เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 ให้ตายเถอะ! ข้าดูไม่เหมือนคนดีหรืออย่างไรกัน?

บทที่ 97 ให้ตายเถอะ! ข้าดูไม่เหมือนคนดีหรืออย่างไรกัน?

บทที่ 97 ให้ตายเถอะ! ข้าดูไม่เหมือนคนดีหรืออย่างไรกัน?


ในยามค่ำคืน

เมืองจื่อหยางเงียบสงัดราวกับสัตว์ยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่หมอบอยู่ใต้แสงจันทร์

"อากาศแห้ง! ระวังไฟ!" เสียงแหบแห้งของทหารยามเคาะไม้ดังก้องไปทั่วถนนที่ว่างเปล่า

ช่วงนี้ในยามราตรี เมืองจื่อหยางไม่สงบสุขนัก กำลังพลของยามจึงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทว่าสำหรับเมืองที่กว้างใหญ่เช่นนี้ ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

ลั่วเหยาเปลี่ยนชุดเป็นอาภรณ์สีดำสนิท ก่อนออกท่องไปทั่วเมือง

นางได้ยินศิษย์พี่ที่กลับมาเล่าว่า เมืองจื่อหยางกำลังมีการทดสอบไร้สิ้นสุดของหอละอองฝน นอกจากผู้เข้าร่วมการทดสอบจะเข่นฆ่ากันเองแล้ว ยังมีคนฉวยโอกาสนี้ปล้นสะดมและก่อความวุ่นวาย ดังนั้นนางจึงจงใจออกปราบปรามความอยุติธรรมในยามค่ำคืน

เพราะมือสังหารย่อมชอบลงมือในยามราตรี แต่ทว่า...

"คุณหนูลั่ว ข้ารอท่านมานานแล้ว" ขณะที่นางเดินผ่านตรอกแคบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากซอย

ในความมืดมิด มีเงาลางๆร่างหนึ่งปรากฎ ราวกับว่ามันผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า

เขามีรูปร่างผอมแห้ง อาภรณ์สีดำคลุมกายลู่แนบตัวเมื่อถูกลมยามค่ำคืนพัดผ่าน

“ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราณโลหิตที่ไม่ได้อยู่ในหุบเขาเพลิงหยก แล้วยังกล้าถืออาวุธขึ้นชื่อมานอกสถานที่…”

"ข้านึกว่าจะมียอดฝีมือติดตามอยู่ข้างกายเสียอีก ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะหนีออกมาเองจริงๆ" น้ำเสียงของชายผู้นั้นฟังดูคลุมเครือยิ่งนัก

เมื่อเขาพูดจบ ลมเย็นยะเยือกก็พัดมาทั่วบริเวณ รู้สึกราวกับตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งจนขนหัวลุก

"ปีศาจราตรีหลิวเหิง?!" เมื่อจำได้ว่าชายผู้นี้คือใคร ลั่วเหยาก็ตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนไป

สำนักปีศาจราตรีมีศิษย์สืบทอดเพียงคนเดียวในแต่ละรุ่น เนื่องจากวิชาของสำนักนี้นั้นแปลกประหลาด ผู้ฝึกต้องใช้รากฐานกระดูกแบบพิเศษ

เมื่อฝึกสำเร็จ รูปร่างจะผอมแห้ง หน้าตาไม่เหมือนคน และมีอุปนิสัยที่พิลึกพิลั่น ตอนกลางวันพลังฝีมือจะลดลงอย่างมาก แต่ยามค่ำคืนกลับเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เจ้าสำนักปีศาจราตรีคนก่อน ซึ่งเป็นอาจารย์ของหลิวเหิง ก็ตายในการล้อมปราบของหุบเขาเพลิงหยก

"ข้าชอบกินเด็กที่สุด โดยเฉพาะเด็กสาววัยแรกรุ่นเช่นเจ้า..."

"บิดาข้ายังฆ่าอาจารย์ของเจ้าได้ แล้วไยข้าจะต้องกลัวเจ้าด้วย!"

