เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 96 ธุรกิจดีเกินไปแล้ว, ใครบอกว่าต้องยืนในที่สว่างถึงจะเป็นวีรบุรุษ!

บทที่ 96 ธุรกิจดีเกินไปแล้ว, ใครบอกว่าต้องยืนในที่สว่างถึงจะเป็นวีรบุรุษ!

บทที่ 96 ธุรกิจดีเกินไปแล้ว, ใครบอกว่าต้องยืนในที่สว่างถึงจะเป็นวีรบุรุษ!


“เสี่ยวเอ้อ! หม้อไฟร้านเจ้าอร่อยถึงเพียงนี้ ไม่ได้ใส่สิ่งผิดกฎหมายลงไปหรอกนะ?”

“ขอเนื้ออีกจาน!”

“พวกเจ้ามีบริการจัดส่งนอกสถานที่หรือไม่?”

...

“มาแล้ว! มาแล้ว!” เซียวฉินวุ่นวายจนหัวหมุนอยู่ในร้าน

ขณะที่เขาวิ่งวุ่นเสิร์ฟอาหาร ก็อดมิได้ที่จะถามท่านอาจารย์ในใจ

“ท่านอาจารย์ ศิษย์น้องหลี่ไม่ได้ใส่อะไรผิดกฎหมายลงไปในหม้อไฟใช่ไหมขอรับ ทำไมมันถึงได้หอมขนาดนี้”

“ศิษย์รักของข้า ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า”

“ว่ามาเลยขอรับ”

“เกี่ยวกับคำถามของเจ้า คงต้องให้ข้าได้ลิ้มลองด้วยกายของเจ้าเสียก่อนจึงจะรู้แจ้ง”

มหาปราชญ์พันร่างสามารถเข้าสิงร่างของเซียวฉินได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่วิธีนี้ทำให้วิญญาณของเขาอ่อนแรงลงมาก

เซียวฉิน “...”

เขารู้สึกว่าหากมีเวลาว่างเมื่อใด คงต้องไปคุยกับศิษย์น้องหลี่เสียหน่อยแล้ว หม้อไฟไม่จำเป็นต้องอร่อยถึงเพียงนี้ก็ได้... เพิ่งเปิดร้านมาสามวัน ก็ไม่มีที่นั่งแล้ว ถ้าเปิดต่ออีกสักสองสามวัน หน้าประตูคงมีคนเข้าคิวรอยาวเหยียด

เขาสงสัยอย่างมากว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของแผนการนี้คืออะไรกันแน่ หรือศิษย์น้องหลี่ต้องการเปิดร้านหม้อไฟจริงๆ?

“นายหญิง คิดเงินด้วย”

ใบหน้าของนายหญิงดูเรียบเฉย แต่แววตาของนางกลับงดงามเป็นพิเศษ

นางดีดลูกคิดเสียงดักต๊อกแต๊ก โถดินข้าง ๆ นางเต็มไปด้วยเศษเงิน อิ๋งปิงก้มตาลงมองเงินที่หามาได้ ดวงตาที่ดูสงบเผยแววความสุขออกมาเล็กน้อย

ตอนแรกนางคิดว่าแผนของหลี่โม่นั้นไร้สาระไปหน่อย แต่เมื่อได้มานับเงิน ซึ่งแท้จริงแล้วก็เป็นไร้ค่าสำหรับนาง แต่กลับรู้สึกพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม

ชีวิตของคนธรรมดา... เป็นเช่นนี้เองหรือ?

“ยัยก้อนน้ำแข็ง เจ้ากำลังนับเงินเป็นรอบที่สี่แล้วนะ” หลี่โม่ลูบหนวดปลอม กล่าวอย่างจนปัญญา

“ข้าไม่ชอบความผิดพลาด”

อิ๋งปิงหยุดนิ้วมือไปครู่หนึ่ง ก่อนเริ่มนับต่อ

“...เอาเถอะ” ตราบใดที่ยัยก้อนน้ำแข็งมิได้เข้าครัว นางจะนับเงินกี่รอบก็สุดแล้วแต่เถอะ

เมื่อเก็บสายตาแล้ว หลี่โม่ก็มองสำรวจลูกค้าที่เดินเข้าออก เนตรทิพย์ลิขิตฟ้ายังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา เขาใช้พู่กันบันทึกข้อมูลลงบนกระดาษ

