เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 87 จักรพรรดินีในเวอร์ชั่นดัดแปลง, บุกเข้าห้องในยามค่ำคืน

บทที่ 87 จักรพรรดินีในเวอร์ชั่นดัดแปลง, บุกเข้าห้องในยามค่ำคืน

บทที่ 87 จักรพรรดินีในเวอร์ชั่นดัดแปลง, บุกเข้าห้องในยามค่ำคืน


“นางมีรูปโฉมงดงามหาผู้ใดเปรียบ สง่างามเหนือโลก จนยุทธภพต่างขนานนามว่า ธิดาแห่งเซียน”

“มีสถานะสูงส่ง เฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว เพียงแค่คำพูด ก็สามารถทำให้สำนักมากมายในเก้าสวรรค์สิบดินแดนต้องสะท้านได้”

“พลังอันแข็งแกร่งของนาง เพียงออกกระบี่ครั้งเดียว ก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งสิบเก้ามณฑล”

“นางมีนามว่า เหลิ่งชิงชิว เป็นจักรพรรดินีของคนทั่วหล้า และถูกเก้าสวรรค์สิบแดนขนานนามว่า 'จักรพรรดินีน้ำแข็ง' เพราะความแข็งแกร่งและความเย็นชาของนาง”

"นางได้ออกกฏต้องห้ามมากมาย ผู้คนล้วนหวาดกลัวนางกันหมด”

หลี่โม่ใช้คำไม่กี่คำ ก็สามารถสร้างภาพจักรพรรดินีผู้เย็นชาที่มีพลังเหนือโลกให้ปรากฏขึ้นต่อหน้าซางอู่และอิ๋งปิงได้อย่างมีชีวิตชีวา

ซางอู่ครุ่นคิดแล้วกล่าวด้วยความสงสัยว่า

“มีคนเช่นนี้ด้วยหรือ? เหตุใดข้าไม่เคยได้ยินชื่อเลย”

อิ๋งปิงหันไปมองหลี่โม่ พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย

หลี่โม่ไอเบา ๆ ก่อนจะกล่าวว่า

“ก็บอกแล้วว่ามีกฏต้องห้ามมากมายที่นางสร้าง อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว การที่ท่านไม่รู้ก็เป็นเรื่องปกติ”

“ราชวงศ์ต้าซางก็เคยรุ่งเรืองมาก่อน เกิดยอดคนมากมายในยุคนั้น บัดนี้…ก็หายสาบสูญไปหมดมิใช่หรือ”

ซางอู่เม้มปาก แล้วยกเหล้าดื่มไปอึกหนึ่ง “เอาเถอะ”

หลี่โม่กล่าวต่อ

“ทว่าไม้เด่นในป่า ย่อมถูกลมพัดทำลาย ยิ่งเป็นจักรพรรดินีที่มิได้ขึ้นตรงต่อสำนักใด ไม่ถูกควบคุมโดยใคร ย่อมเป็นที่หมายหัวของผู้คนมากมายอย่างแน่นอน”

“เพื่อรับมือกับนาง ฝ่ายธรรมะและอธรรมจึงรวมตัวกันเพื่อบีบนางให้จนมุม”

“ในวันนั้น ตะวันและจันทราไร้แสงส่อง ท้องฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เทพเซียนร่ำไห้ ภูตผีคร่ำครวญ”

“ในวังของนางเลือดไหลนองเป็นแม่น้ำ กองกระดูกสูงดั่งภูเขา ยอดฝีมือมากมายต้องจบชีวิตลงที่นั่น สั่นคลอนไปทั่วแผ่นดิน”

“แม้เหลิ่งชิงชิวจะแข็งแกร่งเพียงใด แต่พลังของนางก็เริ่มถดถอย ในที่สุดก็ถูกบีบจนไปยืนอยู่ที่หน้าผาหมื่นจั้ง”

ดวงตาของซางอู่เปล่งประกาย เห็นได้ชัดว่านางกำลังดื่มด่ำไปกับเรื่องราว สีหน้าครุ่นคิดของอิ๋งปิงก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น นางรู้สึกคุ้นเคยบางอย่าง แม้จักรพรรดินีในเรื่องราวของหลี่โม่จะมีชื่อและประสบการณ์ที่แตกต่างไป แต่ในบางสถานการณ์กลับทำให้นางรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนผู้นี้

ในชาติที่แล้ว นางก็เคยถูกเก้าสวรรค์สิบแดนไม่ยอมรับ ทั้งที่นางมิได้ทำอะไรผิดอะไร เพียงแต่มุ่งมั่นในวิถีแห่งตน และไม่เคยมีความคิดที่จะก่อความวุ่นวายเลย

แต่เมื่อนางไม่เข้าไปยุ่งเรื่องยุทธภพ ทุกคนกลับมุ่งมาหานางเอง การดำรงอยู่ของบุคคลที่แข็งแกร่งและควบคุมไม่ได้ ย่อมเป็นที่หมายหัวของผู้มีอำนาจ เพียงแต่...จุดจบของนางและจักรพรรดินีในเรื่องของหลี่โม่นั้นแตกต่างกัน

“เมื่อไม่มีทางหนี นางจึงทิ้งไว้เพียงคำพูดว่า ‘แม้ร่างจะดับไป จิตแห่งวิถีหาได้สำนึกผิด’ ก่อนกระโดดลงไปในเหวหมื่นจั้งนั่น”

“อ๋า? แล้วอย่างไรต่อ อย่างไรต่อ?” ซางอู่ถามอย่างร้อนรน

“ตัวละครเอกตายตั้งแต่ต้นเลยหรือ? เรื่องจบแค่นี้เองหรือ?”

หลี่โม่หัวเราะเบา ๆ พลางกล่าวว่า

“ท่านอาจารย์อย่าเพิ่งรีบร้อน ท่านลองคิดดูสิว่า เรื่องราวความลับนี้สามารถแพร่ออกมาได้ ตัวละครเอกจะตายจริงได้อย่างไร? ขอบอกตามตรง เรื่องความลับเหล่านี้ก็ คือเหลิ่งชิงชิวเป็นผู้ทิ้งเอาไว้เอง”

“ขณะที่นางใกล้ตาย นางได้กระตุ้นของวิเศษชิ้นหนึ่ง มีชื่อว่า'จักจั่นฤดูใบไม้ผลิ'”

“ดังนั้น! นางไม่เพียงแต่ไม่ตาย แต่ยังย้อนเวลากลับไปในวัยสาวอีกครั้ง!”

การเล่านิทานของศิษย์น้องหลี่มีน้ำเสียงที่สมจริง ทำให้ผู้ฟังเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ คำพูดนี้ยิ่งหนักแน่นน่าเชื่อถือ

ซางอู่ “!”

แปะ—

เมื่อนับดูแล้ว วันนี้เป็นครั้งที่สอง อิ๋งปิงเผลอทำตะเกียบในมือร่วงลงพื้นด้วยความตกใจ

ซางอู่เบ้ปาก “เจ้าก้อนน้ำแข็งน้อย เจ้าก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ช่างน่าประหลาดใช่ไหม? ในโลกนี้จะมีสิ่งของที่สามารถทำให้คนฟื้นคืนชีพได้จริงหรือ?”

“นี่ไม่เพียงแต่เป็นการฟื้นคืนชีพ แต่ยังย้อนเวลาได้ด้วย!”

สิ่งที่ไม่อาจเอาชนะได้ในโลกนี้ ย่อมไม่พ้นความตาย และสิ่งที่ไร้ความเมตตาที่สุดในโลกนี้ ย่อมไม่พ้นกาลเวลา

ยอดคนมากมาย ผู้แข็งแกร่งหาใครเปรียบ ต่างก็พ่ายแพ้ให้กับกาลเวลาในท้ายที่สุด มิอาจหลุดพ้นจากพันธนาการของความตายได้

“หลุดพ้นจากความเป็นความตาย ย้อนกลับกาลเวลา...เรื่องเช่นนี้จะเป็นไปได้อย่างไร?” ซางอู่กล่าว และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

“บางที...อาจจะมีจริงก็ได้” อิ๋งปิงกล่าวเสียงเรียบ

หืม? ซางอู่หันกลับไปมอง

ยัยก้อนน้ำแข็งน้อยเอาความรู้สึกร่วมเช่นนี้มาจากไหนกัน?

เมื่อเห็นว่าอิ๋งปิงตั้งใจฟังเรื่องราวนี้ หลี่โม่ก็รู้สึกยินดี จากนั้นก็หันไปมองซางอู่อย่างขุ่นเคือง

“ท่านอาจารย์ ถ้าท่านขัดจังหวะอีก ข้าจะไม่เล่าแล้วนะ”

“ได้จ้ะ ๆ เจ้าเป็นคนเล่า เจ้าใหญ่ที่สุด”  ซางอู่รินเหล้าให้เขาอีกหนึ่งจอก เป็นการแสดงออกว่านางจะตั้งใจฟังเรื่องราวอย่างสงบ ไม่โต้เถียงแล้ว

แถมเป็นเรื่องราวในตำนาน ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้เท็จจริงเพียงใด ขอแค่สนุกก็พอแล้วนี่นา

หลี่โม่ดื่มเหล้าอีกหนึ่งจอก แล้วจึงเล่าต่อ

เมื่อเขาเล่าไปเรื่อย ๆ ภาพของสตรีผู้โดดเดี่ยวที่มุ่งมั่นในวิถีก็ถูกสร้างขึ้นมา ในชาตินี้ นางใช้ประสบการณ์จากชาติที่แล้วเพื่อก้าวขึ้นมาแถวหน้าอย่างรวดเร็ว

ทว่าเหลิ่งชิงชิวในภพนี้ กลับพบเจอกับเหตุการณ์หนึ่งหลังเกิดใหม่ นางได้รู้จักกับชายผู้หนึ่งที่ไม่ได้ฝึกฝนวรยุทธ์ หลังจากนั้น นางก็เริ่มแสร้งทำเป็นคนธรรมดาเพื่อทำความรู้จักเขา หลังจากได้เข้าใกล้ชายผู้นั้น รู้จักกัน...และในที่สุดก็เกิดเป็นความรัก

เพราะเหตุนี้ จักรพรรดินีในตำนาน ก็ได้มีสามีที่ธรรมดาสามัญชน ระหว่างทางยังเกิดเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย แปลกประหลาดแต่สมเหตุสมผล อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความหวานซึ้งที่บริสุทธิ์และไร้มลทิน

หลังจากได้รับความรักแล้ว ความก้าวหน้าในวิถีของนางกลับยิ่งก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น

หลี่โม่ดื่มเซียนเมาไปพลางเล่าไปพลาง ยิ่งเล่าก็ยิ่งเข้าถึงอารมณ์ เนื้อเรื่องที่เขาเล่านั้นมีจุดหักมุมมากมาย ซางอู่ฟังจนเคลิบเคลิ้ม

เมื่อเทียบกับนิยายและนิทานที่นักเล่านิทานทั่วไปเล่า เรื่องนี้ถือว่าเหนือกว่ามาก ถึงแม้จะรู้ว่าหลาย ๆ ส่วนไม่สมเหตุสมผล แต่ก็...ยังทำให้ติดใจได้ถึงขนาดนี้

“ท้ายที่สุดแล้ว เหลิ่งชิงชิวก็ได้ปลีกวิเวกจากยุทธภพพร้อมกับครอบครัวของนาง...”

“หากไร้พายุฝน จะเห็นสายรุ้งได้อย่างไร”

“แม้ชีวิตของนางจะผ่านเรื่องราวมากมาย เผชิญความพ่ายแพ้ หรือแม้กระทั่งความเป็นความตาย”

"แต่นางก็ไม่เคยถูกโค่นล้ม และในที่สุดก็สามารถประสบความสำเร็จทั้งในวิถียุทธ์และความรักได้” หลี่โม่ยังได้ให้ความเห็นของตนเองด้วย

ความหมายของศิษย์น้องหลี่คือ 'เจ้าดูสิ แม้แต่ความตายก็ยังสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ ชีวิตที่ผ่านเรื่องราวมากมาย ในที่สุดก็จะพบแสงสว่างเอง เด็กสาวเอ๋ย ชีวิตของเจ้าเพิ่งจะเริ่มต้น จะไปใส่ใจกับการได้มาเสียไปเพียงชั่วคราวเพื่ออันใดกัน'

นี่คือการยกระดับการเล่านิทานของเขา เน้นเรื่องราวที่ให้พลังงานเชิงบวก

“จบแล้วหรือ” ซางอู่ยังคงรู้สึกไม่พอใจ นางตั้งใจจะยุยงให้หลี่โม่เล่าเรื่องอื่นอีก

แต่ก็พบว่าหนุ่มนักเล่านิทานนั้น ได้ฟุบอยู่บนโต๊ะแล้ว พร้อมส่งเสียงกรนเบา ๆ

เซียนเมาขวดนี้ ศิษย์น้องหลี่ดื่มไปแล้วหนึ่งในสาม ดังนั้นเมื่อเล่าเรื่องจบ เขาก็เมาแล้วสลบไปอย่างสงบ…

“แจ๋วไปเลยนะ กล้าดื่มเหล้าขนาดนี้ ทั้งที่พรุ่งนี้ก็ยังต้องมาฝึกกับข้าอีก” ซางอู่พยุงเขาไปที่ห้องปีก จากนั้นก็ดื่มเหล้าที่เหลือจนหมด แล้วกลับไปห้องนอนของตนเอง

“วิถีและความรัก...ประสบความสำเร็จทั้งคู่?”

อิ๋งปิงนอนอยู่บนเตียง กลิ่นอายของใครบางคนลอยมาแตะปลายจมูก ในสมองยังคงก้องกังวานด้วยเสียงเล่านิทานของหลี่โม่เมื่อครู่

ไม่รู้ทำไม เมื่อตกกลางคืน นางก็ไม่สามารถฝึกฝนได้ชั่วคราว สมองจึงเริ่มวุ่นวายขึ้นมา

เรื่องราวที่หลี่โม่เล่า...เป็นเรื่องแต่งหรือมีอยู่จริงกันแน่นะ?

แต่เดี๋ยวก่อน… เหมือนข้าลืมอะไรบางอย่างไป

อิ๋งปิงพลันนึกขึ้นได้ว่า นางยังมีบทลงโทษของระบบที่ยังทำไม่เสร็จ…

คิ้วเรียวของอิ๋งปิงขมวดเข้าหากัน หรือนางจะต้อง...แอบย่องไปที่เตียงของหลี่โม่ในยามค่ำคืน?

นี่...นี่มัน เดิมทีก็ไม่มีอะไร แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวเมื่อครู่นี้ เพียงแค่คิดภาพนั้นขึ้นมา ก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์ที่แปลกประหลาดในใจที่ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ...

กึก—

ทันใดนั้น ประตูก็ถูกผลักเปิดออก ร่างหนึ่งเดินโซซัดโซเซเข้ามา ก่อนล้มลงบนเตียง

อิ๋งปิงรีบหลบออกไปทันที มือเรียวพลันสัมผัสกระบี่น้ำค้างสวรรค์ไว้

“อืม...ฮิฮิ...” ปรากฎกลิ่นเหล้าที่รุนแรงลอยเข้าจมูก จากนั้นก็มีเสียงกรน

เด็กหนุ่มบนเตียงขยับตัวไปมาเล็กน้อย ดูเหมือนจะฝันดี จึงยิ้มออกมาอย่างโง่ ๆ

เป็นเขานั่นเอง…

ในขณะที่หลี่โม่หลับอยู่ อิ๋งปิงยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างหน้าต่าง ในความมืดนั้น มิอาจมองเห็นสีหน้าของนางได้ชัด

ติ๊งต่อง!—

【วันแรกกำลังจะผ่านพ้นไป】

【เจ้าของระบบโปรดรีบทำบทลงโทษให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว มิเช่นนั้นระบบจะยกเลิกการผูกมัดของรางวัล】

【นับถอยหลัง: 10, 9, 8, 7......】

ภายในห้องก็มีเสียงถอนหายใจดังอย่างแผ่วเบา

จบบทที่ บทที่ 87 จักรพรรดินีในเวอร์ชั่นดัดแปลง, บุกเข้าห้องในยามค่ำคืน

คัดลอกลิงก์แล้ว