- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 100 ข้าผิดหวังในตัวพวกเจ้ามาก!
บทที่ 100 ข้าผิดหวังในตัวพวกเจ้ามาก!
บทที่ 100 ข้าผิดหวังในตัวพวกเจ้ามาก!
รุ่งเช้าของวันถัดมา
แสงอรุณทอประกายจากทิศบูรพา ข้างเตียงยังคงอบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ทุกเช้าหลี่โม่ไม่เคยได้เห็นแม้แต่เงาของนาง แต่เขาก็คุ้นชินแล้ว
หลังจากประเมินความคืบหน้าในการฝึกอย่างเงียบๆ เขาก็ลุกขึ้นเดินลงไปชั้นล่าง ซึ่งอิ๋งปิงรอเขาอยู่ที่นั่นแล้ว
วันนี้ร้านหม้อไฟไร้นายหญิง ทว่าใต้ต้นไม้หน้าประตูกลับมีเงาร่างงดงามอีกร่างปรากฏขึ้น
ชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่เผยรูปร่างอันงดงาม นางกอดกระบี่ยาวไว้ในอ้อมแขนอย่างสงบนิ่ง ผ้าคลุมหน้าที่ปลิวไหวตามแรงลม ทำให้มองเห็นแววตาสงบนิ่งของนางได้อย่างรางเลือน
“นางคือใครน่ะ?”
“โห! ขาของนางยาวยิ่งกว่าอายุข้าเสียอีก”
“ไม่รู้ว่าเป็นจอมยุทธ์หญิงจากสำนักใหญ่สำนักไหนกัน”
“ได้ยินว่าศิษย์เอกคนปัจจุบันของสำนักชิงเยวียน เป็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามและมีฝีมือสูงส่ง หรือว่า...”
ไม่ว่านางจะปรากฏกายที่ใด ก็มักจะตกเป็นเป้าสายตาของฝูงชนโดยอัตโนมัติ
“ไปกันเถอะ”
หลังจากสบตากันเพียงครู่ หลี่โม่ก็หัวเราะเบาๆ พลางเอ่ยชวน
เมื่อลมยามเช้าพัดต้องกาย ศิษย์น้องหลี่รู้สึกราวกับกำลังท่องยุทธภพอย่างแท้จริง ภายในเมืองมีรถม้าขวักไขว่ ผู้คนคับคั่งราวกับฝูงมด
หลี่โม่นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ไปหาองค์หญิงน้อยเจียงและเด็กๆ เสียนาน จึงตั้งใจจะซื้อของกินไปฝาก
“ซานจาเคลือบน้ำตาล!”
“บ๊วยใหญ่ในผ้าขาวหวานไหม?
"หวานมากๆ!”
“ทุกคนขอรับ วันนี้กระผมมีของขวัญพิเศษมานำเสนอ เหล้าต่างแดนราคาเดิม 88 ตำลึง แต่ตอนนี้เหลือเพียง 88 อีแปะ...”
….
“ซานจาเคลือบน้ำตาลทั้งหมดนี่ ข้าขอเหมา”
“ท่านหลี่ต้าหลง? ฮ่าๆๆๆ ท่านหลี่ต้าหลงกินซานจาเคลือบน้ำตาลของข้าแล้ว!”
เจ้าของร้านดีใจจนออกนอกหน้า จากนั้นก็รีบหยิบป้ายไม้มาเขียนอย่างรวดเร็วว่า
‘ซานจาเคลือบน้ำตาล ที่ท่านหลี่ต้าหลงยินดีแนะนำ’
ได้ผลดีเกินคาด ทันใดนั้นก็มีผู้คนมากมายกรูกันเข้ามามุงดู และซื้อด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ท่านหลี่ต้าหลง ลองของข้าบ้าง!”
“ท่านชอบมันเผาไหม?”
“ท่านซื้อเสื้อผ้าไหม? เสื้อผ้าผู้หญิงที่ร้านข้าสวยมากเลย”
“เอ๊ะ คนไปไหนแล้ว?”