【ชื่อ: หลัวเฟยเยี่ยน】

【อายุ: 27】 

【รากฐานกระดูก: แขนหงส์ฟ้า, เท้าแมววิญญาณ】 

【ขอบเขต: ขอบเขตปราณภายใน】 

【ลิขิตฟ้า: สีเขียวเจือดำ】 

【คำวิจารณ์: มีวิชาตัวเบาโดดเด่น, เป็นจอมโจรสาวผู้มีชื่อเสียง, ชอบขโมยของสำคัญของผู้อื่นแล้วนำไปคืนให้เงียบ ๆ ได้ตราคัมภีร์ศิลาทมิฬมาอันหนึ่ง จึงตัดสินใจมาดูความวุ่นวายในแคว้นจื่อหยาง】

【ประสบการณ์ล่าสุด: เพิ่งขโมยเคล็ดวิชาของมีดวายุพัดเหอปินมา, และถูกอีกฝ่ายหมายหัวเสียแล้ว】

...

นี่คือสิ่งที่เขาบันทึกเกี่ยวกับหญิงสาวหุ่นดีที่กำลังกินหม้อไฟอยู่ ก่อนหน้านี้ก็มีบันทึกว่า

【ชื่อ: ลั่วเหยา】

【อายุ: 14】 

【รากฐานกระดูก: หัตถ์ห่านร่วง, เนตรดาวม่วง】 

【ขอบเขต: ขอบเขตปราณโลหิตสิบสองเส้นชีพจร】 

【ลิขิตฟ้า: สีน้ำเงินเจือดำ】 

【คำวิจารณ์: ศิษย์สำนักหุบเขาเพลิงหยก, มีพรสวรรค์โดดเด่น, ด้วยความมุทะลุของวัยเยาว์ จึงขโมยอาวุธขึ้นชื่อประจำตระกูล ‘พู่กันคุณชาย’ ออกมาท่องยุทธภพโดยไม่บอกครอบครัว】 

【ประสบการณ์ล่าสุด: ถูกปีศาจราตรีหลิวเหิงหมายหัว และตั้งใจจะชิงพู่กันคุณชายของนาง เพื่อนำไปมอบให้ผู้พิพากษาซุยแห่งหอละอองฝน】

หลี่โม่เงยหน้ามองไปที่หญิงสาวที่อยู่ไม่ไกล หญิงสาวในชุดผ้าไหมที่ดูห้าวหาญ ผิวพรรณขาวสะอาด คาดว่าสาวน้อยผู้นี้น่าจะอ่านนิยายมากเกินไป นางพันอกและมัดผม เพียงเท่านี้ก็คิดว่าไม่มีผู้ใดจะรู้ได้ว่านางเป็นหญิง

เมื่อครู่ นางเพิ่งทะเลาะกับนักเลงหลายคนตรงหน้าร้านหม้อไฟ และใช้พู่กันจิ้มอาวุธของพวกเขาจนหักสะบั้น ทำให้มีผู้คนมากมายให้ความสนใจนางในตอนนี้

นางตบโต๊ะเสียงดัง ก่อนพูดว่า

“เจ้าของร้าน เอาเหล้ามา!”

“ขอชนิดที่แรงที่สุดเลย แต่ไหนแต่ไรข้าถูกเรียกว่า ไม่เมาพันจอก, ไม่ล้มหมื่นจอก!”

ฟังจากน้ำเสียงแล้ว นางจงใจดัดเสียงให้ห้าวขึ้น

“มาแล้วๆ”

มองดูใบหน้าของหญิงสาวที่แดงก่ำ หลี่โม่แอบเติมน้ำลงไปในเหล้านิดหน่อย ฝีมือการร่ำสุราเพียงเท่านี้ ยังกล้าโอ้อวดอีกหรือ?

อย่าให้ราชานักสู้แห่งสำนักชิงเยวียนได้ยินเข้าเชียว

“นี่… เจ้าเอาไปเป็นรางวัล” หญิงสาวกินหม้อไฟและดื่มเหล้าไปด้วย ก่อนโยนปลาทองคำแท่งหนึ่งออกมา

“เฮ้อ”

หลี่โม่ถอนหายใจเบา ๆ บางทีในสายตาของวัยหนุ่มสาว ยุทธภพก็คือการร่ำสุรา พกกระบี่ และใช้เงินทองอย่างไม่เสียดาย ไม่ก็ทำการล้างแค้นกันไปมาอย่างสะใจกระมัง? เมื่อก่อน เขาเองก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน

“เจ้าของร้าน ว่าแต่สูตรหม้อไฟของเจ้า คิดค้นออกมาได้อย่างไร?”

