง ท่านคงไม่อาจทะลวงเข้าสู่การรวมปราณขั้นสมบูรณ์ได้เลย】
【20 ปีผ่านไปในพริบตา】
【แต่ประกายแสงก็ยังไม่สมบูรณ์ เวลาที่ผ่านมาท่านรู้เพียงชื่อวิชาที่เป็นปริศนามาตลอดเท่านั้น】
【《วิชาบัวแดงเพลิงกรรม》】
"...หา!"
"20 ปีได้แค่นี้เองรึ?" หลี่โม่รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
การทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิชานี้ตั้งแต่เริ่มแรกนั้น เขาก็ไม่ถือว่าโง่งมแต่อย่างใด อย่างน้อยก็ดีกว่าวิชากระบี่มาก แต่การทุ่มเทถึง 20 ปีให้กับวิชาการต่อสู้นี้ กลับทำให้เขารู้เพียงแค่ชื่อ จึงกล่าวได้ว่า ‘วิชาบัวแดงเพลิงกรรม’ ยิ่งใหญ่และลึกซึ้งเกินไป ไม่อาจล้มเลิกกลางคันได้ในตอนนี้
ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ไหลเข้าไปดุจสายน้ำ
【ปีที่ 36 ในที่สุดท่านก็เข้าใจว่าประกายแสงนั้นซ่อนหลักการของความรุ่งเรืองที่ย่อมมีวันเสื่อมถอย หากไร้ซึ่งพลังชีวิตแล้ว ใยบัวแดงเพลิงกรรมจะถือกำเนิดขึ้นมาได้?】
【ปีที่ 80 ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจ พยายามใช้การทำลายล้างขั้นสุดยอดเพื่อปลุกพลังชีวิตนั้นให้ตื่นขึ้น】
【ปีที่ 200 ในที่สุดเจ้าก็ทำสำเร็จ เมล็ดบัวมีท่าทีว่าจะงอกแล้ว】
【ปีที่ 365《วิชาบัวแดงเพลิงกรรม》ของท่านได้เข้าสู่ขั้นพื้นฐานแล้ว】
เมื่อเข้าสู่ขั้นพื้นฐาน ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ของหลี่โม่เหลือปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การใช้เวลาถึงหลักร้อยปีจึงจะสามารถทำให้วิชานี้เข้าสู่ขั้นพื้นฐานได้ นี่จึงไม่นับเป็น ‘วิชาการต่อสู้’ อีกต่อไป แต่มันคือวิชาเซียนอย่างแท้จริง ใช้การทำลายล้างขั้นสุดยอดเพื่อให้กำเนิดพลังชีวิต ปลุกบัวแดงเพลิงกรรมให้ตื่นขึ้น
"ไม่รู้ว่าเมื่อถึงขั้นเชี่ยวชาญ หรือขั้นสมบูรณ์แล้วจะเป็นเช่นไร"
ศิษย์น้องหลี่รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่สติก็บอกเขาว่าไม่สามารถเดินหน้าอัดฉีดได้อีกต่อไป เพราะความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ที่เหลืออยู่ ถึงทุ่มลงไปก็คงไม่ได้อะไรกลับมา
เขาหลับตาลงอย่างเงียบงัน และเริ่มกลั่นเมล็ดบัวใน 36 เส้นชีพจรหลัก ปรากฏการณ์รวมเป็นหนึ่งกับธรรมชาติปรากฏขึ้นรอบตัวเขาอีกครั้ง
ในห้องด้านบน เซียวฉินอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นแล้วมองไปข้างนอก มหาปราชญ์พันร่างก็ถอนหายใจ แล้วพูดอะไรบางอย่างกับเขา เซียวฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตั้งใจฝึกฝนกับตัวเองมากขึ้น
…
ชั้นบน
คลื่นพลังงานจากการทะลวงขั้นค่อยๆ สลายไป อิ๋งปิงดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเช่นกัน
นางเดินไปที่หน้าต่าง เงาร่างของชายหนุ่มที่กำลังฝึกฝนอยู่ก็ปรากฏในดวงตา คำพูดที่ผุดขึ้นในใจ ก็คือคำพูดที่มหาปราชญ์พันร่างก็กล่าวออกมาแล้วเช่นเดียวกัน
สักวันหนึ่ง เมื่อหลี่โม่เข้าสู่ขั้นขอบเขตภูมิทัศน์ภายใน เขาจะแข็งแกร่งมาก คนที่สามารถรวมเป็นหนึ่งกับธรรมชาติได้ ล้วนเป็นยอดฝีมือขั้นขอบเขตภูมิทัศน์ภายในเป็นอย่างน้อย แน่นอนว่าสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการสะสมพลังวัตรของเขาในขั้นปราณญาณเทพด้วย
ส่วนนางนั้น เดินตามเส้นทางของการฝึกฝนด้วยพลังแห่งหงส์อมตะเป็นหลัก และรวมถึงพลังไท่อิน
นี่เป็นเส้นทางที่แม้แต่ผู้อาวุโสของสำนักชิงเยวียน และซ่างกวนเหวินชางก็คาดไม่ถึง ใช้ปณิธานหงส์อมตะเก้าสี เพื่อรวบรวมจิตเทพแห่งหงส์จันทราไท่อิน
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เส้นทางที่สามารถจะทำสำเร็จได้ก่อนการจัดอันดับครั้งถัดไป หากต้องการกลับไปอยู่อันดับหนึ่ง นางต้องเป็นผู้นำด้านขั้นพลังก่อน ด้วยน้ำค้างราชันมังกรที่เป็นรางวัลในตอนท้ายบทลงโทษ อย่างน้อยน่าจะได้มาสามขวด
หวังว่าจะไม่ต้องใช้เยอะถึงขนาดนั้น…
"มีเมนูอะไรที่ใช้น้ำค้างราชันมังกรทำได้บ้างนะ..."