- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 88 เจ้าอยากฝึกบำเพ็ญคู่หรือไม่?
บทที่ 88 เจ้าอยากฝึกบำเพ็ญคู่หรือไม่?
บทที่ 88 เจ้าอยากฝึกบำเพ็ญคู่หรือไม่?
เมื่อเข้าสู่ยามจื่อ ความหนาวเย็นสุดขั้วก็แผ่ขยายออกมาอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้เกิดขึ้นในห้องของหลี่โม่
ภายในห้อง บริเวณที่แสงจันทร์ส่อง ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดหิมะขาวโพลน
【เนื้อหาบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้: ร่วมหลับนอนหนึ่งเดือน】
【ความคืบหน้า: 1/30】
【ยินดีด้วยเจ้าของระบบ ท่านทำตามเงื่อนไขบทลงโทษแล้ว รางวัลจะถูกมอบให้เป็นขั้นๆ】
【รางวัลครั้งต่อไป: น้ำทิพย์จักรพรรดิสามขวด】
น้ำทิพย์จักรพรรดิสามขวดนี้เพียงพอให้นางใช้ได้นาน อีกทั้งเมื่อใช้หมดแล้วยังได้รับผลประโยชน์ที่จับต้องได้ ดูเหมือนบทลงโทษนี้จะเข้มงวด ทว่าเมื่อเทียบกับรางวัลแล้วก็ดูไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นในห้วงสำนึก อิ๋งปิงก็พลันชะงักงัน
‘หากผู้นั้นมิใช่หลี่โม่ ตนเอง...จะยังคงคิดเช่นนี้หรือไม่?’
เสียงเต้นของหัวใจและเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอดังขึ้นมาเรื่อยๆ ชัดเจนและสมจริง ความสับสนในใจของนางค่อยๆ จางหายไปทีละน้อย นางแน่ใจแล้วว่าสถานการณ์ที่เผชิญอยู่นี้ มิใช่การอยู่ในด่านเคราะห์เพื่อก้าวสู่ความเป็นเซียนอย่างแน่นอน
“ตอนนี้เขาคงไร้สติแล้ว...”
อิ๋งปิงอาศัยแสงจันทร์มองดูเด็กหนุ่มที่อยู่ห่างจากนางเพียงไม่กี่นิ้ว
คิ้วและตาของเขาอ่อนโยน ใบหน้าหยกขาวผ่อง อีกทั้งเพราะฤทธิ์สุราจึงมีสีแดงระเรื่อเล็กน้อย หากได้สวมชุดบัณฑิตย่อมเผยให้เห็นถึงกลิ่นอายของปัญญาชนผู้คงแก่เรียน ยามนี้นางเห็นมุมปากเขามีรอยยิ้มซื่อๆ ซึ่งแตกต่างจากนิสัยที่ฉลาดเฉลียวในยามปกติอย่างสิ้นเชิง แม้จะนอนอยู่ข้างกายนาง อุณหภูมิร่างกายของเขาก็ยังคงร้อนระอุ ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
พูดอย่างเป็นกลางแล้ว เขาก็หน้าตาดีพอสมควร และด้วยโชคชะตาหรือความบังเอิญ เขาได้ช่วงชิงอันดับหนึ่งจากนางไป ตลอดช่วงชีวิตทั้งสองภพชาติที่ผ่านมา เขาอาจเป็นคนเดียวที่สามารถเอาชนะนางได้ แม้แต่ตัวอิ๋งปิงเองก็ยังต้องยอมรับ ว่าหลี่โม่มีคุณสมบัติคู่ควรที่จะก้าวขึ้นเป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง
"ทว่า...นี่จะเป็นครั้งสุดท้าย เพราะครั้งหน้า…"
ทันใดนั้น
“อืม...”
จู่ๆ แขนข้างหนึ่งก็พาดข้ามมา กดทับอยู่บนตัวนาง ศิษย์น้องหลี่มีนิสัยการนอนที่ค่อนข้างแย่ และมักจะนอนในท่าที่ไม่น่าดูนัก
“...”
ค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะยาวนานเหลือเกิน
วันรุ่งขึ้น
“ข้าเป็นอะไรไป?”
ชายแซ่หลี่ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย มองเพดานอย่างเหม่อลอย หัวของเขาไม่ปวด แต่กลับรู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อย หลังจากปล่อยให้สมองโล่งอยู่พักหนึ่ง ความทรงจำก็กลับมาในที่สุด เขานึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนดื่มเหล้ากับท่านอาจารย์
“เหล้าและสตรีงาม...ล้วนแตะต้องมิได้จริงๆ”
“ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะเลิกเหล้า!”
ศิษย์น้องหลี่สาบานในใจ เมื่อลุกขึ้นนั่ง เขามองเห็นการตกแต่งภายในที่คุ้นเคย แต่ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมอันคุ้นเคยและสงบเงียบที่ลอยเข้าจมูกเป็นระยะ...
หลี่โม่ “!”
ข้านอนที่นี่ แล้วยัยก้อนน้ำแข็งไปนอนที่ใดเล่า?
หูของเขาขยับ ได้ยินเสียงคมกระบี่ฟาดฟันอยู่ชั้นล่าง เมื่อมองลงไปจากหน้าต่าง จะเห็นเงาร่างเบื้องหลังที่บริสุทธิ์งดงาม กำลังขยับกระบี่ไปตามการร่วงหล่นของดอกไม้
ในที่สุด ยัยก้อนน้ำแข็งที่คุ้นเคยก็กลับมาแล้ว
【ยินดีด้วยเจ้าของระบบ ท่านช่วยอิ๋งปิงฟื้นคืนความมั่นใจได้สำเร็จ】
【การตอบแทนจากการลงทุน: 《เสียงหงส์บรรเลงสวรรค์》】
หลี่โม่ยิ้มอย่างพึงพอใจ ดูท่าถ้อยคำปลุกปลอบเมื่อวานนี้จะได้ผลดีเกินคาด เด็กสาวอายุสิบหกปีชอบฟังนิทานจริงๆด้วย… ต่อไปคงต้องเล่าให้ฟังบ่อยๆ แล้ว
เพียงแค่ได้ยินชื่อของรางวัล ก็รู้ได้ในทันทีว่ามิใช่ของธรรมดาอย่างแน่นอน! หลี่โม่ยิ้มและเปิดดูคำอธิบายของวิชา
【เสียงหงส์บรรเลงสวรรค์: "เคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่ มีประโยชน์หาที่ใดเปรียบได้ สามารถทำให้คนสองคนที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันก้าวหน้าไปพร้อมกัน จิตวิญญาณสอดประสาน หากฝึกฝนจนเชี่ยวชาญถึงขั้นลึกซึ้ง ยังสามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดได้" 】
หลี่โม่ “...”
ชื่อดูจริงจังถึงเพียงนี้ แต่กลับเป็นเพียงวิชาบำเพ็ญคู่กระนั้นหรือ?
แล้วข้าจะฝึกกับใครเล่า!
เขวี้ยง!
เอาเถอะ หลังจากอ่านเนื้อหาแล้ว หลี่โม่ยอมรับว่าเขาคิดไปเอง ถึงแม้จะเป็นการบำเพ็ญคู่ แต่ก็มิใช่วิถีการบำรุงหยินหยาง ถึงจะเป็นเพศเดียวกัน ตราบใดที่มีความสอดคล้องกันมากพอ ก็สามารถฝึกฝนด้วยกันได้
แล้วจะหาใครมาฝึกด้วยดี?
…
หลี่โม่ลงมาข้างล่าง อิ๋งปิงที่เพิ่งฝึกกระบี่เสร็จก็เงยหน้ามองมาที่เขาพอดี
ยัยก้อนน้ำแข็งหรือ? แต่เดี๋ยวก่อน… เมื่อคืนเขานอนในห้องตัวเอง แล้วนางไปนอนที่ใด?
“เมื่อวานเจ้าเมามาก” อิ๋งปิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“...” หลี่โม่รู้สึกคอแห้งผาก
เมื่อคืน เขาจะลุกไปเข้าห้องน้ำเท่านั้นเอง แต่จากนั้นก็ลืมไปแล้วว่าตนย้ายไปนอนห้องอื่นได้อย่างไร
“เอ่อ...ข้าดื่มเหล้าไป ไม่ได้ทำเรื่องอะไรเกินเลยใช่ไหม?” หลี่โม่เหงื่อตก
อิ๋งปิงส่ายหน้า
“เจ้านอนหลับลึกมาก”
“ก็ดีแล้ว” หลี่โม่ถอนหายใจโล่งอก ยังดีที่คนที่นอนในห้องคือยัยก้อนน้ำแข็ง ถ้าเป็นสตรีอื่นคงยุ่งยาก
“ตำรากระบี่สองเล่มนั้น เจ้าอ่านไปถึงไหนแล้ว?” อิ๋งปิงมิได้แสดงท่าทีใส่ใจเรื่องราวเมื่อคืนมากนัก
หลี่โม่จึงพยักหน้าและกล่าวว่า
“ตำรากระบี่สองเล่มนั้น เดิมทีแล้วน่าจะเป็นตำราเล่มเดียวกันใช่หรือไม่?”
ข้อสรุปนี้ได้มาจากองค์หญิงเจียงผู้แสนน่ารักของเขา
แม่นางผู้นี้ หลังจากได้ตำรากระบี่ไป ก็ใช้เคล็ดคัมภีร์กระบี่สุริยะด้วยมือซ้าย คัมภีร์กระบี่จันทราด้วยมือขวา จากนั้นก็ฝึกไปพร้อมกัน นางพบว่าตำรากระบี่ทั้งสองเล่มเป็นวิชากระบี่เดียวกัน และคิดว่าตนค้นพบคำตอบปริศนาจากบททดสอบของอาจารย์เซียน จึงรีบวิ่งมาบอกเขาด้วยความดีใจ
“เจ้าค้นพบแล้วจริงๆ สินะ” อิ๋งปิงพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา แต่ในดวงตากลับมีความผันผวนเล็กน้อย
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น วันนี้พวกเรามาอภิปรายวิถีจากวิชากระบี่นี้กัน”
“...” ศิษย์น้องหลี่ตกอยู่ในห้วงความคิด
เขายังฝึกไม่ได้เลย วิชากระบี่ระดับสุดยอดย่อมต้องอาศัยความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ในระดับสูง
ช่วงนี้เขาจะทำตัวเป็นคนส่งเอกสารระหว่างอิ๋งปิงกับองค์หญิงเจียง มันทำให้มีความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์สะสมอยู่ราวๆ สองร้อยสามสิบปีเศษๆ ถึงแม้จะมาก แต่ก็ยังอดรู้สึกเสียดายไม่ได้
ทว่า...สิ่งใดควรใช้ก็จำต้องใช้ ถ้าเข้าใจวิถีกระบี่ไม่ทัน ก็ไม่สามารถรับรางวัลจากพวกนางได้
“เจ้ารอข้าครู่หนึ่ง”
【ความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ห้าสิบปีถูกส่งเข้าไปสำเร็จ】
【ปีที่หนึ่ง เจ้าไม่มีความคืบหน้าในการเผชิญหน้ากับวิชากระบี่ระดับสุดยอด ไม่มีทางที่จะเริ่มได้เลย】
【ปีที่แปด ในที่สุดเจ้าก็เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่าง《คัมภีร์กระบี่สุริยะ》และ《คัมภีร์กระบี่จันทรา》】
【ปีที่สิบสอง ในที่สุดเจ้าก็สามารถเชื่อมโยงวิชากระบี่สองเล่มเข้าด้วยกัน จนกลายเป็น《เคล็ดกระบี่สุริยันจันทรา》】
...
【ปีที่ห้าสิบ 《เคล็ดกระบี่สุริยันจันทรา》ของเจ้าอยู่ในขั้นเชี่ยวชาญ】
เมื่อความเข้าใจต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาในหัว หลี่โม่ก็ถอนหายใจเล็กน้อย ขั้นเชี่ยวชาญก็พอจะใช้ได้แล้ว
“มาเถอะ!”
...
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ทั้งสองเก็บกระบี่
“พวกเรายังไม่สามารถผสานจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียวได้”
“หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป คงจะรวมเป็นหนึ่งไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น”
อิ๋งปิงหลุบตาลง เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจกับผลลัพธ์ของการฝึกซ้อมร่วมกัน
แปลก… พรสวรรค์ด้านวิถีกระบี่ของหลี่โม่ก็ไม่เลวเลย อีกทั้งยังสามารถเชี่ยวชาญวิชากระบี่ระดับนี้ในเวลาอันสั้นได้ แต่ทำไมตอนที่ฝึกด้วยกันแล้วถึงรู้สึกแปลกๆ?
นางไม่แน่ใจว่าปัญหาเกิดจากตนเองหรือหลี่โม่
“บางทีอาจเป็นเพราะพวกเราไม่เข้าขากัน” หลี่โม่เกาหัว
เขาคิดว่าส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะตนเองอ่อนแอเกินไป ตามจังหวะของอิ๋งปิงไม่ทัน… แล้วจะทำอย่างไรดี?
ว่าแต่ การได้ฝึกวิชากระบี่นี้กับอิ๋งปิงก็นับเป็นการลงทุนใช่ไหม?
ที่น่าหนักใจคือ แม้เขาจะทุ่มความเข้าใจในวิถีแห่งยุทธ์ทั้งหมดไปที่《เคล็ดกระบี่สุริยันจันทรา》 ก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้มันถึงขั้นถึงแก่นแท้ได้
“การเข้าขา จำเป็นต้องผสานจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว...” อิ๋งปิงครุ่นคิด
ทันใดนั้น หลี่โม่ก็เกิดความคิดแวบขึ้นมาในหัว
“ข้ามีวิชาบำเพ็ญคู่อยู่อันหนึ่ง บางทีอาจจะมีผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์รออยู่ เจ้าอยากลองดูหรือไม่?”