แม้จะทั้งตกใจและหวาดกลัว แต่ลั่วเหยากลับชิงลงมือก่อน พู่กันคุณชายในแขนเสื้อพุ่งออกไปเหมือนดาวตกเยือกเย็น รวดเร็วดุจสายฟ้า แม้แต่เหล็กกล้าก็ยังสามารถเจาะทะลุได้

แต่เมื่อนางคิดว่าตนเองทำสำเร็จแล้ว... ร่างของหลิวเหิงกลับหายไปจากตรงหน้า ภาพติดตาพลันสลายไป

"ตัวปลอม?!"

"ฮ่าฮ่า... เนตรดาวม่วงของเจ้ายังฝึกไม่ถึงขั้นนะ" เสียงคล้ายนกเค้าแมวดังมาจากทุกทิศทุกทาง

คลื่นเสียงนั้นทำให้ลั่วเหยากระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ เสื้อผ้าแพรไหมที่สะอาดก็เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนทันที

พู่กันคุณชายหลุดออกจากมือที่เจ็บปวดของนาง

"สมแล้วที่เป็นอาวุธขึ้นชื่อ ท่านประมุขคงจะชอบมันมาก..." หลิวเหิงเล่นกับพู่กันคุณชายในมืออย่างพินิจ ก่อนเก็บไว้ในอกเสื้อ

เขาใช้แผ่นหลังบังแสงจันทร์อย่างไม่เร่งรีบ เดินเข้าไปหาลั่วเหยา เขามักจะชอบมองสีหน้าของเหล่าผู้ผดุงคุณธรรม ในยามที่พวกเขากำลังจะสิ้นลม

สาวน้อยคนนี้จะร้องไห้ขอชีวิตหรือไม่? หรือจะใช้เงินขอซื้อชีวิตของตนเอง? หรือว่าจะพูดจาข่มขู่กันนะ?

"อึ๊ก..." ใบหน้าของลั่วเหยาซีดเผือด ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

นางทั้งรู้สึกทั้งเสียใจและไม่เข้าใจ ยุทธภพนั้นโหดร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นโอสถลึกลับ แต่ไฉนจึงไร้ยางอายลงมือกับนาง ซึ่งเป็นเพียงขั้นปราณโลหิตเท่านั้น?

นี่มันรังแกผู้อ่อนแอกว่าชัด ๆ! ตอนอยู่ที่บ้าน นางไม่เคยรู้สึกเจ็บปวดเช่นนี้มาก่อนเลย...

นี่ข้ากำลังจะตายแล้วหรือ? สาวน้อยร้องไห้น้ำตาไหลอาบแก้ม

"ข้าไม่อยากตาย...ฮือๆ ๆ "

"เหตุใดต้องมาตายด้วยน้ำมือไอ้อัปลักษณ์แบบนี้ ฮือ ๆ ๆ..."

เสียงหัวเราะของหลิวเหิงชะงักลงทันที เขาเกลียดที่สุดที่คนอื่นบอกว่าเขาหน้าตาอัปลักษณ์ แม้รูปลักษณ์ของเขาจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็ตาม คำโกหกไม่อาจทำร้ายคนได้ แต่ความจริงต่างหากที่ทำได้

"เจ้าช่างรนหาที่ตายยิ่งนัก" เขาสูญเสียความคิดที่อยากที่จะเล่นสนุก เตรียมใช้ฝ่ามือปลิดชีวิตลั่วเหยาในทันที

ในช่วงเวลาอันวิกฤตนั้น...

โครม—

เสียงนี้มิใช่เสียงฟ้าร้อง แต่มันคือเสียงระเบิดของอากาศ แสงสีดำสนิทพุ่งลงมาราวกับทัณฑ์สวรรค์ เป็นดั่งดาวตกที่ร่วงมาจากฟากฟ้า แรงลมที่รุนแรงนั้ แทบจะทำให้หายใจไม่ออก

"ใคร?!" หลิวเหิงใช้เคล็ดวิชาเดิม ร่างกายหายไปจากตำแหน่งนั้น

หลังจากที่เขาหลบไปได้ แสงสีดำก็หยุดลง เผยให้เห็นรูปร่างของคนผู้หนึ่ง

ร่างสูงโปร่ง สวมหน้ากากหัวมังกรสำริด แสงสีดำเมื่อครู่นี้คือค้อนด้ามสั้นในฝ่ามือของเขา

อาวุธลี้ลับ!

"ท่านคงเป็นสหายร่วมอุดมการณ์สินะ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น… พบเจอกันก็ถือเป็นส่วนแบ่ง ให้สาวน้อยผู้นี้แก่ข้า ส่วนอย่างอื่นเป็นของท่านทั้งหมด ตกลงหรือไม่?" หลิวเหิงกล่าวด้วยดวงตาที่สั่นไหว

"การทดสอบไร้สิ้นสุด… มิใช่ว่าเมื่อพบกัน ก็ต้องสู้จนกว่าจะตายไปข้างหรอกหรือ?" ชายสวมหน้ากากหัวมังกรหัวเราะเบา ๆ

"คู่ต่อสู้ย่อมต้องเลือกตามความแข็งแกร่ง ท่านมีฝีมือสูงส่ง พวกเราในอนาคตอาจเป็นสหายร่วมงานกันก็ได้ ทำไมต้องมาสู้กันด้วย" หลิวเหิงกล่าวอย่างจริงใจ

"ดี เช่นนั้นก็ทำตามที่เจ้าว่า" ชายสวมหน้ากากหัวมังกรพยักหน้าสองครั้ง ราวกับตกลงตามเงื่อนไขของเขา

ตึก ตึก—

หลิวเหิงเดินมาได้ครึ่งทาง ทันใดนั้นเอง ลมเยือกเย็นก็พัดออกมาจากชุดคลุมของเขา

แม้เขาจะลงมืออย่างฉับพลัน แต่สิ่งที่รอต้อนรับเขาก็คือค้อนที่เต็มไปด้วยไอสังหารของศาสตราวุธ

"ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ซื่อสัตย์!" หลี่โม่ทุบค้อนลงบนกรงเล็บของอีกฝ่าย ทำให้เกิดประกายไฟของการกระทบ

เห็นเพียงร่างของหลิวเหิงที่พุ่งถอยหลังออกไป ก่อนที่ร่างจะหายไปอีกครั้ง ตามด้วยเสียงของเขาที่ดังมาจากทุกทิศทาง

"ฮี่ ๆ ๆ เดิมทีเจ้ายังไม่ถึงขั้นสุราหยกด้วยซ้ำ พึ่งแค่อาวุธลี้ลับและเคล็ดวิชาฝึกฝนร่างกาย ยังกล้าข้ามถึงสองขั้นเพื่อสู้กับข้าอีกหรือ? และตอนนี้เป็นเวลากลางคืนนะ!"

เงาร่างปีศาจจำนวนมากถูกลมเย็นเยือกพัดพา ร่างของหลิวเหิงก็ราวกับลอยไปตามลมนั้นพร้อมเสียงของเขา

ดวงตาที่อยู่ใต้หน้ากากหัวมังกรกปิดลง เมื่อเขายกค้อนขึ้นอีกครั้ง อากาศโดยรอบก็ราวกับแข็งตัว

หลังจากได้รับการฝึกฝนในอาณาเขตของซางอู่แล้ว ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องใช้ตาดูอีกต่อไป เพียงแค่สัมผัสได้ถึงเจตนาสังหาร ก็สามารถใช้ค้นหาอีกฝ่ายได้

พลันนั้นเอง... ค้อนจึงพุ่งผ่านเงาร่างปีศาจจำนวนมาก และไปกระทบกับเงาร่างหนึ่งอย่างแม่นยำและนักหน่วง

โครม—

สีหน้าของหลิวเหิงยังไม่ทันได้เปลี่ยน ค้อนที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นี้ ก็ทำให้เขากลายเป็นละอองเลือดไปเสียก่อน พลังอัดนั้นรุนแรงอย่างยิ่ง

นอกจากทุบหลิวเหิงจนแหลกละเอียดแล้ว ค้อนกลับไม่ได้ทำลายอิฐหรือกระเบื้องเลยแม้แต่น้อย

"เจ้าเนี่ยนะ ถ้าจะลงมือก็รีบลงมือตั้งแต่แรกก็จบ ดันชอบเล่นแมวจับหนู..." หลี่โม่พูดได้ครึ่งทาง ก็พลันนึกขึ้นได้ถึงตอนที่เขาเล่นเกม

ตอนที่ได้เปรียบมาก ๆ เขาก็ไม่ชอบที่จะจบคริสตัล แต่จะดักที่เกิดอีกฝ่ายตรงบ่อน้ำพุแทน...

อืม… ทำไมอยู่ๆเขาก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าตัวร้ายคิดอะไรอยู่?

"เจ้า... เจ้าเป็นใคร? ถ้าจะฆ่าข้า... ก็ขอให้ข้าได้ตายอย่างไม่ต้องสงสัยเถอะ" เสียงที่สั่นเทาเหมือนหนูตัวน้อยตัวหนึ่ง เผยให้เห็นถึงความหวาดกลัวของนาง

"เรียกข้าว่าราชันย์ค้อนแห่งบูรพาก็พอ" หลี่โม่หยิบพู่กันคุณชายขึ้นมา มองมันครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนไปให้นางอย่างไม่ใส่ใจ

"เจ้าไม่ฆ่าข้าหรือ?"

"ถ้าเจ้ายังไม่รีบไป ข้าจะทุบเจ้าให้ตายตรงนี้แหละ" หลี่โม่ขู่ เขาก็ไม่รู้จะประเมินสาวน้อยคนนี้อย่างไรดี

ให้ตายเถอะ! ข้าดูไม่เหมือนคนดีหรืออย่างไรกัน?

แถมมีโอกาสหนีแต่ก็ยังไม่รีบหนี เหตุใดจึงยังมาถามเรื่องไร้สาระอยู่อีก?

"ขอบคุณท่านนะ... แต่ข้าไม่เคยได้ยินชื่อท่านมาก่อนเลย ท่านมาจากสำนักไหนหรือ?"

"สำนักก้อนหินแข็ง"

"ข้าจะจำไว้ สักวันต้องตอบแทนท่านอย่างแน่นอน..." ลั่วเหยาวิ่งออกไปได้สองก้าว ก็วิ่งกลับมาอีกครั้ง

"เอ่อ… ท่านรู้ไหมว่าลั่วอวี่แห่งหุบเขาเพลิงหยกอยู่ที่ใด?"

"ที่ว่าการเมือง…!" หน้าผากของหลี่โม่มีเส้นสีดำผุดขึ้นมา

"ขอบคุณท่านมาก ท่านเป็นคนดีจริงๆ ข้าไปก่อนนะ"

ในที่สุดลั่วเหยาก็จากไป หลังจากนางจากไปไม่นานนัก ก็มีเงาร่างที่ระมัดระวังอีกร่างหนึ่งคลานเข้าไปในซอย

"เจ้ายังไม่จบอีก..." หลี่โม่คิดว่าลั่วเหยากลับมาอีกครั้ง

แต่เมื่อมองดีๆ เขาก็เห็นเด็กน้อยขอทานคนหนึ่งในชุดผ้าสะอาดสะอ้าน กำลังคลานเข้าไปในซอยเหมือนหนูตัวเล็กๆ

นางสะพายตะกร้าใบหนึ่งไว้บนหลัง และมีผ้าขี้ริ้วบางๆพันอยู่รอบดวงตา ในตะกร้าของนางมีของจิปาถะต่างๆ และในอ้อมแขนก็กอดกิ่งไม้อยู่หนึ่งกิ่ง

นางเงยหน้าขึ้น สัมผัสได้ถึงความระมัดระวังจากดวงตาสีขาวที่อยู่หลังผ้าพันแผล

"คือว่า... ท่านมีของที่ไม่ใช้แล้ว... ไหมเจ้าคะ?"

หลี่โม่ "..."

จบบทที่ บทที่ 97 ให้ตายเถอะ! ข้าดูไม่เหมือนคนดีหรืออย่างไรกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว