- หน้าแรก
- ลงทุนกับจักรพรรดินีผู้คืนชีพ แต่นางกลับเรียกข้าว่าสามี
- บทที่ 84 วันนี้นางช่างแปลกประหลาดนัก?
บทที่ 84 วันนี้นางช่างแปลกประหลาดนัก?
บทที่ 84 วันนี้นางช่างแปลกประหลาดนัก?
อาจารย์สาวรีบไปยังคัมภีร์อย่างร้อนรน นางมิได้แตะต้องอาหารเช้าแม้แต่น้อย เพียงกล่าวว่าจะไปทบทวนความรู้เกี่ยวกับขอบเขตปราณภายใน
…
ยามเที่ยง
ควันไฟจากเตาในศาลาชิวสุ่ยยังคงลอยอ้อยอิ่ง ตลอดเช้านี้ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใดๆ
“ยัยก้อนน้ำแข็งคงไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ หรอกกระมัง?”
“หรือเป็นเพราะการประลองเมื่อวานนี้...”
ในห้วงความคิดของหลี่โม่ พลันปรากฏภาพเมื่อวานที่เขาพุ่งเข้าหายัยก้อนน้ำแข็งจนล้มลง นางเป็นสตรี อีกทั้งยังเกิดขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนั้น
หรือเป็นเพราะความเขินอาย จึงมิอยากพบหน้าเขา?
“คงไม่...กระมัง?”
หลี่โม่รู้สึกว่าอิ๋งปิงมิใช่คนประเภทนั้น เมื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตัดสินใจขึ้นไปดูบนเรือน
ถือกับข้าวที่ทำเสร็จขึ้นไปบนเรือน ก่อนจะเคาะประตูไม้
ก๊อก ๆ
ไร้ซึ่งความเคลื่อนไหวใด ๆ
หลี่โม่ลองใช้แรงผลักประตูเบา ๆ บานประตูก็เปิดออกพร้อมเสียง ‘แกร๊ก’ เหมือนกระทบกับบางอย่าง
ทันทีที่ก้าวเข้าไป ศิษย์น้องหลี่ก็ยืนตะลึงงัน
ภายในห้องนั้นเย็นยะเยือกราวกับแดนหิมะ บนเตียงซึ่งเดิมทีเป็นที่นอน กลับปรากฏก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ภายในก้อนน้ำแข็งนั้นมีเด็กสาวคนหนึ่งกอดเข่าอยู่ มิอาจเดาได้ว่าเป็นหรือตาย
อิ๋งปิง กลายเป็น ‘ยัยก้อนน้ำแข็ง’ อย่างแท้จริงแล้ว
หลี่โม่ถึงกับผงะ!
“เป็นไปไม่ได้! นางผนึกตนเองในน้ำแข็งได้อย่างไรกัน? ภายในห้องก็มิได้มีน้ำมากถึงเพียงนั้นนี่! ช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย!”
ปัง! ปัง! ปัง!—
“นี่ยัยก้อนน้ำแข็ง!?… ยัยก้อนน้ำแข็ง!!”
หลี่โม่ทุบก้อนน้ำแข็ง เรียกอยู่สองครั้งก็มิมีเสียงตอบ เขามิได้ใส่ใจว่าเรื่องนี้สมเหตุสมผลหรือไม่ ลงมือเตรียมจะทุบก้อนน้ำแข็งออกทันที
เฮือก!—
แต่เมื่อยื่นหมัดออกไปได้เพียงครึ่งทาง เขาก็พลันหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน
น้ำแข็งสีน้ำเงินอมม่วงที่เปล่งประกายนี้ เห็นได้ชัดว่ามิได้เกิดจากการควบแน่นของไอน้ำธรรมดา หากแต่แข็งแกร่งกว่านัั้นมาก
ใครจะล่วงรู้ได้ หากว่าก้อนน้ำแข็งแตกออก ร่างของนางจะแตกสลายตามไปด้วยหรือไม่?
“จริงสิ ปราณภายใน!”
หลี่โม่พลันนึกขึ้นได้ว่าตนเองบัดนี้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตปราณภายในขั้นรวบรวมปราณแล้ว เขาพลันยื่นมือออกไป ถ่ายทอดปราณภายในสองสามสายเข้าไปในก้อนน้ำแข็ง
ฉึก ๆ—
ภายใต้การควบคุมของเขา ปราณภายในราวกับมีดแกะสลักอันแม่นยำ ค่อย ๆ กัดกร่อนน้ำแข็งอันแข็งแกร่งนั้นทีละน้อย แต่ความเร็วไม่มากนัก
ครึ่งชั่วยามต่อมา
ในที่สุดก็ช่วยยัยก้อนน้ำแข็งออกมาได้ นางหลับตาแน่น คิ้วเรียวขมวดมุ่นราวกับฝันร้าย แต่ยังดีที่ลมหายใจสม่ำเสมอ
ขณะที่ศิษย์น้องหลี่กำลังลังเลว่าความปรารถนาดีของตนอาจนำไปสู่ความผิดพลาดหรือไม่ ขนตาของอิ๋งปิงก็พลันขยับเล็กน้อย
“เจ้า...”
หลี่โม่ตั้งใจจะถามว่านางเป็นอย่างไรบ้าง แต่คำพูดก็กลืนหายไปในลำคอ นั่นเป็นดวงตาที่ซับซ้อนยิ่งนัก เขาไม่เคยเห็นยัยก้อนน้ำแข็งแสดงสายตาเช่นนี้ต่อสิ่งใดเลย
เมื่อก่อนอิ๋งปิงมักจะสงบนิ่งเย็นชา ราวกับสรรพสิ่งทั้งมวลมิอาจกวนใจนางได้ นางดูประหนึ่งมีความมั่นใจในตนเองอยู่เสมอ และรู้ชัดแจ้งว่ากำลังทำอะไรอยู่
แต่บัดนี้ หลี่โม่กลับมองเห็น...
ความเลื่อนลอย? ความซับซ้อนบางอย่าง?
อิ๋งปิกำลังครุ่นคิด...
ในการประลอง หลี่โม่แสดงพลังที่เหนือกว่านางอย่างเห็นได้ชัด นั่นหมายความว่า เขากำลังซ่อนเร้นความสามารถ อิ๋งปิงเองก็เคยมีประสบการณ์ในการซ่อนเร้นความสามารถของตนเองมาก่อน
ผ่านไปเนิ่นนาน อิ๋งปิงก็กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เมื่อวานนี้ เจ้าจงใจหรือ?”
หลี่โม่ถึงกับผงะ! เป็นดังคาด! นางยังคงกังวลเรื่องเมื่อวานอยู่สินะ?
อีกทั้งยังเพราะเรื่องนี้ถึงกับเก็บตัวเช่นนั้นเลยหรือ?
ไม่ปกติ! นี่ใช่ยัยก้อนน้ำแข็งคนเดิมจริงหรือ? วันนี้นางช่างแปลกประหลาดนัก!
“ขออภัย”
หลี่โม่กล่าวอย่างกระอักกระอ่วน
อิ๋งปิงหลุบสายตาลง
เขายอมรับแล้ว เขายอมรับว่าได้เก็บงำฝีมือในการประลองระหว่างคนทั้งสองจริง ๆ
ลมหายใจของอิ๋งปิงพลันถี่กระชั้นขึ้นเล็กน้อย
“เหตุใด?”
“.....”
ศิษย์น้องหลี่เงียบไปกับคำถามนี้ เขาก็แค่ไม่ตั้งใจ เหตุผลอันใดจะมากมายถึงเพียงนั้นเล่า หากจะต้องหาเหตุผล...
“เพราะค้อน”
หลี่โม่ล้วงค้อนสะบั้นดาราออกมาจากแขนเสื้อ
“ค้อนอุกกาบาตบรรลัยกัลป์!?”
อิ๋งปิงอุทานออกมา
ศาสตราเทพหรือ? ไม่...เป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกัน หากแต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งเทพ นี่เป็นเพียงอาวุธลี้ลับ เป็นของเลียนแบบเท่านั้น
หลี่โม่ถึงกับผงะ! ยัยก้อนน้ำแข็งรู้ได้อย่างไร?
วันนั้นที่ยอดเขาเทพศาสตรา มิใช่ได้ตกลงกันไว้แล้วหรือว่าเรื่องนี้จะต้องมิมีคนอื่นล่วงรู้เป็นอันขาด?
หรือว่าเป็น...ท่านอาจารย์?
เมื่อนึกถึงซางอู่ ศิษย์น้องหลี่ก็พลันเข้าใจในทันที ต้องเป็นท่านอาจารย์ดื่มเหล้าจนเมา แล้วเผลอเปิดเผยสิ่งใดบางอย่างเป็นแน่
หลี่โม่ถอนหายใจ กล่าวว่า
“ค้อนอุกกาบาตบรรลัยกัลป์นั้นอยู่ที่ข้าจริง เจ้าอย่าได้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใดเป็นอันขาด”
“ข้าก็จำใจต้องทำเช่นนั้น หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา...”
อย่างไรเสียยัยก้อนน้ำแข็งก็มิใช่คนนอก รู้ไปก็มิเป็นไร
“จำใจต้องทำ...”
อิ๋งปิงครุ่นคิด ดวงตาเป็นประกาย ราวกับเมฆหมอกในใจกระจ่างแจ้ง นางดูราวกับจะเข้าใจแล้ว
วันนั้น ความเคลื่อนไหวของถ้ำเทพศาสตราวุธ ก็เป็นเพราะค้อนอุกกาบาตบรรลัยกัลป์เลือกเจ้าของ ซึ่งเจ้าของศาสตรานั้นก็คือหลี่โม่
ศาสตราเทพเช่นนี้ ย่อมมิอาจนำออกมาแสดงให้ผู้คนเห็นได้โดยง่าย
อิ๋งปิงถามอย่างจริงจังว่า
“เจ้า...สามารถกระตุ้นศาสตราเทพได้หรือ?”
“พอจะกระตุ้นได้เพียงเล็กน้อย”
“เว้นเสียแต่เป็นสถานการณ์ความเป็นความตาย มิเช่นนั้นข้าก็จะไม่นำออกมาใช้เลย”
หลี่โม่แบมืออย่างช่วยมิได้ หากเป็นตอนที่เขาอยู่ในขอบเขตปราณโลหิตขั้นสมบูรณ์ ก็สามารถเพิ่มพลังจากเมล็ดพันธุ์โลกได้เพียงชั่วครู่ หากนานกว่านั้น เขาอาจหมดแรงและได้รับบาดเจ็บได้
“มิน่า...”
อิ๋งปิงเข้าใจแล้ว
ระบบจัดอันดับตามพลังการต่อสู้
พลังการต่อสู้นี้ มิได้รวมถึงสิ่งภายนอก
เช่น หากผู้ใดมีอาวุธลับที่มีอานุภาพร้ายแรง ใช้ไปครั้งเดียวก็หมดสิ้น อาวุธลับชิ้นนั้นก็มิอาจนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของพลังการต่อสู้ของตนเองได้
หลี่โม่เป็นผู้ครอบครองศาสตราเทพ และสามารถกระตุ้นมันได้เพียงเล็กน้อย
ดังนั้น ศาสตราเทพจึงนับรวมเป็นส่วนหนึ่งของพลังการต่อสู้ของเขาโดยธรรมชาติ
พลังอำนาจของศาสตราเทพ...
อิ๋งปิงพลันนึกถึงภาพในชาติภพก่อนที่ซางอู่กระตุ้นค้อนอุกกาบาตบรรลัยกัลป์ เมื่อค้อนนั้นทุบลงมา ภูผาก็พังทลายดุจดั่งอุกกาบาตตกจากฟากฟ้า
พลังอำนาจเช่นนั้น มิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะต้านทานไหว
นางจะรับมันไหวหรือ?
คำตอบย่อมเป็นไปมิได้
ไม่ว่านางจะไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกันเพียงใด หรือต่อสู้ข้ามระดับได้ ก็มิอาจต้านทานพลังอำนาจของศาสตราเทพในขอบเขตปราณภายในได้เลย
แต่...ขอบเขตปราณโลหิตกระตุ้นศาสตราเทพ? เรื่องนี้ฟังแล้วมิใช่เรื่องเหลวไหลหรอกหรือไร?
นางมิเข้าใจว่าเขาทำได้อย่างไร
แต่...การกระทำนี้ก็นับว่าเป็นการอาศัยช่องโหว่ของระบบจริงๆ
ตราบใดที่นางยังมิอาจรับมือกับศาสตราเทพได้ วันนั้นนางก็จะยังคงเป็นรองหลี่โม่ไปอีกขั้น
“เมื่อกระจ่างแจ้งแล้วก็มิมีสิ่งใดติดค้างในใจ กินข้าวเถอะ”
“อืม...ดีแล้ว”
ในชีวิตของอิ๋งปิง เคยพบกับสถานการณ์ที่ยากลำบากกว่านี้มามากมายนัก นางมิกลัวความยากลำบาก หากกลัวสิ่งที่ไม่รู้ เมื่อเข้าใจถึงต้นตอแล้วก็สบายใจขึ้น
ศาสตราเทพมิอาจเติบโตได้ แต่ขอบเขตของนางกลับก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในทุกวัน
ในไม่ช้า ค้อนอุกกาบาตบรรลัยกัลป์ ก็จะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับนางอีกต่อไป
บางที อาจจะเป็นครั้งหน้ากระมัง?
หากสามารถได้รับรางวัลจากระบบ...
【แจ้งเตือน: วันนี้เป็นวันแรกของบทลงโทษของผู้พ่ายแพ้】
【โปรดเจ้าของระบบปฏิบัติตามเงื่อนไขบทลงโทษอย่างเคร่งครัด】
นี่เป็นครั้งแรกที่อิ๋งปิงรู้สึกว่าอาหารมื้อนี้ไร้ซึ่งรสชาติ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่คุ้นเคยพลันพลุ่งพล่านขึ้นในใจอีกครา
ร่วมหลับนอน...หนึ่งเดือน...