เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 เจ้าเรียกนี่ว่าเครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัวหรือ?

บทที่ 93 เจ้าเรียกนี่ว่าเครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัวหรือ?

บทที่ 93 เจ้าเรียกนี่ว่าเครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัวหรือ?


จั่วชิวหยางมองสามอันธพาลเขาหวยที่นอนกองอยู่บนพื้นพร้อมกระดูกที่แหลกเหลว แล้วรู้สึกมึนงงเล็กน้อยเพื่อจัดการคนทั้งสามนี้ เขาวางแผนและเตรียมการมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่จงใจเปิดเผยที่อยู่เพื่อล่อให้พวกมันตามล่า

กระทั่งเมื่อครู่นี้ เขายังใช้แผนซ้อนแผน อาศัยความคิดของอีกฝ่ายที่หวังให้พลังปราณของตนหมดสิ้น แล้วใช้ช่วงเวลานั้นจัดการพวกมันด้วยวิชาดาบไร้ชีวิตที่สะสมไอสังหารจนถึงจุดสูงสุด

เขาไม่มีทางถอยอีกแล้ว รวบรวมสมาธิอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้จนตัวตาย ล้างแค้นให้อาจารย์และชาวบ้านในหมู่บ้าน

แต่แล้วในชั่วพริบตา คนทั้งสามก็เกือบถูกตีจนเกือบตายไปต่อหน้าต่อตา ชายหนุ่มที่ลงมือดูจะอ่อนกว่าเขามาก แต่กลับแข็งแกร่งจนน่าตกใจ

มันช่างกะทันหันเสียจริง…!

“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่? ไยจึงลงมือกับข้า ทั้งยังหัวเราะเยาะกันถึงเพียงนี้?” หลี่โม่ย่อกายลงเบื้องหน้าสามอันธพาลเขาหวยที่กำลังไอเป็นเลือด แล้วถามอย่างใจเย็น

เขาคือตัวแทนของสำนักชิงเยวียนที่ลงเขามาดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองจื่อหยาง การลงมือทำร้ายผู้คนเช่นนี้ย่อมต้องสอบถามถึงสาเหตุให้แน่ชัด

“เจ้า!” ชายร่างใหญ่หน้าบากที่นอนอยู่บนพื้นมีแววตาอาฆาตเหี้ยมโหด

ทันใดนั้น สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน อันธพาลอ้วนกับผอมที่อยู่ข้างๆ รีบใช้ปราณภายในเฮือกสุดท้ายกดไปที่ไหล่ของชายหน้าบาก ถ่ายเทพลังทั้งหมดไปที่เขา

“ฮึบ!” ชายหน้าบากทุบพื้นกระเบื้องจนแตกก่อนลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปราณภายในสามสายที่บ้าคลั่งถูกบิดรวมเป็นหนึ่งเดียวผ่านเส้นชีพจรของเขา ก่อเกิดเป็นพลังที่รุนแรงและป่าเถื่อนอย่างที่สุด

“เจ้าหนู เจ้ายังอ่อนหัดเกินไป!” ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันของผู้ชนะ

กระบวนท่านี้ไม่ได้เน้นพละกำลัง แต่ปราณภายในของคนทั้งสามก็เพียงพอที่จะทำลายตันเถียนของอีกฝ่ายให้สิ้นซากได้

จั่วชิวหยางเพิ่งจะรู้สึกตัว สีหน้าของเซียวฉินก็เปลี่ยนไปอย่างมาก แม้จะคิดเข้าช่วยเหลือก็สายเกินไปเสียแล้ว ทำได้เพียงมองชายหน้าบากตบฝ่ามือเข้าที่ตันเถียนของหลี่โม่อย่างจัง

ปราณภายในอันบ้าคลั่งไหลบ่าเข้าสู่ร่างของหลี่โม่ ราวกับจะทำลายวิชาฝีมือของชายหนุ่มให้สิ้นซาก

ปัง! —

เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่ว

อากาศในโรงเตี๊ยมพลันตกอยู่ในความเงียบงัน ชายหนุ่มไม่ได้ขยับแม้แต่ก้าวเดียว เพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าที่ดุร้ายของสามอันธพาลเขาหวยพลันแข็งค้าง ความหวาดกลัวอย่างที่สุดปรากฏในดวงตาของพวกมัน

นี่มันเป็นคนหรือผีกันแน่?

หลี่โม่ไม่ได้รู้สึกอะไร เพียงแค่รู้สึกว่าปราณภายในเหล่านี้ค่อนข้างปะปนกัน ถูกบิดรวมด้วยวิธีการหยาบๆ

เขาไม่ได้คิดอะไรมาก ใช้ปราณภายในของตนเองขับไล่มันออกไป พลันปราณภายในขั้นสุราหยกของพวกมันกลับถูก‘เผาไหม้’ขึ้นอย่างประหลาด

ฟึ่บ!—

สามอันธพาลเขาหวยตายอย่างไม่สงบนัก

ปราณภายในต่างชนิดที่ไหลเข้าสู่ร่างของพวกมัน ทั้งสามตัวบวมพองขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาเบิกกว้าง เลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ด ตายอนาถอย่างถึงที่สุด

ความกว้างใหญ่ของตันเถียนหลี่โม่นั้น แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังรู้สึกสะพรึงกลัว

ปราณภายในที่ฝึกฝนจากวิชาที่เหนือกว่าขั้นเทพ ถึงขั้นสามารถจุดไฟให้ปราณภายในได้ และยังมาพร้อมกับความรุนแรงที่ทำลายล้างทุกสิ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาใช้มันเพื่อต่อสู้กับศัตรู แม้แต่หลี่โม่เองยังรู้สึกว่าตนเองน่าเหลือเชื่อเกินไป

ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ…

เซียวฉินอ้าปากค้างอยู่นาน ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ได้แต่หยุดยืนนิ่งไปพักใหญ่ แม้แต่มหาปราชญ์พันร่างก็ยังตกใจจนพูดไม่ออก

“ศิษย์น้องหลี่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เมื่อได้สติ เขาก็รีบเดินเข้าไปดู

แม้ว่าศิษย์น้องหลี่จะดูมีสีหน้าปกติ แต่เมื่อครู่คือปราณภายในของยอดฝีมือขั้นสุราหยกสามคน แม้จะไม่ได้ถูกเสริมด้วยวิชา แค่ไหลเข้าสู่ร่างกายของคนๆหนึ่งอย่างฉับพลัน ก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทนได้แล้ว

หลี่โม่ส่ายหน้าก่อนถามว่า

“พวกเขาเป็นคนที่ถูกหอละอองฝนคัดเลือกให้เข้าร่วมการทดสอบไร้สิ้นสุดหรือ?”

“เอ่อ พวกเขามาเพื่อตามล่าคนคนหนึ่ง” เซียวฉินพูดพลางมองไปยังที่ไกลออกไป

หลี่โม่มองตามสายตาของเขา เห็นร่างหนึ่งที่สวมชุดหมวกฟางอยู่

ทันใดนั้นระบบก็แจ้งเตือน

【ยินดีด้วยเจ้าของระบบ ท่านช่วย ‘จั่วชิวหยาง’ สังหารศัตรูได้สำเร็จ】 

【ท่านมีรางวัลที่รอรับอยู่】

จั่วชิวหยางหรือ?

ในดวงตาของหลี่โม่มีแสงสลัวๆ เคลื่อนไหว

【ชื่อ: จั่วชิวหยาง】 

【อายุ: 19】 

【รากฐานกระดูก: สมบูรณ์แบบทั้งเก้า】

【ขอบเขต: ขอบเขตปราณภายใน】

【ลิขิตฟ้า: สีม่วงเจือเทา】

【คำวิจารณ์: ชายผู้นี้เกิดมาพร้อมกับรากฐานกระดูกทั้งเก้าที่เหมาะสำหรับการฝึกยุทธ์ มีพรสวรรค์ยอดเยี่ยม ได้เป็นศิษย์ของมือสังหารธรณีมรณะที่ทรยศหอละอองฝน และยังเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากหมู่บ้านเขาหวย ในอนาคตจะเป็นเครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัว】 

【ประสบการณ์ล่าสุด: ผู้สมรู้ร่วมคิดตายแล้ว แต่ผู้บงการที่แท้จริงยังหายาก หลังรู้ข่าวว่าการทดสอบไร้สิ้นสุดเริ่มขึ้นแล้ว ก็หวังว่าจะหาเบาะแสจากที่นี่】

“สีม่วงเจือเทา...” เป็นลิขิตฟ้าที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียที่ใหญ่หลวง

เครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัวหรือ? ฟังดูน่าเหลือเชื่อไม่น้อย

“เจ้าก็เข้าร่วมการทดสอบไร้สิ้นสุดด้วยหรือ?” จั่วชิวหยางกดมีดสั้นที่กำลังเดือดพล่านด้วยไอสังหาร แล้วถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน

“ไฉนถึงถามเช่นนั้น?”

“หากเจ้าเข้าร่วมด้วย ข้าจะได้ถอนตัวตั้งแต่ตอนนี้”

“.....” หลี่โม่เพิ่งเคยเจอคนที่มีไอสังหารเต็มตัวแต่ปากกลับพูดยอมแพ้

ไหนบอกว่าเป็นเครื่องจักรสังหารน่าสะพรึงกลัวไง?

“การทดสอบไร้สิ้นสุดถอนตัวง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?”

“แน่นอนว่าไม่ แต่ข้าไม่อยากจะแข่งขันกับเจ้า” มีเพียงไม่กี่คนสุดท้ายที่รอดชีวิตเท่านั้น จึงจะถูกรับเข้าหอละอองฝนได้

ดังนั้น ไม่ว่าผู้เข้าร่วมจะเข้าไปโดยตั้งใจหรือไม่ พวกเขาก็ล้วนเป็นนักล่า…ไม่ก็เป็นเหยื่อเสียเอง

หากหลี่โม่เป็นผู้เข้าร่วม... ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นผู้ชนะของการทดสอบในครั้งนี้อย่างแน่นอน

“ข้าไม่ได้สนใจหอละอองฝนเสียหน่อย…ในทางตรงกันข้าม”

หลี่โม่หยิบป้ายประจำตัวออกมาจากมือ แล้วยิ้มพลางกล่าวว่า

“ข้าเป็นศิษย์ของสำนักชิงเยวียน”

“ข้าก็เหมือนกัน” เซียวฉินก็หยิบป้ายประจำตัวออกมาเช่นกัน เพื่อแสดงว่าตนเองก็เป็นพันธมิตรแห่งความชอบธรรม

ในขณะนั้นเอง…

“หืม? มีอะไรเกิดขึ้นในนี้หรือ?”

ซางอู่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในโรงเตี๊ยม มองดูห้องโถงที่สภาพเหมือนลานประหารที่เต็มไปด้วยซากศพ สายตาของนางไม่ได้แปรเปลี่ยน เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วมองสำรวจคนแปลกหน้าเพียงคนเดียวในที่แห่งนี้

อึก! —

จั่วชิวหยางกลืนน้ำลายลงคอ ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่ร้ายกาจ มีดในมือของเขากำลังสั่นอีกครั้ง

แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะไอสังหารที่เดือดพล่าน ทว่าเป็นเพราะความหวาดกลัว

ตอนที่ฝึกวิชาดาบไร้ชีวิตกับอาจารย์ที่ล่วงลับ เขาค้นพบว่าตนเองมีประสาทสัมผัสไวต่อสิ่งต่างๆ เช่น เจตนาสังหารและไอสังหารของผู้คน เมื่อก่อน คนที่เขารู้สึกว่ามีไอสังหารน่าสะพรึงกลัวที่สุดคืออาจารย์ของเขา แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว….

บรรยากาศในโรงเตี๊ยมกลายพลันแปลกประหลาดขึ้นมาในทันที

มือสังหารตัวน้อยที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการของหอละอองฝน กับพันธมิตรแห่งความชอบธรรมจากสำนักชิงเยวียนอีกสี่คน

พูดตามตรง เขาไม่สามารถสู้ได้เลย!

แม้แต่เซียวฉินเอง ก็มีมหาปราชญ์พันร่างที่ไม่ได้เป็นเพียงตาแก่ที่พูดได้อย่างเดียว แต่ลงมือได้ด้วย

“เจ้าไม่ต้องตื่นตระหนกขนาดนั้น พวกเราลงเขามาเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยของเมือง ป้องกันไม่ให้ใครบางคนใช้โอกาสนี้สร้างความวุ่นวายและทำร้ายผู้บริสุทธิ์”

“ส่วนการทดสอบไร้สิ้นสุดนั้น… พวกเราแค่หวังให้มันจบลงโดยเร็วที่สุด” หลี่โม่พูดส่งสัญญาณให้เขานิ่งไว้

“ข้าทราบแล้ว” ร่างกายของจั่วชิวหยางผ่อนคลายลง

เขาก็เป็นคนง่ายๆเช่นนี้ หยิบบะหมี่ที่ยังกินไม่หมดชามนั้นขึ้นมา ก่อนนั่งยองๆบนพื้นแล้วซดต่อ

หลี่โม่เองก็เดินไปที่ร่างของสามอันธพาลเขาหวย ใช้กระบี่เพลิงสีชาดเขี่ยถุงผ้าของพวกมัน

หลังจากค้นดูแล้ว นอกจากของจิปาถะต่างๆที่ไม่สลักสำคัญ ก็มีเพียงจดหมายฉบับหนึ่งในอกของชายหน้าบาก ที่สามารถดึงดูดความสนใจของหลี่โม่ได้

จบบทที่ บทที่ 93 เจ้าเรียกนี่ว่าเครื่องจักรสังหารที่น่าสะพรึงกลัวหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว