เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 คืนวันเพ็ญ ผลการจัดอันดับปรากฎ

บทที่ 80 คืนวันเพ็ญ ผลการจัดอันดับปรากฎ

บทที่ 80 คืนวันเพ็ญ ผลการจัดอันดับปรากฎ


“แล้ว...ผู้ใดคือผู้ชนะกันแน่?”

“ข้าก็ไม่รู้ แต่ผู้พ่ายแพ้ก็คือพวกเรานี่แหละ!”

“มิใช่สหายเอ๋ย! พวกเรากำลังฝันไปกระมัง”

“ดี...ดี...ดี เจ้าหนูนี่...”

“บัดซบเอ๊ย! เจ้าจงปล่อยมือจากนางเดี๋ยวนี้!”

ท่ามกลางเสียงก่นด่าด้วยความริษยาจนแทบสิ้นสติ เสียงอื้ออึงและเสียงกู่ก้องก็เริ่มพังทลายลง

ในที่สุดศิษย์น้องหลี่ก็สามารถขยับกายได้ เขายกศีรษะขึ้น พลันเห็นนัยน์ตาอันเย็นชามืดมิดและยากจะหยั่งถึง เมื่อมองจากเบื้องล่างขึ้นไป ใบหน้าอันงดงามเฉกหิมะกำลังแข็งค้าง

แต่ท่ามกลางถ้อยคำที่วุ่นวายมากมาย หลี่โม่กลับรู้สึกสงบเยือกเย็นอย่างประหลาด เขาสัมผัสได้ถึงชีพจรดวงหนึ่งกำลังเต้นเร็วกว่าปกติ?

“แฮ่ม!” เสียงไอที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ดังขึ้น ซ่างกวนเหวินชางนั่นเอง

ช่วงเวลาอันงดงามมักสั้นนัก ภายใต้สายตาจับจ้องของผู้คนมากมาย หลี่โม่ทำได้เพียงลุกขึ้นยืนอย่างกระอักกระอ่วนใจ สมองของเขาก็สับสนเล็กน้อย

เมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่หนอ?

อ้อ...เขาเผลอไผลจนควบคุมตนเองไม่อยู่ จึงพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของอิ๋งปิง

แล้วผู้ใดจะคาดว่าปราณกระบี่ที่ซ่อนเร้นของนางนั้น จะเย็นยะเยือกถึงเพียงนี่กันเล่า? จะโทษเขาได้หรือ?

หลี่โม่คิดพลางเหลือบมองอิ๋งปิง เด็กสาวมิได้มองเขา หากมิใช่เพราะกลิ่นหอมจางๆที่ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก เหตุการณ์เมื่อครู่ก็ราวกับไม่เคยเกิดขึ้น แต่ศิษย์น้องหลี่มั่นใจว่า ชีพจรที่จู่ๆก็เต้นเร็วขึ้นเมื่อครู่นั้น มิใช่ของเขาแน่...

“พวกเจ้ามิได้บาดเจ็บก็ดีแล้ว”

“ส่วนผลแพ้ชนะ...”

สายตาของซ่างกวนเหวินชางกวาดมองไปยังเด็กหนุ่มและเด็กสาว

“เขา/นางชนะแล้ว” สองเสียงประสานกัน

ในดวงตาของเขากลับปรากฏความประหลาดใจเล็กน้อย ซึ่งทำให้เขาลำบากใจเป็นอันมาก

ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกัน สิ่งที่อิ๋งปิงกล่าวคือเดิมพันเรื่องชายเสื้อ ส่วนหลี่โม่ไม่ถือเรื่องนี้ให้ตนได้เปรียบแล้วจะอวดดีได้

พูดกันตามตรง เมื่อครู่เขาก็พ่ายแพ้จริงๆ หลังจากพุ่งเข้าสู่อ้อมของกอดยัยก้อนน้ำแข็ง นางก็มิได้โจมตีซ้ำ ในด้านพละกำลังและวิถึแห่งยุทธ์ ต้องยอมรับว่าเขามีความแตกต่างกับนางจริง

เว้นแต่เขาจะเพิ่มพลังจาก 'เมล็ดพันธุ์โลก' และเรียก 'ค้อนอุกกาบาตบรรลัยกัลป์' ออกมา ซึ่งพลังนั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมิอาจควบคุมได้ และมิได้เป็นของเขาโดยสมบูรณ์

คิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่โม่ก็เอ่ยขึ้นอีกคราว่า

“การเดิมพันส่วนตัวของเรา ย่อมไม่เกี่ยวกับสำนัก”

ซ่างกวนเหวินชางเห็นน้ำเสียงที่จริงใจของเขา ซึ่งมิได้ยึดติดกับตำแหน่งศิษย์เอก ก็พยักหน้าเห็นด้วย

“เมื่อเป็นเช่นนั้น อิ๋งปิงคือผู้ชนะอันดับหนึ่งของการประลอง และเป็นศิษย์เอกรุ่นปัจจุบัน!”