“สนใจจะไปเปิดสาขาที่หุบเขาเพลิงหยกของข้าไหม? พี่ชายของข้ามีทรัพย์สินมากมายนัก” ลั่วเหยาถามด้วยน้ำเสียงมึนเมา

“ไม่ทราบว่าพี่ชายของท่านผู้มีเกียรติก็คือ...”

“ศิษย์พี่ใหญ่แห่งหุบเขาเพลิงหยก นามว่าลั่วอวี่!”

อย่างนี้นี่เอง ข้าก็นึกอยู่ว่าเหตุใดจึงรู้สึกรำคาญใจเจ้าอยู่บ้าง

ตอนที่การประลองเก้ายอดเขาจบลง หลี่โม่ก็ได้เจอลั่วอวี่ อีกฝ่ายเคยเสนอของวิเศษสิบชิ้น อาวุธขึ้นชื่อหกอัน และทองคำหนึ่งหมื่นตำลึง เพื่อแลกกับกระบี่เพลิงสีชาดของเขา

อย่างที่ทราบกันดี ศิษย์น้องหลี่เป็นผู้มีอันจะกิน จึงปฏิเสธไปอย่างสุภาพ และพวกเจ้าลองทายดูสิ ว่าลั่วอวี่กล่าวว่าอย่างไร?

“ดีมาก! เจ้าได้ดึงดูดความสนใจของข้าได้แล้ว ฮ่าๆๆ”

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน...

เมื่อลั่วเหยาเปิดเผยตัวตน สายตาที่จ้องมองนางก็ลดลงไปมาก

“น้องสาวคนนี้ เจ้าคงไม่ได้เห็นว่าเจ้าของร้านหล่อ แล้วอยากพาเขากลับบ้านไปใช่ไหม?”

ข้าง ๆ มีเสียงเย้าแหย่ของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น คือหลัวเฟยเยี่ยนนั่นเอง

“ข้าจะขอท้าเจ้า!” ลั่วเหยาจ้องมองนางด้วยความโกรธทันที ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วก็ยิ่งแดงก่ำมากขึ้น แต่หลัวเฟยเยี่ยนไม่ได้สนใจ กลับมองไปที่หลี่โม่แทน

“เจ้าของร้าน ตอนหนุ่มท่านคงเป็นชายรูปงามมิใช่น้อย ข้าค่อนข้างสนใจ...”

“อะไรรึ?” หลี่โม่ใช้หน้ากากแก้วไร้ลักษณ์ทำให้ตัวเองดูแก่ลงเล็กน้อย

ที่เคาน์เตอร์ เสียงดีดลูกคิดพลันหยุดลง นายหญิงเงยหน้าขึ้นและจ้องมองหลัวเฟยเยี่ยน

ไอเย็นบางๆแผ่ปกคลุมทั่วบริเวณอย่างเงียบงัน

“สูตรหม้อไฟ ข้าสนใจสูตรหม้อไฟน่ะ” หลัวเฟยเยี่ยนพูดจบ เสียงดีดลูกคิดก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“พวกเราเปิดร้านเดียวก็เหนื่อยล้าเกินพอแล้วนะ!” เซียวฉินวางเนื้อแกะจานหนึ่งลง

ไม่นะ! ศิษย์น้องหลี่ เจ้ากำลังคิดถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้จริงๆหรือ?

พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำให้ร้านหม้อไฟเติบโตนะ!

“อืม พวกเรายังมิได้มีความคิดที่จะเปิดสาขาในเวลานี้”

“และก็จะไม่ขายสูตรหม้อไฟด้วย”

หลี่โม่ยิ้มและปฏิเสธลั่วเหยากับหลัวเฟยเยี่ยนอย่างสุภาพ

“อุ๊ย! ฝีมือการใช้มีดของพ่อครัวที่ร้านพวกเจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”

หลัวเฟยเยี่ยนหรี่ตาลง แล้วคีบเนื้อแกะที่บางราวปีกจั๊กจั่นขึ้นมาหนึ่งชิ้น

“เขาฝึกมาหลายปีแล้ว” หลี่โม่หัวเราะเบา ๆ

ใช่แล้ว การฝึกวิชาดาบไร้ชีวิตมาหลายปี ทำให้เนื้อแกะที่หั่นออกมาไม่เพียงแต่บางราวปีกจั๊กจั่น แต่ยังสดใหม่ และคงรสชาติของเนื้อได้อย่างสูงสุด

หลี่โม่นำปลาทองคำกลับไปที่เคาน์เตอร์ ยัยก้อนน้ำแข็งกวาดมันลงไปในโถเงิน ก่อนเริ่มนับใหม่อีกครา

….

ฟ้าเริ่มมืดลง

ในที่สุดร้านหม้อไฟที่วุ่นวายมาทั้งวันก็ปิดประตูลง

“วันนี้ข้าสืบได้ข่าวมาบางส่วน”

“ในบรรดาคนทั้งหมด… มีอยู่สองคนที่โดดเด่น”

"คนหนึ่งคือมีดวายุพัดเหอปิน อีกคนคือปีศาจราตรีหลิวเหิง คนแรกอยู่ในขั้นสุราหยก ส่วนคนที่สองอยู่ในขั้นโอสถลึกลับ”

“ยังมีพวกปลาซิวปลาสร้อยอีกหลายคน ส่วนใหญ่เป็นขั้นปราณภายใน ความสามารถในการต่อสู้ไม่น่าจะด้อยกว่ากัน ล้วนเป็นคนชั่วที่เคยฆ่าคนมาแล้ว” หลี่โม่พูดพร้อมกับมองกระดาษบันทึกในมือ

เซียวฉินกับจั่วชิวหยางมองหน้ากัน วันนี้มีผู้เข้าร่วมการทดสอบไร้สิ้นสุดมาที่ร้านเยอะขนาดนี้เลยหรือ? ทำไมพวกเขาถึงดูไม่ออกเลยนะ

“พวกต้องจัดการให้รวดเร็ว การต่อสู้ยิ่งจบเร็วยิ่งดี” หลี่โม่พูดต่อ

“ศิษย์พี่เซียว พี่จั่วชิว พวกปลาซิวปลาสร้อยให้พวกท่านจัดการ วิชาของพวกท่านเหมาะที่จะจัดการกับพวกตัวเล็กตัวน้อย”

สีหน้าของเซียวฉินซับซ้อน นี่นับเป็นการชมเชยหรือไม่นะ?

แต่จริงๆแล้ว ปลาซิวปลาสร้อยที่ศิษย์น้องหลี่พูดถึงก็ไม่ธรรมดาเลย พวกเขาทั้งหมดอยู่ในขั้นขอบเขตปราณภายใน

พวกเขาค่อยๆสวมชุดนักฆ่าราตรี สวมหน้ากากหัววัวที่ซื้อมาจากตลาด คนทั้งสองออกเดินทางไปในความมืด

“เจ้าจะออกไปผดุงคุณธรรมกับข้า หรือจะรอที่ร้าน?” หลี่โม่หันกลับมาถามหญิงสาวด้านหลัง

“ผดุงคุณธรรม?”

อิ๋งปิงไม่เข้าใจเล็กน้อย พวกเขาซ่อนตัวตนและออกไปในความมืด ดูอย่างไรก็ไม่เหมือน‘ผู้ผดุงคุณธรรม’เลยสักนิด

หลี่โม่กล่าวต่ออย่างหนักแน่นว่า

“ใครว่าต้องยืนอยู่ในที่สว่างถึงจะเป็นวีรบุรุษ”

“ข้าคงต้องเล่าเรื่องเมืองก็อตแธมให้เจ้าฟัง ที่นั่นก็มีผู้ผดุงคุณธรรมอยู่คนหนึ่ง… ทุกยามค่ำคืน เขาจะสวมหน้ากากออกไปปราบปรามเหล่าอาชญากร...”

สิบนาทีต่อมา 

อีกร่างหนึ่งก็ก้าวออกจากร้านหม้อไฟไปอีกครั้ง

มองดูเงาหลังของหลี่โม่ที่หายไปในความมืด อิ๋งปิงเงียบไปสองสามวินาที เรื่องเมื่อครู่นี้ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน

แต่บางที อาจเป็นเพราะนางไม่เคยมีประสบการณ์เช่นนั้นมาก่อน ทำให้ความรู้สึกส่วนลึกจากในใจอยากลองทำดูบ้าง… เรื่องนี้ไม่เป็นปกติวิสัยของนางเลย

“จำได้ว่า… มีคนใช้โอกาสจากการทดสอบไร้สิ้นสุดนี้เล่นงานชูหลง… เรื่องนี้ข้ายังต้องสืบให้ชัดเจน”

สวบ—

ใบไม้นอกร้านสั่นสะเทือนเบา ๆ ร่างหนึ่งก็เคลื่อนออกไปไกลแล้ว

นางจะไปสืบเรื่องของเจียงชูหลง ใช่แล้ว! ต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน...

จบบทที่ บทที่ 96 ธุรกิจดีเกินไปแล้ว, ใครบอกว่าต้องยืนในที่สว่างถึงจะเป็นวีรบุรุษ!

คัดลอกลิงก์แล้ว