สถานการณ์ดูวุ่นวายไปชั่วขณะ หลี่โม่ต้องใช้เวลาอยู่นาน กว่าจะเบียดออกมาพร้อมกับไม้เสียบซานจาเคลือบน้ำตาลในอ้อมแขน ถึงขั้นต้องใช้วิชาฝ่ามือจับวายุแหวกฝูงชน
“ท่านหลี่ต้าหลง?” อิ๋งปิงหันมามองอย่างแปลกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่โม่ถึงมีชื่อเสียงในเมืองขนาดนี้
“ไม่ต้องมองข้า เป็นเจ้าที่ต้องรับผิดชอบ”
“...”
หลังจากได้รับฟังเรื่องราวทั้งหมด อิ๋งปิงก็หันหลังกลับ ริมฝีปากที่อยู่ใต้ผ้าคลุมหน้าเม้มเข้าหากันแน่น
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงตรอกหนีเจี่ยว
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า คือลานบ้านที่เคยรก แต่ตอนนี้ถูกจัดเก็บจนสะอาด แม้จะมีข้าวของจิปาถะมากมาย แต่ก็ดูเป็นระเบียบ หลังคาบ้านที่พังก็ถูกซ่อมแซมแล้ว ในลานบ้านยังมีเตาไฟที่สร้างขึ้นใหม่ด้วย
“พี่หลี่!”
“พี่สาวติดอ่าง เจ้าดูสิ พี่หลี่มาแล้ว”
“เอ๊ะ พี่สาวคนนั้นคือใคร?”
“ว้าว ข้าอยากกินซานจาเคลือบน้ำตาลมานานแล้ว”
เด็กน้อยทั้งหมดวิ่งเข้ามาล้อมรอบเขาในทันที
หลังจากทักทายกัน พวกเขาก็รู้สึกแปลกใจที่พี่สาวติดอ่างที่พวกเขาพูดถึง วันนี้กลับไม่มาปรากฎ หลี่โม่เงยหน้าหันไปมอง ก็เห็นเงาร่างหนึ่งซ่อนอยู่หน้าประตู โผล่เพียงศีรษะออกมาครึ่งเดียว
ใบหน้าเล็กๆแดงก่ำ ไม่กล้าเดินเข้ามา ท่าทางแบบนั้นทำให้นึกถึงแมวขี้อายที่เขาเคยเลี้ยงเมื่อชาติก่อน ยามมีคนแปลกหน้ามาที่บ้าน มันก็จะซ่อนตัวเช่นนี้
คนแปลกหน้า?
หลี่โม่เหลือบมองยัยก้อนน้ำแข็ง พลางฉุกคิดขึ้นมาในใจว่า...
‘เจ้าให้ข้ามาหานาง แต่เจ้ากับนาง... กลับดูเหมือนคนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก! เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย?’
อิ๋งปิงมองเจียงชูหลงที่หายใจอย่างสม่ำเสมอ แม้จะผอมบาง แต่ใบหน้าแดงก่ำดูสุขภาพดี อดไม่ได้ที่สีหน้าจะอ่อนโยนลง
หลี่โม่ลองโบกมือให้นาง พร้อมกับเอ่ยว่า
“ชูหลง ข้าเอาของอร่อยมาให้”
“อืม...”
เจียงชูหลงค่อยๆเดินออกมาด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย แม้ว่าดวงตาของนางจะถูกปิดสนิท แต่นางก็ยังสัมผัสได้ว่าพี่สาวคนนี้ไม่ใช่คนร้ายกาจ
ลานบ้านเล็กๆแห่งตรอกหนีเจี่ยว ในที่สุดก็ได้ต้อนรับพ่อครัวของมัน
หลี่โม่สวมผ้ากันเปื้อนและเริ่มลงมือทำอาหารสำหรับเด็กๆ ส่วนเจียงชูหลงก็แอบเงยหน้าขึ้นมองอิ๋งปิง เมื่อสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายก็กำลังมองตนอยู่ นางก็รีบก้มหน้าลงทันที
‘พี่สาวคนนี้ดูสูงส่งยิ่งกว่าท่านป้าใหญ่ ป้ารอง และป้าสามในวังเสียอีก พลังจิตของก็นางแข็งแกร่งกว่าทุกคนที่เคยเจอ’
“พี่หลี่ ข้า...”