สิ้นเสียง เสียงโห่ร้องกึกก้องใต้เวที ผู้คนบนแท่นสูงต่างลุกขึ้นยืนกล่าวแสดงความยินดีพร้อมกัน ศิษย์เอกของศิษย์รุ่นนี้ ซึ่งจะเป็นเจ้าสำนักชิงเยวียนในอนาคต ย่อมต้องได้รับการยอมรับ

ท่ามกลางฝูงชน คุณชายชุดขาวแห่งป่าหินธาราดวงตาเปล่งประกายร้อนแรง เมื่อหันมองหลี่โม่ที่อยู่ข้างๆ ก็เผยแววไม่ยอมรับเล็กน้อย ส่วนคุณชายชุดแดงมิได้ลุกขึ้นยืน แต่ในดวงตาของเขาปรากฏความไม่สบายใจออกมา ความคิดบางอย่างที่มิอาจคลายลงได้ผุดขึ้น

บนเวทีประลอง 

“เจ้าค่ะ”

อิ๋งปิงมิได้ใส่ใจกับตำแหน่งนี้มากนัก เพียงติดสามอันดับแรกพร้อมหลี่โม่ก็เพียงพอแล้ว การเป็นศิษย์เอกของสำนักชิงเยวียนหรือไม่ มิได้มีความหมายมากนัก เพราะสิ่งนี้จะมิส่งผลต่อการจัดอันดับของระบบแต่อย่างใด ระบบจัดอันดับอัจฉริยะ มิได้ดูที่ชื่อเสียงเป็นสำคัญ

ซ่างกวนเหวินชางเผยสีหน้าจนปัญญา

เขาพอจะเข้าใจนิสัยของอิ๋งปิง นางนั้นเป็นคนที่ไร้ซึ่งสิ่งรบกวนภายนอก บางทีก็เป็นเพราะเหตุนี้ นางจึงสามารถบรรลุระดับที่คนรุ่นเดียวกันยากจะเทียบเทียมได้ คนสองคนผู้คู่ควรกับตำแหน่งศิษย์เอก กลับมิสนใจตำแหน่งนี้ ทำให้เขารู้สึกจนปัญญาอยู่ไม่น้อย

เขาแบกมือไว้ด้านหลัง กล่าวเสียงกังวาน

“การประลองครั้งนี้ ผู้ที่ติดอันดับต้นๆทุกคนจะได้รับรางวัล สามอันดับแรกสามารถเข้าหอคัมภีร์เพื่อเลือกสุดยอดวิชาได้หนึ่งวิชา ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ก็มีรางวัลแตกต่างกันไป พวกเจ้ามีพรสวรรค์โดดเด่น ในอนาคตจะเป็นเสาหลักของสำนัก สถานการณ์ใต้หล้าตอนนี้กำลังผันผวน ขอให้พวกเจ้าจงรักษาจิตใจที่มุ่งมั่นนี้ไว้ต่อไป”

เมื่อกล่าวถึงสุดยอดวิชา สายตานับไม่ถ้วนก็หันไปจับจ้องผู้ที่ครอบครอง 'กระบี่น้ำค้างสวรรค์' และ 'กระบี่เพลิงสีชาด' อีกครั้ง

ข่าวลือเกี่ยวกับกระบี่ทั้งสองเล่มนี้ กล่าวได้ว่ายังแพร่สะพัดในสำนักไม่ขาดสาย มันเรื่องจริงหรือเท็จกันแน่เล่า? หากทั้งสองคนเลือกเคล็ดกระบี่ที่สอดคล้องกัน ก็คงถึงเวลาที่ความจริงจะปรากฏแล้ว

หลังการประลองก็สิ้นสุดลง

ในวันนั้นสำนักเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีข่าวลือมากมาย ทว่าชีวิตในศาลาชิวสุ่ยยังคงดำเนินไปเช่นเดิม

หลี่โม่ฮัมเพลงเบาๆ เสียงกระทะกระทบกันดังกังวานในห้องครัว

ขณะที่เขากำลังทำอาหาร ลำธารที่ไหลผ่านลานบ้านส่งเสียงน้ำไหลซ่าๆ ลำธารนี้ดูเหมือนจะมีพลังวิญญาณเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ดอกท้อริมลำธารเบ่งบานสะพรั่งเป็นพิเศษยิ่งนัก กลีบดอกไม้กลีบหนึ่งร่วงหล่นตามลม ปลิวไปตกบนหน้ากระดาษที่กำลังพลิกอยู่ กลายเป็นที่คั่นหนังสือของเด็กสาว บนหนังสือเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า

《คัมภีร์กระบี่จันทรา》 ส่วน《คัมภีร์กระบี่สุริยะ》เล่มหนึ่งก็วางนิ่งๆ อยู่ไม่ไกล

“อาหารพร้อมแล้ว!” หลี่โม่โผล่ศีรษะออกมาจากห้องครัว

อิ๋งปิงลุกขึ้น เดินไปที่ห้องครัวช่วยยกอาหาร

“อาจารย์...อาจารย์?”

