เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 หลี่โม่ “ข้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

บทที่ 86 หลี่โม่ “ข้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

บทที่ 86 หลี่โม่ “ข้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”


การสอนต่อสู้ในวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ถ้ายึดตามที่ท่านอาจารย์คนสวยกล่าวไว้ตอนท้าย พรุ่งนี้คงต้องเผชิญหน้ากันอีก

“พรุ่งนี้ยังต้องสู้กันอีกหรือเนี่ย”หลี่โม่เดินเข้าครัวด้วยสายตาเหม่อลอย

ชีวิตเช่นนี้ เห็นทีจะรับมือไม่ไหวแล้ว

“การใช้พลังของเมล็ดพันธุ์โลก เป็นภาระที่หนักหนาสาหัสยิ่งนัก...”

“เดี๋ยวสิ ปราณภายในของข้ามัน…?” ขณะกำลังจุดไฟเตรียมผัดผัก หลี่โม่ก็พลันพบว่าร่างกายตนเองเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ปราณภายในของเขาแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยก่อนการประลองอย่างนั้นหรือ?

ทั้งที่เขาแค่โดนทุบตีมาเท่านั้นเอง!

“ฮึๆ เข้าใจถึงข้อดีแล้วใช่ไหม คนทั่วไปก็ยังไม่มีคุณสมบัติพอให้ข้าลงมือเลยนะ”

เสียงสบาย ๆ ของซางอู่ดังขึ้น นางยืนมือไขว้หลังพิงวงกบประตู กลับมาอยู่ในท่าทางสบายๆ อีกครั้ง

ปราณขอบเขตภูมิทัศน์ภายใน?

ดูเหมือนอาจารย์คนงามมิได้ปลดปล่อยปราณระดับนั้นออกมาอย่างไร้เหตุผล เขารับประทานน้ำนมวิญญาณปฐพีมานาน สารแก่นแท้จึงหลงเหลืออยู่ภายในกาย มิอาจดูดซึมได้ทั้งหมด

หรือว่า...ภูมิทัศน์ภายในของท่านอาจารย์ส่งเสริมให้เขาหลอมรวมเข้ากับสารแก่นแท้ได้ดียิ่งขึ้น?

ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายก็ดูเหมือนจะสบายขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ไอสังหารที่ซ่อนอยู่ภายในก็พลันได้รับการจัดระเบียบเสียด้วยซ้ำไป

คล้ายกับในสมองของหลี่โม่พลันปรากฏภาพของซุนหงอคงกระโดดเข้าไปในเตาหลอมแปดทิศ!

“ขอบคุณท่านอาจารย์!”

“คืนนี้ข้าจะเลี้ยงสุราชั้นเลิศ ท่านอาจารย์จะได้ดื่มสุราที่แท้จริง!”

หลี่โม่ขอบคุณอย่างจริงจัง

“เจ้ายังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง”

อาจารย์สาวงามฮึมฮำเบาๆ มือที่ซ่อนอยู่หลังแขนเสื้อของนางก็พลันปล่อยไม้คลึงแป้งหลุดมือไป

“เอ๊ะ? ไม้คลึงแป้งของข้าหายไปไหนแล้ว? แปลกจริงๆ เลย...”

คืนนี้เขาจะได้ห่อเกี๊ยวไหมนะ? หลี่โม่พลันรู้สึกสงสัย

หลังจากวุ่นวายอยู่พักใหญ่ ในที่สุดอาหารเย็นของศาลาชิวสุ่ยในวันนี้ก็ถูกจัดวางลงบนโต๊ะ หลี่โม่รักษาสัญญา นำสุราชั้นเลิศที่กล่าวไว้เมื่อครู่มาวางลง

"เซียนเมา" ระบบเคยตอบแทนสุรานี้ออกมาเพียงสองครั้งจวบจนบัดนี้ ซึ่งนับเป็นสุราที่ดีที่สุดในบรรดารางวัลประเภทสุราทั้งหมดแล้ว

“เจ้ามีของดีเช่นนี้ด้วยหรือ!”

“ข้ารู้แล้วว่าเจ้าเป็นศิษย์รักที่ดีที่สุดของอาจารย์”

ซางอู่โอบกอดไหสุราไว้แน่น จมูกรั้นขยับสูดดม เพียงไม่กี่ครั้งก็พลันทำหน้าเคลิบเคลิ้ม นางยิ้มอย่างมีความสุขก่อนจะกล่าวว่า

“คืนนี้ ข้าจะสอนเคล็ดวิชาที่สองที่อาจารย์ถนัด ดื่มพันจอกไม่เมา!”

“......” หลี่โม่รู้สึกว่าตนเองไม่จำเป็นต้องร่ำเรียนวิชานี้เลยสักนิด

ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เขาก็พลันหันกายกลับไป

“ในที่สุดเจ้าก็ลงมาแล้ว...ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?”

“ข้าไม่เป็นไร”

อิ๋งปิงส่ายหน้า ดวงตาของนางฉายแววซับซ้อน ใบหน้าเล็กๆ ซีดเผือดราวกับก่อนหน้าที่จะเข้าสำนัก ลำคอก็แหบแห้งเล็กน้อย

หลี่โม่รินชาให้นาง สีหน้าครุ่นคิด

‘ผิดปกติ! ผิดปกติมาก!’ ยัยก้อนน้ำแข็งผู้นี้คือแหล่งเงินทุนรายใหญ่ที่สุดของเขา จะต้องไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นกับนางเด็ดขาด! หากแต่นางไม่พูด แล้วเขาจะรู้ได้...

เดี๋ยวก่อน! ข้ามีระบบคอยช่วยเหลือนี่น่า จะมามัวคาดเดาไปไย?

เนตรทิพย์ลิขิตฟ้า...ทำงาน!

【นาม: อิ๋งปิง】 

【อายุ: 16】 

【รากฐานกระดูก: กายาจันทราหงส์ไท่อิน】 

【ขอบเขต: ขอบเขตปราณภายในขั้นรวบรวมปราณ】 

【ลิขิตฟ้า: สีแดง (มีกระดูกจักรพรรดิประจำกาย, มีวาสนาน้ำแข็งลี้ลับ, แฝงลักษณะของจักรพรรดินีหงส์สวรรค์)】 

【ประเมิน: โชคชะตามีอุปสรรคมากมาย แต่ก็สามารถเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้เสมอ ตอนนี้ปีกยังไม่แข็งแรง เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนผัน นางย่อมจะต้องทะยานสูงขึ้นสู่เก้าสวรรค์สิบดินแดน ปกครองหกทิศแปดพิภพ】

 【สิ่งที่เพิ่งประสบพบเจอ: คาดการณ์ถึงการดำรงอยู่ของบุคคลที่ตนเองมิอาจเอาชนะได้ ชั่วขณะหนึ่งมิอาจยอมรับความพ่ายแพ้ของตนเองได้ จิตใจมีช่องโหว่ พลันเกิดความสงสัยในวิถีแห่งยุทธ์ของตน พลังไท่อินไม่อาจควบคุมได้ ทำใหัหลงเหลืออยู่ในส่วนต่างๆของร่างกายอย่างลึกซึ้ง จึงอยู่ในสภาพอ่อนแอ】

หลี่โม่: “??”

ทำให้ยัยก้อนน้ำแข็งรู้สึกพ่ายแพ้? ใครช่างกล้าบังอาจได้ถึงเพียงนี้

“เจ้า...แข็งแกร่งกว่าเมื่อวานมาก”

เสียงแหบแห้งเจือความอ่อนแอของอิ๋งปิงดังแผ่วเบา

“ข้าหรือ?”

หลี่โม่ชี้ไปที่ตนเอง พลางตะลึงงันไปชั่วขณะ

“อืม”

“นอกจากศาสตราเทพแล้ว ปราณภายในของเจ้าก็ผิดแผกจากคนทั่วไปโดยสิ้นเชิง”

อิ๋งปิงนั่งลงเบื้องหน้าโต๊ะหิน ร่างกายดูบอบบางลงเล็กน้อย ใจของนางวุ่นวายอย่างแท้จริง

ข้อกำหนดบทลงโทษของระบบ มิใช่สาเหตุที่ทำให้นางเป็นเช่นนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความฝันเมื่อคืนก่อน ที่นางได้กลับไปยังกุยซวี และเกิดข้อสงสัยในเส้นทางของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่นางยึดมั่นในตอนนี้!

นางกำลังสงสัยว่าตนเองอาจจะติดอยู่ในด่านเคราะห์ของการเข้าสู้วิถีแห่งเซียน มิได้ถือกำเนิดใหม่มาแต่อย่างใด...เพราะนางมิอาจแยกแยะความจริงได้เลย!

“...ข้า?”

หลี่โม่พลันพูดไม่ออก คนที่ทำให้ยัยก้อนน้ำแข็งเก็บตัว คือตัวเขาเองหรือ!

“เป็นไปไม่ได้หรอก” หลี่โม่โบกมือปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว

อิ๋งปิงไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ซางอู่ครุ่นคิดอย่างจริงจัง

“ศิษย์รัก เจ้าก็ค่อนข้างแข็งแกร่งนะ”

“ถ้าข้ากดขอบเขตลงมาสู้กับเจ้าในระดับเดียวกัน โอกาสแพ้ชนะคงครึ่งต่อครึ่ง แต่ถ้าเป็นการต่อสู้ถึงตาย เจ้ามีโอกาสชนะมากกว่าสัก…เจ็ดต่อสามได้กระมัง”

คำพูดจากราชานักสู้แห่งสำนักชิงเยวียนถือว่ามีน้ำหนักมาก หลี่โม่อดไม่ได้ที่จะตะลึงงัน

ในชาติภพก่อน เขามักจะใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้าน และยอมรับความธรรมดาของตนเองมานานแล้ว ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ในอินเทอร์เน็ตมีทั้งคนอายุ 24 ขับปอร์เช่ อายุ 14 สอบติดชิงหวา ทำให้เขาเหมือนเป็นตัวละคร NPC ที่มาเติมเต็มจำนวนคนบนโลกมนุษย์เท่านั้น

ทว่า...ในช่วงเวลาอันสั้น การเปลี่ยนแปลงของเขาดูเหมือนจะยิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ ยิ่งใหญ่จนกระทั่งตัวเขาเองก็รู้สึกแปลกแยกไปชั่วขณะ

เมื่อครู่เขายังคิดว่าการที่ต้องตกเป็นรองผู้อื่นเพียงชั่วคราว ไม่น่าจะทำให้นางต้องสงสัยในตนเองขนาดนี้กระมัง สำหรับบุตรีแห่งลิขิตฟ้าเช่นนาง คงเป็นเพียงลมและน้ำค้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...

เมื่อครุ่นคิดอีกครั้ง นี่ก็มิอาจต่างอะไรกับการเอาตนเองไปเปรียบกับผู้อื่นได้ ตัวเขาเองยังไม่อาจยอมรับความสำเร็จที่มาถึงอย่างกะทันหันได้ในระยะเวลาอันสั้น ก็พอจะเข้าใจยัยก้อนน้ำแข็งขี้นมาบ้าง เพราะในกระดูกของนางนั้นช่างเยือกเย็นและหยิ่งผยองนัก...

“สุรานี่...ยอดเยี่ยมจริง ๆ!”

แก้มของซางอู่เริ่มแดงระเรื่อ วันนี้นางมึนเมาเร็วกว่าปกติ แย้มยิ้มอย่างซื่อตรงพลางพึมพำ

“นึกถึงเมื่อก่อนที่ลงเขาไปท่องยุทธภพ ในโรงเตี๊ยมยังมีนักเล่านิทาน...เล่าเรื่องราวแปลกประหลาดในยุทธภพ”

“เรื่องราวก็ค่อนข้างน่าสนใจ เพียงแต่ชอบเติมสีตีไข่ สร้างข่าวลือไม่ก็ใส่ร้ายป้ายสี”

พูดถึงตรงนี้ ซางอู่กำหมัดทุบโต๊ะหนึ่งครั้ง

ดวงตาของหลี่โม่ก็เป็นประกายเล็กน้อย นักเล่านิทาน...

“เอ๊ะ? ศิษย์รัก เจ้าเคยฟังนักเล่านิทานหรือ?” ซางอู่เท้าคางพลางเอียงศีรษะเอ่ยถาม

แค่เคยฟังหรือ!?

มุมปากหลี่โม่พลันปรากฏรอยยิ้มลึกลับ

“แน่นอน! ข้าเคยฟังมามากมาย อีกทั้งข้ายังรู้เรื่องราวมากมายที่พวกท่านไม่เคยฟังมาก่อน”

“โม้!”

ซางอู่แสดงท่าทีดูแคลน นางอ่านตำรามามากกว่ากระดาษที่เจ้าเคยใช้เสียอีก เมื่อเห็นนางไม่เชื่อ หลี่โม่เหลือบมองยัยก้อนน้ำแข็งเล็กน้อย แล้วกระแอมไอเบาๆ

“ไม่เชื่อหรือ? งั้นข้าจะเล่าให้พวกท่านฟัง”

“เชิญเลย”

ซางอู่ส่งเสียงเชียร์ แม้อิ๋งปิงจะยังมิคืนสติเต็มที่ แต่นางก็ถูกดึงดูดความสนใจไปบ้าง การสืบทอดที่เขาได้รับนั้นมิธรรมดา บางทีอาจมีเบาะแสบันทึกลับที่หาไม่ได้ในโลกนี้อีกแล้วก็เป็นได้?

พลั่ก!—

หลี่โม่ตบโต๊ะหนึ่งครั้ง มีท่าทีราวกับนักเล่านิทาน

“แขกสาวงามทั้งสอง”

“ข้าคอแห้งผาก เล่าเรื่องไม่ได้ ใคร่ขอสุราสักจอกได้หรือไม่?”

บุคลิกนักแสดงของศิษย์น้องหลี่มิได้เป็นเช่นนี้เพียงวันสองวัน ซางอู่และอิ๋งปิงจึงมิได้แสดงท่าทีประหลาดใจนัก

“ยอดเยี่ยม! มีกลิ่นอายดีทีเดียว”

“เล่าให้ดีเถิด หากเล่าดี ย่อมมีรางวัลให้”

ซางอู่แย้มยิ้มระรื่น รินเซียนเมาให้เขาหนึ่งจอก

หลี่โม่จิบไปหนึ่งคำ พลันรู้สึกซ่านร้อนไปทั่วร่าง สมองก็พลันโล่ง ความคิดพลันแจ่มชัดในพริบตา

แม้นิยายในชาติภพก่อน กับการเล่านิทานในโลกนี้จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ทว่าเรื่องนี้ก็มิอาจทำให้เขาจนปัญญาได้ เพียงแค่ตัดทอนและขัดเกลาเท่านั้น

อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้ฟัง เด็กสาวทั้งหลายล้วนโปรดปรานเรื่องราวที่มีองค์ประกอบของความรัก...

“เรื่องราวที่ข้าจะเล่าในวันนี้ มีชื่อว่า 《จักรพรรดินีผู้หวนกลับ》”

อิ๋งปิง “?”

ซางอู่ “น่าสนใจดีนี่”

เสียงอันกังวานใสของหลี่โม่ก็พลันดังก้องขึ้น

“เรื่องนี้ มีบทกวีสั้นๆ อยู่บทหนึ่ง”

“หุบเขาอับเฉาพัดลมหนาวเหน็บ จักจั่นฤดูใบไม้ผลิร้อง สตรีผู้หนึ่งได้หวนคืน”

จบบทที่ บทที่ 86 หลี่โม่ “ข้าเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

คัดลอกลิงก์แล้ว