“มีอะไรหรือ?”
“ไม่มีอะไร...ข้าจะมาช่วย...ทำอาหาร...”
นางหยิบกระบี่เพลิงสีชาดขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วเพื่อช่วยหลี่โม่ อิ๋งปิงก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว แต่แล้วก็ถอยหลังกลับไป
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม
อาหารกำลังจะถูกยกขึ้นโต๊ะ ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังดังขึ้นมาจากประตู
“พวกเจ้ามาทำอะไรอยู่ที่นี่?!” ปรากฏร่างชายหนุ่มในชุดผ้าไหมที่ถือซานจาเคลือบน้ำตาลสองไม้ในมือ
เพล้ง—
ซานจาเคลือบน้ำตาลในมือซ้ายของเขาก็ร่วงหล่นลงบนพื้น
“ลั่วอวี่?”
หลี่โม่เอนตัวไปด้านหลังเล็กน้อย พลางคิดในใจว่าทำไมชายผู้โดดเด่นคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
“ข้ารอพวกเจ้าที่ที่ว่าการเมือง ทำไมพวกเจ้าถึงไม่มาตามนัด?”
ลั่วอวี่ถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“เอ่อ...ข้าลืมไป…”
ใช่แล้ว! ศิษย์น้องหลี่พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมอะไรไป
แท้จริงแล้ว เขาไม่เคยคิดที่จะร่วมมือกับลั่วอวี่และคนอื่นๆเลยตั้งแต่ต้น
“เรื่องแบบนี้พวกเจ้ายังลืมได้อีกหรือ?”
ลั่วอวี่ขมวดคิ้วแน่น
“หากมาถึงเมืองกันแล้ว เหตุใดจีงไม่ไปที่ว่าการทันที?”
“เป็นเจ้าของร้านหม้อไฟอยู่”
หลี่โม่ตอบอย่างจริงจัง เมื่อลั่วอวี่ได้ยินน้ำเสียงที่ดูเป็นธรรมชาติของเขา ก็เริ่มรู้สึกเลือดลมพลุ่งพล่าน
‘พึ่งพาอะไรไม่ได้เลย!’
เขายังคงมีความหวังเล็กน้อย จึงหันไปมองอิ๋งปิง
“แล้วเจ้าล่ะ?”
“นับเงิน”
อิ๋งปิงไม่ได้แม้แต่จะชายตามอง นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้หนุ่มที่กระโดดไปมาคนนี้ชื่ออะไร
เจ้าคือใคร? เราไม่ได้สนิทกันเสียหน่อย ท่าทางของนางแสดงออกมาเช่นนั้น
ลั่วอวี่รู้สึกหน้ามืด ราวกับอยากจะกระอักเลือดออกมา
ซานจาเคลือบน้ำตาลในมือขวาก็กลิ้งหล่นลงพื้นไปอีกอัน
‘เมืองจื่อหยางตั้งอยู่ที่เชิงเขาชิงเยวียน พวกเจ้าไม่ห่วงความปลอดภัยของชาวบ้านในพื้นที่เลยหรือ กลับมีอารมณ์มาเปิดร้านหม้อไฟไร้สาระแบบนี้? พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อพักร้อนกันหรือไง?!’
“ฮึ่ม! ข้านึกว่าพวกเจ้าจะเป็นคนที่มีความสามารถ แต่ตอนนี้… ข้าผิดหวังในตัวพวกเจ้าแล้ว!”
“คุณหนูอิ๋งปิง… แม้แต่เจ้าก็ยังปล่อยตัวปล่อยใจขนาดนี้!”
ลั่วอวี่สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปอย่างหัวเสีย
“นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” หลี่โม่ยกมือขึ้นแตะหน้าผาก
อิ๋งปิงส่ายศีรษะเบาๆ นางไม่ได้สนใจเขาเลยจริงๆ
ขณะที่พวกเขากำลังจะหยิบชามขึ้นมาทานอาหาร ก็เห็นลั่วอวี่ที่เพิ่งเดินออกไปอย่างหัวเสีย วกกลับมาอีกครา
หลี่โม่ “?”
“เอ่อ...ขอยืมซานจาเคลือบน้ำตาลสักสองไม้ได้หรือไม่” สีหน้าของลั่วอวี่ทั้งเขียวทั้งขาว
ซานจาเคลือบน้ำตาลที่เขาทำตกไปเมื่อครู่ เป็นสองไม้สุดท้ายที่เขาอุตส่าห์แย่งชิงมาได้
“เจ้าก็ยังชอบกินของพวกนี้หรือ?”
ลี่โม่หัวเราะทั้งน้ำตา ก่อนกล่าววว่า
“เอาไปเถอะๆ”
“ฮึ่ม...น้องสาวข้าอยากกินต่างหาก...”
ลั่วอวี่หยิบซานจาเคลือบน้ำตาลสองไม้ที่อยู่หน้าประตูไป จากนั้นก็หันกลับมาย้ำอีกครั้งว่า
“อย่าคิดว่าทำอย่างนี้แล้วข้าจะให้อภัยนะ ข้ายังผิดหวังในตัวพวกเจ้ามาก” พลันชี้นิ้วที่ถือซานจาเคลือบน้ำตาลมาทางพวกเขา
เมื่อกำลังจะก้าวออกจากประตู ฝีเท้าเขาพลันชะงัก ก่อนมองไปยังหลี่โม่และเด็กๆ ที่กำลังล้อมวงกินอาหารกันอยู่
“ช่วงนี้มีเด็กหายตัวไปบ่อย ระวังตัวกันด้วย”
ทิ้งคำพูดนี้ไว้ แล้วก็รีบเดินจากไป
‘แน่นอนว่าเขาไม่ได้ออกมาซื้อซานจาเคลือบน้ำตาลโดยเฉพาะ แต่เขาออกมาเพื่อสำรวจหาเบาะแส ทว่าก็ยังไม่พบอะไรเลย’
หลี่โม่ “...?”
“เด็กหายตัวไป...” เมื่ออิ๋งปิงได้ยินสี่คำนี้ ก็เริ่มครุ่นคิดบางอย่าง
หลี่โม่มองไปที่เด็กๆ พลางเอ่ยถามว่า
“ช่วงนี้พวกเจ้าเห็นคนน่าสงสัยแถวนี้บ้างไหม?”
“ไม่เห็นเลยเจ้าค่ะพี่หลี่”
“พวกเราฉลาดจะตาย คนร้ายไม่มีทางหลอกพวกเราไปได้หรอก”
“ใช่ๆ”
“ใช่แล้วขอรับ พี่สาวติดอ่างเก่งมาก หมาดุตัวใหญ่ตรงหัวมุมซอยยังกลัวนางเลย นางจะปกป้องพวกเราเอง”
เด็กๆ รับรองอย่างรวดเร็ว แต่หลี่โม่ก็คิดในใจว่า ควรจะพาพวกเขาไปที่ร้านด้วยดีไหม จะได้ช่วยงานไปด้วย
‘เอ่อ...แบบนี้จะเรียกว่าใช้แรงงานเด็กหรือเปล่า?’
“แค่ก!”
มีเสียงไอมาจากด้านนอก
เป็นเซียวฉินที่ปลอมตัวมา ตอนนี้เขามีสีหน้าเคร่งขรึมและมองไปรอบๆ
เมื่อหลี่โม่เดินออกไปหา คำพูดแรกของเขาก็คือ
“เสี่ยวหมีทัวส่งสารมาแล้ว”