หลี่โม่ตบเก้าอี้โยกที่หญิงสาวนั่งอยู่ แต่หญิงสาวกลับไม่ไหวติง เหลือเพียงแผ่นหลังงามให้เห็น

ศิษย์น้องหลี่คิดว่านางหลับไป จึงเดินไปดูด้านหน้า แต่กลับเห็นท่านอาจารย์ตาเหม่อลอยราวกับสูญเสียจิตวิญญาณ ปากก็ยังคงขยับอยู่ตลอดเวลา เมื่อเข้าไปใกล้เพื่อฟัง ก็พบว่ากำลังพึมพำอะไรบางอย่าง

“เงินของข้า...เงินของข้า...”

หลี่โม่ “...”

อาจารย์ดูเหมือนจะล้มละลายอีกแล้ว แต่เรื่องนี้จะโทษเขาได้หรือ?

ศิษย์น้องหลี่รู้ดีว่าจะจัดการสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร เขาหยิบสุราสองไหมาวางข้างมือนาง รอให้นางดื่มจนมึนเมา พอตื่นขึ้นมา ก็จะกลับมามีชีวิตชีวาเต็มที่แล้ว

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ เขาก็กลับมาที่โต๊ะ กินข้าวไปพลาง เปิดอ่านคัมภีร์กระบี่ไปพลาง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสวิชาดาบระดับสุดยอด แม้จะเป็นแค่วิชาไร้เทียมทานระดับต่ำก็ตาม ทว่าพออ่านไปสักพัก เขาก็ถอนหายใจยาว

วิชาระดับสุดยอด ช่างยากยิ่งนัก... เขารู้สึกเหมือนนักเรียนมัธยมต้นกำลังทำข้อสอบระดับมหาวิทยาลัย

ส่วนยัยก้อนน้ำแข็งนั้น...

“ข้าอ่านจบแล้ว”

《คัมภีร์กระบี่จันทรา》เล่มหนึ่งพลันยื่นมาตรงหน้า หมายถึงจะแลกเปลี่ยนกันอ่าน หลี่โม่พูดไม่ออก อย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ยังเรียนไม่รู้เรื่อง จึงยื่นเคล็ดกระบี่ในมือไปให้

ครู่หนึ่ง เสียงเย็นชาของอิ๋งปิงก็ดังขึ้น

“เจ้ามองเห็นอะไรบ้างหรือไม่?”

“อืม...ข้าจะกลับไปดูที่ห้องทีหลังแล้วกัน”

หลี่โม่ก้มหน้าก้มตากินข้าว ตัวอักษรในคัมภีร์ดาบทั้งสองเล่มเขาก็รู้จักหมด แต่พอรวมกันแล้วเหตุใดจึงได้รู้สึกไม่เข้าใจความหมายถึงเพียงนี้?

….

หลังจากกินข้าวเสร็จ หลี่โม่ก็ถือเคล็ดกระบี่ทั้งสองเล่ม กำลังจะกลับห้อง แต่กลับมีเสียงของอิ๋งปิงดังขึ้นจากด้านหลังว่า

“คืนนี้… เจ้าอย่าอยู่ห้องข้างๆ ข้า”

“ดีที่สุดคือ อยู่ให้ห่างออกไปสักหน่อย”

หืม? หลี่โม่ไม่เข้าใจนัก แต่ก็พยักหน้า

“งั้นข้าไปนอนที่ห้องปีกแล้วกัน”

อิ๋งปิงเงยหน้ามองดวงจันทร์เต็มดวงบนท้องฟ้า วันนี้เป็นวันที่ระบบเปรียบเทียบผลจะปรากฏ

เช่นกัน วันนี้ยังเป็นวันหยินจันทรา เป็นช่วงเดือนเพ็ญของปี ร่างกายของนางในวันนี้จะน่าพรั่นพรึงเป็นพิเศษ จนแม้แต่นางเองก็ยังมิอาจควบคุมได้โดยสมบูรณ์ ทำได้เพียงจำกัดขอบเขตของผลกระทบให้แคบลงเท่านั้น

กึกๆ ๆ

เสียงเด็กหนุ่มก้าวขึ้นบันไดดังแผ่ว นางอดไม่ได้ที่จะดึงสายตาไปมองเงาร่างนั้น

“กระบวนท่าสุดท้ายที่เขาใช้... ก็เป็นสิ่งที่ได้มาจากมรดกบางอย่างเช่นกันหรือ?”

“พรสวรรค์ของเขาดูเหมือนจะมิใช่แค่ด้านกระบี่เพียงอย่างเดียว”

อิ๋งปิงขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปทีละน้อยพลางเดินกลับเข้าห้อง รอเวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ

ตอนนี้ เรื่องอื่นมิสำคัญแล้ว ชาตินี้แตกต่างจากความทรงจำในอดีตของนางเล็กน้อย และก็เกิดเรื่องมิคาดฝันขึ้นมากมาย แต่ผลลัพธ์จะไม่เปลี่ยนแปลง

จบบทที่ บทที่ 80 คืนวันเพ็ญ ผลการจัดอันดับปรากฎ

คัดลอกลิงก์แล้ว